เอาล่ะ หลังจากที่กำราบไอ้เด็กเปรตเดินดินที่บังอาจห้าวใส่ขุนนางด้วยการ “โกง” เสร็จแล้ว ผมเองก็ได้เดินทางไปกินมื้อเย็นกับดัชเชสน้อยเคลลีน – ไม่สิ ผมกับเธอไม่น้อยแล้วนี่หว่า เป็ดยุกและดัชเชสเต็มตัวแล้ว เอาเป็ว่าผมกับเคลลีนคุยกันว่าผมไปปราบไอ้หมอนั่นได้ยังไง โดยผมก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงอะไรก็ตามที่คนบนโลกนี้ไม่เชื่อ เช่นสกิลกับพวกผู้กลับชาติมาเกิดอะไรอย่างเนี้ย
“และเื่มันก็เป็แบบนี้แหละครับ” ผมปิดท้าย และเคลลีนถึงกับเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกตะลึง นี่ขนาดไม่ได้พูดถึงระบบสกิลและการ “กลับชาติมาเกิด” ยังขนาดนี้ ถ้าพูดไปจะขนาดไหน
“นี่ใจคอคุณจะไปลุยโดยไม่สนใจความปลอดภัยของลูกในท้องหรือไงเนี่ย!” เคลลีนรำพัน
“ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นหรอกครับ” ผมบอก “แต่มันกวนประสาทเกินไป และถ้าไม่สู้ผมก็เสียเกียรติตระกูลโมรันนัสเอาอ่ะสิครับ”
“เอาเถอะค่ะ ตอนนี้พวกเราก็ต้องมีลูกที่ต้องเลี้ยงน่ะค่ะ” เคลลีนบอก “ฉันเลยอยากรู้จริง ๆ ว่าคุณจะไปได้มากแค่ไหน”
ผมก้มมองท้องกลมโตของผม ชีวิตน้อย ๆ ในท้องกำลังดิ้นเบา ๆ เพื่อเตือนว่าผมมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ แต่ในหัวผมกำลังสงสัยถึงสิ่งที่เอลซ่าเคยกล่าวไว้ว่ามีผู้กล้าต่างโลกคนหนึ่งไปเข้าข้างจอมมาร และไม่ได้กลับมาอีกเลย น่าจะโดนจอมมารไปทำการทดลองแล้วล่ะมั้งครับ
“เอาล่ะ ผมว่าเดี๋ยวเตรียมจัดงานใหม่ ๆ มาดีกว่า ยังมีงานอีกเยอะที่ใช้ดูแลบ้านเมือง และก็ความสัมพันธ์ระหว่างมัสโทรนัมและโอคอนเนียแล้วกันครับ” ผมบอก
“เอ่อ… ท่านดยุกครับ มีเื่แล้วครับ”
ข้าราชบริพารคนหนึ่งโผล่มาได้ยังไงก็ไม่รู้แฮะ
“มีอะไรรึ?” ผมถาม
“พอดีว่าเรามีปัญหาใหญ่อยู่อย่างหนึ่งครับ”
“หา??? อะไรนะ!”
ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ไอ้หมอนั่นที่ท่านเอลซ่าว่า มันบุกมาถึงหน้าปราสาทซะได้ ได้เวลาที่ผมที่เพิ่งจะมีค่าอำนาจโดยเฉลี่ยที่ Professional 2 (44) จะได้ตบเกรียนสักที
ผมพร้อมกับเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ทั้งชั้นดยุกเท่า ๆ กับผม และชั้นรองลงมาอย่าง มาร์ควิส เคานต์ ไวส์เคานต์ และบารอนจำนวนนับร้อย พร้อมกับองครักษ์นับแสน นั่งทหารม้าไปสู้กับไอ้ผู้กล้าจอมปลอมที่บังอาจมีไมนด์เซ็ตบูลชิท จนตัดขาดจากเทพธิดาที่อัญเชิญมันมาและไปเข้าพวกกับจอมมาร คราวนี้แหละถ้าเจอกับผม หรือผู้เกิดใหม่คนไหนก็ตามที่อยู่ใกล้กับผมที่เป็ผู้กล้าของจริงโดยที่ยังไม่คิดจะถือตัวเลยด้วยซ้ำ จะขนาดไหนกัน!
