ดิน น้ำ ลม ไฟ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็ธาตุที่ธรรมชาติสร้างสรรสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น หากแม้นผู้ใดสามารถทำตนให้ธรรมชาติยอมรับและประสานรวมเป็หนึ่งกับธรรมชาติได้ ผู้นั้นก็จะเป็ผู้ได้รับพลังในการควบคุมธรรมชาติชื่อนั้นคือ "คาชิ"
เมื่อ200ปีก่อน มหาาศักดิ์สิทธิ์ระหว่างกองอัศวินพาโรไรน่าและและนักรับแห่งเรบันต์ที่กินระยะเวลายาวนานกว่า100ปี โดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะจบลงแต่อย่างใด กลิ่นคราวเืที่คละคลุ้งไปทั่วทุกอาณาบริเวณ แม่น้ำลำธารต่างแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉาน เสียงกรีดร้องและเสียงดาบสอดแทรกโสดประสาทหูอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนซากศพที่ถูกทับถมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกลับโลกได้เดินทางมาถึงจุดจบแล้ว ในเวลานั้นเด็กหนุ่มผู้ที่ถูกธรรมชาติเลือกก็ได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับความหวังใหม่
เด็กหนุ่มผู้ได้รับพรทั้ง 5 ประการจากธรรมชาติ
ผู้ที่มีทั้งพละกำลังดุจขุนเขา
ปัญญาดุจมหาสมุทร
ว่องไวดั่งวายุ
มุ่งมั่นดั่งเปลวเพลิง
และเปล่งประกายดั่งแสง
เพียงระยะเวลาไม่กี่ปีหลังจากการปรากฎตัวของเด็กหนุ่ม โลกก็ได้พบกับแสงสว่าง มหาาที่กินระยะเวลามาอย่ายาวนานก็ได้จบลง ใช่แล้วเด็กหนุ่มผู้นั้นเป็ผู้หยุดาลง หลังจากนั้นทั่วทั้งโลก
ได้ขนานนามนั้นว่า "บุตรแห่ง คาชิ"
โลก ณ ตอนนี้ถูกแบ่งออกเป็ 5 ทวีปใหญ่ๆโดยเป็ที่รู้กันว่าแต่ละทวีปล้วนถูกแบ่งสันปันกันราวกับประสงค์ของพระผู้เป็เ้า แม่น้ำ มหาสมุทรและขุนเขา โอบล้อมแบ่งแยกกั้นเขตแดนแต่ละทวีปอย่างชัดเจน ในแต่ละทวีปต่างก็ถูกปกครองด้วย 5ประเทศมหาอำนาจใหญ่อันได้แก่
- ลมหายใจแห่งั"สาธารณรัฐชาร์ม"
- แสงแห่งความหวัง "พาโรไรน่า"
- คมดาบแห่งอัศวิน "ฟอร์ส"
- จอกแห่งทวยเทพ "บาบารัน"
- ดวงตาแห่งอิกดราซิล "สหพัธรัฐโนวา"
ชิออนเมืองหลวงของ ลมหายใจแห่งั "สาธารณรัฐชาร์ม"
ตูมตูม ตูมมม!! เสียงะเิดังติดต่อกันถึง 3ครั้งเผยให้เห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่โพยพุ่งออกจากป่าทางทิศตะวันตกของชิออน กลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยปกคลุมป่าเป็วงกว้างไม่กี่อึดใจภายหลังกลุ่มควันเริ่มจางลงก็เผยให้เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งร่างสูงใหญ่ กำยำ ดวงตาคมเข้มดุจมัจจุราช ผมสีเหลืองทองแผ่กระจายยาวดุจราชสี มือข้างหนึ่งหิ้วเด็กทารกแรกเกิดส่วมมืออีกข้างหนึ่ง ตั้งท่าคล้ายกำลังต่อสู้อยู่ รอบๆข้างถูกล้อมด้วยชายสวมเสื้อเกราะสีเหลืองทองสิบกว่าคน
ชายผู้คล้ายเป็หัวหน้าของกลุ่มคนดังกล่าวร้องะโ
"ส่งตัวเด็กนั่นมา ! "
