บทที่ 10 ่เวลาอบอุ่นของยมทูตหน้าดุ
หากไม่ใช่เพราะเค้กชิ้นเล็ก ๆ ที่ถังโย่วโย่วเก็บไว้ให้เขาเมื่อคืน ชางจื่อจะมานั่งกินอาหารเช้าดี ๆ แบบนี้ได้อย่างไร?
ความโกรธทั้งหมดเมื่อวานถูกขจัดออกไปด้วยเค้กชิ้นเดียวจากถังโย่วโย่ว แม้แต่ชางจื่อเองก็ยังรู้สึกแปลกใจ
บางทีถังโย่วโย่วคนนี้อาจจะเป็ดาวนำโชคจริง ๆ ก็ได้? หรือว่าเธอคือคนที่์ส่งมาเพื่อปราบเขากันแน่? มันช่างแปลกจริง ๆ
ชางจื่อคว้ากระเป๋าเป้แล้ววิ่งออกจากคฤหาสน์
มองตามเงาร่างของเขาไป หลิวชิงก็หัวเราะชอบใจพลางพูดว่า "โย่วโย่วของพวกเรามาอยู่บ้านได้ไม่กี่วัน ปีศาจตัวน้อยถึงกับทำเสียงดุไม่ออกแล้ว ต่อไปก็ต้องจัดการเขาแบบนี้แหละ!"
ชางโหยวตอบว่า "ใช่!"
ส่วนถังโย่วโย่วแกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน ยัดอาหารเข้าปากต่อไป
ท้องฟ้าจะกว้างใหญ่แค่ไหน แผ่นดินจะกว้างใหญ่แค่ไหน ก็สู้อาหารอร่อย ๆ ไม่ได้
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ
หลิวชิงหยิบกระเป๋าใบเล็กลายดอกไม้มาสะพายให้ถังโย่วโย่ว จากนั้นเธอก็พูดกับชางโหยวว่า "คุณคะ วันนี้คุณพาโย่วโย่วไปบริษทด้วยกันสิ! ลองดูว่าคำพูดของเ้าอาวาสจิ้งส้านที่พูดเมื่อวานเป็ความจริงหรือเปล่า"
"ก็ดีเหมือนกันนะ" ชางโหยวพยักหน้า "บ้านเรามีเด็กน้อยน่ารักแบบนี้ ต้องเอาไปอวดให้พวกเขาอิจฉากันหน่อย ฮ่า ๆ ๆ"
"แต่วันนี้ผมมีประชุม อาจจะต้องให้โย่วโย่วของเราอยู่เล่นในออฟฟิศสักพัก"
"..." ถังโย่วโย่วได้แต่จ้องมองทั้งสองคน
เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะสำหรับเธอแล้ว ไปที่ไหนก็สนุกทั้งนั้น ไม่เสียเวลาเลยสักนิด หลังก้มลงมองกระเป๋าลายดอกไม้ที่สะพายอยู่ ข้างในเหมือนจะมีของอะไรบางอย่างใส่ไว้จนตุง
ถังโย่วโย่วยื่นมือน้อย ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋า
ว้าว! มีนมกล่องด้วย! แถมเป็รสสตรอว์เบอร์รีอีกแล้ว!
เมื่อเห็นนมรสสตรอว์เบอร์รี ดวงตาของถังโย่วโย่วก็เป็ประกายวาววับ
หลิวชิงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นถังโย่วโย่วเจอนมสตรอว์เบอร์รีแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปหาและพูดว่า "โย่วโย่ว นมกล่องนี้ฉันให้เธอดื่มไประหว่างทาง กระเป๋าใบเล็กใส่ของได้ไม่เยอะ ใส่นมแค่กล่องเดียว ถ้าเธอหิวตอนอยู่ที่บริษัทก็บอกคุณลุงให้ซื้อของกินให้นะ!"
"ค่ะ!"
