ตอนที่ 11 ออกกำลังกาย
เบื้องบนภายในเมืองกำหนดให้ทุกเดือนจะต้องล่าซอมบี้ให้ได้อย่างน้อยห้าสิบตัว และที่สำคัญต้องบรรลุเงื่อนไขนี้เท่านั้นถึงจะได้รับรางวัลประจำเดือนในครั้งถัดไป
ถ้าหากมองในมุมของกลุ่มสำรวจถือว่าจำนวนดังกล่าวนั้นไม่มากนัก แต่ปัญหาจริงๆมันอยู่ที่ว่า จะหาตัวซอมบี้จากไหนต่างหาก
ทุกเดือนทีมสำรวจจะออกไปข้างนอกประมาณสามครั้ง และทุกครั้งจะอยู่ข้างนอกไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าวัน หรืออาจนานถึงหนึ่งสัปดาห์ โดยเวลาเกือบครึ่ง มักหมดไปกับการไล่ล่าจนเหลือเวลาให้พวกเขาฆ่าซอมบี้เพียงเล็กน้อย
เนื่องจากเหล่าซอมบี้ที่อยู่ตามถนนเมืองก้อนหินน้อยถูกเหล่ากองทัพกำจัดไปั้แ่่เริ่มแรกก่อตั้งเมือง ทำให้จำนวนเหลือน้อยอย่างที่เห็น โดยทั่วไปแล้ว พวกซอมบี้มักจะปรากฏตัวอยู่บริเวณพื้นที่อาศัยรกร้างหรือตรอกซอยขนาดเล็ก ซึ่งสถานที่ดังกล่าวคือพื้นที่ที่กองทัพละเว้นการสำรวจ ทำให้ยังมีซอมบี้เป็จำนวนมาก
แหล่งอาศัยที่ซอมบี้อยู่นั้นไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ จึงจำเป็ต้องใช้เวลาในการเดินเข้าไปค่อนข้างมาก
เมื่อได้ฟังคำแนะนำของพี่ใหญ่ ซ่งเจิงเริ่มรู้สึกว่าการล่าซอมบี้ในสถานการณ์แบบนี้เป็เื่ที่ค่อนข้างยากลำบาก เปรียบได้กับการบุกเข้าไปเล้าหมูเพื่อฆ่าหมูตัวที่ใหญ่ที่สุดอย่างไรอย่างนั้น เพราะเมื่อไหร่ที่หมูโกรธมันจะบ้าพลังพร้อมทำลายข้าวของตรงหน้าจนกว่าจะหมดแรง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ลูบกระทะเหล็กพร้อมกับนึกถึงเื่ที่ผ่านมา ทำให้ซ่งเจิงเกิดความมั่นใจขึ้นทันที
แต่เื่ที่เขาค่อนข้างกังวลอีกเื่หนึ่งคือร่างกายของตนเอง นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด เพราะมันเป็เื่ความเป็ความตาย!
เมื่อก่อนซ่งเจิงเคยเป็พ่อครัวในโรงแรมแห่งหนึ่ง ครั้งนั้นเขายังพอมีแรงอยู่บ้างจึงสามารถทำอาหารได้แทบทั้งวัน แต่บัดนี้ร่างกายของเขาไม่ได้เป็เช่นนั้นแล้ว ซอมบี้ไม่มีความรู้สึกเมื่อยล้าใดๆ ทั้งกลิ่นเืและกลิ่นเนืุ้์จะทำให้พวกมันไล่ตามเขาอย่างบ้าคลั่ง! หากเทียบกันแล้วถือว่าเขาค่อนข้างเสียเปรียบอยู่มาก!
หากยังใช้ชีวิตในโลกซอมบี้ด้วยร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ต่อไป มีหวังสักวันก็คงไม่รอด…
แต่ซ่งเจิงนั้นอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า และเขายังอยากรู้ว่าทำไมตัวเองถึงข้ามเวลามาได้!
