หลังจากเปิดเรียนไปได้สักพักวันนี้คือวันแรกที่ข้าวหอมได้นอนตื่นสายอยู่บ้านยาว ๆ โดยไม่ต้องลุกมาส่งงานหรืออ่านหนังสือให้ปวดหัว
หญิงสาวตื่นตอนเกือบสิบโมงแล้วลุกไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงบันไดไปชั้นล่าง
“แด๊ดดี้ไปทำงานแล้วเหรอคะ” ข้าวหอมเจอหัวหน้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี
“ใช่ค่ะ คุณหนูจะรับเป็ข้าวเช้าเลยไหมคะ”
“รับค่ะ ตั้งโต๊ะที่สวนหลังบ้านนะคะ” ข้าวหอมยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปนั่งรอที่สวนหลังบ้าน
เมื่อเดินมาถึงโต๊ะหินอ่อนเธอก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งข้อความไปทักทายกฤตติน รอไม่นานก็มีข้อความสั้น ๆ ตอบกลับมาว่าเขาติดทั้งวันประชุม
“ถ้าโทรหาอาฌานจะรบกวนหรือเปล่านะ” ข้าวหอมเม้มปากเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ตอนนี้เธอรู้สึกเบื่อ ๆ แต่ก็ไม่กล้าชวนพ่อเลี้ยงคุยต่อ
ระหว่างที่ข้าวหอมกำลังก้มมองดูเบอร์ของฌานในรายชื่อผู้ติดต่อ นิ้วเล็กกำลังจะกดปุ่มโทรออกแม่บ้านก็นำอาหารเช้ากับน้ำเปล่ามาเสิร์ฟพอดี
“นี่ค่ะอาหารเช้า คุณหนูจะรับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ”
“ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ” ข้าวหอมกล่าวขอบคุณพร้อมกับส่งยิ้มให้ และตัดสินใจว่าจะกินข้าวก่อนแล้วค่อยโทรทีหลัง เนื่องจากวันอังคารหน้าเธอต้องไปวัดในวันครบรอบสิบห้าปีที่พ่อและแม่ของเธอด่วนจากไป
ยิ่งใกล้ถึงวันทีไรเธอก็อดที่จะนึกถึงหน้าพวกท่านไม่ได้เลย แม้ภาพในความทรงจำจะเลือนรางเพราะเธอมีโอกาสได้อยู่กับพวกท่านแค่ถึงสี่ขวบ แต่ภาพถ่ายและวิดีโอมากมายที่เคยถ่ายร่วมกันทำให้ข้าวหอมยังจำน้ำเสียงและหน้าตาของพ่อแม่ที่แท้จริงได้ และกฤตตินก็มักจะเล่าเื่ราวของพวกท่านให้เธอได้ฟังอยู่บ่อย ๆ ว่าท่านทั้งสองเป็คนยังไง พบรักกันตอนไหน และรักเธอมากแค่ไหน ถ้าข้าวหอมไม่มีแด๊ดดี้ของเธอกับฌานคอยดูแลและชดเชยความรักที่อบอุ่นให้ เธอคงไม่สามารถผ่าน่เวลาเ่าั้มาได้ง่าย ๆ
“ฮัลโหลค่ะอาฌาน” เมื่อรับประทานข้าวเช้าเสร็จข้าวหอมก็โทรหาเขาทันที
(ค่ะข้าวหอม โทรมามีอะไรคะ) เสียงปลายสายพูดด้วยความนุ่มนวล เรียกรอยยิ้มจากคนฟังได้เป็อย่างดี
“ไม่มีอะไรโทรหาไม่ได้เหรอคะ” ข้าวหอมแกล้งทำเสียงงอนใส่
(เปล่าค่ะ โทรได้ตลอดเลย แล้วนี่ทำอะไรอยู่คะ)
“เพิ่งทานข้าวเช้าเสร็จค่ะ อาฌานล่ะคะ ตอนนี้ทำงานอยู่ไหม ข้าวหอมโทรมากวนหรือเปล่า”
(อาฌานว่างค่ะ แค่เดินตรวจงาน ไม่มีอะไรมาก แล้วนี่ข้าวหอมเพิ่งตื่นเหรอคะ)
“ค่ะ วันนี้ตื่นสายมากเลย” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ เขาต้องคิดว่าเธอเป็เด็กไม่ดีที่นอนดึกเพราะมัวแต่เล่นโทรศัพท์แน่เลย
(ก็มีเรียนเช้าติดต่อกันทุกวันเลยนี่คะ วันหยุดวันแรกก็ต้องตื่นสายเป็เื่ธรรมดา)
