บทที่สาม
หนูไม่เคย
ตรีพลที่เดินกลับมาจากส่งลูกค้าขึ้นรถไปพร้อมกับเด็กในสังกัดที่คัดสรรกันมาแล้ว ว่ารูปร่างหน้าตาดีพร้อมกับลีลาที่เด็ดดวง เดินยิ้มเข้ามาในร้านให้เช่าชุดราตรีของตัวเอง
ที่เป็อีกหนึ่งกิจการที่เปิดบังหน้าในการทำธุรกิจสีเทาของตัวเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว เพื่อไล่ดูยอดโอนเงินที่เป็ส่วนแบ่งจากการปิดงานไปในวันนี้อย่างมีความสุข
เพราะเม็ดเงินที่ได้รับมาในแต่ละวันนั้น มันมากพอที่จะให้ยอมเสี่ยงกับคุกตะราง แต่คิดไปคิดมาแล้วก็สังเวชใจให้กับประเทศที่ยึดถือศีลธรรมอันดี แต่ไม่เคารพหน้าที่การงานของผู้อื่น
การขายบริการตราบเท่าทุกวันนี้ในประเทศกะลาแลนด์ก็ยังเป็อาชีพที่ผิดกฎหมาย และคิดว่าก็คงจะผิดกฎหมายไปอีกนานเท่านาน ทั้ง ๆ ที่ก็เป็อีกหนึ่งอาชีพที่สุจริตไม่ต่างจากอาชีพอื่น ๆ
เพราะคนขายก็เต็มใจที่จะขายเรือนร่างแลกเงิน ส่วนคนซื้อก็เต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อแลกกับความสุขของตัวเอง ทั้งสองฝั่งก็ต่างยินยอมพร้อมใจกันในข้อแลกเปลี่ยน ก็ไม่รู้ว่าเื่นี้มันไปหนักหัวอะไรใครนักหนา
“แตงกวา” ตรีพลเอ่ยเรียกลูกน้องคนใหม่ ที่กำลังจะกลายมาเป็คนสนิท เพราะทำงานใกล้ชิดเขาอยู่แค่คนเดียวอย่างอารมณ์ดี
“ค่ะพี่ตรี” แตงกวาที่นั่งเหงาอยู่หลังเค้าท์เตอร์เอ่ยขานรับ ก่อนจะผุดลุกและเดินมาหาอีกฝ่ายโดยทันที
ร่างเล็กพยายามดึงรั้งชุดเดรสที่รัดรูปให้ลงมาปิดต้นขาเรียวสวย เพราะยิ่งเดินชุดที่รัดเสียจนเห็นทรวดทรงก็ยิ่งจะกระเถิบรั้งขึ้นไปจนแทบที่จะไปกองอยู่ที่สะโพกรอมร่อ
“ดึงมันเข้าไป ชุดฉันยืดหมดแล้วมั้ง” ตรีพลเอ่ยกระแหนะกระแหน ตามประสาของคนปากร้ายแต่ใจดี
แตงกวาหยุดดึงชุดในทันที ก่อนจะยืนตรงไม่ขยับขยุกขยิกเหมือนกับในตอนแรกอย่างรู้จักความ เพราะเริ่มที่จะจับทางพี่ตรีได้แล้ว ว่าอีกฝ่ายนั้น ชื่นชอบอะไรที่มันดูสวยงาม และมักจะให้ความเอ็นดูคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง
หญิงสาวแม้จะยังไม่คุ้นชินกับการแต่งตัวล่อแหลม หากแต่ก็พยายามที่จะปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อให้ตัวเองได้เป็ที่พอใจของผู้มีพระคุณ แตงกวารับรู้ได้ถึงความหวังดี ที่อีกฝ่ายพร่ำบอกอยู่เสมอว่าให้มั่นใจในตัวเอง
และให้หยิบฉวยโอกาสที่มีจากรูปทรัพย์ภายนอกที่ได้รับมาั้แ่เกิดให้เป็ประโยชน์ต่อตัวเอง ซึ่งแตงกวาก็เริ่มที่จะเรียนรู้และปฏิบัติตาม หากแต่ก็ยังไม่มีความคิดที่ว่าจะออกไปข้างนอกกับแขกเหมือนกับเพื่อน ๆ คนอื่น
เพียงแค่ใช้สิ่งที่ตัวเองพอจะมี และความสวยในฉบับที่พี่ตรีพยายามสรรค์สร้างให้ เพื่อต่อยอดในการเพิ่มรายได้ของตัวเอง ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ เพราะหลายวันมานี้ แตงกวาเองก็ได้รับทิปพิเศษจากลูกค้าที่แวะเวียนมาอยู่ไม่น้อย
“หมุนตัวดูหน่อย” ตรีพลเอ่ยสั่ง ก่อนจะเอนหลังไปกับพนักพิงของโซฟาอย่างสบายใจ
แตงกวาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก็ค่อย ๆ หมุนตัวในจังหวะที่ช้าเนิบนาบ เพื่อให้อีกฝ่ายได้พิจารณาการแต่งตัวของตัวเองในวันนี้อย่างถี่ถ้วน ร่างเล็กหลุบตาลงมองต่ำเมื่อบังเอิญสบสายตากับคนพี่ ในขณะที่หันกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายอีกครั้ง