ทันทีที่ผมเดินมาบนผากำแพง และใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูว่าเป็ยังไง ก็เจอกับไอ้ร่างอะไรสักอย่างที่เป็เหมือนลูกผสมระหว่างต้นไม้ที่แห้งตายและก้อนหินเป็หนวดยุ่บยั่บ มีเส้นเืเรืองแสงสีม่วงซึ่งผมก็รู้ได้ทันทีว่ามันมีพลังเพลิงมารจากมิติเงา และจากการสำรวจสกิลประเมิน นี่คือหน้าสเตตัสที่ผมได้รับรู้
ชื่อ: Jason
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 17 ปี
เพศ: ชาย
Health: 100%
Mana: 100%
Stamina: 100%
Condition: Corrupted & Mutated
Class: Warlock
Magic Compatibility Rank: D
Average Power Rank: Default 7 (33)
Skill: Shadowflame [B], เสริมพลัง [B], Instant Kill [B]
STR: 36
AGI: 31
MAG: 37
INT: 30
DEX: 32
VIT: 35
ชัดเจนเลยว่ามันเน้นความแกร่ง ต่อให้จะเวทย์พลังระดับ D และอำนาจอยู่ที่ Default 7 (33) ก็ตาม ไอ้หมอนี่มันอยู่คลาสวอร์ล็อก มันก็คือนักเวทย์ที่ใช้พลังที่ฝืนธรรมชาติและจัดอยู่สายดำ และดีไม่ดีอาจเป็การทำสัญญากับมารร้ายอีก แถมยังมีสกิลที่เกี่ยวกับศาสตร์มืดอย่างเพลิงเงาและสังหารสำเร็จรูป ไอ้อย่างหลังนี่เหมือนพระเอกจากเื่ไหนน้า…
ถ้าเกิดมีผู้เกิดใหม่ที่มีค่าอำนาจเฉลี่ยที่ Professional 5 (56) ขึ้นไป และมีทัศนคติแบบคนปกติทั่วไปในโลกนี้ก็ดี
“เฮ้โย่! ทำอะไรกันอยู่เหรอ?”
นักดาบหนุ่มผมกลัดมันสีน้ำตาลวัยสิบแปด สวมชุดเกราะสุดเท่เต็มตัว ที่เป็นักผจญภัยมาตบไหล่ผมเบา ๆ โดยกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาก็หันหน้าจากผมไปมองไอ้ตัวบิดเบี้ยวที่ชื่อเจสันข้างหน้า เท่านั้นแหละรอยยิ้มหุบลงทันที
“ให้ตายสิ มันจะบุกที่นี่ซะแล้วเหรอเนี่ย?”
ก็เออสิวะ ผมคิดในใจ นี่เอ็งไม่ดูสถานการณ์รอบตัวมั่งเหรอ
เอาวะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ละ เช็กสแตตเ้าหนุ่มนี่ด้วยละกัน
ชื่อ: Jastred Michiger
เผ่าพันธุ์: มนุษย์ (ผู้กลับชาติมาเกิด)
อายุ: 19 ปี
เพศ: ชาย
Health: 100%
Mana: 100%
Stamina: 100%
Condition: Normal
Magic Compatibility Rank: S
Average Power Rank: Expertise 3 (85)
Class: Multiclass (Currently Swordsman)
Skill: Skill Canceller [S], Top-Up Mastery [S], Faction Detector [S], ??? [S] (x3)
STR: 85
AGI: 82
MAG: 84
INT: 89
DEX: 83
VIT: 86
ผมถึงกับตาถลนเมื่อได้อ่านสแตตของบักแจสเตร็ด ไอ้สกิลยกเลิกสกิลที่ผมอุตส่าห์บรรยายให้ผู้อ่านฟัง ดันมีอยู่ในตัวของพ่อหนุ่มอายุสิบเก้านี่ที่มีค่าวงจรเวทย์ระดับ S และค่าอำนาจเฉลี่ยเป็ Expertise 3 (85)!