“เฮ้อ นึกว่าอาฌานจะว่าข้าวหอมซะอีกค่ะ” เมื่อกี้เธอเผลอกัดริมฝีปากเพื่อรอรับเสียงบ่น แต่ปลายสายกลับไม่ตำหนิอะไรซะงั้น
(มาว่าอะไรกันคะ แล้วนี่ทานข้าวเสร็จข้าวหอมจะทำอะไรต่อ) เขาจำได้ว่าวันนี้กฤตตินงานยุ่งทั้งวัน คงไม่ได้พาลูกสาวออกไปเที่ยวที่ไหน
“ไม่รู้เลยค่ะ แด๊ดดี้ไม่อยู่บ้านด้วย ทำงานทั้งวันเลย” คิดแล้วข้าวหอมก็แอบรู้สึกเซ็ง
(เหงาแย่เลยสิคะ)
“ใช่ค่ะ เหงามากด้วย”
(ที่โทรหาอาฌานคงเพราะไม่มีคนคุยด้วยสิท่า ปกติข้าวหอมทักข้อความมาหาอามากกว่า) ฌานพูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“เกือบจะไม่โทรแล้วค่ะ กลัวอาฌานติดงาน แต่จู่ ๆ ก็อยากได้ยินเสียงอาฌาน”
(โทรมาได้ตลอดค่ะ อาฌานไม่ได้มีงานรัดตัวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว) ตอนนี้งานเขาเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว จึงมีเวลานั่งว่าง ๆ แทบทุกวันด้วยซ้ำ
“ค่ะ ข้าวหอมคิดถึงอาฌาน” เธอไม่ได้เจอเขามาห้าวันแล้วั้แ่วันที่เขาไปรับมาจากมหาวิทยาลัย
(ก็ข้าวหอมต้องไปเรียนทุกวัน พอจะไปรับก็อยู่ใน่ที่อาฌานต้องเข้าบริษัทพอดี เราเลยไม่ได้เจอกัน)
“ใช่ค่ะ คิดถึงเสียงอาฌานมากเลยต้องโทรหา” นับวันเธอก็ยิ่งติดเขามากขึ้น ถ้าเป็แต่ก่อนไม่เจอกันทั้งเดือนเธอก็ยังทนได้ แต่่นี้กลับคิดถึงจนต้องโทรหา ข้าวหอมไม่แน่ใจว่าความอดทนลดลงหรือความรู้สึกที่มีต่อเขาเพิ่มขึ้นกันแน่
(งั้นมาหาอาฌานไหมคะ มาอยู่กับอาฌานก่อน เดี๋ยวตอนเย็นอาพาไปส่งที่บ้าน) ปลายสายเงียบไปสักครู่ก่อนที่จะเอ่ยออกมา
“ไปหาอาฌานเหรอคะ” ข้าวหอมถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
(ค่ะ มาไหม อาฌานไปรับตอนเที่ยงได้นะ)
“ตอนบ่ายอาฌานทำงานหรือเปล่าคะ ข้าวหอมไม่อยากไปรบกวนหรือทำให้อาฌานเสียงาน ค่ะ” ในใจเธออยากไปมากแต่ก็เกรงใจมากกว่า ถ้าไปแล้วเป็ภาระ อยู่บ้านน่าจะดีที่สุด
(งานไม่ยุ่งเลยค่ะ อาฌานว่าง มาไหมคะ)
“ถ้าไม่รบกวนอะไรอาฌาน ข้าวหอมอยากไปค่ะ”
(โอเคค่ะคนสวย งั้นอาฌานไปรับตอนเที่ยงนะคะ แต่งตัวรอเลย อาฌานเองก็อยากให้ข้าวหอมช่วยงานอาฌานนิดหน่อยด้วย)
“ช่วยงานอาฌานเหรอคะ”
(ค่ะ ข้าวหอมจะได้เลิกคิดสักทีว่ามารบกวนอาฌาน ถือว่าทำงานตอบแทนที่อาฌานพาข้าวหอมออกมานอกบ้านแล้วกันนะคะ ตกลงไหม)
“ตกลงค่ะ ถ้าอาฌานคิดว่าข้าวหอมทำงานได้ ข้าวหอมก็พร้อมช่วยค่ะ”
(โอเคค่ะ แล้วเจอกันตอนเที่ยงเจอกันนะคะ)
“ค่ะอาฌาน” ข้าวหอมได้แต่ยิ้มทั้งที่สายถูกตัดไปแล้ว วันนี้เธอนึกว่าจะเป็วันที่แสนน่าเบื่อแล้วเสียอีก แต่กลายเป็วันที่แสนพิเศษแทนซะอย่างนั้น
“โครงการนี้มีกำหนดเสร็จเมื่อไหร่นะ” หลังวางสายจากข้าวหอมไปแล้วฌานก็กลับเข้าสู่โหมดลุยงานต่อ จากแดดที่ร้อน ๆ จนอารมณ์พาลหงุดหงิดไปเมื่อครู่ แต่พอได้ยินเสียงหวานจากปลายสายไปจิตใจของหนุ่มใหญ่ก็ดูจะเบ่งบานขึ้น
