เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 เรารักกันแค่ในข่าว

            ซูเจี่ยนอันเหมือนจะเห็นความกังวลใจในสายตาของลู่เป๋าเหยียนแต่เพราะมองไม่ชัด จึงไม่กล้าปักใจเชื่อหรือดีใจไปกับมัน

            เธอชี้ไปที่ท้ายทอยของตัวเองลู่เป๋าเหยียนลุกขึ้นพลางจับท้ายทอยเธอและกดลงไปเบาๆ เธอเจ็บจนร้องออกมา

            “เจ็บนะ เบาๆ หน่อยสิ”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเครียด“เมื่อกลางวันทำไมไม่บอก”

            ว่าแล้วเขาก็จูงซูเจี่ยนอันเดินออกไปข้างนอก

            “ลู่เป๋าเหยียนเดี๋ยวก่อน!” ซูเจี่ยนอันสะบัดมือเขาไม่หลุด จึงทำได้แต่เดินตามเขาไป“นายจะพาฉันไปไหน กล่องยาบ้านเราอยู่ที่สวนงั้นเหรอ”

            “ไปโรงพยาบาล!”

            “ทั้งๆ ที่ฉันใส่ชุดนอนอยู่เนี่ยนะ!”

            ฝีเท้าของลู่เป๋าเหยียนถึงกับหยุดชะงักเขาหันกลับมา ซูเจี่ยนอันอยู่ในชุดนอนผ้าแพรตัวหลวม สายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านในยามค่ำคืนทำให้ชุดนอนแนบเนื้อเผยต้นขาเรียวงามและส่วนเว้าส่วนโค้งให้เห็นเป็นครั้งคราว

            ลู่เป๋าเหยียนรีบเบนสายตามองทางอื่น“ขึ้นไปเปลี่ยนชุด ฉันจะรอเธออยู่ด้านนอก”

            “นี่ก็ดึกแล้วไว้พรุ่งนี้...”

            ซูเจี่ยนอันตั้งใจจะบอกเขาว่าเดี๋ยวเธอค่อยไปโรงพยาบาลเองก็ได้พรุ่งนี้ แต่จากสายตาอันเย็นยะเยือกที่เขาส่งมาทำให้เธอรีบกลืนคำพูดลงไปแทบไม่ทันว่าแล้วจึงรีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปโรงพยาบาลกับเขา

            ถนนบนทางด่วนในยามค่ำคืนมีรถน้อยคันลู่เป๋าเหยียนขับรถด้วยความเร็วสูง ซูเจี่ยนอันแอบชำเลืองมองเขาก็พบว่าสีหน้าเขายังคงดูเย็นชาไร้ความรู้สึกดั่งทุกที

            หรือว่าที่เห็นเขานั่งหงอยๆอยู่ตรงโซฟาเมื่อกี้เธอแค่ตาฝาด?

            เพื่อยืนยันความจริงเธอจึงถามออกไปว่า

            “เมื่อกี้นายกำลังนั่งคิดอะไรอยู่”

            “คิดเรื่องงาน”

            น้ำเสียงไร้อารมณ์ของเขาสื่อชัดว่าเขาไม่ต้องการคุยเรื่องนี้ซูเจี่ยนอันจึงพยักหน้าแล้วเงียบไป

            บรรยากาศบนรถเต็มไปด้วยความเงียบงันตลอดทางยังดีที่โรงพยาบาลอยู่ไม่ไกลนัก

            ที่นี่คือโรงพยาบาลเอกชนที่หรูหราราคาแพงที่สุดของเมือง A ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันยิ่งกว่าโรงแรมห้าดาวมีทั้งร้านกาแฟที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง Wi-Fi ความเร็วสูงครอบคลุมทั่วพื้นที่สวนดอกไม้ที่สวยงาม รวมไปถึงโรงหนังที่คุณภาพเสียงดีกว่าโรงภาพยนตร์ทั่วๆ ไปเสียอีกว่ากันว่าบรรดาเศรษฐีทั้งหลายต่างมารักษาตัวที่นี่กันทั้งนั้น