“อ้าว อึ้งอะไรฮะ?”
เสียงบักแจสเตร็ดเรียกสติผมให้ตื่น
“อ้อ ไม่มีอะไร ๆ” ผมตอบ “ว่าแต่ นายมีตี้นักผจญภัยมาเป็กองหนุนมั้ยหือ?”
“มีครับพี่” แจสเตร็ดตอบ “เพียบเลย”
“ตี้ฮาเร็มใช่ไหม?”
“ไม่ใช่พี่!” แจสเตร็ดแย้ง “ตี้นักผจญภัยที่รวมทั้งผู้ชายและผู้หญิงและเป็มัลติคลาสด้วยตะหากครับ!”
“โอเค ถ้างั้นก็ไปตบไอ้ตัวบิดเบี้ยวนี่ให้เสร็จที” ผมบอก “พี่จะช่วยสั่งการอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ โดยจะมีพวกองครักษ์คอยไปสู้เพิ่ม”
“ครับ” แจสเตร็ดตอบ แต่ก่อนจะไป เขาก้มมองดูอะไรสักอย่าง ผมจับสายตาได้ว่าเขากำลังมองมาที่ไหน
“อะไร?” ผมทำเป็ถามเขาไป
“เอ่อ พี่กำลังท้องอยู่เหรอครับ?”
เออสิวะ ผมคิดในใจ เพิ่งจะเห็นผู้ชายท้องเป็ครั้งแรกรึไงวะ
ถึงจะคิดในใจแบบนี้ แต่ผมก็ตั้งสติและ…
“ใช่” ผมตอบออกมาทางเสียง “มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรครับ” แจสเตร็ดตอบ “ถ้างั้นก็ เดี๋ยวผมไปละนะครับ”
ผมและพวกครูเซเดอร์องครักษ์ยืนส่องกล้องทางไกล (บางคนก็เตรียมอาวุธพร้อมจะยิงสนับสนุนด้วยครับ) และไอ้เจสันเนี่ยมันได้คืบคลานเข้ามาเพื่อปะทะกับตี้ของแจสเตร็ด ขอให้นายทำสำเร็จแล้วกันนะไอ้น้อง พี่เป็กำลังใจให้
ระหว่างนั้นผมก็ได้ใช้สกิลลับสักสกิลในการดักฟังจากที่ไกล
“วะฮ่ะฮ่ะฮ่าฮ่าฮ่า! ไอ้พวกขุนนางโง่เขลา! ข้าคือพระเอก ผู้กลับชาติมาจากต่างโลก! จุติมายังโลกโบราณเพื่อปกป้องจอมมารและกำจัดพระเ้าให้สิ้นไป และจะเอาสาวสวยมาเป็ฮาเร็มรอบกาย จอมมารคือผู้เคราะห์ร้ายจากการถูกเหยียดหยามไร้อิสรภาพ! จากนี้ไปฉันจะมาทำลายทั้งศาสนจักร ขุนนางชั้นสูงและเทพเ้าให้สิ้นซาก!!”
เสียงของเ้าเจสันที่เหมือนโดนปรับพิทช์ให้ต่ำลง ทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก ยิ่งมาผสมกับวาทะเพ้อฝันที่ฟังดูก็รู้ว่าไอ้เจสันมันนีตต่างโลกชัด ๆ ผมแทบจะกลับมามีอาการแพ้ท้องอีกในรอบสองปี และเหมือนว่าแจสเตร็ดเองก็เห็นด้วย
“ฝันเฟื่องมากเกินไปแล้วไอ้ผีรยางค์หิน!” ผมได้ยินแจสเตร็ดะโ “คิดว่าคนในโลกนี้จะโง่แบบที่แกเคยเสพสื่อยุคใหม่มาตลอดรึไง! หัดลืมตาตื่นแล้วไปสังเกตรอบตัวซะบ้างโว้ย!”