ชายวัยกลางคนไม่ตอบคำเพียงยิ้มออกมาเล็กน้อย
ผู้เป็หัวหน้าเมื่อเห็นชายวัยกลางคนไม่สนใจจึงตั้งท่ายกมือขวาและมือซ้ายขึ้นประสานกัน เหนือศรีษะ ชั่วพริบตา ปรากฎเพลิงไฟห่อหุ้มมือทั้งสองนั่นเอาไว้ ความร้อนจากเปลวไฟดังกล่าวนั้นแผดเผาให้ต้นไม้ในบริเวณรอบๆเกิดการคลายน้ำเป็ไอ ค่อยๆระเหยขึ้นสู่ท้องฟ้า
ผิดคาดชายวัยกลางคนเมื่อได้เห็นเช่นกลับไม่ได้แสดงอาการวิตกกังกลใดๆ ไม่ได้เกิดอาการกลัวแต่อย่างใดที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือ หน้าตาที่นิ่งเฉย ไม่มีอาการแสดงสีหน้าใดๆ ใบหน้านั้นราวกับราชสีห์ที่กำลังรอเวลาที่จะจู่โจมเหยื่อ ราวกับเื่มหัศจรรย์ที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอันใด เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ใหญ่ ราวกับระฆังสั่งเริ่มยก ชายวัยกลางคนสีหน้านิ่งเฉยพร้อมกับตั้งท่าราวกับจะเกิดการห้ำหั่นกันภายในไม่กี่อึดใจหลังจากนี้ เป็ไปตามคาดไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นชายวัยกลางคนสืบท้าวข้างหนึ่งออกมาข้างหน้าพร้อมกับกระทืบเท้าข้างนั้นลงพื้น
ตูมม!!!เมื่อพื้นที่กระทืบยุบลงไปเป็รอยกว้างก่อเกิดเป็รอยวงกลมขนาดใหญ่แรงลมกระจายออกเป็วงกว้างถึงขนาดที่ต้นไม้ใหญ่ในบริเวณรอบๆพอกระทบเข้ากับแรงลมต่างก็สั่นไหวโดยพร้อมเพรียง ไม่ต่างจากภายุใหญ่ที่กำลังเข้าปะทะ
เปรี้ยะๆๆ... เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้า ปรากฎเป็ประกายไฟฟ้าสีเหลืองทองห่อหุ้มร่างชายวัยกลางคนนั้นเอาไว้
ชายวัยกลางคนไม่รอช้ากระทืบเท้าอีกครั้งหนึ่ง
ซึบ!!คราวนี้กลับไม่ใช่แรงะเิเหมือนครั้งก่อนกับเป็แรงเหยียบที่เบาเงียบใช่แล้วชั่วพริบตาเดียวชายวัยกลางคนหายไปอย่างรวดเร็วเหลือทิ้งไว้เพียงประกายไฟสีเหลืองรางๆ ยังไม่ทันที่เหล่าทหารเกราะสีทองจะตกตะลึง
ซึบ!เสียงดังอีกครั้งที่ด้านหลังชายผู้เป็หัวหน้าเหล่าทหารเกราะสีทอง
เสี้ยววินาทีก่อนที่จะหันไปดู
ปังง!!! ชายผู้เป็หัวหน้าถูกเตะเข้าที่ด้านหลังทันที
พริบตาเดียวนั้นร่างก็กระเด็นชนเข้ากับเหล่าทหารเกราะทองล้มไม่เป็กระบวน ก่อนจะลอยระลิ่วไปไกลหลาบสิบเมตร ลากยาวไปตามพื้นเป็ทางไกล เสียงดังตัง! เมื่อร่างของชายที่เป็หัวหน้า กระทบเข้ากับต้นไม้ใหญ่สั่นไหวจนใบไม้ร่วงหล่นเต็มพื้น
ชายผู้เป็หัวหน้าร่างกายรู้สึกชา จนขยับไม่ได้ ราวกับถูกช็อตด้วยไฟฟ้าได้แต่เกร็งตัวรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด หันหน้าไปยังทิศทางที่ปลิวมาเห็นชายวัยกลางคนในมือหิ้วเด็กทารกอยู่
ที่แท้เขาถูกชายวัยกลางคนเตะกระเด็นมาในใจได้แต่นึกย้อนกลับไป ชีวิตนี้ข้าผ่านศึกมานับร้อย ประสบพบเจอผู้กล้ามากมาย ล้วนมิเคยพ่ายแพ้หนักถึงเพียงนี้ ในใจได้แต่ งงงัน หลังจากนั้นตนก็สิ้นสติสลบไป . . .
