ร่างสูงโปร่งยังคงซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่หนานุ่มบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ร่างนั้นเปลือยท่อนบน มีเพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวจิ๋วที่ห่อหุ้มส่วนล่างเอาไว้ โดยปกติเขาก็มักจะนอนโดยที่ไม่สวมเสื้ออยู่แล้วเพราะว่าสบายตัวดี
เสียงโทรศัพท์ที่หัวเตียงดังขึ้นั้แ่เช้ามืด สกายใช้มือควานหาท่ามกลางความมืดของห้อง ม่านขนาดใหญ่และหนาทึบทำให้แสงจากภายนอกไม่สามารถเล็ดลอดผ่านเข้ามาได้ เมื่อคว้าได้ก็หรี่ตามองอย่างสลึมสลือ และกดรับสายนั้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็ใครบางคนที่เพิ่งบอกฝันดีเมื่อคืน
“ตื่นได้แล้วพี่สกาย วันนี้มีงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ”
“ตื่นแล้วๆ”
“โอเคพี่ แค่นี้แหละเดี๋ยวผมก็จะไปอาบน้ำแต่งตัวไปมหาวิทยาลัยเหมือนกัน”
“ใช่สิ วันนี้นายมีเรียนนี่ ตั้งใจเรียนนะ”
“พี่ก็ตั้งใจทำงานนะ ผมเป็กำลังใจให้”
ชายร่างสูงเปรยยิ้มออกมา ไอดินใส่ใจในทุกเื่ั้แ่รู้จักกันมา นี่ถ้าไม่โทรมาปลุกเขาคงได้ตื่นสายแน่นอนเลย คิดได้ดังนั้นก็หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงแสนสบายแล้วบิดี้เีเพื่อคลายความงัวเงีย
ทางด้านไอดิน หลังจากวางโทรศัพท์แล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอีกครั้ง อันที่จริงแล้ววันนี้เขามีเรียนตอนบ่ายนู่น แต่ที่ตื่นเช้าก็เพราะอยากเป็คนแรกที่โทรหาคนที่คิดถึง เพราะวันนี้สกายมีงานแต่เช้า และคาดว่าวันทั้งวันทั้งคู่ก็คงไม่ได้คุยกันอีก ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและดูรูปคู่ที่หน้าจอของเขาและสกาย มันคือรูปที่ใช้โปรโมทซีรีส์ ทุกๆ ครั้งที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็จะได้เห็นหน้าอีกฝ่ายได้โดยที่ไม่มีใครสงสัย
“ขอหลับต่ออีกนิดนะพี่สกาย” ว่าแล้วก็มุดลงไปในผ้าห่มผืนนุ่มและหลับตาลงอีกครั้ง
ราวๆ เที่ยง ไอดินก็ไปถึงมหาวิทยาลัย ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียนก็เลยไปนั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ตึกคณะ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาสกาย
CHAT
ไอดิน : พี่สกายกินข้าวรึยัง
นายท้องฟ้า : กินแล้ว นี่นายเพิ่งไปถึงมหาวิทยาลัยใช่ไหม
ไอดิน : ทำไมพี่รู้ล่ะ
นายท้องฟ้า: ทำไมพี่จะไม่รู้ นายน่ะดูออกง่ายจะตาย แต่ยังไงก็ขอบใจนะที่โทรมาปลุกแต่เช้า
แล้วค่อยนอนต่อน่ะ
นายท้องฟ้า: เดี๋ยวพี่ไปทำงานก่อนนะ
..................................................................