“ภายในอีกสามเดือนค่ะ” เฟื่องฟ้า เลขาของฌานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบตอบ
“อืม ส่วนที่เหลืออย่างพวกต้นไม้ ดอกไม้ประดับเดี๋ยวผมจัดการเอง” เขารู้ว่าต่อให้สั่งลูกน้องไปหาก็เสียเวลาต้องนำมาเสนอเขาอีกหลายเ้า และกว่าฝ่ายบัญชีจะจัดงบอีก สู้เขาลงพื้นที่เองเลยดีกว่า
“แต่ส่วนนี้เ้านายไม่ต้องถึงกับลงมือเองก็ได้นะคะ” เฟื่องฟ้าคิดว่าเ้านายทำเพียงนั่งรอดีกว่าเซ็นอนุมัติง่ายกว่า ถ้าไม่ชอบก็สั่งลูกน้องให้กลับไปแก้ไข
“ี้เีเสียเวลามานั่งฟัง ที่สำคัญผมก็มีคนช่วยเลือกแล้ว” ไหน ๆ งาน่นี้ก็ไม่ได้มีอะไรให้เขาต้องมาทำเร่งด่วน หากิจกรรมอะไรชิล ๆ ไปทำกับคนที่เขาชวนมาบริษัทดีกว่า
“ตามใจเ้านายค่ะ”
“เอ้อ ผมจะออกจากที่นี่ั้แ่ยังไม่เที่ยงนะ กลับอีกทีก็คงบ่าย มีอะไรคุณก็จัดการเองเลย แล้วก็ดูแลเื่อาหารกลางวันให้คนงานด้วย” ฌานสั่งงานกับเลขาไว้ล่วงหน้า
“ได้เลยค่ะ”
“อ้าว คุณฌานจะไม่อยู่เหรอคะ อรกะจะชวนไปทานข้าวด้วยกันพอดีเลย” อรอุมาที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น
“ไม่ล่ะครับ ผมจะไปทานข้างนอก” ฌานหันไปบอกพนักงานสาว
“ทานข้างนอกหรือจะไปทานกับใครคะเ้านาย” เฟื่องฟ้าเอ่ยแซวอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อกี้เธอได้ยินที่เ้านายคุยโทรศัพท์ทุกประโยค แม้จะไม่ได้ตั้งใจแอบฟังก็ตาม
“รู้มากน่า” ฌานกับเฟื่องฟ้าทำงานด้วยกันมาั้แ่ที่ฌานเริ่มรับพนักงานเข้ามากลุ่มแรก ๆ ซึ่งมีไม่ถึงสิบคน ทำให้ทั้งสองคนสนิทสนมกันมาก และไม่มีเื่ชวนอึดอัดใจหรือกลัวว่าฝ่ายใดจะมีใจให้กันเพราะเฟื่องฟ้าแต่งงานแล้ว
“พามาด้วยหรือเปล่าคะ เฟื่องฟ้าไม่เจอซะนานเลย”
“เดี๋ยววันนี้ได้เจอแน่”
“ดีเลยค่ะ จะได้เจอคนสวยของคุณฌานแล้ว”
“ใครเหรอคะคนสวย” อรอุมาเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือนก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เดี๋ยวคุณข้าวหอมมาคุณก็ได้เห็นเอง” เฟื่องฟ้าหันตอบ แม้อรอุมาจะมาทำงานเป็ผู้ช่วยเลขา แต่ยังไงเธอก็เป็ถึงลูกสาวของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท เฟื่องฟ้าจึงไม่สามารถตำหนิที่รุ่นน้องที่ถามขึ้นมาอย่างเสียมารยาทได้
“ค่ะ” อรอุมานึกได้ว่าฌานจะมีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งที่เขามักจะลงรูปเธอเต็มโซเชียลมีเดียไปหมด คนที่ชื่อข้าวหอมก็คงจะเป็ผู้หญิงคนนั้น
“คุณฌานไปพักในออฟฟิศก่อนไหมคะ ตรงนี้ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว อากาศก็ร้อนด้วย” เฟื่องฟ้าหันไปถามเ้านาย เขาเดินตรวจสอบความเรียบร้อยภายนอกอาคารจนทั่วแล้ว จะมีก็แต่รอบบ่ายที่ต้องไปตรวจตราดูพื้นที่ภายใน
“อืม ผมก็ว่างั้น” ฌานพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะเดินนำเข้าไปในอาคารคนแรก ตามมาด้วยเฟื่องฟ้า และอรอุมา