ผมสังเกตว่ามันใช้ทั้งลูกไฟสีม่วง ซึ่งก็มาจากสกิลเพลิงเงานั่นแหละ แต่มันไม่บ่อยเท่าสกิลสั่งตายสำเร็จรูป ใช้รัว ๆ อย่างกับปืนกลเบาจากโลกเก่าเลยแฮะ แต่แจสเตร็ดก็ไม่น้อยหน้า เขาเล่นเปิดสกิลยกเลิกสกิลที่จะมีผลกับ “ผู้เกิดใหม่” ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ทำให้สกิลสั่งตายไม่มีผลเลยแม้แต่น้อย ไม่ต้องพูดถึงชาโดว์ไฟร์บอล อันนั้นยิงไม่ออกอยู่แล้วครับ
มีนักเวทย์สาวคนหนึ่งในตี้ของแจสเตร็ดที่ตัดสินใจใส่เวทย์ซัดยับ ๆ ส่วนเบอร์เซิร์กเกอร์หนุ่มกล้ามงามคนนี้ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง หักรยางค์เป็ท่อน ๆ ฉีกรยางค์เป็ชิ้น ๆ ด้วยมือเปล่า นี่ถ้าจิตใจของเขามีการฟังดนตรีเมทัลผสมด้วยนี่สมบูรณ์แบบเลย ส่วนเอลฟ์หนุ่มนักธนูนี่จัดไปสามลูก และหัวลูกธนูนี่ก็ใช้แร่เงินอาบแสงบริสุทธิ์จาก์อีกด้วย ไอ้เจสันก็กรี๊ดอย่างหนักเพราะว่านักเวทย์ใช้การทรมานทางจิตผสมลงไปด้วย
“ไอ้บ้าเอ๊ย! ทำไมแกมีพลังเยอะกว่าฉันวะเนี่ย! หรือว่าแกก็เป็ผู้กลับชาติมาเกิด ไม่จริงน่า!!!”
เออสิวะ แจสเตร็ดเป็ ข้าเองก็เป็โว้ย เ้าคิดว่าตัวเองเป็แต่เพียงผู้เดียวหรืออย่างไรกัน! ขออภัยครับที่ผมหลุดปากด่าไอ้เจสันในใจไปนิด
“อ่า ท่านครับ จะปล่อยให้ทำอย่างนี้จะดีเหรอครับ?”
เสียงของครูเซเดอร์คนหนึ่งทักผม แต่ผมทำมือห้ามไว้
“ไม่ต้องหรอก ถ้าเ้าหนุ่มนี่พอใจเดี๋ยวก็เลิกไปเอง” ผมบอก
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ไอ้ผีรยางค์หินเจสันก็ถูกสับเละเป็ชิ้น ๆ และถูกตี้แจสเตร็ดส่งกลับมายังอาณาจักรมัสโทรนัมในฐานะเครื่องบรรณาการ ก็คือจะถวายพระาานั่นแหละครับ
พระาาแห่งมัสโทรนั่ม หรือในที่นี้คือพระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ด ก็ทรงอึ้งตะลึงงันกับผลงานที่พวกแจสเตร็ดได้รับ สิ่งแรกที่พระองค์ทรงตรัสก็คือ
“ไปเชิญตัวดยุกแห่งตระกูลโมรันนัสมา”
และผมกับท่านพ่อเอ็นทรัมก็มาที่นี่และโค้งคำนับให้
“กราบทูลฝ่าา” ท่านพ่อกับผมพูดพร้อมกันที
“พวกนายจ้างแค่คนกลุ่มนี้มาเพื่อปราบไอ้รยางค์หินอัคนีเงาน่าเกลียดน่ากลัวตัวั์นั่นเลยเนี่ยนะ?” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดว่า “มันเป็ไปได้ยังไงกันเนี่ย?”
