ตอนที่ 65น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งจ่า!
ที่เสือน้อยนัดพี่มอสมาคุยวันนี้เพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย
เขาอยากขอให้พี่มอสส่งลูกน้องออกไปเคลียร์ไล่พวกวัยรุ่นที่ชอบรวมตัวมั่วสุม สร้างความปลอดภัยให้กับการเดินทางไปมาระหว่างโรงเรียนจนถึงตลาด
เสือน้อยอธิบายด้วยว่าได้ประโยชน์สองอย่างหนึ่งประชาชนปลอดภัยขึ้น สองธุรกิจเขาก็จะดีขึ้นตามลำดับ
ส่วนพี่มอสก็ตอบว่าเรื่องเล็กๆ แค่นี้เดี๋ยวให้ลูกน้องไปจัดการ
หลังจากสื่อมวลชนนำเสนอข่าวเรื่องนายกเทศบาลฯก็โดนจับข้อหาทุจริต โดยผู้หมวดมอสมือดีประจำจังหวัด
และไม่น่าเชื่อภายในไม่กี่วันหน่วยงานภาครัฐ ทั้งการไฟฟ้า ทั้งอบจ.ก็เข้ามามีส่วนร่วม ‘ชิงพื้นที่ข่าว’ดำเนินการติดไฟส่องสว่าง ซ่อมถนนให้กลับมาเหมือนอย่างที่มันควรจะเป็น
ถ้าไม่ออกข่าวรอจนปีหน้าก็ไม่มีใครเหลียวแลหลายภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันจัดการ
ช่วงนี้ผลงานพี่มอสเหมือนจะเข้าเป้าเป็นอย่างมากสมแล้วกับที่เสือน้อยได้ส่งงานให้…
พวกกลุ่มพวกอันธพาลนักเลงน้อยใหญ่ถูกแกปราบปรามหมดดูเหมือนการเลื่อนขั้นครั้งหน้า พี่มอสคงไม่ต้องใช้เส้นสายอะไรเพราะผลงานเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาชน
แต่เสือน้อยก็ยังอยากให้อยู่แถวนี้อยู่ดีไปมาหาสู่กันง่าย
วันต่อมาจ่าแช่มลูกน้องพี่มอสอายุประมาณเกือบสี่สิบปี ก็ตระเวนขี่รถมอเตอร์ไซค์ไล่กวดขันกับบรรดาวัยรุ่นทั้งเด็กนักเรียนขาสั้นหรือขายาวแถม พ่วงด้วยเด็กแว้นที่รวมตัวอยู่
จ่าแช่มยกเอาเหตุผลของคณะรัฐประหารที่ทำกันไปเมื่อต้นเดือนกันยาปีก่อน ซึ่งช่วงนี้ก็ยังอยู่ภายใต้การปกครองของ ‘รัฐบาลขิงแก่’ซึ่งอยู่ใต้ร่มเงาของทหารอีกทีหนึ่ง ดังนั้นเหมาะที่จะใช้กลยุทธ์จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ
โดยที่จ่าแช่มก็ได้รับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงพร้อมกับความปลอดภัยของประชาชนไปควบคู่กัน
ดูเหมือนตำแหน่งดาบตำรวจจะอยู่ไม่ไกลแล้วทุกวันนี้จ่าแช่มจะผ่านการทดสอบของพี่มอส ซึ่งก็วางใจให้เป็นคนสนิททำความรู้จักกับเสือน้อยไว้แล้ว…
ตำรวจจะทำงานได้ดีต้องมีสายสืบข่าวและยิ่งสายสืบแบบเสือน้อย ที่ถึงพริกถึงขิง โยนแต่ละคดีมาให้ทำมีแต่ดี ๆ ทั้งนั้นไม่ใช่แค่ไล่จับหมวกกันน็อก หรืองานกระจอก ๆ แบบนั้นทางจ่าแช่มไม่ค่อยอยากทำ
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้จ่าแช่มได้รับความไว้วางใจจากพี่มอสและเสือน้อย
เสือน้อยก็ได้โยนงานผ่านทางเครือข่ายที่สร้างขึ้นจากการนำกลุ่มคนสนิทมารวมตัวกัน ซึ่งตอนนี้เสือน้อยเรียกพวกเขาทั้งหมดว่า‘กลุ่มเขี้ยวเสือ’ มีอยู่‘ยี่สิบห้าคน’ครบหลังจากจัดการงานใหญ่ไปคราวก่อน
แต่ละคนก็พากันกระจายตัวออกไปเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกและช่วยพี่มอสปั๊มยศ ทั้งยังช่วยขจัดภัยอันตรายให้กับคนละแวกนั้นอีก
แน่นอนว่าสายสืบย่อมได้ค่าจ้างจากตำรวจมาผสมด้วยเช่น ส่วนแบ่งเงินรางวัลนำจับ ทั้งนี้เสือน้อยก็แบ่งให้ ‘กลุ่มเขี้ยวเสือ’ เป็นรายได้เสริม ส่วนทางเงินเดือนประจำก็ยังมีให้อยู่ทำให้ทั้งกลุ่มอู้ฟู่ไม่น้อยเลย
จ่าแช่มก็ช่วยงานเสือน้อยเล็กๆ น้อย ๆ เช่นต้องไล่กวดพวกนักเลงที่มามั่วสุมแถว ๆ นี้โดยเฉพาะบริเวณทางเดินเท้าที่จะไปถึงตลาดแน่นอนว่าต้องผ่านหน้าโรงเรียนกวดวิชาของเสือน้อยเป็นหลัก
เสือน้อยขออนุญาตให้สร้างป้ายรถเมล์ตรงนั้นอีกแห่งหนึ่งเขาได้ยื่นข้อเสนอให้กับทางเทศบาลผ่านทางทนายดำรงและประสานงานกับรถเมล์ให้จอดตรงนี้เป็นพิเศษ!