“ให้ฟ้าไปเอาเอกสารที่บริษัทมาที่นี่ไหมคะ พอดีฟ้าต้องเอาแบบแปลนที่นู่นด้วย จะได้เอามาทีเดียว”
“อืม รบกวนด้วยนะ” ฌานพยักหน้ารับเพราะพักหลังมานี้เขาต้องเข้ามาดูความคืบหน้าของที่นี่ ได้เข้าบริษัทแค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้ง
“ได้ค่ะ” เฟื่องฟ้าเอาของวางไว้บนโซฟาและหยิบมาเพียงแค่กระเป๋าสะพายของตัวเอง
“อรขอไม่ไปด้วยนะคะพี่ฟ้า รู้สึกมึน ๆ หัวน่ะค่ะ”
“โอเคค่ะ” เฟื่องฟ้ายิ้มเพราะก็รู้ดีว่าผู้ช่วยของเธอคนนี้คงไม่ไปด้วยอยู่แล้ว ผู้หญิงด้วยกันมองออกว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ เฟื่องฟ้าจึงเดินออกไปขึ้นรถคนเดียว
“ฌานขา เราหาอะไรเล่นดีไหมคะ” อรอุมาหันไปหาชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นเหนือข้อศอก แล้วปลดกระดุมเสื้อออกสามเม็ดจนเห็นแผ่นอกวับ ๆ แวม ๆ
“อยู่ในเวลางานผมเคยบอกแล้วนะครับว่าให้เรียกผมว่าเ้านาย” ฌานตวัดสายตาไม่ชอบใจไปมองหญิงสาวที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา
“อะไรกันคะ ทำเป็คนอื่นคนไกลไปได้ ทีเมื่อก่อนฌานเรียกหาอรบ่อยมาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่เห็นเรียกเลย ทั้งอรหรือสาว ๆ คนไหนด้วย” เธอจ้างให้คนไปสืบว่าหลายเดือนที่ผ่านมาเขาคบกับใครอยู่หรือเปล่า แต่ปรากฏว่าฌานไม่ได้คบหรือเรียกให้ใครไปหาเลยด้วยซ้ำ ส่วนมากคือไปที่บ้านของกฤตติน และขับรถพาลูกสาวของเพื่อนออกไปไหนมาไหนบ้าง จนเธอแอบสงสัยว่าเขาจะคิดอะไรกับเด็กที่ตัวเองเลี้ยงดูมาสิบกว่าปีหรือเปล่า
“ไม่มีความจำเป็ที่ผมต้องเรียก” ที่เรียกเธอบ่อยใน่นั้นเพราะเขาแค่ี้เีหาคนใหม่ เลยเอากับคนเดิมซ้ำ ๆ แก้ขัดจะได้โฟกัสกับเื่งานอย่างเดียว แต่ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกอยากมีความสัมพันธ์แบบนั้นอีกแล้ว
“ก็ลองซ้ำของเก่าอีกสักหน่อยไหมล่ะคะ เผื่อคุณจะกลับมาติดใจ” อรอุมาเข้าไปประชิดร่างสูงจนหน้าอกของคนทั้งคู่แนบกันโดยไม่สนใจว่าสายตาของฌานจะมองมาอย่างไร เธอรู้เพียงว่าจะปล่อยให้เขาหลุดมือไปง่าย ๆ ไม่ได้เด็ดขาด
“ถ้าคุณยังอยากจะทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาต่อก็กรุณาเดินออกไปให้ไกลหน้าผมด้วย” ฌานผละตัวออกห่างและพูดด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน
“ฌานคะ”
“จำเอาไว้ ผมไม่นิยมกินของเก่า ๆ ส่วนที่เมื่อก่อนผมเรียกซ้ำก็อย่าคิดว่าผมติดใจ แต่ความจริงผมแค่ี้เีหาคนใหม่เท่านั้นแหละ” เขาปัดเสื้อบริเวณที่โดนตัวเธอััอย่างแรง เพราะกลัวว่ากลิ่นน้ำหอมจะติดตัว ก่อนจะเปิดกระเป๋าที่สะพายอยู่แล้วรีบเอื้อมหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ข้าวหอมเลือกให้มาฉีดทับทันที
“ฌาน!”
“ออกไปได้แล้ว” ฌานกดเสียงต่ำพร้อมกับใช้หางตามองผู้หญิงที่เขาจะไม่มีวันเอามาเป็แม่ของลูกแน่นอน