“อ่า… ฝ่าาครับ” ผมบอก “กระหม่อมคิดว่าเื่ที่กระหม่อมจะเล่าให้ฟังต่อจากนี้ อาจจะเป็เื่ที่ไม่น่าจะมีผู้ใดเชื่อถือ แต่ก็เป็เื่จริงครับ”
“‘เื่จริง’ งั้นหรือ?” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดถาม แถมพระองค์ก็ทรงทำพระหัตถ์เน้นคำจากคำว่าเื่จริง เหมือนจะให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้ฮะ แต่สุดท้ายผมก็…
“ขอรับฝ่าา” ผมตอบ แล้วผมก็เริ่มบรรจงอธิบายทุกอย่างเท่าที่จะบรรยายได้ และก็เป็อย่างที่ว่า ไม่มีใคร (ที่ไม่ใช่พวกผู้กลับชาติมาเกิดอ่ะนะ) ในโลกนี้เคยได้ยินเื่การกลับชาติมาเกิดจากโลกอื่นพร้อมความทรงจำเดิม หรือการถูกอัญเชิญมาปราบจอมมารอะไรแบบนั้นเลย
หรือบางเคสแบบไอ้บักเจสันนี่ก็ตัวเอ้เลย อุตส่าห์ถูกเทพีส่งมาเกิดให้พลังอยู่แล้ว ดันมาทึกทักเองว่าพวกเทพเ้าและศาสนจักรเป็พวกชั่วร้ายเพราะตัวเองเสพการ์ตูนต่างโลกจนไมนด์เซ็ตบูลชิทขึ้นสมอง แล้วเลือกตัดการติดต่อกับเทพีตัวเองด้วยการทำสัญญากับมารร้าย เพื่อมาคืนสนองเทพเ้าที่ตัวเองแบมือขอพรมา อันนี้มันผู้กล้าจอมปลอมแล้ว และไม่มีใครที่นี่รู้เลยว่า จะมีผู้กลับชาติมาเกิดที่มีทัศนคติบูลชิทแบบเจสันอยู่บนโลกนี้อีกกี่คน และจะมีใครบ้างไหมที่มีทัศนคติปกติแบบผมกับแจสเตร็ด ตรงนี้แหละที่ไม่มีใครรู้เื่เลย
เอาเป็ว่าในบริบทของโลกนี้ ไอ้ที่ผมอธิบายมาทั้งหมดเกี่ยวกับผมและแจสเตร็ด ไม่สมเหตุสมผลเลยสักอย่าง แต่สุดท้ายทั้งพระเ้าเบอร์บิคและทุกคนในอาณาจักรนี้ก็พอหยวน ๆ ได้อยู่บ้าง
“เอาเป็ว่ามันก็น่าเหลือเชื่อแหละ” พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดตรัส “ฉะนั้น ตบรางวัลให้แล้วกัน”
และแล้วพวกตี้ของแจสเตร็ดก็ได้รับตราสัญลักษณ์ หรือถ้าจะให้พูดทางการหน่อยก็คงเป็ เครื่องพระราชอิศริยภรณ์อะไรสักอย่าง ของราชวงศ์มาร์ชแห่งอาณาจักรมัสโทรนัมละกันครับ
แต่ก่อนที่พวกตี้แจสเตร็ดจะกลับไป เขาก็มาขอคุยกับผมเป็การส่วนตัว
“สวัสดีครับท่านดยุก” แจสเตร็ดว่า แล้วก็โค้งคำนับให้ผม
“ไงไอ้น้อง” ผมทัก “นายแวะมาที่คฤหาสน์ตระกูลพี่มีธุระอะไรรึ?”
“อ่า…ผมจะมาคุยเป็การส่วนตัว เื่ที่ท่านอธิบายเื่ผู้กลับชาติมาเกิดน่ะครับ”
ผมนี่ถึงกับเลิกคิ้ว มาแวะที่คฤหาสน์ผมเพราะจะถามเื่ผู้กลับชาติมาเกิดเนี่ยนะ?