15 ปีต่อมา
"เร่เข้ามาครับเร่เข้ามา "
"เชิญเลือกซื้อได้ตามสบายเลยนะค่ะ"
เสียงพ่อค้าแม่ค้าะโขายของกันอย่างครึกครื้นบริเวณใจกลางเมือง เป็ภาพที่มีให้เห็นได้ทุกวันที่เมืองอูเบแห่งนี้
เมืองอูเบเป็เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐชาร์ม เป็เมืองท่า ค้าขายที่ใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ทุกๆวัน จะมีผู้คนมากหน้าหลายตาแห่กันเข้ามายังเมืองแห่งนี้ไม่เว้นแม้แต่กองคาราวานจากประเทศข้างเคียง
พูดให้ถูกคือพ่อค้าจากเมืองต่างๆมักจะเรียกชื่อเมืองนี้อีกชื่อหนึ่งว่า"เมืองที่ไม่เคยหลับไหล"
ถัดจากย่านค้าขายใจกลางเมืองที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ
ทางด้านซ้ายของใจกลางเมืองไม่ไกลจากฝูงคนเนืองแน่นนั้น มีร้านอาหารขึ้นชื่ออยู่ร้านนึงคือร้าน "โทราเปียมีท "
ใช่แล้วล่ะมันคือร้านสเต็กขึ้นชื่อนามว่า"โทราเปียมีท "ที่ทุกๆวันจะมีผู้คนแวะเวียนมาลิ้มลองสเต็กรสเลิศจากที่นี่อย่างล้นหลามไม่แพ้ย่านการค้าใจกลางเมืองเลยทีเดียว
"สเต็กสันนอก2 ที่ ขากบอบไวน์แดง 1 ที่"
"เห้สเต็กวาฬ 1 ที่ได้รึยัง"
เสียงชายหนุ่มะโสั่งสเต็กไปมาเป็ภาพบรรยากาศติดตาของผู้ที่เคยมายังร้านแห่งนี้
โทราเปียมีทแม้จะเป็ร้านสเต็กที่ขึ้นชื่อแต่ภายในกลับตกแต่งอย่างธรรมดาๆโต๊ะไม้เก่าๆไม่กี่โต๊ะ บาร์นั่งอีกไม่กี่ที่ถ้าจะชวนให้นึกถึงร้านอาหารในเมืองเล็กๆก็คงไม่แปลก
"เห้ชาร์ล สเต็กเนื้อสัน 2 ที่ได้รึยัง"
เสียงพ่อครัวร่างอ้วนใหญ่หนวดเครารุงรัง เอ่ยปากถาม ผู้ช่วยที่อยู่ในครัว
เผยให้เห็นผู้ช่วยพ่อครัวรูปร่างผอมสูง ผมสีน้ำเงินเข้มที่ยาวปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นดวงตาใต้ผมนั้น
"ได้แล้วครับเซอร์เมเบิล " ชาร์ลพูดพลางยื่นจานสเต็กส่งให้ชายร่างอ้วนที่ชื่อเมเบิล
"เพิ่มเสต็กขากบ2ที่ กับ สเต็กสันกวางอีก 1 ที่ ด่วนน! "
"รับทราบเซอร์เมเบิล "
"ให้ตายสิเลิกเรียกฉันแบบนั้นสักที รีบไปทำมาได้แล้ว "
"Yesเซอร์เมเบิล "
ชาร์ลรับคำแล้วรีบวิ่งกลับไปยังหน้าเตาเพื่อทำงานต่อด้วยหน้าตาที่มอมแมมเต็มไปด้วยคราบน้ำมันและควันจากเตาถ่าน
ที่ครัวแห่งนี้จะมีแค่ชาร์ลและเมเบิล2 คนเท่านั้นที่รับหน้าที่ดูแลครัว ส่วนพนักงานคนอื่นๆล้วนแล้วแต่รอรับเมนูกับแขกที่อยู่ด้านนอกทั้งหมดถึงแม้ชาร์ลเองจะไม่ทราบถึงเหตุผลที่ทำไมเมเบิลถึงไม่ยอมให้ใครเข้ามาในครัวนอกจากเขาก็ตามแต่ทุกครั้งที่ได้ทำอาหารกับเมเบิลชาร์ลจะมีความสุขจนลืมความเหนื่อยล้าไปซะทุกครั้งเลยถึงแม้นี่จะเป็วันอาทิตย์ที่ผู้คนจะมากเป็พิเศษก็ตามชาร์ลก็ไม่ได้แสดงอาการเหนื่อยล้าแต่อย่างใด
