ยุคสมัยนี้เป็นยุคที่ไม่มียุวชนแดงหรือRed Guards เพราะถูกสลายไปด้วยการส่งตัวพวกเขาลงไปทำไร่ทำนาช่วยเหลือหน่วยผลิตต่างๆทั่วประเทศในนามกลุ่มยุวชนและทั้งหมดถูกส่งตัวกลับสู่ครอบครัวเพื่อเข้าสู่รั้วการเรียนการศึกษาอีกครั้งหลังปฏิวัติประเทศ มหาวิทยาลัยหลายแห่งก็ได้เปิดรับนักศึกษาตามปกติในตอนนี้
หลังจากท่านผู้นำคนเก่าเสียชีวิตไปในปี1976 ผู้นำคนใหม่ได้ดำเนินนโยบายระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยม(Free-Enterprise System) อนุญาตให้เอกชนทำธุรกิจได้และมีนโยบายเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระบบตลาดจากภาคเอกชน และปัญหาที่ตามมาก็คือการคอรัปชั่น
แต่การปฏิวัติวัฒนธรรมที่รุนแรงยังเป็นภาพจำในสายตาของทุกคนในประเทศจากความหวาดกลัวความเด็ดขาดและคุกคามของการะปฏิวัติสี่เก่าของสังคมจีนกล่าวคือ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม นิสัยเก่า และความคิดเก่า* หากใครถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกสี่เก่านั่นหมายถึงการโดนครอบหม้อดำลงบนศีรษะไม่ว่าใครก็ไม่อาจรับไหว
สังคมในตอนนี้หนุ่มสาวมีอิสระในการเลือกคู่อย่างเสรี การพรอดรักกันตามที่สาธารณะเริ่มมีให้เห็นประปราย และซ่งต้าเกินกับว่านซินเอ๋อก็เป็นหนึ่งในคู่รักหัวก้าวหน้าทั้งคู่นั่งซ้อนจักรยานกันต่างก็โอบเอวและกุมมือกันอย่างเปิดเผย ยิ่งการขี่จักรยานเข้ามาในหมู่บ้านต้าเจี่ยสายตาทุกคู่ของชาวบ้านต่างก็มองด้วยความอิจฉา
“นั่นๆซินเอ๋อคนตระกูลว่านไม่ใช่เหรอปกติเห็นซ้อนจักรยานพี่ชายกลับบ้านทำไมวันนี้ถึงซ้อนจักรยานของลูกชายตระกูลซ่งล่ะ”หม่าอีนั๋วเป็นสะใภ้ตระกูลหม่าที่ขึ้นชื่อว่าขี้นินทาที่สุดในหมู่บ้านเอ่ยขึ้นกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กัน
“หรือว่า…ไอ่โหย่วฉันว่านะอีกไม่นานทั้งสองตระกูลน่าจะมีข่าวดีแล้วแหละ ดูนั่นๆจับมือกอดเอวกันเสียด้วย”
นโยบายประเทศจะปฏิรูปไปขนาดไหนไม่ใช่เหตุผลของการหยุดนินทาในหมู่บ้านต้าเจี่ยที่ห่างไกลเช่นนี้ เมื่อเห็นภาพชายหญิงทั้งคู่แบบนี้มีหรือที่จะหยุดปากชาวบ้านที่ความไวยิ่งกว่าแสงไว้ได้ ยังไม่ถึงบ้านข่าวนั้นก็ไปถึงหูนางเจียอีมารดาของว่านซินเอ๋อแล้ว
..
..
“หา..แกว่ายังไงนะนังซินเอ๋อมันกล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ ฮือๆนังลูกบ้านังลูกเลวมันบ้าผู้ชายถึงกับยอมจ่ายเงิน75หยวนเพื่อผู้ชายเลยเหรอไอ้ต้าเกินคนนั้นมันมีอะไรดี ทำงานหนักก็ไม่ได้ทำงานในโรงงานก็ถูกไล่ออกตอนนี้ยังจะมีหน้ามาเกาะน้องสาวแกอีก โอ้ย..ฉันอยากจะฆ่ามันนัก”
เสียงคร่ำครวญปนความโมโหของนางเจียอีดังขึ้นในบ้านทันทีที่ฟังลูกชายเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่ร้านจบ และก่อนที่ว่านซินเอ๋อจะเดินเข้าบ้าน ก็ถูกมารดาบิดหูพร้อมกับกระชากแขนเข้าบ้าน ด่าไปคร่ำครวญไป
“อีนังลูกไม่รักดี อีลูกเลว..หนอยแกกล้าดียังไงไปจ่ายเงินให้ผู้ชายถึง75หยวนเพื่อออกหน้ารับผิดแทนมันห๊า..”