“นายหมายความว่าไง?” ผมถามไปก่อนเผื่อเขาจะเปลี่ยนประเด็น ทว่า
“ท่านเคยเล่าให้ฝ่าาฟังนี่ครับ”
โอเค พอย้ำขนาดนี้ ผมว่าก็คงต้องไปต่อกับประเด็นนี้สักทีแฮะ
“โอเค นายจะถามเื่อะไรรึ ระหว่างผู้อัญเชิญ สกิล และอะไรพวกนั้น?” ผมถามต่อเลย
“อ่า…ที่ผมจะถามก็คือ ท่านถูกอัญเชิญมาจากต่างโลก เกี่ยวอะไรกับการที่ท่านต้องมาตั้งครรภ์ครับ?”
ไหงถามคำถามแบบนั้นกันเนี่ย หลังจากนั้นผมก็ทำท่าครุ่นคิดอยู่ว่าจะตอบยังไงดี แต่…
“ท่านครับ นี่ท่านใช้เวลาคิดคำตอบเหมือนต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินเลยเหรอครับ?”
“เอ๋ ฉันคิดนานขนาดนี้เลยเรอะ?” ผมถามกลับไป
“ครับ” แจสเตร็ดบอก
“เอาเป็ว่าฉันยังไม่รู้เหตุผลที่แท้จริงหรอก แต่มันน่าจะโยงไปถึงผู้กล้าในตำนานคนหนึ่งที่สามารถปราบจอมมารได้แม้จะอยู่ในสภาพคนท้องแก่เกินกำหนดคลอดก็ตาม โดยจะมีคำพยากรณ์จากาบอกว่า สักวันหนึ่งจะมีผู้กล้าแบบเนี้ยกลับชาติมาเกิด ซึ่งฉันก็ไม่แน่ใจว่าฉันเข้าข่ายหรือเปล่านะเพราะฉันไม่ได้เกิดชาตินี้ั้แ่แรก”
“งั้นเหรอครับ” แจสเตร็ดว่าเสียงเหมือนจะงง ๆ
“ถ้าจะถามเหตุผลที่แท้จริง ถามเทพธิดาที่ส่งฉันมาเกิดในร่างนี้จะดีกว่านะ” ผมเสริม
“โอเค งั้นผมคงไม่รบกวนละครับ” แจสเตร็ดว่า “อ้อ แล้วก็ถ้าท่านมีอะไรจะติดต่อ เดี๋ยวผมจะให้ท่านระบุที่อยู่ของผมให้ครับ”
“โอเค” ผมบอกแล้วก็เตรียมขนนกและขวดหมึก พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งด้วย และเมื่อผมฟังที่เขาระบุพิกัดที่อยู่ ผมก็จุ่มปลายขนนกลงขวดหมึกแล้วก็จดลงกระดาษ และข้อมูลที่ผมจดลงกระดาษก็เข้าไปในหัวสมองของผมเป็การถาวรด้วยสกิล Ink of Memories (หมึกแห่งความทรงจำ) [S]
“เอาล่ะ ขอบใจที่มาสละเวลาคุยกับฉันส่วนตัวล่ะนะ” ผมบอก
“ครับผม” แจสเตร็ดบอก จากนั้นก็เดินจากไป
หลังจากนั้นผมก็จะเข้านอน ตามกิจวัตรผมก็ต้องดับไฟตะเกียงเพื่อนอนอยู่แล้ว แต่คืนนี้ผมไม่ดับ เพราะรอท่านเอลซ่าเซอร์ไพรส์ก่อน และท่านก็มาจริงด้วยแฮะ
“สวัสดี ออสเทร็ธ”
“สวัสดีครับท่านเอลซ่า” ผมบอก
“ได้ข่าวว่าเ้าได้เจอกับเ้าผู้เกิดใหม่ที่ตัดขาดการติดต่อกับเทพีที่อัญเชิญมันมาแล้วไปเข้าพวกกับมารร้ายมาแล้วสินะ” ท่านเอลซ่าว่า น่าจะหมายถึงไอ้ตาเจสันปีศาจผีรยางค์หินเพลิงเงานี่แหละนะ
“ครับ” ผมตอบ “แต่กระนั้นผมเองก็ไม่ได้น้อยหน้า มีพ่อหนุ่มคนหนึ่งที่เป็ผู้เกิดใหม่ที่ทัศนคติดีกว่าและพลังเทพกว่าผม อาสาไปจัดหนักกับไอ้หมอนั่นที่ร่างบิดเบี้ยวกลายเป็ผีรยางค์หินไฟเงาให้แล้วครับ”
“เ้าเห็นสารรูปสุดท้ายของเจสันก่อนจบชีวิตเช่นนั้นแล้วหรือ?”