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้แหละ เหนื่อยหน่อยนะทุกคน"เมเบิลพูดขอบคุณเหล่าพนักงานเหมือนทุกๆวัน ภายหลังร้านปิดอย่างเช่นเคย
"ยู้วหู้ว คุณเมเบิลนี่เข้าใจลูกน้องได้ดีที่สุดจริงๆเล้ย"พนักงานคนหนึ่งะโพร้อมแสดงท่าทางดีใจ
"เหนื่อยอย่างนี้ต้องไปแวะหาน้องมี่จังให้นวดสักหน่อยแล้ว" พนักงานอีกคนร้องเสริม
เหล่าพนักงานเริ่มแยกย้ายกันกลับนี่ก็เป็ภาพที่มีให้เห็นทุกวัน ถึงแม้วันนี้เหล่าพนักงานจะรีบกลับกันเป็พิเศษก็ตาม
จะเหลือก็แต่ชาร์ลและเมเบิลที่จะคอยปิดร้านกันแค่2คน ชาร์ลและเมเบิลั้แ่เปิดร้านนี้ขึ้นมาเมื่อ12 ปีก่อนก็จะทำความสะอาดและปิดร้านกันแค่2 คนมาโดยตลอด
(ถึงแม้ความเป็จริงจะมีแค่ชาร์ลที่ทำคนเดียวก็ตามเถอะ- -*)
"นี่ชาร์ลวันนี้ฉันขอตัวกลับก่อนนะ พอดีมีธุระนิดหน่อยนะ ฝากเก็บร้านต่อด้วยล่ะ"
"อีกแล้วหรอ.. งั้น เดินทางปลอดภัยนะครับ เซอร์เมเบิล"
"บอกให้เรียกเมเบิลเฉยๆไงเอาเถอะยังก็เก็บร้านดีๆ ฉันไปก่อนละ"
"Yesเซอร์เมเบิล" ชาร์ลขานรับอย่างทุกๆครั้งที่ผ่านมา
ทุกๆวันอาทิตย์เมเบิลจะต้องขอออกไปทำธุระทุกๆครั้งชาร์ลเองก็สงสัยและเคยถามอยู่หลายครั้ง แต่เมเบิลมักจะบ่ายเบี่ยงไม่ตอบสักครั้งซึ่งชาร์ลเคยคิดจะตามไปดูอยู่หลายครั้งแต่ก็ดันต้องอยู่เก็บร้านต่อแบบนี้ทุกครั้งไป
แต่ในวันนี้...
"อย่าคิดว่าจะปิดความลับผมได้นะเซอร์ลุงเมเบิล" ชาร์ลพูดกับตัวเองอย่างมีลับลมคมใน
"รีบตามไปเถอะที่นี่ปล่อยให้พวกเราจัดการเองเถอะ"
เสียงรอดมาจากด้านหลังของร้านเผยให้เห็นพนักงานหลายคนที่รีบแยกย้ายกันกลับไปก่อนหน้านี้
"ขอบคุณพวกนายทุกคนนะแล้ววันหลังฉันจะเลี้ยงคืนให้นะ" ชาร์ลยิ้มพลางรีบมองหาทางที่เมเบิลเดินไป
ที่แท้ชาร์ลได้ขอร้องให้พนักงานคนอื่นๆมาช่วยเก็บร้านเพื่อจะได้ตามไปดูเมเบิลนั่นเอง
ชาร์ลรีบวิ่งออกมาจากร้านตามมายังทางที่เคยเห็นเมเบิลเดินผ่านไปแม้จะเป็ตอนกลางคืนแล้วก็ตามแต่ ทั้ง2 ข้างทางที่ชาร์ลวิ่งกลับเด็มไปด้วยแสงสว่างและผู้คนที่พรุกพร่าน
พูดให้ถูกก็คืออูเบในตอนนี้ แทบไม่ต่างจากตอนกลางวันเลย
ชาร์ลรีบวิ่งมาเรื่อยๆในทางที่เคยเห็นเมเบิลเดินผ่าน ยิ่งวิ่งยิ่งรู้สึกแปลกใจเพราะทั้ง 2ข้างทางก็เริ่มมืดลงขึ้นเรื่อยๆประกอบกับผู้คนก็แทบจะไม่เห็นเลย ในที่สุดชาร์ลก็ตามจนทัน ชาร์ลรีบเข้าไปหลบในมุมมืดของเสาไฟข้างๆเพื่อที่จะไม่ให้เมเบิลมองเห็น