……
หลังจากทางทนายรักก็ติดต่อ‘น้าสมร’ แม่ของนายพีให้กับเขาได้!
เสือน้อยก็รีบค้นหาบริษัทรับติดตั้งป้ายLED โดยทันที มีหลายบริษัทมาดูและเสนองาน แต่เขาก็ยังตัดสินใจไม่ได้สักทีไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน แต่เป็นเพราะยังไม่ตรงกับเงื่อนไข
บริษัทที่รับติดตั้งป้าย LEDแทบไม่ตรงกับความต้องการของเขา เสือน้อยต้องการขนาดใหญ่มากซึ่งป้ายระดับนี้มีไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่รับไหว
ส่วนเรื่องบริการหลังการขายเสือน้อยให้ความสนใจที่สุดไม่ใช่ว่าซื้อมาแพง พอสองสามปีก็หมดประกันยังไม่ทันได้เงินคืนทุนก็เชิดหนีไปเสียแล้ว
บริษัทต่าง ๆเข้ามาดูขนาดป้ายก็ส่ายหน้า พวกเขาแค่รับงานติดป้าย แบบธรรมดา ๆ เท่านั้น
จนกระทั่งพนักงานขายของบริษัทแห่งหนึ่งเข้ามาเจรจากับเขา เพราะสืบจากเพื่อนร่วมอาชีพว่าเสือน้อยต้องการติดป้ายขนาดใหญ่ซึ่งตัวบริษัทนี้เองเสือน้อยก็กำลังคิดจะติดต่อไปอยู่พอดี
พนักงานขายแอบคิดในใจเมื่อยามเจอหน้า“จะไหวจริง ๆ หรือ? ไอ้หนูหน้าละอ่อนนี่มันจะมีเงินทองมากขนาดนั้นเชียว?”
ยังโชคดีที่เสือน้อยตามพ่อกับแม่มาช่วยดูด้วยเพราะว่ายังไงก็ต้องไปเห็นของจริงก่อน
จึงชักชวนพ่อแม่มาดูด้วยไม่เช่นนั้นคงเสียดายเวลาแย่โชคดีที่เสือน้อยคิดพาพ่อแม่ไปด้วยพนักงานขายจึงชื่นใจขึ้นมาหน่อยตอนแรกใจเขาฝ่อนึกว่ามาผิดที่เสียแล้ว
หลังจากไปดูป้าย LEDและเทคโนโลยีของบริษัท ก็ปรากฏว่าเป็นที่พึงพอใจ
แต่ก่อนที่พนักงานขายจะปิดการขายทางเสือน้อยพูดขึ้นว่า “ตัวผมไม่ได้จะทำแค่ป้าย ๆ เดียวนะ ราคาถ้าแพงเกินเจ้าอื่นมากบางทีผมก็อาจไปใช้บริการเจ้าอื่นก็ได้ ในกรณีของป้ายอื่น ๆ นะครับ”
พนักงานขายคิดอยู่แป๊บหนึ่งก่อนที่จะไปเรียกผู้จัดการฝ่ายขาย ออกมาคุยกับเสือน้อยด้วยตัวเองเสือน้อยก็บอกว่าต้องการติดตามที่ต่าง ๆ ทั่วทั้งตัวเมืองปทุมก่อนขยายออกไปจุดอื่น
อย่างต่ำ ๆ ป้ายขนาดกลางก็สิบป้ายกว่าๆ เสือน้อยเผยจำนวนสินค้าล็อตใหญ่ที่เขาต้องการ และก็แน่นอนว่าได้ส่วนลดกลับบ้านมาไม่น้อยเลยจริง ๆ เมื่อเทียบกับเจ้าอื่น!