            ถึงแม้เวลานี้จะดึกมากแล้วแต่ทั้งโรงพยาบาลก็ยังคงเปิดไฟสว่างไสว

            ซูเจี่ยนอันเคยได้ยินชื่อเสียงของที่นี่มานานแล้วแต่ยังไม่ทันมองสำรวจได้รอบ เธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนลากไปพบหมอเสียก่อนคุณหมอยิ้มทักทายเธออย่างดี

            “เชิญทางนี้ค่ะคุณนายลู่เดี๋ยวพวกเราจะทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดนะคะ”

            เธอหันไปมองลู่เป๋าเหยียน“แล้วนายล่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“ฉันไม่จำเป็นต้องตรวจ”

            “...”เธอไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย

            คุณหมอเข้าใจสิ่งที่เธอจะสื่อจึงพูดว่า“คุณนายลู่ต้องการถามคุณลู่น่ะค่ะ ว่าคุณจะไปรอเธอที่ไหน”

            ลู่เป๋าเหยียนมองลึกเข้าไปในตาของซูเจี่ยนอันแล้วจึงตอบว่า

            “ฉันจะไปรอที่ร้านกาแฟหน้าโรงพยาบาลยังไม่กลับหรอก”

            คุณหมอยิ้มอย่างมีนัยซูเจี่ยนอันเองก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง เธอจึงรีบก้มหน้าก้มตาเดินตามคุณหมอไป

            เธอไม่ได้กลัวเขาหนีกลับก่อนสักหน่อยก็แค่ไม่อยากอยู่โรงพยาบาลคนเดียวก็เท่านั้น

            เก้าปีก่อนหลังจากที่แม่เสียที่โรงพยาบาล เธอก็รู้สึกต่อต้านที่นี่นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เธอเลือกที่จะเป็นแพทย์นิติเวชแทนที่จะทำงานเป็นแพทย์ปกติตามโรงพยาบาล

            คุณหมอหญิงผู้ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางคนนี้ได้แต่มองซูเจี่ยนอันอย่างอิจฉา

            “คุณนายลู่กับคุณลู่ดูรักกันดีอย่างที่ในข่าวเขียนไว้เลยนะคะ”

            ซูเจี่ยนอันได้แต่ยิ้มตอบโดยไม่พูดอะไร

            เธอจะบอกคุณหมอได้อย่างไรกันว่าเธอกับลู่เป๋าเหยียนรักกันแค่ในข่าว...

            เพราะไม่ต้องต่อคิวรอทำให้การตรวจเสร็จอย่างรวดเร็ว เธอเดินตามคุณหมอกลับไปหาลู่เป๋าเหยียน

            ลู่เป๋าเหยียนนั่งอยู่ในร้านกาแฟพลางฟังคุณหมออธิบายอย่างละเอียด

            “อาการบาดเจ็บของคุณนายลู่เกิดจากการถูกกระแทกอย่างแรงค่ะแต่จากผลการตรวจไม่พบอะไรน่าเป็นห่วง ทายานิดหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นค่ะ”

            “ขอบคุณครับ”

            ลู่เป๋าเหยียนรับยาที่คุณหมอส่งมาแล้วจูงมือซูเจี่ยนอันเดินออกไป

            นี่ก็เลยเที่ยงคืนมาแล้วบรรยากาศรอบกายจึงเงียบสนิทซูเจี่ยนอันปล่อยให้เขาจูงมือเธออย่างไม่อิดออดพลางคิดว่าที่เธอตกลงแต่งงานกับเขาเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้วล่ะ

            อย่างน้อยชีวิตเธอในอนาคต ภาพของเขาที่กำลังจูงมือเธออยู่ในตอนนี้ ก็คงกลายเป็นความทรงจำที่ไม่จางหาย

            เมื่อถึงลานจอดรถหลังลู่เป๋าเหยียนปลดล็อกรถแล้วเรียบร้อยซูเจี่ยนอันก็รีบเดินไปทางที่นั่งด้านหลังทันที แต่ลู่เป๋าเหยียนรั้งมือเธอไว้

            “ไม่รู้หรือไงว่าเวลาอยู่กันสองคนถ้าเธอไปนั่งข้างหลังมันดูไม่มีมารยาท”

            ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆ“แต่ข้างหลังนอนสบายกว่านี่...”