ถังโย่วโย่วพยักหน้า พร้อมกับนั้นหางม้าบนศีรษะก็แกว่งไปมาไม่หยุด
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ วันนี้ฉันยังต้องไปเล่นไพ่นกกระจอกกับเพื่อน ๆ อีก" หลิวชิงมองชางโหยวและบอกกับเขา
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วขึ้นมา ทั้งสองคนดูเหมือนพ่อลูกกัน เดินออกจากคฤหาสน์ไปขึ้นรถเบนท์ลีย์มุ่งหน้าสู่บริษัท
หลิวชิงยืนส่งพวกเขาอยู่ที่หน้าประตู แล้วหิ้วกระเป๋าใบเล็กของตัวเองออกไปเล่นไพ่นกกระจอกกับเหล่าเพื่อนสาวอย่างมีความสุข
...
รถเบนท์ลีย์แล่นไปตามถนน ชางโหยววางถังโย่วโย่วลงบนที่นั่งข้าง ๆ ตัวเอง จากนั้นก็แกะนมสตรอว์เบอร์รี เสียบหลอดแล้วส่งให้
ถังโย่วโย่วใช้มือน้อย ๆ กอดกล่องนมแล้วเริ่มดื่มมัน
"โย่วโย่ว เดี๋ยวพอลุงไปถึงบริษัทก็ต้องเข้าประชุม มันอาจจะใช้เวลานาน เธออยู่เล่นในห้องทำงานของลุงไปก่อนได้ไหม? ลุงจะให้คุณป้าคนหนึ่งมาอยู่เป็เพื่อน ถ้า้าอะไรก็บอกเธอได้นะ"
"คุณป้าหรือคะ?" ถังโย่วโย่วเงยหน้าขึ้นมองชางโหยว
"เลขาของลุงยังไงล่ะ"
เลขา? ถังโย่วโย่วเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่าง
แต่เธอก็ยังพยักหน้าอย่างว่าง่าย พูดเสียงหวานใสตอบกลับว่า "ได้ค่ะ"
"เด็กดี" ชางโหยวลูบหัวถังโย่วโย่ว
จากนั้นเขาก็นั่งอ่านเอกสารอยู่ข้าง ๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถเบนท์ลีย์จอดหน้าตึกระฟ้าสูงตระหง่าน
พนักงานรับจอดรถรีบเดินมาเปิดประตูให้ทันที ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วลงจากรถ เดินเข้าไปในตึก
ถังโย่วโย่วเงยหน้าเล็ก ๆ มองตึกสูงตรงหน้า จากนั้นสายตาก็เหลือบเห็นป้ายอาคารที่ตั้งอยู่ด้านหน้าตึก บนนั้นมีตัวอักษรสีทองเขียนไว้ ‘ชางกรุ๊ป’
ไม่อยากจะเชื่อเลย ทั้งตึกนี้เป็ของบ้านลุงเธอหรือ?!
ก่อนหน้านี้ถังโย่วโย่วเคยเห็นแต่ในทีวีเท่านั้น
รวย...รวยจริง ๆ !
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วเดินเข้าตึกท่ามกลางสายตาประหลาดใจของพนักงานจอดรถ จากนั้นก็เดินเข้าลิฟต์ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพนักงานต้อนรับต่อ
ทันทีที่ชางโหยวเดินเข้าลิฟต์ไป
พนักงานต้อนรับก็รีบหยิบมือถือขึ้นมา แล้วส่งข้อความในกลุ่มว่า
[ประธานชางอุ้มเด็กผู้หญิงมาที่บริษัท พวกคุณว่า...นี่จะเป็ลูกสาวของเขาหรือเปล่า? แต่ฉันก็ไม่เคยได้ยินว่าภรรยาประธานชางตั้งครรภ์ลูกคนที่สองนี่นา!]
ข้อความนี้ของพนักงานต้อนรับทำให้กลุ่มแชทเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที
อะไรนะ? ยมทูตหน้าดุอุ้มเด็กผู้หญิงมาที่บริษัท?! นี่มันเื่ที่แม้แต่คุณชายชางจื่อยังไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษแบบนี้เลยนะ!
มีคนรีบตอบในกลุ่มทันที [ลี่ลี่ เธอคงไม่ได้ดูผิดหรอกนะ?]
[ฉันไม่ได้ดูผิดหรอก! ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวพวกคุณก็ได้เห็นเองแหละ!]