เมื่อค่อยๆมองดูรอบๆ ก็เห็นเมเบิลหยุดอยู่ตรง หน้าโบสถ์แห่งหนึ่งด้านหน้ามีทหารสวมเกราะเหล็ก เดินไปมา ดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่สถานที่ๆคนธรรมดาจะเข้าไปได้แน่นอน
เมเบิลหยุดคุยกับทหารหน้าโบสถ์พูดคุยกันไม่กี่คำก็เดินเข้าไปยังด้านใน
ยามแสงไฟเริ่มสาดส่องมายังโบสถ์แห่งนี้พร้อมๆกับที่สายตาของชาร์ลเริ่มที่จะชินกับตอนกลางคืนชาร์ล ค่อยนึกขึ้นได้ว่าสถานที่แห่งนี้คือ โบสถ์นั่นเอง
ชาร์ลเองเติมโตอยู่ในเมืองนี้มานานย่อมเคยวิ่งผ่านมาบ้างแต่ถูกเมเบิลสั่งห้ามั้แ่เด็กไม่ให้เข้ามายุ่งกับโบสถ์แห่งนี้ไหนเลยจะเคยเข้าไปด้านในยิ่งตอนนี้มีทหารมากมายคอยเฝ้าอยู่คงเป็เื่ยากยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ั้แ่เล็กจนโตชาร์ลแม้จะจับมีดเข้าครัวมาโดยตลอดแต่จะให้มาสู้กับทหารที่ร่างกายกำยำ หนำซ้ำอาวุธยังครบมืออีกค่ำคืนนี้คงได้แต่ถอดใจ ขณะที่ชาร์ลกำลังหมดหวังและคิดจะเดินกลับนั้นเอง
"ล้อมเอาไว้ให้หมดแม้แต่หนูตัวเดียวก็อย่าให้ออกมาได้"
ชายร่างบางผู้สวมเกราะสีขาวะโสั่งทหาร
เหล่าทหารสวมชุดเกราะสีเงินจำนวนหลายสิบคนวิ่งกรูเข้าล้อมโบสถ์เอาไว้ ทหารเ่าั้ชาร์ลพอดูออกว่าเป็ทหารของสาธารณรัฐชาร์ม
ชายร่างบางผู้สวมชุดเกราะสีขาวค่อยๆเดินเข้ามาจนหยุดอยู่ตรงหน้าเหล่าทหารที่ตั้งท่าคล้ายจะขัดขวางการเข้าไปในโบสถ์
แสงยามราตรีเมื่อสาดต้องเข้ากับชุดเกราะสีขาวของชายร่างบางนั้น ถ้าจะให้เปรียบเทียบจะเรียกว่าเหมือนเพชรที่ส่องประกายในยามราตรีก็ไม่แปลก
"หลีกไปซะพวกเ้าหาได้คู่ควรกับดาบของข้าไม่"
ชายร่างบางสั่งให้ทหารเฝ้าโบสถ์ถอยออกไป
เหล่าทหารผู้เฝ้าทางเข้าโบสถ์พอได้ยินชายร่างบางพูดกลับไม่มีท่าทีจะถอยหนีพร้อมใจกันจับดาบและโล่วิ่งกรูเข้ามาเพื่อขัดขวางชายร่างบาง
ชายร่างบางผู้สวมชุดเกราะสีขาวกางมือทั้ง2ข้างออก เกิดเป็วงแหวนเวทย์แปดเหลี่ยมขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมายังใต้เท้า
"เหล่าแสงแห่งดวงดาวที่เจิดจ้าในยามราตรีทั้งหลายเอ๋ย โปรดมอบพลังให้กับข้าเพื่อลงทัณฑ์มนุษย์ผู้โง่เขลาเหล่านี้ด้วยเถิด "
แสงสีขาวเจิดจ้าแผ่กระจายออกจากวงเวทย์นั่นเป็วงกว้างไม่ช้า ลำแสงจากดวงดาวนับพันดวงก็พุ่งตรงลงมาจากฟ้าพุ่งเข้าใส่เหล่าทหารที่เฝ้าโบสถ์
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!