            นี่ก็เลยเที่ยงคืนแล้วเขาคิดว่าคนอื่นไม่ง่วงเหมือนเขาหรือไง

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปแล้วจึงปล่อยมือซูเจี่ยนอันจากนั้นเขาก็หยิบผ้าห่มโยนไปยังที่นั่งข้างหลังให้เธอ

            ซูเจี่ยนอันยิ้มแล้วจึงห่มผ้าห่มนอนหลับไป

            แม้จะเคลื่อนตัวอยู่บนถนนในยามค่ำคืนแต่รถราคาแพงมีระดับคันนี้กลับไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเลยสักนิดภายในรถตอนนี้จึงเงียบสนิท เสียจนลู่เป๋าเหยียนได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบาของซูเจี่ยนอันจากที่นั่งด้านหลัง

            มีเพียงตอนนอนเท่านั้นเธอถึงยอมอยู่นิ่งๆ ข้างกายเขา มีแต่เวลาแบบนี้ ที่เขารู้สึกได้ว่าเธอคือภรรยาเขา

            เธอคือผู้หญิงของเขาคนเดียวเท่านั้น

            ลู่เป๋าเหยียนเริ่มขับรถช้าลงโดยไม่รู้ตัว

            เขาอยากให้ช่วงเวลาแบบนี้ผ่านไปช้าลงสักนิด

            แต่ทุกการเดินทางย่อมมาถึงจุดหมายไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงบ้าน ซูเจี่ยนอันตื่นขึ้นมาพอดีเหมือนรู้ว่าถึงแล้วเธอเดินสะลึมสะลือลงจากรถไป

            เธอเดินอย่างง่วงๆ กลับห้องตัวเองพอหัวถึงหมอนก็นอนกอดผ้าห่มหลับไปในทันที ราวกับอยากจะนอนไปอีกสักร้อยปี

            ในขณะที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นเธอก็ได้ยินเสียงคนผลักประตูเข้ามา ตามด้วยเสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้แต่ตอนนี้เธอง่วงเสียจนไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วมองท่านอนอันมั่วซั่วของซูเจี่ยนอันแล้วจึงดึงผ้าห่มออกจากมือเธอ

            “นอนคว่ำซะ”

            ซูเจี่ยนอันพยายามลืมตาอย่างยากลำบาก

            “ลู่เป๋าเหยียนนะ...นายจะทำอะไร”

            ลู่เป๋าเหยียนเปิดฝากระปุกยา

            “เธอคิดว่าฉันจะทำอะไร”

            “ฉัน...”ซูเจี่ยนอันเห็นกระปุกยาที่อยู่ในมือเขาจึงนิ่งไป แล้วค่อยๆ พูดออกมา

            “ฉันก็คิดว่านายจะทายาให้ฉันไง...”

            “นอนดีๆ หน่อย”

            ซูเจี่ยนอันไม่กล้าคิดฟุ้งซ่านต่อเธอนอนคว่ำหน้าอย่างว่าง่าย ไม่นานก็รู้สึกถึงยาเย็นๆ ที่ถูกหยดลงบนผิวตามด้วยนิ้วมือของลู่เป๋าเหยียนที่ค่อยๆ ทายาพลางนวดไปรอบๆ จุดที่บาดเจ็บ

            เขาไม่ได้ใช้แรงมากอะไรแต่เพราะเดิมทีเธอปวดแผลอยู่แล้ว พอโดนทายาจึงเจ็บมากจนมือเท้าเกร็งไปหมดเธอเผลอหลุดส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับลูกแมวที่กำลังร้องไห้

            “ทนหน่อย”ลู่เป๋าเหยียนบอกเธอ “เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”

            ซูเจี่ยนอันกลั้นหายใจอย่างอดทนแต่ความเจ็บก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย เธอต่อว่าลู่เป๋าเหยียนเสียงเครือ

            “คนโกหก!”

