หลังจากที่หานคุนได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเรียบร้อยแล้ว หลิงซีจึงจ่ายค่ารักษาล่วงหน้าและให้เขาพักอยู่ที่โรงหมอจนกว่าาแจะหายดี ส่วนยาระงับพิษที่กินไปก่อนหน้าจะมีฤทธิ์อยู่ได้ประมาณหนึ่งเดือน หานคุนย่อมรู้ดีว่าตนเองถูกพิษเขาย่อมสามารถหาวิธีถอนพิษให้ตนเองได้แน่ หลิงซีจึงไม่ได้เป็ห่วงเื่นี้แต่อย่างใด
หลิงซีกลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในกระท่อมไม้ไผ่ของเขาเช่นเดิมเพิ่มเติมคือระแวดระวังตัวเองมากขึ้น ถึงแม้เขาจะมั่นใจว่าจี้ผิงจะไม่มีทางสืบเื่อะไรต่อมิอะไรมาถึงตัวเขาได้แน่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจประมาทฝีมือของแม่ทัพใหญ่ไร้พ่ายผู้นั้นได้
จนเมื่อเวลาล่วงเลยไปอีกเจ็ดวัน หลิงซีก็ได้พบกับบุคคลสองคนที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่ควรที่จะมาอยู่ในบ้านของเขา
แม่ทัพใหญ่ไร้พ่ายมาพร้อมกับกุนซือปีศาจ ทั้งสองกำลังนั่งดื่มชาที่โต๊ะไม้ไผ่ใต้ต้นสาลี่ป่าที่หลิงซีจงใจเหลือเอาไว้ตอนสร้างกระท่อม
...ทำไมสองคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ นั่นเป็สิ่งที่หลิงซีสงสัยเป็อย่างมาก
และดูเหมือนท่านแม่ทัพจะไม่ปล่อยให้หลิงซีได้สงสัยนาน เขาเริ่มพูดอธิบายอย่างเสร็จสรรพพร้อมกับ ‘ยัดเยียดตัวเอง’ ให้เข้ามาอยู่ในบ้านของหลิงซีได้อย่างชอบธรรม
“ข้ามาที่นี่เพื่อตอบแทนเื่ที่เ้าช่วยข้าเอาไว้เมื่อคราวก่อน ส่วนเขาเป็พี่ชายของข้าชื่อหานหลิน เขาอยากมาขอบคุณเ้าด้วยตัวเองพวกเราจึงมาที่นี่กัน”
“..ข้าก็บอกไปแล้วว่าที่ข้าช่วยท่านเพราะข้าสามารถช่วยได้ ไม่ได้คิดที่จะให้ท่านมาเป็หนี้บุญคุณหรือตอบแทนอะไรให้ข้า”
สู้พวกเราต่างคนต่างอยู่อย่าได้พบเจอ อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกันไปมากกว่านี้มันจะไม่ดีกว่าหรือ..ความคิดนี้ดังอยู่ในหัวหลิงซีรอบหนึ่งก่อนจะกลืนคำพูดเ่าั้ลงคอไปอย่างเงียบๆ
“เ้าไม่คิดมากแต่ข้าคิดมาก เ้าช่วยข้าเอาไว้ข้าย่อมต้องตอบแทน เอาเช่นนี้อย่างไรข้าก็อายุมากกว่าเ้าอาหลิงเ้ามาเป็ลูกบุญธรรมของข้าเถอะ ต่อไปข้าจะดูแลเ้าเอง”
ฮะ! ลูกบุญธรรมอย่างนั้นหรือ หลังจากย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง เขาก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากสถานะลูกบุญธรรมของคนคนนี้ได้อีกอย่างนั้นหรือ
“ไม่เอา”
หลิงซีไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว ความรู้สึกที่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ จะรักก็ไม่ได้จะแค้นก็ไม่ได้ อยู่ในฐานะลูกบุญธรรมไม่สามารถเป็อย่างอื่นได้ แม้ใจรักแต่อีกใจก็ยังรู้สึกผิด บาปหนากรรมหนักที่เขาต้องแบบรับมาทั้งชีวิตกำลังจะหมุนวนกลับมาอีกครั้ง?