ยังไม่ทันที่จะได้พิมพ์ตอบกลับเพื่อจบบทสนทนา ก็ต้องชะงักเพราะเสียงของคนคุ้นเคยเอ่ยทักมาข้างหลัง
“ฮั่นแน่ แอบคุยกะสาวอยู่ล่ะสิท่า” หญิงสาวที่ชื่อว่าจูนเดินมากอดคอไอดินแล้วโน้มใบหน้าลงมาที่โทรศัพท์มือถือของอีกฝ่าย
“เปล่าซะหน่อย ไม่ได้คุยกะผู้หญิงนะ” มือรีบกดปุ่มปิดหน้าจอให้ดับลงแล้วเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋า
“แซวแค่นี้ทำเป็ร้อนตัว ทำไมกลัวเราหึงเหรอ”
ไอดินมองหน้าของเธอด้วยแววตาสงสัย
“เฮ้ย แค่แซวเล่นเอง”
เธอพูดแก้เก้อแล้วเอี้ยวตัวลงนั่งตรงข้ามอีกฝ่าย
“แล้วไอ้แม็กซ์ยังไม่มาอีกเหรอ” จูนพูดพลางชะเง้อชะแง้แลหาคนที่ถามหา
“นั่นไง เธอพูดถึงก็มาเลย ตายยากจริง”
“พูดถึงกูอยู่เหรอวะ” คนที่เพิ่งถูกพูดถึงทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ไอดิน
“เออดิ มีเรียนบ่าย มึงก็มาซะบ่ายเลยนะ ไม่คิดจะเผื่อเวลาบ้างเลยเหรอวะ” จูนพูดพลางลุกขึ้นใช้มือตบกะโหลกเพื่อนตัวดีไปสักหนึ่งป๊าบ
“นี่จูน ทีกับกูพูดกูพูดมึง ทีกับไอดินพูดจาซะดีเชียว มึงนี่สองมาตรฐานจริงๆ แล้วก็ทำตัวให้มันสมกับเป็กุลสตรีหน่อยสิวะ แก่นกะโหลกแบบนี้ใครจะเอาเป็แฟนวะ”
“เื่ของกูน่า ไปเรียนได้แล้ว!”
ไอดินที่ตอนนี้กลายเป็คนดังจากซีรีส์ไปแล้ว ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนในมหาวิทยาลัย ก็มักจะมีคนแวะเวียนมาขอถ่ายรูปด้วย จนเพื่อนทั้งสองคนต้องคอยหยุดเดินเพื่อรอให้บรรดาแฟนคลับพวกนั้นถ่ายรูปจนเสร็จ
“ฮอตจริงนะ มีแต่คนมาขอถ่ายรูป เนอะไอ้แม็กซ์” จูนจีบปากจีบคอ
“เออ ต่อไปนี้พวกเราก็คงตกกระป๋องแล้วสินะ”
“ฮอตบ้าบออะไรของพวกมึงวะ กูก็ยังเป็เพื่อนมึงคนเดิมแหละ”
หลังเลิกเรียนจูนชวนไอดินและแม็กซ์ไปหาอะไรกินกันก่อนกลับ ในตอนนั้นเองมีข้อความเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือของไอดิน เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วเปรยยิ้มออกมา
“กูคงไปไม่ได้แล้วว่ะ กูมีธุระ” นิ้วกดปิดหน้าจอและเก็บโทรศัพท์มือถือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง
“ธุระอะไรของแก ทำไมสาวส่งข้อความมานัดไปไหนหรือไง เมื่อกี้เราเห็นแกอ่านข้อความแล้วยิ้มด้วย ไหนเอามาดูดิ๊” จูนพยายามแย่งโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง
“ไอ้จูน แกหยุดเลยนะ เราไม่ได้นัดสาวเว้ย เรามีธุระจริงๆ เอาไว้วันหลังละกัน วันนี้ก็ไปกันสองคนก่อนก็ได้”
พูดจบก็โบกมือลาเพื่อนทั้งสอง และเดินออกจากมหาวิทยาลัยไป โดยที่ไม่ได้รอคำตอบของเพื่อนทั้งสองว่าจะเอาอย่างไร เพราะในจิตใจตอนนี้มีเื่ที่สำคัญรออยู่
“เอาไงดีวะแม็กซ์ ไอดินมันก็ไปแล้ว”
“แยกย้ายสิวะ ตัวใครตัวมัน”