ในตอนที่ลี่ลี่เพิ่งส่งประโยคนั้นไป ชางโหยวก็เดินออกมาจากลิฟต์พอดี
พนักงานที่นั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้สำนักงานต่างมองก้อนกลม ๆ น่ารักที่ชางโหยวอุ้มอยู่ในอ้อมแขนราวกับเห็นผี
ภาพตรงหน้านี้...มันช่างเหมือนดาวอังคารจะพุ่งชนโลก ทำเอาขนลุกซู่ไปหมด
แต่ในวินาทีถัดมา พวกเขายิ่งอ้าปากค้างไปกันใหญ่
เมื่อเห็นชางโหยวที่ปกติเ็ากับทุกคนกลับยกยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เ้าตัวน้อยในอ้อมแขน พลางพูดว่า "โย่วโย่ว ลุงจะพาเธอไปที่ห้องทำงานก่อนนะ เดี๋ยวลุงจะออกมาเล่นกับเธออีกที ตกลงไหม"
น้ำเสียงแบบนี้ สีหน้าแบบนี้...
ช่างเป็การตามใจจนเกินเหตุจริง ๆ !
นี่มันเื่บ้าอะไรกันแน่? ประธานบริษัทของพวกเขาเป็อะไรไปกัน? หรือว่าถูกผีสิงไปแล้ว?
แต่เดี๋ยวก่อนนะ! ลุง?
ลุง... เด็กน้อยตัวกลมนี่เป็หลานสาวของเขางั้นเหรอ?!!
แต่ชางโหยวไปเอาน้องสาวมาจากไหนกัน? ทุกคนรู้ดีว่าตระกูลชางมีทายาทสืบทอดสายเืเพียงคนเดียว ตระกูลชางมีผู้นำเพียงคนเดียวในตอนนี้ และชางโหยวก็มีลูกชายคนเดียวคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลชาง ชางจื่อ ซึ่งอายุแค่เก้าขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมเท่านั้น!
หลานสาวตัวน้อยคนนี้โผล่มาจากที่ไหนกัน? คงไม่ใช่...ลูกนอกสมรสหรอกนะ...
สายตาของทุกคนดูพิกลมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ต่อมา สายตาเย็นเยียบจากชางโหยวก็กวาดมองพนักงานทั้งชั้น
"ไม่ต้องทำงานกันแล้วหรือ?! มองฉันทำไม?"
"ถ้าไม่อยากไปทำงาน ก็รีบเก็บของแล้วไสหัวไปซะ!"
"..."
โอ้แม่เ้า! น่ากลัวมาก!
ทุกคนก้มหัวลงทันทีแล้วเริ่มทำงานต่อ
ชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่วเดินเข้าไปในห้องทำงาน วางเธอลงบนที่นั่งของเขา จากนั้นกดโทรศัพท์ภายในพูดเสียงเ็าว่า "เลขาลี่ เข้ามาหน่อย"
"ค่ะ ท่านประธาน" เสียงหวานเยิ้มชวนหลงใหลของเลขาดังมาจากในโทรศัพท์
เสียงนั้นทำให้ถังโย่วโย่วขนลุกซู่ไปทั้งตัวทันที
อืม... เสียงแบบนี้ เธอจะทำให้ใครเลี่ยนตายกันแน่? แหวะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อถังโย่วโย่วเงยหน้ามองชางโหยวกลับเห็นว่าเขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร หรือว่า... เป็ผู้ชายซื่อ ๆ?
เขาฟังไม่ออกเองหรือว่าเลขาหลี่คนนี้ปกติก็เป็แบบนี้ ลุงของเธอจึงชินไปแล้ว? แต่ในฐานะที่มีิญญาของหญิงสาวที่เป็ผู้ใหญ่แล้ว ถังโย่วโย่วรู้สึกได้จากสัญชาตญาณว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากล
มีปัญหา! มีปัญหาใหญ่มาก!
ไม่ถึงครึ่งนาที หญิงสาวในชุดทำงานสีดำก็เคาะประตูและเดินเข้ามาในห้องทำงาน
ถังโย่วโย่วนั่งอยู่บนเก้าอี้มองผู้หญิงคนนี้ั้แ่หัวจรดเท้า
จุ๊ ๆ ๆ ผู้หญิงคนนี้มีความตั้งใจแบบนี้สินะ?
ต้องแต่งตัวเปิดเผยขนาดนั้นเลยเหรอ?