“มีเพียงเงื่อนไขเดียว ไม่ว่าในภายภาคหน้าจะเกิดเื่ใดขึ้นท่านจะต้องปกป้องพวกเราสองแม่ลูกด้วยเพคะ” กู้ชิงเฉิงครุ่นคิดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินพลางกล่าวด้วยสุ้มเสียงอันหนักแน่น
นางจริงจังเป็อย่างมาก...จริงจังถึงที่สุด
แม้ในชาตินี้นางจะแข็งแกร่งเพียงใดและด้วยความสามารถของนาง การจะปลิดชีพกู้ตงหลิงนั้นง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
แต่การจะสังหารองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินกลับไม่ใช่เื่ง่ายเช่นนั้นดังนั้นนางจึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
โม่อวี้เฉินมองสำรวจหมอหญิงกู้ั้แ่หัวจรดเท้านางอยู่ในชุดผ้าไหมสีแดงสด แสดงออกถึงความโอ่อ่าสง่างาม
ผ้าคลุมหน้าปกปิดใบหน้าเกือบทั้งหมดเผยให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ทอประกายสดใสราวแสงอรุณในฤดูใบไม้ผลิดวงตาคู่นี้ชวนให้ผู้คนไม่อาจละสายตาไปได้
ถึงขั้นที่ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะปรารถนาจะชะเง้อแลดูใบหน้าภายใต้ผ้าคลุม
แต่ทว่าโม่อวี้เฉินผู้นี้ไม่ใช่คนที่มีความอยากรู้อยากเห็น และไม่เคยสนใจรูปลักษณ์ของสตรีผู้ใด
ดังนั้นเขาจึงละสายตาอย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยว่า “เงื่อนไขนี้ไม่ยากเกินไปหน่อยรึ”
กู้ชิงเฉิงชิงตอบกลับ“พิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทต่างหากเพคะ ที่รักษายากยิ่งกว่า”นางรู้สึกว่าตนเองขาดทุนย่อยยับมิเช่นนั้นนางคงจะอ้าปากขอค่ารักษาเป็พันตำลึงเงินแล้วแต่ตอนนี้กลับได้แค่เงื่อนไขเดียวเพื่อแลกกับทุกสิ่ง
แต่โม่อวี้เฉินกลับปฏิเสธ!เื่นี้มันช่างน่าโมโหจนกู้ชิงเฉิงไม่อยากจะโต้ตอบอีกต่อไป
“ฝ่าา” เฟิงเจ๋อซึ่งยืนอยู่เื้ักลับรู้สึกตื่นเต้นแทน“ขอเพียงรักษาพิษเหมันต์ได้ก็พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เป็ความจริงที่ว่าเงื่อนไขที่ยากกว่านี้ก็เคยพบเจอมาแล้วแต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่มีความสามารถพอที่จะรักษาพิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินได้
ใน่หลายปีที่ผ่านมาพวกเขาแทบจะสิ้นหวังแล้วแต่การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของอันหยวนถังได้จุดประกายความหวังให้พวกเขาอีกครั้ง
โม่อวี้เฉินเหลือบมองเฟิงเจ๋ออีกครั้งทำให้เฟิงเจ๋อรีบก้มหน้าลง และไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีกต่อไป
“เงื่อนไขของเ้าคือให้ข้าคุ้มครองพวกเ้าสองแม่ลูกไปตลอดชีวิตเช่นนั้นหรือ?”โม่อวี้เฉินถามเสียงต่ำอีกครั้ง
“แน่นอนว่าไม่จำเป็ ข้ามีสามีของข้าแล้ว ย่อมไม่้าท่าน” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่แยแสนางเงยหน้ามองคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงที่สลบไปอีกครั้ง พลางโยนขวดยาให้อันอี้ฟาน“รักษาชีวิตนางไว้ อย่าให้นางตายเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่สนุก”
อันที่จริงแล้วคนของอันหยวนถังเป็คนซื่อสัตย์และมีเมตตาพวกเขาจะไม่โบยตีกู้ตงหลิงมากเกินกว่าที่สั่งเพียงแค่เอาคืนสิ่งที่นางได้กระทำกับพวกเขาเท่านั้น
“ขอรับ ท่านอาจารย์!” อันอี้ฟานลังเลอยู่ครู่หนึ่งหากเป็เขา เขาคงจะยุติเื่นี้ไปแล้ว แต่กู้ชิงเฉิงไม่ทำเช่นนั้น
นางเป็หมอแต่นางก็เป็นายหญิงของอันหยวนถังเช่นกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคนไข้นางมีจิตใจเมตตาของหมอ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู นางจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด ดังนั้นในเวลานี้ นางจึงไม่ยอมออมมือ