“แล้วนี่ถึงกลับกล้าซ้อนจักรยานมันมาถึงบ้าน ดูสิว่าฉันจะตีแกให้ตายยังไง นี่แนะๆเพี๊ยะๆๆ” นางเจียอีทั้งตบทั้งตีลูกสาวด้วยความโมโหและเจ็บใจ
“โอ้ย..แม่โอ้ย..อย่าตีฉันฉันเจ็บฮือๆ…แม่ปล่อยฉันปล่อย” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่โดนทั้งข่วนทั้งตบของมารดาตนเองทำเอาว่านซินเอ๋อร้องเสียงดังลั่นบ้าน ซ่งต้าเกินที่มาส่งยังไม่ทันขี่จักรยานกลับไปไกลแม้จะได้ยินเสียงก็ไม่คิดจะหันไปมอง ได้แต่ทำเป็นไม่ได้ยินแล้วรีบปั่นจักรยานกลับบ้านตนเองทันที
ไม่ใช่เรื่องของเขา เรื่องของครอบครัวคนอื่นเขาจะไม่ยุ่งให้เสียเวลา ตอนนี้เขาต้องรีบกลับบ้านวันนี้ซ่งอันหลินไม่ได้แจกเนื้อและผักเขาเริ่มหิวแล้วจะรีบกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน
ทันทีที่เขาจอดจักรยานเสร็จ เสี่ยวตงกั่วก็วิ่งมารับ"พี่ใหญ่ๆวันนี้มีเป็ดย่างไหม" ซ่งต้าเกินมองน้องชายตนเองด้วยความรำคาญ “กินๆๆ รู้จักแต่กินพี่กลับมาเหนื่อยๆแทนที่จะไปเอาน้ำมาให้นี่อะไรถามหาแต่ของกิน..วันนี้ไม่มี ไปไหนก็ไปไกลๆเลย”
“อะไรกันลูก อารมณ์เสียอะไรมา อ้าววันนี้ไม่มีกับข้าวมาเหรอ” นางจางเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาก็รีบเดินมารับเหมือนทุกที แต่พอเห็นในมือลูกชายไม่มีวัตถุดิบทำอาหารเหมือนอย่างเคยก็สงสัย
“ไม่มีแล้วแม่ วันนี้นังเด็กบ้านั่นไม่ยอมแจกอาหารเหมือนอย่างเคย”ซ่งต้าเกินพูดด้วยความหงุดหงิด
“อ้าว..ทำไมมันทำแบบนี้ แล้ววันนี้เราจะเอาอะไรมากินกันละ แม่ก็ไม่ได้เตรียมอะไรไว้มีแต่แผ่นแป้งนี่ก็กะว่าจะเอามาห่อเป็ดย่าง ทำไมนังเด็กเวรนั่นมันถึงไม่ให้อาหารกลับมาแล้วล่ะ ไม่ได้ละมันจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
ความคิดที่บิดเบี้ยวตรรกะที่ผิดเพี้ยนของนางจางถูกส่งต่อมาให้ซ่งต้าเกินแบบเต็มรูปแบบ
ทั้งสองแม่ลูกต่างกร่นด่าซ่งอันหลินที่ไม่ยอมแจกอาหารมื้อเย็น ทั้งๆที่ไม่ใช่หน้าที่ที่เขาต้องแจกจากที่เคยได้รับจนชินพอไม่ได้ก็เริ่มโวยวายและรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้ง
“มันทำแบบนี้แล้วลุงเหอรู้รึเปล่า ไม่ได้นะลูกต้าเกิน ลูกต้องไปฟ้องลุงเหอถึงความเลวของมันนะลูกให้มันถูกไล่ออกแล้วคนเก่งๆแบบต้าเกินของแม่จะได้คุมร้านนั้นแทนนังเด็กนั่น” ซ่งต้าเกินนึกถึงคำพูดของซ่งอันหลินแล้วตอบมารดาไปด้วยเสียงเบาๆว่า
“น่าจะไม่ได้หรอกครับแม่ เพราะนังเสี่ยวหลินมันบอกว่ามันใช้เงินมันเองซื้ออาหารที่เหลือขายของร้านในแต่ละวันแจกเพื่อตอบแทนน้ำใจที่พนักงานตั้งใจทำงานกันน่ะครับ”
“ก็แล้วทำไมวันนี้มันไม่ซื้อแจกอีกละ ในเมื่อทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันไม่ใช่เหรอ แล้วแบบนี้ต่อไปถ้ามันไม่แจกอีกเราจะเอาอะไรกินละลูก”
สะใภ้ใหญ่จางยังไม่ยอมจบ แม้จะรู้สึกว่ามันแปลกๆ แต่ช่างความแปลกมันเถอะตอนนี้ลูกชายนางกลับมาแล้วจะเอาอะไรมาทำอาหารเย็นกันเล่า สุดท้ายอาหารเย็นวันนี้มีแต่ปิ่งไส้ผักซ่งต้าเกินดีหน่อยได้ไข่ต้มด้วยสองฟอง ส่วนคนอื่นๆได้คนละฟอง
..
..
ทางด้านซ่งอันหลินหลังจากทุกคนกลับบ้านก็ได้เติมสินค้าจากระบบในห้องเก็บของให้เต็มเพื่อที่พนักงานคนอื่นๆจะได้นำไปเติมในชั้นวางพรุ่งนี้
ในขณะที่เธอกำลังปิดประตูร้านอยู่นั่น ก็มีเสียงชายหนุ่มเรียกอยู่ด้านหลัง “สวัสดีสหายอันหลิน”
*ข้อมูลจากบทความมองการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากสิบเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในรอบ100 ปีmgronlime