เสียงะเิขนาดใหญ่ดังขึ้นแสงเจิดจ้าสีขาวแผ่ออกไปทั่วท้องฟ้า ทำให้ทั่วทั้งเมืองสว่างวาบในชั่วพริบตา เมื่อแสงเริ่มซาลง ก็เผยให้เห็นแต่ความว่างเปล่าเหล่าทหารที่วิ่งกรูเข้ามาตอนแรกไม่หลงไว้แม้แต่เศษชุดเกราะไม่เว้นแม้แต่โบสถ์ที่หลงเหลือไว้เพียงเศษซากปรักหักพังกองใหญ่ชาร์ลเองพึ่งเคยเห็นสิ่งที่ไม่คาดฝันเป็ครั้งแรกในใจทั้งแตกตื่นทั้งลนลาน ผ่านไปชั่วเวลาหนึ่งจึงค่อยๆเรียกสติกลับคืนมาพร้อมกับรีบมองหาเมเบิลที่อยู่ในโบสถ์แต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย
ที่ด้านหน้าของชายร่างบางนั่นมีเพียงแต่เศษซากปรักหักพังของโบสถ์ที่พังยับเยิน
"เมเบิลลลลลลลลลลลลลลลลลล!!!!!!"ชาร์ละโร้องหาชายชายร่างอ้วนที่เลี้ยงดูเขามาอย่างบ้าครั่งพลางวิ่งมายังซากปรักหักพังของโบสถ์
"เมเบิล..เมเบิล นายอยู่ที่ไหน ..."
สายตาทุกคู่จับจ้องมายังชาร์ลไม่เว้นแม้แต่ชายหนุ่มร่างบางผู้ร่ายเวทย์แห่งดวงดาวนั่น
"เมเบิลๆเมเบิล ตอบฉันที นายอยู่ที่ไหน!!"ชาร์ลพูดพลางคุ้ยซากปรักหักพังของโบสถ์เพื่อควานหาเมเบิล
ไม่นานมือของชาร์ลก็ชุ่มไปด้วยเืเพราะโดนเศษซากปรักหักพังทิ่มแทงแต่ชาร์ล ยังคงคุ้ยซากปรักหักพังนั่นต่อไป ราวกับไม่รู้สึกถึงความเ็ปนั่นเลย
ชาร์ลจับเศษไม้ด้วยมือที่ชุ่มไปด้วยเืพร้อมกับทำตาถลึงใส่ชายร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"แก!!คืนตาลุงเมเบิลนั่นมาเดี๋ยวนี้ เอาคืนมานะเฟ้ยยย!!!! "ชาร์ลพูดพลางกำเศษไม้แน่นหมายจะวิ่งเข้าไปต่อสู้กับชายร่างบาง
เหล่าทหารที่มากับชายร่างบางจับอาวุธแน่นตั้งท่าคล้ายจะวิ่งเข้ามาจัดการกับชาร์ล
"ช้าก่อน" ชายร่างบาง ปัดมือสั่งห้ามเหล่าทหาร
"เมเบิลข้ารู้ว่าท่านยังอยู่ปรากฎตัวออกมาเถิด" ชายร่างบางพูดพลางยืนมือไปยังด้านหน้าใช้นิ้วชี้วาดเป็วงแหวนเวทย์3เหลี่ยม 2 รูปซ้อนทับกัน ปรากฎเป็แสงสีขาวเจิดจ้าอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับลำแสงสีขาวสายหนึ่งพุ่งตรงออกจากวงเวทย์ไปยังชาร์ล
ทันใดนั้นเองเงาสีดำขนาดใหญ่ก็ปรากฎขึ้นยังด้านหน้าของชาร์ล
ตูมมมมมมมม!!!!!!