            ลู่เป๋าเหยียนเบามือลงทันทีซูเจี่ยนอันจึงค่อยๆ รู้สึกสบายขึ้นหน่อย ไม่นานความง่วงก็เริ่มครอบงำเธออีกครั้ง...

            ลู่เป๋าเหยียนเห็นซูเจี่ยนอันหลับไปแล้วจึงหยุดนวดแล้วอุ้มเธอให้พลิกตัวขึ้นมา พลางจัดท่าทางให้เธอนอนอย่างสบาย

            พอถูกเขาอุ้มขึ้นมาซูเจี่ยนอันเองก็ดิ้นเล็กน้อยจนสัมผัสนุ่มนิ่มบางอย่างเผลอมาโดนอกแกร่งของเขา ลู่เป๋าเหยียนหายใจหนักเขารีบห่มผ้าให้ซูเจี่ยนอันและเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

            ขืนอยู่นานกว่านี้สักวินาทีเดียวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเผลอทำอะไรลงไปหรือไม่

            ความเจ็บปวดที่ท้ายทอยเริ่มลดลงมากซูเจี่ยนอันจึงนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มตลอดคืน

            วันรุ่งขึ้นกว่าเธอจะตื่นก็ปาเข้าไปเกือบสิบโมงลู่เป๋าเหยียนไปทำงานแล้ว เหลือเพียงป้าหลิวกับคนรับใช้อีกไม่กี่คนที่กำลังทำความสะอาดอยู่ในห้องรับแขก

            “คุณผู้หญิงครับ”ลุงสวีเดินเข้ามาต้อนรับ “จะให้ผมอุ่นอาหารเช้าไว้ให้เลยไหมครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ”ซูเจี่ยนอันรับปากเจียงเส้าข่ายว่าจะเอาข้าวเที่ยงไปให้เขาเธอพับแขนเสื้อแล้วจึงเดินเข้าห้องครัวไป “หนูไม่ค่อยหิวค่ะเดี๋ยวทานข้าวเที่ยงเลยทีเดียว”

            เพียงแต่เที่ยงนี้เธอคงจะไม่ได้กินข้าวที่บ้านหลังทำอาหารเสร็จเธอก็จัดการห่อให้เรียบร้อย และเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อกินพร้อมกับเจียงเส้าข่าย

            “เพื่อนแท้จริงๆ” เจียงเส้าข่ายพูดพลางดื่มซุปข้น“ค่อยคุ้มหน่อยที่ยอมเสี่ยงช่วยเธอไว้”

            เจียงเส้าข่ายร้องอยากจะกินอาหารฝีมือเธอมาโดยตลอดตอนที่เขาได้ชิมอาหารฝีมือเธอครั้งแรก ก็ถึงกับพูดว่าอีกหน่อยจะต้องหาเมียที่ทำอาหารเก่งแบบเธอให้ได้

            ซูเจี่ยนอันเทซุปจากหม้อให้เจียงเส้าข่ายจนหมด

            “ซุปนี้ช่วยบำรุงเลือดกินเข้าไปเยอะๆ”

            เจียงเส้าข่ายไม่ปฏิเสธอยู่แล้วเขากินไปพลางพูดว่า

            “ใช่สิเธอได้ข่าวหรือยัง ไอ้ฆาตกรโรคจิตที่จับตัวพวกเราไว้ โดนซ้อมในคุกจนเกือบตาย”

            “นักโทษคดีใหญ่แบบนี้ปกติต้องถูกขังเดี่ยวไม่ใช่เหรอ”ซูเจี่ยนอันถามอย่างงงๆ “ทำไมถึงถูกซ้อมได้?”