“ใช่ครับ” ผมตอบ “มันน่าเกลียด สะอิดสะเอียน จนอาการแพ้ท้องของผมที่หายไปนานนับปีเกือบจะกำเริบแล้ว”
ท่านเอลซ่าถอนหายใจโล่งอกแล้วถามว่า
“ข้าอยากรู้ว่าผู้ใดอาสาไปฆ่าเจสันผู้ถูกครอบงำนั่น”
“เขาชื่อว่าแจสเตร็ดครับ” ผมตอบสั้น ๆ
“งั้นข้าฝากบอกขอบคุณไปยังเขาที และข้า้าที่จะชื่นชมเทพธิดาที่อัญเชิญเขามาว่าทำได้ดีมาก” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว “ถือว่าโควต้าที่นางใช้นั้นนางรัดกุมในการคัดเลือกคนเข้าโลกนี้เหมือนกับข้าอยู่แล้วล่ะ”
“ผมก็นึกอยู่แล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นคงจะลงเอยแบบไอ้เจสันแน่นอน” ผมบอก
“แล้วข้าก็้าจะบอกข่าวดีกับเทพธิดาที่อัญเชิญเจสันว่า ตอนนี้มันจากไปแล้วล่ะ” เทพธิดาเอลซ่าเสริม “ให้นางสบายใจได้เลย”
“ครับ” ผมบอก “ก็หวังว่านางจะมีความสุข และรัดกุมในการอัญเชิญมาเกิดใหม่ที่นี่มากขึ้นนะครับ”
“ข้าก็หวังว่าอย่างนั้นแหละ” เทพธิดาเอลซ่ากล่าว “แต่เทพธิดาที่อัญเชิญเจสันมิใช่องค์เดียวที่เสียใจกับการอัญเชิญที่ผิดพลาดแบบนี้ อย่างที่เ้าก็น่าจะเดาได้ ผู้กลับชาติมาเกิดที่ลงเอยแบบเจสันมีเยอะมาก แต่บางคนไม่ได้ถลำลึกไปไกลแบบมัน แต่ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะถูกจอมมารเข้าควบคุมได้จากทัศนคติผิด ๆ ด้วย แต่กระนั้นข้าก็อยากให้เ้ามีความหวังกับผู้กลับชาติมาเกิดกลุ่มที่เป็แบบแจสเตร็ดบ้าง ยิ่งรวบรวมคนกลุ่มนี้ไว้มากเท่าไหร่ยิ่งมีผลดีกับสังคมโลกนี้มากขึ้นเท่านั้น”
“ครับ”
“ข้าอยากให้เ้าไปทำความรู้จักกับผู้กลับชาติมาเกิดที่มีทัศนคติดี ๆ แบบแจสเตร็ดให้เยอะ ๆ จะได้มีกำลังพลในการต่อกรกับผู้กลับชาติมาเกิดสายดำมากขึ้น”
“ครับผม” ผมตอบ
“เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนล่ะนะ โชคดีล่ะ” ท่านเอลซ่าอำลาก่อนจะหายวับไป
และก็ตามสูตร พอท่านเอลซ่าจากไปปุ๊บ ก็ต้องมีคนมาเปิดประตูทักทายผมต่อเลย คนที่เปิดประตูมาก็ชาร์ล็อตต์เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือท่านพ่อเอ็นทรัมและท่านแม่เจย์น่าเดินเคียงข้างมาด้วยแฮะ
“อ้าว ท่านพ่อ ท่านแม่ มาได้ไงครับ?” ผมทักทันที