หญิงสาวรู้สึกร้อนที่ใบหน้าและใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างที่ไม่มีสาเหตุ คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าแค่เพียงการสบสายตากับอีกฝ่าย จะทำให้แตงกวารู้สึกตื่นเต้นเสียจนจะหน้ามืดไปให้ได้
“หุ่นเธอสวยมาก แต่ก็ควรเพิ่มน้ำหนักอีกสักนิด เพื่อให้ทรวดทรงในส่วนอื่น มันดูสมส่วนกับหน้าอกของเธอขึ้นมา” ตรีพลใช้มือจับคาง ก่อนจะเอ่ยพูดออกไปตามความคิดของตัวเอง
“มันจะไม่อ้วนไปหรือคะพี่” แตงกวาเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัย เพราะในสมัยนี้ใคร ๆ ก็ต่างพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ตัวเองผอมกันทั้งนั้น แต่อีกฝ่ายกลับจะให้แตงกวาเพิ่มน้ำหนักเสียอย่างนั้น
“ผอมไปมันก็ไม่สวย ยิ่งกับเธอที่หน้าอกหน้าใจเบิ้มแบบนี้ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ มันดูเหมือนเธอกำลังแบกอะไรที่ใหญ่ ๆ เอาไว้่หน้าอกมากเกินไป” ตรีพลกวาดสายตามองแตงกวาั้แ่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป ตามประสาของคนที่ผ่านการคัดเลือกผู้หญิงสวย ๆ มาแล้วนับไม่ถ้วน
ไม่รวมไอ้ที่หากินเอาเองได้ตามรายทางอีก แต่ก็ไม่คิดจะโอ้อวดออกไปหรอก เพราะต่อให้โม้จนน้ำลายแห้งก็คงจะได้รับกลับมาแค่เพียงสีหน้าที่แสดงออกถึงความงุนงงและไม่เข้าใจของแตงกวา
“ค่ะ” แตงกวาเอ่ยตอบรับเสียงแ่ เพราะรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาที่มองมาของอีกฝ่าย ที่มีความพินิจพิเคราะห์อยู่ในที
แม้สายตาที่พี่ตรีใช้มองกันจะไม่ได้มีท่าทีคุกคาม หรือเป็สายตาที่โลมเลียร่างกายกันอย่างหยาบคาย หากแต่มันก็ทรงพลังมากพอที่จะทำให้แตงกว่ารู้สึกเขินอาย และแก้มเริ่มมีสีระเรื่อออกมาให้ได้เห็น
แตงกวาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมจะต้องรู้สึกเขินอายและวางตัวไม่ถูกทุกครั้ง ที่สายตาของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่กัน และเป็เพราะเหตุใด หัวใจถึงได้เต้นแรงกับคนคนนี้นัก
“นั่งสิ” ตรีพลเอ่ยชวนเด็กผู้หญิงที่ยืนตัวแข็งอยู่ให้นั่งลง เพราะรู้สึกขัดหูขัดตากับท่าทางแบบนั้นของอีกฝ่าย
“ค่ะ” แตงกวาเอ่ยตอบรับ ก่อนจะสาวเท้าเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเล็ก ร่างเล็กหนีบขาเอาไว้แน่น เพราะกลัวว่าหวอจะโผล่ออกมาต่อหน้าต่อตาของพี่ตรี หากเป็อย่างนั้นก็คงจะรู้สึกขายหน้าไปอีกนาน
“เวลาที่สวมใส่ชุดที่มันสั้น เวลานั่งเธอก็ควรที่จะไขว่ห้าง มานั่งตัวเกร็งขาหนีบแบบนี้มันเสียบุคลิกภาพ” ตรีพลเอ่ยแนะนำเด็กสาวที่ยังคงวางตัวประดักประเดิดอยู่ไม่น้อย
แตงกวาช้อนสายตาขึ้นมองคนพี่ ก่อนจะพยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย และตัดสินใจไขว้ขาขึ้นมาทับกันตามที่อีกฝ่ายบอก ร่างเล็กแย้มยิ้มเล็ก ๆ ส่งไปให้กับคนที่กำลังมองมา
“อืม ดูสวยขึ้นมาแล้ว” ตรีพลเอ่ยชมอีกฝ่าย ก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจกับการว่านอนสอนง่ายของคนในปกครอง
“ทำงานหน้าที่นี้มาหลายวันแล้ว เปลี่ยนใจอยากที่จะรับแขกบ้างหรือยัง” ตรีพลเอ่ยถาม ก่อนจะคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
“ไม่ค่ะ” แตงกวาส่ายหน้าปฏิเสธ ลอบมองอีกฝ่ายที่กำลังพ่นควันบุหรี่อย่างต่อเนื่อง