“เออ กูก็ว่างั้น”
ข้อความที่ส่งมาหาไอดิน ถูกส่งมาจากสกายที่ส่งมาบอกว่าวันนี้เลิกงานไวและกำลังจะกลับคอนโด ถ้าไอดินคิดถึงก็มาหาได้ วันนี้เขามีเวลาว่าง เมื่อได้อ่านข้อความที่ส่งมา ไอดินจึงปฏิเสธคำชวนของเพื่อนและรีบไปหาคนที่เขาคิดถึงที่คอนโดทันที
เมื่อมาถึงคอนโดที่สกายพักอยู่ ก็เป็่เวลาค่ำแล้ว ด้วยอารมณ์ดีใจจึงมาถึงก่อนเ้าของห้องเสียอีก ไอดินเดินไปนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้พลางชะเง้อไปที่ประตูทางเข้าคอนโดเป็ระยะ สำหรับเขาแล้วมันเป็การรอคอยที่แสนจะมีความสุข
ไม่นานก็มีชายร่างสูงโปร่งสวมหมวกเดินลงจากรถเก๋งสีดำ เขาจำได้ว่ามันคือรถของพี่เคธี่ ไอดินทำได้เพียงเหลือบมองเพราะรู้ดีว่าสกายคงไม่อยากให้พี่เคธี่รู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันเป็พิเศษ ร่างสูงเดินตรงมาหาทันที จากนั้นทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นบนที่เป็ห้องพักของสกาย โดยที่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่ามีใครบางคนแอบถ่ายรูปของพวกเขาอยู่ที่ล็อบบี้นั้น
เ้าของห้องหยิบคีย์การ์ดออกมาจากกระเป๋า และแตะมันไปที่เซ็นเซอร์หน้าประตู เมื่อประตูถูกปลดล็อคออกจึงเดินนำเข้าไปภายในห้องโดยมีคนตัวเล็กกว่าเดินตามเข้าไป
“ทำไมวันนี้เลิกงานไวล่ะครับ” คนตัวเล็กกว่าเอ่ยถาม
“แล้วไม่ดีเหรอ”
“ดีสิครับ ผมจะได้เจอพี่บ้าง”
“นายนี่ก็แปลก เราก็เจอกันออกบ่อยไป ยิ่งซีรีส์ของเรากำลังดัง เราก็ต้องไปออกงานด้วยกันบ่อยๆ”
“ผมหมายความว่าเราจะได้เจอกันแบบอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้ต่างหากครับ”
สายตาแสนอ้อนของไอดิน ทำให้สกายหยุดทุกสิ่งลง เขาจ้องเข้าไปในดวงตาคู่ใสของคนตัวเล็กกว่าโดยที่อีกฝ่ายก็ไม่หลบสายตาเช่นกัน หัวใจของร่างสูงโปร่งเต้นไม่เป็จังหวะเมื่อได้ยืนอยู่ใกล้ชิดกัน เขาใช้มือเชยไปที่คางของอีกฝ่าย ริมฝีปากแดงระเรื่อของคนตรงข้ามเผยอขึ้น เวลานี้คงไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้อีกต่อไป สกายก้มลงไปใช้ริมฝีปากของตัวเองประกบไปอย่างแ่เบาจนอีกฝ่ายต้องหลับตาลง ทั้งคู่ััได้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“พี่ขอโทษนะ ที่บางครั้งพี่ก็ต้องทำตัวเ็ากับนายไปบ้าง” เขาพูดพลางใช้มือทั้งสองประคองไปที่ใบหน้าของคนที่คุยด้วย
“ไม่เป็ไรครับ ผมเองก็มีส่วนที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ ผมอาจจะยังรู้จักวงการบันเทิงน้อยเกินไปก็ได้ อย่างที่พี่บอกไว้ เราจะทำตามความรู้สึกตัวเองทุกอย่างไม่ได้”
“แต่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ก็คงไม่มีอะไรที่เราต้องกังวลอีกแล้ว”