“ก็ …เอ่อ… แม่มีเื่จะคุยสักหน่อยเกี่ยวกับ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ อะไรของลูกและแจสเตร็ด และคนอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่งน่ะ” ท่านแม่เจย์น่าทำมือเน้นคำว่าผู้กลับชาติมาเกิด เหมือนกับที่พระเ้าเบอร์บิคที่สิบเจ็ดทรงทำเลย
“พ่อเล่าให้แม่ฟังแล้วว่าลูกเป็อะไร” ท่านพ่อเอ็นทรัมกล่าว “พ่อกับแม่เลยสงสัยว่าชาติเก่าลูกมาสิงร่างลูกตอนที่ลูกถูกเวนอมวิปแลชวางยาหรือเปล่า”
“น่าจะอย่างนั้นนะครับท่านพ่อ” ผมตอบ “เพราะผมไม่ได้สติไปสองชั่วโมงหลังจากโดนพิษหางมันแทงหัวใจ จังหวะนั้นจิตชาติเก่าของผมก็เลยมาสิงทับที่พอดี สองจิตเลยรวมเป็หนึ่งน่ะครับ”
“งั้นก็แสดงว่า พวก ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ อะไรนี่ก็มีสองจิติญญาในร่างกายเดียวกันอย่างนั้นสินะคะ” ชาร์ล็อตต์ว่า
“ประมาณนั้นแหละครับ” ผมตอบ เพราะผมไม่รู้ว่าจะจำกัดความเกี่ยวกับผู้กลับชาติมาเกิดได้มากแค่ไหนให้คนทั่วไปในโลกนี้เข้าใจได้อีกแล้วล่ะ
“โอเค น่าจะพอเข้าใจแล้วล่ะ” ท่านแม่เจย์น่าบอก
“เอาเป็ว่าจากเหตุการณ์ตอนกลางวันนั่น พวกเราได้รับรู้ถึงตัวอย่างที่ดีและตัวอย่างที่แย่ของกลุ่ม ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ในเหตุการณ์เดียวกันแล้วล่ะ” ท่านพ่อเอ็นทรัมบอก “ตัวอย่างที่แย่คือเจสัน ไอ้ปีศาจรยางค์ศิลาอัคนีเงาที่ลูกบอกว่าถูกครอบงำจากทัศนคติผิด ๆ เกี่ยวกับโลกของเรา แล้วไปทำสัญญากับจอมมารเพื่อหวังจะกำจัดทวยเทพและสรวง์จนกลายเป็แบบนั้น ส่วนตัวอย่างที่ดีคือ แจสเตร็ด ที่ยึดถือในคำมั่นและบูชาเทพจาก์และใช้พลังของตัวเองในทางที่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่สองคนนี้แค่คนเดียว และมีอยู่ประปรายทั่วโลก”
อันนี้ก็เป็เื่จริง โลกนี้มีคนแบบทั้งเจสันและแจสเตร็ดอยู่จำนวนมากอย่างละแทบจะ 50:50 เลย
“ก็นะครับ ทางเดียวที่ผมจะทำได้ก็คือ ไปรวบรวมผู้กลับชาติมาเกิดที่เป็แบบแจสเตร็ดมารวมกันให้เยอะ ๆ เป็กลุ่มใหญ่ เพื่อที่จะได้จัดการกับเ้าผู้กลับชาติมาเกิดที่เป็แบบเจสันให้หมดไป”
“ดีแล้วล่ะลูก” ท่านพ่อเอ็นทรัมกล่าว
“ว่าแต่ พวกท่านมีอะไรจะคุยกับผมต่อไหมครับ?”
“ไม่มีแล้วจ้ะ” ท่านแม่เจย์น่ากล่าว “ฝันดีนะจ๊ะลูก”
“ฝันดีครับ” ผมบอกและมองท่านพ่อ ท่านแม่ และเมดชาร์ล็อตต์เดินออกจากห้องไป เสร็จแล้วผมก็ดับไฟตะเกียงแล้วนอนของจริงสักที