“ทว่าเขามีป้ายแล้วแต่ใครล่ะจะทำโฆษณา?” เรื่องนี้เขาก็ลืมคิดไปเสียได้
แต่โชคดียังมีเวลาเหลือเพราะต้องก่อสร้างเพื่อติดตั้งป้าย จึงใช้เวลาเยอะอยู่พอสมควร เขาก็ได้ไปว่าจ้างบริษัทมืออาชีพที่พอมีผลงานปรากฏอยู่บ้างแล้วให้มาออกแบบให้กับโฆษณาภาพนิ่ง พร้อมภาพเคลื่อนไหวให้ธุรกิจเขาทั้งหมดจึงทำให้ได้ส่วนลดมาเยอะมาก
เพราะบริษัททำโฆษณานั้นมองเขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ทำงานกันได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะโปสเตอร์สินค้าในร้านระฆังทองพวกเขามองถึงก้อนชิ้นเนื้อก้อนโต จึงมีส่วนลดแบบเอาใจเสือน้อยสุด ๆ
หลังจากใช้เวลาอยู่เป็นอาทิตย์ในการติดทนายรักได้ดำเนินเรื่องป้ายไปนานแล้ว เขายื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ
ผ่านไปไม่นานป้ายตรงสี่แยกปทุมวิไลติดตั้งเสร็จเสือน้อยพอใจผลงานมากทันทีที่แหงนหน้ามองเขาจึงติดต่อสั่งให้มาติดที่โรงเรียนกวดวิชาอีกหนึ่งป้ายโดยผสานความร่วมมือกับลุงถิ่นร่วมด้วยช่วยกัน
……
ร้านทองสุข
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ‘ออย’ ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของร้านทองสุขเสือน้อยจ้างให้เขามาคุมร้านในช่วงเช้า
แต่พอเรียกมาคุยเจ้าตัวกลับบอกว่า“ตอนเลิกเรียนพี่จ้างผมเพิ่มก็ได้ ผมพร้อมทำ!”
หลังจากนั้นเสือน้อยจึงให้ออยพาพ่อแม่มาคุยเพราะอายุต่ำเกินไป ประเดี๋ยวโดนข้อหาใช้แรงงานเด็กให้ผู้ปกครองอนุญาตก่อนจะดีกว่า
จึงปรากฏภาพเด็กหนุ่มใส่ผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลยืนยิ้มแป้นต้อนรับลูกค้า
หลังจากทางผู้คุมร้านทองสุขทั้งสองปรึกษาวางแผนกันเสร็จสรรพตามที่เสือน้อยได้มอบหมายให้ พวกเขาจึงเลือกช่วงเวลาตีสามถึงหกโมงเช้า
ให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จะได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ฟรี ๆ ไม่คิดค่าชั่วโมง
ส่วนการสั่งพิมพ์งานก็ลดราคาให้ครึ่งหนึ่งหรืออาจจะมากกว่านั้น โดยที่ใช้บัตรนักเรียนยืนยัน นี่เป็นแผนซึ่งเสนอจากพี่เจมส์พี่ฉาย
ในขณะทั้งคู่กำลังเสนอผลงานให้กับนายน้อยพี่เจมส์ถามขึ้น “แล้วเราจะแยกได้อย่างไงกับคนที่ฐานะยากจน ขาดโอกาสจริง ๆ” เรื่องนี้เขาจนปัญญาแม้จะใช้บัตรนักเรียนแล้วก็ตามเถอะ แต่ในบัตรมันไม่ได้บอกความรวยจนของคนนี่หว่า
เสือน้อยระบายยิ้มสดใสตอบ
“เราทำบุญอย่าได้ไปคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเรื่องหยุมหยิมดังนั้นจะรวยก็ดีจะจนก็ช่าง ถ้าเขาเข้ามาในเวลาที่กำหนด ก็ถือเสียว่ายกสิทธิ์นั้นให้เขาไปบางคนพ่อแม่พอมีเงิน ก็ใช่ว่าจะให้เงินติดตัวมาโรงเรียนเยอะแยะเสียเมื่อไหร่คิดให้เป็นสุขมันก็สุขใจ”
ประโยคหลังเขาก็จำมาจากพระครูอีกทีเป็นถึงศิษย์เอกของมหาไผ่เสียทีก็ต้องจำให้มาก ๆ หน่อย
ลูกน้องสามคนก็หันไปมองเจ้านายของตนที่แววตาสุกสกาวราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า สะท้อนผ่านม่านตาออกมา ทำให้คนรอบด้านสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอิ่มเอิบและอิ่มใจ
หลังจากนั้นทางร้านก็ติดป้ายไวนิลแนวตั้งติดอยู่ข้างหน้าร้านบนป้ายพรรณนาเหตุผล
เนื่องจากทางร้านทราบว่ามีเด็กนักเรียนหลายคนขาดโอกาสในการเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต ดังนั้นทางร้านจึงขอใช้ช่วงเวลา‘ตีสามถึงหกโมงเช้า’ ช่วยเหลือโดยให้นักเรียนให้ใช้คอมพิวเตอร์ได้ฟรีไม่คิดเงินค่าชั่วโมง
ส่วนการสั่งพิมพ์งานจะลดราคาให้พิเศษแถมยังทิ้งท้ายว่ากรุณานำบัตรนักเรียนมาด้วย
แน่นอนว่าเลยจากหกโมงเช้าไปเปิดกิจการปกติและราคาก็ปกติ ถึงจะเมตตาแต่ธุรกิจก็ยังคงต้องทำต่อไป