“แน่วแน่ดี เหตุผลคืออะไรนะ” ตรีพลเขี่ยบุหรี่ลงกับที่เขี่ยบุหรี่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไป แม้จะจำได้รางๆ ว่าอีกฝ่ายเคยบอกเหตุผลกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายวันก่อน
“หนูไม่เคยค่ะ ทำไม่เป็” แตงกวาเอ่ยตอบเสียงเบา ก่อนจะก้มหน้าลงหลบสายตาจากคนที่มองมาด้วยสายตาที่เบิกกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย
“หมายถึง ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์น่ะหรือ” ตรีพลเอ่ยถามออกไปด้วยความปากไว ก่อนจะรีบเม้มปากระงับคำพูดต่อไปของตัวเองเอาไว้ เมื่อเห็นว่าสีหน้าของแตงกวาเริ่มไม่สู้ดี
“โทษที ฉันปากไวไปหน่อย” ตรีพลเอ่ยขอโทษอีกฝ่ายออกไป เพราะเข้าใจดีว่าบางคนก็ไม่สะดวกใจที่จะพูดถึงเื่นี้กันอย่างเปิดเผย
แต่ด้วยหน้าที่การงานที่คลุกคลีอยู่กับเื่พวกนี้ บางครั้งเองก็ทำให้ตรีพลเองลืมตัวพูดถึงเื่ราวในมุ้งออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย และไม่สะทกสะท้าน แต่ก็ลืมคิดไปว่าคู่สนทนาในตอนนี้นั้น เป็คนหน้าบางขนาดไหน
“ไม่เป็ไรค่ะ แตงกวาไม่ถือ” แตงกวาเอ่ยตอบพี่ตรีกลับไป ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นไปสบตากับอีกฝ่าย
“แตงกวาไม่เคยมีแฟน ไม่เคยทำเื่อย่างว่ากับใคร” แตงกวาเอ่ยตอบ ในขณะที่ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของเ้าของคำถาม
ตรีพลกระเดาะลิ้นเล่น ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ และจ้องมองกลับไปในดวงตากลมโตที่กำลังข่มความกลัวที่จะสบตากับตัวเองนิ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มมุมปากออกมาให้ได้เห็น
“มีเยอะนะ ที่เป็แบบเธอ แล้วก็มาเสียตัวเพราะรับงานเป็ครั้งแรก” ตรีพลเอ่ยพูดขึ้น ก่อนจะบี้บุหรี่ที่คีบอยู่ในมือลงกับที่เขี่ยบุหรี่
“แถมอะไรแบบนี้ได้เงินดีมากด้วย สามารถเรียกค่าตัวได้แบบสมราคา” ตรีพลเอ่ยสำทับ มือหนาที่เนียนนุ่มตามฉบับคนที่ดูแลผิวพรรณของตัวเองเป็อย่างดียกขึ้นเสยผม
“พี่ตรีอยากให้แตงกวาทำงานแบบนั้นหรือคะ” แตงกวากลั้นใจเอ่ยถามออกไป
“แค่ลองเสนอทางเลือก เพราะฉันรู้ดีที่สุด ว่างานแบบนี้มันจะทำให้เธอสามารถหอบเงินก้อนโตกลับไปบ้านได้เร็วมากยิ่งขึ้น” ตรีพลสูดนิโคตินเข้าปอดและพ่นควันออกมาทางจมูก ก่อนจะเอ่ยตอบไปตามความจริง
“ขอบคุณนะคะ แตงกวารู้ว่าพี่หวังดีกับแตงกวา แต่แตงกวามีความสุขกับการเก็บเงินไปแบบนี้เรื่อย ๆ ถ้าแตงกวาเปลี่ยนใจวันไหน จะบอกนะคะ” แตงกวาเอ่ยตอบกลับไป รู้สึกโล่งใจที่อีกฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะบีบบังคับกันให้รับลูกค้าด้วยวิธีการแบบนั้น
“ไม่ต้องเครียด คนอย่างฉันไม่เคยบังคับใจใครอยู่แล้ว” ตรีพลเอ่ยตอบกลับไป เมื่อจับความรู้สึกของเด็กผู้หญิงตรงหน้าได้ผ่านสายตาของอีกฝ่ายที่ฉายแววความวิตกกังวลในคราแรก
“ค่ะ” แตงกวาเอ่ยตอบรับ พร้อมกับส่งยิ้มกลับไปให้กับอีกฝ่าย เป็อีกหนึ่งวัน ที่แตงกวารู้สึกประทับใจในตัวของพี่ตรีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
นั่นก็คือความใจดีและพร้อมที่จะเข้าใจและเคารพความคิดเห็นของคนอื่นอยู่เสมอ แตงกวาแม้จะรู้จักกับอีกฝ่ายได้ไม่นาน หากแต่ก็เชื่อจนหมดหัวใจ ว่าอีกฝ่ายไม่เคยบีบบังคับฝืนใจใครให้ต้องขายบริการ