ลำแสงนั่นปะทะเข้ากับเงาสีดำขนาดใหญ่เกิดเป็แรงะเิขนาดใหญ่ซัดชาร์ล ล้มกระเด็นม้วนหงายหลังไปหลายเมตร
ชาร์ลค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาดูเงานั่นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าชาร์ล คือคนที่เค้าโหยหา
ใช่แล้วเงาสีดำขนาดใหญ่นั่นก็คือเมเบิลนั่นเอง น้ำตาแห่งความปลื้มปิติก็ค่อยๆหลั่งออกมาโดยไม่รู้ตัว
ยังไม่ทันที่ชาร์ลจะเอ่ยปากถาม
"ท่านยังไม่ตายจริงๆด้วยสินะ เมเบิล" ชายหนุ่มร่างบางผู้สวมเกราะเหล็กสีขาว พูดพลางใช้นิ้วชี้วาดวงแหวนเวทย์แบบเดิมอีกครั้งลำแสงสีขาวแบบเดิมก็พุ่งตรงเข้าใส่เมเบิลอย่างรวดเร็ว
"รังแกเด็กแบบนี้มันไม่เหมาะกับเป็เ้าเลยนะแม็กสตาร์" เมเบิลตอบพลางใช้มือปัดลำแสงที่พุ่งออกมา ราวกับการปัดเศษก้อนหินธรรมดาๆก้อนหนึ่ง แสงสว่างวาบไปทั่วเมืองอีกครั้งเมื่อลำแสงสีขาวนั่นถูกเมเบิลปัดหายไปในท้องฟ้ายามราตรี
"เ้าเองก็ตามหามันอยู่สินะ?"เมเบิลเอ่ยถาม
คราวนี้เมเบิลเริ่มวาดวงเวทย์คืนบ้าง
เมเบิลใช้ฝ่ามือทั้ง2ข้างยืดออกไปยังด้านหน้าวาดเป็วงแหวนเวทย์หกเหลี่ยมขนาดใหญ่2 วง
ไม่นานมือทั้ง2นั่นก็ถูกหุ้มไปด้วยเปลวเพลิง
ดวงตาทั้ง 2 ของแม็กสตาร์เปิดกว้าง พร้อมกับนึกคิด "นั่นหนะหรือเวทย์ประสานกายที่1ใน100,000คนเท่านั้นที่จะมีเวทย์ของผู้ที่ถูกเลือก หรือในอีกชื่อหนึ่ง เวทย์หมัดแห่งคา..."
ในขณะที่แม็กสตาร์ยังคิดไม่ทันจบก็รู้สึกร้อนวาบที่ด้านหน้า ทันใดนั้นเงาร่างใหญ่อ้วนก็ปรากฎอยู่ด้านหน้า
ใช่แล้วนั่นคือเมเบิลเองเมเบิลไม่รอช้า ชกตรงไปยังหน้าของแม็กสตาร์
ปังงงง!! เสียงหมัดประทะเข้ากับหมวกของชุดเกราะ แม็กสตาร์
แม็กสตาร์รู้สึกเหมือนใบหน้าถูกซัดเข้าด้วยลูกอุกบาตขนาดใหญ่ร่างปลิวรอยลากพื้นยาวออกไปหลายเมตร หมวกหลุดกระเด็นไปคนละทาง
เหล่าทหารที่มากับแม็กสตาร์เห็นท่าไม่ดีวิ่งกรูกันเข้ามาหมายจะขัดขวางเมเบิลกำหมัดแน่นหลังจากนั้นรัวหมัดไม่หยุดใส่อากาศเมื่ออากาศััเข้ากับความร้อนของเปลวเพลิงจากมือของเมเบิลก็กลายเป็ก้อนไอน้ำนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เหล่าทหาร
ปัง! ปัง! ปัง!...
เมื่อก้อนไอน้ำกระทบเข้ากับเกราะของเหล่าทหารซัดกระเด็นกระจัดกระจายไปคนละทาง
แม็กสตาร์ค่อยๆลุกขึ้นพร้อมๆ ใบหน้าภายใต้หมวกที่หลุดเผยให้เห็น ดวงตาอันสง่างาม ผมสีชมพูเรียวยาวถึงหลังผิวพรรณมองดูแล้วสง่างามยิ่งกว่าหญิงวัยสะพรั่งเสียอีก
"สมแล้วที่เป็ท่าน เมเบิล" แม็กสตาร์พูดพลางเอามือลูบใบหน้าที่ร้อนฉ่าจากการถูกต่อย
"สิ่งที่เ้าตามหาหนะคือ เวทย์นั่นใช่หรือไม่ " เมเบิลปั้นหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะพูดต่อ
"เวทย์ศักสิทธิ์ สมบัติที่หลงเหลือจากอดีตของ บุตรแห่งคาชิหนึ่งใน5 เวทย์มนตร์ในตำนาน
ลมหายใจแห่งั"