ไม่เอาด้วยหรอก เขาไม่้าสถานะนั้นอีกแล้ว เขารักคนคนนี้ แม้จะไม่อยากผูกพันกันไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่รัก เขาแค่ไม่อยากให้เื่ราวต่างๆ มันหมุนวนไปในรูปแบบเดิม และที่สำคัญเขาไม่อยากเห็นใบหน้าโศกเศร้าของคนคนนี้ ไม่อยากเห็นแววตากระจ่างใสคู่นั้นต้องหม่นหมอง ในขณะที่ปักมีดเล่มนั้นลงมาที่ตัวเขา เขาไม่อยากเห็น ไม่อยากเห็นมันอีก…
“ทำไม เป็ลูกข้าไม่ดีตรงไหน?”
หลิงซีรีบดึงสติของตนเองกลับมาโดยเร็ว ตอนนี้เขาต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้สองคนนี้ออกไปจากบ้านของเขาได้อย่างแเี และวิธีนั้นคือต้องทำให้พวกเขาไม่อยากอยู่ที่นี่
“..ไม่ใช่ไม่ดี แต่ข้าไม่จำเป็ต้องมีต่างหาก ข้าโตแล้วดูแลตัวเองได้ แต่หากท่านผู้เฒ่าอยากจะตอบแทน เช่นนั้นท่านมาแต่งเข้าบ้านข้าเสียเลยไม่ดีกว่าหรือ”
..นี่แหละคือวิธีที่น่าจะได้ผลที่สุดแล้ว
หลิงซีไม่รู้หรอกว่ามีเื่อะไรผิดพลาดไปตรงไหน ทั้งเื่การปรากฏตัวขึ้นก่อนเวลาของพวกเขา ทั้งเื่ที่จี้ผิงถูกลอบทำร้ายจนได้รับาเ็ ซ้ำตอนนี้ยังมาปรากฏตัวขึ้นในบ้านของเขาอีก ทั้งๆ ที่ชาติก่อนไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ หรือแค่เพราะเขาย้ายออกมาจากบ้านสกุลเซียวจึงทำให้เหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างนั้นหรือ มันช่างเป็เื่ที่ชวนให้ปวดหัวยิ่งนัก
“ไม่ดี! ข้าเป็บุรุษเ้าเองก็เป็บุรุษจะแต่งกันได้อย่างไร เ้าคิดเื่พวกนี้ออกมาได้ยังไง เหลวไหลจริงๆ!”
หานหลินปรายตามองหลิงซีเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่สงสัยว่าเด็กคนนี้้าอะไรกันแน่ และเขาก็ได้กระจ่างใจเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดต่อ
“ข้าไม่ถือ แต่หากท่านผู้เฒ่าไม่อยากแต่งกับข้าเช่นนั้นท่านก็กลับบ้านไปเสียเถิด ส่วนเื่บุญคุณอะไรนั่นก็ละทิ้งมันไปอย่าได้ใส่ใจมันอีกเลย”
..ได้โปรดกลับไปเสียั้แ่ตอนนี้เถอะ พวกเราอย่าได้พบเจอ อย่าได้ยุ่งเกี่ยวกันอีกเลยนั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
เมื่อเด็กหนุ่มประกาศเจตนารมณ์ของตนเองอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ แล้วมีหรือที่แม่ทัพเฟิ่งจะไม่รู้ เขาคิดในใจ นี่คิดจะเล่นาประสาทกันสินะ ย่อมได้ด้วยเกียรติของแม่ทัพใหญ่เช่นเขา จะไม่มีทางยอมแพ้ให้กับเด็กหนุ่มคนนี้อย่างเด็ดขาด เมื่ออีกฝ่ายประกาศเจตนารมณ์แทนสารท้ารบ เขาเองก็จะประกาศจุดยืนของตนเองเพื่อรับคำท้านั้นเช่นกัน
“ไม่กลับ พ่อบุญธรรมจะอยู่กับเ้าที่นี่เ้าลูกชาย”
..ล้มเหลว แผนการหลบหนีมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของเขาคงต้องพังลงไม่เป็ท่า เมื่อมีแขกพิเศษที่สุดแสนจะอันตรายอย่างสองคนนี้มาอยู่ในบ้าน ไม่ไหวเขาต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง
“เออ ท่านผู้เฒ่าข้าว่า..”