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินถือถ้วยเหล้าไว้ในมือเขาหรี่ตาลง มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ
“หากชาตินี้เ้าหาสามีไม่ได้ จะไม่มาพึ่งพิงข้าไปตลอดชีวิตหรือ?” โม่อวี้เฉินไม่้าตกหลุมพรางของนาง
“องค์รัชทายาทล้อหม่อมฉันเล่นแล้วเพคะ หม่อมฉันเองก็งดงามถงเพียงนี้เหตุใดจะหาสามีไม่ได้กันเพคะ?” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่พอใจพลางมองโม่อวี้เฉินด้วยสายตาเ็า “หากท่านไม่ตกลงก็ช่าง... หม่อมฉันเองก็ไม่มีนิสัยที่ต้องไปเร่งเร้าให้ใครมารักษา”
นางยกถ้วยเหล้าขึ้นดื่มขาของบุรุษผู้นี้ไม่ใช่ง่ายเลยที่นางจะเกาะเอาไว้
อันอี้ฟานเดินเข้ามาพอดีพลางกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ”
ในมือของเขาถือกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งมีข้อความขีดฆ่าไปหลายบรรทัด
ทั่วทั้งเมืองอี๋สุ่ยไม่มีผู้ใดที่ไม่ชื่นชมอันหยวนถังพวกเขาออกไปไหนก็ได้รับการเคารพนับถือ แต่ครั้งนี้กลับถูกทำลายแน่นอนว่าย่อมไม่อาจยอมรับได้
“องค์รัชทายาท ท่านนำคนผู้นี้ไปเถิดหนี้แค้นครั้งนี้ถือว่าสิ้นสุดลงแล้วเพคะ” กู้ชิงเฉิงมองโม่อวี้เฉินกล่าวอย่างจริงจังและห่างเหิน
นางเป็คนหยิ่งทะนงและไม่เคยร้องขอผู้ใด
การที่นางเสนอตัวรักษาพิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินก็เพียงเพื่อ้าหาหลักประกันที่แข็งแกร่งให้แก่บุตรชาย กู้จิ่งเซวียน แต่ทว่าหากเขาไม่ยอมให้พึ่งพิงก็พึ่งพาตนเองเสียดีกว่า
นางสามารถทำให้ตนเองแข็งแกร่งขึ้นได้อีกและจะทำให้กู้จิ่งเซวียนแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน ั้แ่เยาว์วัยเลยย่อมดีที่สุด
อีกทั้งยังจะสร้างอำนาจของตนเองเพื่อเปลี่ยนแปลงจุดจบของเื่ราวในชาตินี้เพื่อเปลี่ยนแปลงจุดจบของตนเองและบุตรชายด้วย
โม่อวี้เฉินโบกมือให้เฟิงเจ๋อ“เ้าพานางไปเถิด หาโรงหมอแห่งใดสักแห่งเพื่อรักษานางซะ”
เวลานี้เฟิงเจ๋อไม่คิดจะสนใจแล้วว่ากู้ตงหลิงจะตายหรืออยู่เขาเพียงปรารถนาให้หมอหญิงกู้รักษาพิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินให้หายขาดและขอเพียงโม่อวี้เฉินไม่เป็อะไรก็พอ
ส่วนกู้ตงหลิงผู้ที่ทุกคนต่างคาดหวังให้เป็พระชายาขององค์รัชทายาทในอนาคตนั้นนางไม่อาจเทียบเคียงกับนายของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
หากกู้ตงหลิงทำให้พิษเหมันต์ของนายกำเริบเขาก็จะไม่ลังเลที่จะใช้กู้ตงหลิงไปแลกเปลี่ยนกับยาที่ใช้รักษานายท่านให้หายขาด
“เงื่อนไขของเ้า ข้าจะเก็บเอาไปพิจารณา แต่ข้าขอเวลาสามวันได้หรือไม่?”โม่อวี้เฉินหันกลับมามองสตรีตรงหน้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยถามเสียงต่ำ
“ได้เพคะ” กู้ชิงเฉิงพยักหน้า “อันที่จริงหากท่านมาที่อันหยวนถัง หม่อมฉันก็จะรักษาให้ท่านอยู่ดี”
นางไม่ใช่ผู้ที่คิดจะฉกฉวยโอกาสจากผู้อื่น
“ค่ารักษาคงแพงมากกระมัง” โม่อวี้เฉินประหลาดใจไม่น้อยที่นางไม่ยึดติดกับเงื่อนไข และแสดงความตรงไปตรงมาอย่างแท้จริง
สิ่งนี้ทำให้เขามีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงต่อนางเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“วางใจเถิดเพคะ อันหยวนถังยุติธรรมเสมอ และไม่เคยหลอกลวงผู้ใด” กู้ชิงเฉิงโบกมือ “มิฉะนั้นอันหยวนถังคงไม่โด่งดังไปทั่วสารทิศเช่นนี้”
อันที่จริงแล้วนั้นอันหยวนถังโด่งดังไปทั่วหล้า และชื่อเสียงของหมอกู้สะท้านะเืแผ่นดินอันหยวนถังแห่งนี้ ไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ
โม่อวี้เฉินเชื่อคำพูดของนางและเชื่อมั่นในชื่อเสียงของอันหยวนถัง
เมื่อตอนที่มาถึงนั้นการแสดงออกของชาวบ้านก็เห็นได้ชัดแล้ว พวกเขารักและสนับสนุนอันหยวนถังจริงๆ
พวกเขากล้าทำทุกอย่างเพื่ออันหยวนถังแม้กระทั่งกล้าปะทะกับคุณหนูใหญ่อย่างกู้ตงหลิงแสดงให้เห็นว่าอันหยวนถังนั้นสมควรแก่การสนับสนุน
โม่อวี้เฉินยืนอยู่ตรงนั้นร่างสูงใหญ่ จับจ้องมองกู้ชิงเฉิง
ในชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าคุ้นตาอย่างประหลาด
แต่เขาก็คิดว่าตนเองอาจจะคิดไปเองในความทรงจำของเขา เขาไม่เคยรู้จักสตรีเช่นนี้มาก่อนโดยเฉพาะสตรีที่เป็หมอเช่นนาง
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า “อีกสามวัน ข้าจะมาหาเ้า”
เงื่อนไขที่นางเสนอมานั้นออกจะยากเกินไปสตรีผู้นี้ดูแล้วไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอน มีแววว่าจะก่อเื่ไม่เว้นแต่ละวัน
ยิ่งกว่านั้นนางเป็คนที่ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน หากจะให้เขาคุ้มครองสองแม่ลูกคู่นี้เกรงว่าเขาอาจจะต้องเดือดร้อนบ่อยครั้ง
เขามองออกว่าเ้าก้อนซาลาเปากู้จิ่งเซวียนเองก็ไม่ใช่เด็กซื่อบื้อเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับฉลาดจนไม่น่าเชื่อ
จนถึงบัดนี้เขายังคงสงสัยว่าใบหน้าของกู้ตงหลิงถูกกู้จิ่งเซวียน เ้าเด็กน้อยผู้นั้นทำลายไป
น่าเสียดายที่ยังไม่พบหลักฐาน
แน่นอนว่าด้วยความสามารถของสองแม่ลูกคู่นี้ การจะหาหลักฐานนั้นยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก
“ตกลงเพคะ” กู้ชิงเฉิงตอบตกลงอย่างฉับพลัน
เมื่อโม่อวี้เฉินกลับไปแล้วกู้ชิงเฉิงก็รีบจัดการรักษาาแให้แก่คนของอันหยวนถังทันที
“ท่านอาจารย์ ท่านไม่คิดจะผูกมัดองค์รัชทายาทเอาไว้หรือขอรับ? หากมีองค์รัชทายาทคุ้มครองคุณชาย เช่นนั้นก็จะไม่ต้องมีอันตรายใดๆ แล้ว”อันอี้ฟานได้รับาเ็หนักที่สุด แขนของเขาแทบจะเผยให้เห็นกระดูก
เมื่อเห็นาแนี้สีหน้าของกู้ชิงเฉิงยิ่งมืดครึ้มลงอีกหลายส่วน นางทำความสะอาดาแพลางกล่าวว่า“พึ่งพาใครก็ไม่สู้พึ่งพาตนเองหรอก”
นางยึดมั่นในหลักการนี้มาโดยตลอด
ดังนั้นตลอดห้าปีที่มาอยู่ที่นี่ นางไม่เคยหยุดยั้งความพยายามพยายามพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเหนือกว่าศัตรู
เช่นนั้นจึงจะกำจัดศัตรูได้และจะทำให้ตนเองมีชีวิตรอดต่อไปได้
อันอี้ฟานพยักหน้าอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“อันที่จริง เงื่อนไขของข้าก็ค่อนข้างยากเกินไปจริงๆ” กู้ชิงเฉิงพึมพำกับตนเอง
แต่กู้จิ่งเซวียนเป็ลูกชายของโม่อวี้เฉินการที่เขาจะปกป้องลูกชายของตนไปตลอดชีวิตนั้นก็เป็เื่ที่ถูกต้องชอบธรรมอยู่แล้ว
ทว่านางจะไม่ให้เขารู้เื่ราวชาติกำเนิดของกู้จิ่งเซวียนเด็ดขาดนาง้าให้โม่อวี้เฉินและกู้ตงหลิงเข้าใจว่านางตายไปแล้ว
“แต่การที่เราปล่อยกู้ตงหลิงไปเช่นนี้ นางจะต้องไม่ยอมรามือเป็แน่”อันอี้ฟานยังคงกังวลอยู่บ้าง
“เ้าคิดจะสังหารกู้ตงหลิงหรือ?” กู้ชิงเฉิงเลิกคิ้วถาม
ทำให้อันอี้ฟานสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาเป็หมอ หากไม่สามารถรักษาคนไข้ของตนเองได้ ก็จะเสียใจและย่อมไม่กล้าฆ่าคนเป็แน่ ดังนั้น เขาจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“เช่นนั้น เราก็คงต้องเผชิญหน้ากับความยุ่งยากนี้แล้ว” กู้ชิงเฉิงไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังพูดด้วยท่าทีไม่แยแสราวกับพร้อมรับมือกับทุกอย่าง และไม่มีอะไรต้องกลัวทั้งนั้น