สกายก้มลงจูบไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอีกครั้ง ริมฝีปากของทั้งสองบดคลึงกันอย่างเร่าร้อน แผงอกที่กำยำของสกายก็ทำให้ไอดินนั้นััได้ถึงความแข็งแกร่ง ทั้งสองผลัดกันปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของอีกฝ่ายออก ผิวเนียนละเอียดราวกับผู้หญิงของไอดินถูกััด้วยมือหนาพลางพรมรอยจูบไปทั่วผิวกายของคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดจนหายใจติดขัด
“ผมรักพี่สกายนะครับ”
“พี่ก็รักนาย ไอดิน”
ร่างสูงกำยำค่อยๆ ประคองอีกฝ่ายไปที่เตียงหนานุ่ม ร่างเล็กค่อยๆ เอนกายลงนอน บทรักดำเนินไปท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนที่จะไม่มีใครมาหยุดความรักของทั้งคู่ได้
บทเพลงรักจบลง สกายมองคนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างนึกเอ็นดู ความรักที่ทั้งสองคนมีต่อกัน มันคือรักที่บริสุทธิ์ ในบางห้วงอารมณ์สกายก็อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ ตรงที่เขาสามารถทำทุกอย่างได้ตามที่หัวใจตัวเองเรียกร้อง ตรงที่มีคนที่กุมหัวใจของเขาอยู่เคียงข้าง
ไอดินตื่นลืมตาขึ้นมา เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองเขาอยู่ก็เลยออดอ้อนไปสักหน่อย
“พี่สกายมองผมทำไม” ว่าแล้วก็ซุกใบหน้าลงที่อกแกร่ง
“ก็มองแฟนตัวเอง คงไม่ผิดมั้ง”
คำพูดของสกายเล่นทำเอาไอดินหน้าแดงฉ่าด้วยความเขินอาย หากว่าเป็ในเวลาปกติที่อยู่ท่ามกลางคนอื่นแล้วล่ะก็ คงไม่มีทางได้ยินคำแบบนี้หลุดออกมาจากปาก พี่สกายของเขานั้นเป็พวกเสือยิ้มยาก ชอบวางฟอร์มเก๊กหน้าหยิ่งอยู่ตลอดเวลา บางทีเขาก็คิดนะว่าพี่สกายจะเครียดกับการวางตัวเกินไปหรือเปล่า
“เอาล่ะ ตื่นแล้วก็แต่งตัวกลับได้แล้ว”
“คืนนี้ผมค้างที่นี่ไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้หรอก นายกลับไปที่คอนโดของนายดีกว่า”
ไอดินทำหน้าเศร้า แววตาน่าสงสารใส่ด้วยหวังว่าจะทำให้ชายผู้เ็าเปลี่ยนใจ
“ไม่ต้องมาทำหน้าเศร้าเลย พี่ไม่หลงกลหรอก”
เมื่อไม่สำเร็จ ไอดินก็จำต้องกลับไปในคืนนี้ เขาจึงลุกจากเตียงแล้วสวมเสื้อผ้าแล้วบ่นเบาๆ
“ใจร้าย ใจร้ายที่สุด คนอะไรก็ไม่รู้เ็าหน้าบูด ใจร้ายสุดๆ”
เพียงพริบตาเดียวร่างสูงโปร่งก็เข้าประชิดและโอบเอวของคนพูดเอาไว้แนบชิด
“ไหนๆ ใครกล้ามาว่าพี่เ็าหน้าบูด”
คนตัวสูงบรรจงจูบลงไปที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแ่เบา จนไอดินเผลอยิ้มออกมา
สกายเดินลงมาส่งที่ล็อบบี้คอนโด ไอดินโบกมือลาและเดินออกจากประตูทางเข้าคอนโดไป แต่การมาพบของคนทั้งคู่ในคืนนี้ก็ตกอยู่ในสายตาของปาปารัสซี่สายบันเทิงจนได้