            เจียงเส้าข่ายยักไหล่“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนเช้าสารวัตรเหยียนบอกฉันมา”

            ฆาตกรที่พรากชีวิตคนบริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยมแบบนั้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรเธอไม่อยากใส่ใจ หลังจากกินข้าวเสร็จเธอจึงเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างให้เรียบร้อยเจียงเส้าข่ายเห็นดังนั้นจึงถามขึ้นว่า

            “จะกลับแล้วเหรอ”

            “ไปซื้อกับข้าวเดี๋ยวเย็นนี้จะทำซุปปลาให้นายกิน”

            เจียงเส้าข่ายตาเป็นประกาย“งั้นรีบไปเลย ไปๆๆ! อ้อใช่ ซื้อเยอะๆ หน่อยนะ ลั่วเสี่ยวซีอาจจะมากินด้วย”

            ซูเจี่ยนอันขับรถไปตลาดปลาเพื่อซื้อปลาสดๆสองตัว จากนั้นจึงให้พ่อครัวช่วยล้างเตรียมเอาไว้จากนั้นเธอก็ลงมือต้มซุปปลาหอมกรุ่นจนเสร็จเรียบร้อย อย่างที่คิดไว้ลั่วเสี่ยวซีโทรมาหาเธอให้เตรียมกับข้าวไปเยอะๆ หน่อยเพราะเธอกำลังจะไปโรงพยาบาลเพื่อดวลเกม Fruit Ninja กับเจียงเส้าข่ายต่อจากเมื่อวาน

            หกโมงกว่าลู่เป๋าเหยียนเลิกงานกลับมาที่บ้านเขาเห็นซุปปลาและกับข้าวอีกสองอย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอมกรุ่นวางอยู่ที่โต๊ะ ก็รู้ทันทีว่าซูเจี่ยนอันเป็นคนลงมือทำทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ

            ลุงสวีเดินเข้ามา“คุณผู้หญิงเอาอาหารไปเยี่ยมคุณชายเจียงที่โรงพยาบาลครับ”

            “เธออยู่บ้านทั้งวัน?”

            ลุงสวีทำสีหน้าลำบากใจ“ไม่ครับ เอ่อ...เมื่อตอนกลางวันคุณผู้หญิงก็เอาอาหารไปให้คุณชายเจียงเหมือนกันครับ”

            พูดง่ายๆ ว่าเธอใช้เวลาทั้งวันยุ่งอยู่กับการดูแลเจียงเส้าข่าย

            ลู่เป๋าเหยียนปลดเนกไทให้หลวมขึ้นทว่ากลับยังรู้สึกอึดอัดไม่หาย เขาจึงถอดมันออกแล้วส่งให้ลุงสวี

            “เธอได้บอกหรือเปล่าว่าจะกลับมากี่โมง”

            ลุงสวีส่ายหน้า“เปล่าครับ”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตา

            เขาเป็นสามีเธอแต่เธอกลับวิ่งไปกินข้าวกับชายอื่นโดยที่ไม่บอกกันสักคำ

            หรือว่าเพราะเขาไม่เคยทำอะไรเธอเธอถึงไม่รู้ตัวว่าพวกเราเป็นสามีภรรยากัน?

            หรือจะเป็นอย่างที่เสิ่นเยว่ชวนเคยบอกคนที่เธอชอบมาโดยตลอดคนนั้นคือเจียงเส้าข่าย?

            ซูเจี่ยนอันกินข้าวที่โรงพยาบาลเสร็จก็ออกไปเดินเล่นกับลั่วเสี่ยวซีที่ถนนคนเดินใกล้ๆ โรงพยาบาลจนดึก กว่าจะกลับมาที่บ้านลุงสวีกับคนอื่นก็ต่างพากันไปพักผ่อนเรียบร้อยเธอนึกไม่ถึงเลยว่าคนที่รออยู่หน้าประตูบ้านจะเป็นลู่เป๋าเหยียน

            เขายังคงสวมชุดเดิมที่ใส่ไปทำงานเมื่อกลางวันสีหน้าเย็นเยียบเสียจนซูเจี่ยนอันเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

            “ลู่เป๋าเหยียน นะนายมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้?”

            “ทำไมถึงกลับดึกขนาดนี้”ลู่เป๋าเหยียนมองนาฬิกา ห้าทุ่มกว่าแล้ว

            “เจียงเส้าข่ายให้เธออยู่เป็นเพื่อนจนดึกขนาดนี้เลยงั้นเหรอ”

            “ฉัน...”

            แต่ยังไม่ทันที่ซูเจี่ยนอันจะพูดต่อลู่เป๋าเหยียนก็ยื่นมือมาผลักตัวเธอจนหลังชิดกับผนัง...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592