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้วอาหลิงพ่อบุญธรรมตัดสินใจดีแล้วที่จะอยู่กับเ้าที่นี่ เ้าไม่ต้องคิดมากพ่อบุญธรรมเป็คนอยู่ง่ายกินง่าย ต่อไปพ่อบุญธรรมจะดูแลเ้าเองนะเด็กดี”
จี้ผิงผู้ที่ทำการยัดเยียดตัวเองเป็พ่อบุญธรรมของอีกฝ่ายอย่างไร้ซึ่งยางอาย กำลังนั่งจิบชาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับเป็บ้านของตนเอง ด้วยทั้งคำพูดและการกระทำของเขาเป็การประกาศเจตนารมณ์อันชัดเจนแล้วว่าเขาจะพำนักอยู่ที่นี่ ในขณะที่อยู่ในเมืองนี้
“...” หลิงซีได้แต่มองคนทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างอัดอั้นตันใจ แม้ในหัวจะกำลังร่ายยาวถึงสารพัดเหตุผลที่เขาไม่อยากให้คนทั้งสองอยู่ที่นี่ แต่สิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัวกลับพูดออกมาไม่ได้เลยสักประโยคเดียว หลิงซีได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริงที่เขาไม่อาจหลุดพ้นจากสองคนนี้ไปได้ เพราะถ้าหากเขายิ่งปฏิเสธมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งทำให้สองคนนี้สงสัยในตัวเขามากยิ่งขึ้น
หลิงซีได้แต่คิดในใจอย่างปลงตก..ไม่เป็ไรอย่างไรเสียมารข้างบัลลังก์เช่นเขาก็ยังมีแผนสำรองอยู่อีกมากมาย เอาเป็ว่ามันต้องมีสักแผนที่ใช้กับสองคนนี้ได้ผลสิ
“เอาเถิด หากท่านผู้เฒ่าตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่จริง ข้าเองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะต้อนรับ เช่นนั้นท่านผู้เฒ่าก็พักตามสบายเถิด ข้าขอตัวไปจัดที่พักให้พวกท่านสักครู่ก็แล้วกัน”
“อืม”
..หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสามวันแล้วที่แขกทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในบ้าน แม้จะมีเื่ลุ้นระทึกอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ยังถือว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี? ทั้งสองคนมีสัญชาตญาณการรับรู้ที่ค่อนข้างน่ากลัว แม้จะมีสิ่งผิดปกติเพียงเล็กน้อยพวกเขาก็ย่อมไม่มีทางมองข้าม ถึงแม้พวกเขาจะไม่ถามแต่ก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่สนใจ
เื่นี้หลิงซีย่อมรู้อยู่แล้ว เขาที่คุ้นเคยกับสองคนนี้มานานนับสิบปีจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของพวกเขาได้อย่างไร หลิงซียังคงใช้ชีวิตตามปกติของตัวเอง เพียงแค่ละเว้นการไปโรงช่างและโรงเก็บของเท่านั้น ผลงานมากมายหรือแม้แต่แบบร่างชิ้นงานต่างๆ ถูกเก็บเอาไว้ในนั้นทั้งสิ้น แน่นอนว่าเขาทำการล็อกกุญแจเอาไว้อย่างหนาแน่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่อาจวางใจได้อยู่ดี อย่างเช่นในตอนนี้…