เพื่อบรรลุเป้าหมาย เขาจึงจำเป็ต้องเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงตลอดเวลา
หากคิดที่จะฟื้นฟูร่างกาย สิ่งแรกเลยที่เขาต้องทำคือทานอาหารที่มีประโยชน์ และตามมาด้วยการออกกำลังให้สม่ำเสมอ
ซึ่งเื่อาหารนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะถ้าคนธรรมดาทั่วไปกินผักกาดดองกระป๋องแบบนี้ทุกวัน ต่อให้ร่างกายแข็งแรงมากๆก็ทรุดป่วยได้ แต่กับซ่งเจิงนั้นมีข้อได้เปรียบกว่าคนอื่น นั่นก็คือกระทะเหล็กคู่ใจ หากเขายังฆ่าซอมบี้และเหล่าสัตว์ร้ายได้มากเท่าไหร่ เขาก็จะสามารถนำชิ้นส่วนของพวกมันมาทำขนมเปี๊ยะทอดและน้ำสะอาดได้มากเท่านั้น
ตราบใดที่เขายังพบซอมบี้ เื่อาหารการกินก็ไม่ใช่เื่กังวลอีกต่อไป
ส่วนการออกกำลังกายเป็อีกเื่หนึ่งที่สำคัญมาก ซ่งเจิงเริ่มฝึกเทควันโดมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นค่อนข้างดีอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็สมรรถภาพและการตอบสนองของร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น นี่เป็เหตุผลที่ในอดีตซ่งเจิงถึงดูโดดเด่นที่สุดในโรงเรียนเทคโนโลยีโม่วเซียง
ดูเหมือนว่าเขาจะต้องรื้อฟื้นวิชาเทควันโดขึ้นมาอีกครั้ง ซ่งเจิงคิดย้อนกลับไปตอนนั้นที่เคยเป็ รุ่นพี่ที่เก่งที่สุดในโรงเรียนแทบไม่มีใครกล้าสู้กับเขา! อย่างน้อยตอนที่เคยะโถีบเ้าหมูอ้วนตอนเรียนโลจิสติกก็ทำให้มันช้ำในจนแทบกระอักเืได้แหละนะ! หึหึ!
เพราะเข้าร่วมทีมสำรวจ ทำให้อาหารของซ่งเจิงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน โดยเปลี่ยนจากผักดองกระป๋องเป็เบคอนและหมั่นโถวงาดำแทน แม้ว่าจะเป็อาหารชั้นยอด แต่เมื่อเทียบกับขนมเปี๊ยะทอดเมื่อวานมันแทบเทียบไม่ติด
หลังจากทานเสร็จแล้ว ซ่งเจิงก็เก็บตัวอยู่ในห้องพร้อมกับฝึกเทควันโดตลอดทั้งวัน
ครั้งในอดีต ซ่งเจิงสามารถฝึกเทควันโดโดยไม่รู้สึกเหนื่อยหน่าย แต่ตอนนี้ทำไปเพียงครึ่งเดียวก็เหนื่อยจนหอบออกมาแล้ว มิหนำซ้ำขาของเขายังอ่อนแอจนแทบไม่มีแรงก้าวเดิน
ซ่งเจิงกัดฟันแน่นและอดทนฝึกไปอีกสองสามท่า สุดท้ายเขาถอนหายใจออกมาก่อนจะหน้ามืดจนแทบล้มลงกับพื้น
"ร่างกายชักจะอ่อนแอเกินไปแล้ว คงต้องฝึกให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นก็อย่าพูดถึงการฆ่าซอมบี้เลย เผลอๆแค่ตู่ิก็อาจจะสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ" ซ่งเจิงส่ายหัว พร้อมกับถอนหายใจอีกครั้ง
หลี่ว่านหลูที่นั่งอยู่เก้าอี้ด้านข้าง เธอมองซ่งเจิงฝึกเทควันโดราวกับเป็ภรรยาตัวน้อยที่คอยเชื่อฟังสามีอยู่เงียบๆ
กับหลี่หวานหลู เขามักปล่อยตัวตามสบายเวลาอยู่ด้วย เนื่องจากเมื่อคืนทั้งสองเคยนอนบนเตียงเดียวกันมาแล้ว ภายในใจลึกๆของซ่งเจิงจึงรู้สึกค่อนข้างสนิทใจกับผู้หญิงคนนี้
และเมื่อครั้งที่หลี่ว่านหลูเผชิญหน้ากับตู่ิ แม้ว่าจะหวาดกลัวมากเท่าไหร่ แต่เธอก็ไม่เคยปริปากพูดเื่ขนมเปี๊ยะทอดออกมาสักคำ เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้เก็บความลับได้ดี
ดังนั้น ซ่งเจิงจึงปล่อยให้เธอนั่งดูอยู่อย่างนั้น เพราะอย่างไรแล้วนี่ก็เป็พียงการฝึกเทควันโด ไม่ใช่เื่สำคัญอะไร หากหลี่ว่านหลูจะเอาไปบอกคนอื่น เขาก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว
ขณะที่ซ่งเจิงหยุดพักหายใจครู่หนึ่ง หลี่ว่านหลูก็เด้งตัวลุกขึ้นยืนพร้อมหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำส่งให้ซ่งเจิงทันที
ซ่งเจิงมองครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปรับแล้วเช็ดเหงื่อตัวเอง
เมื่อเขาส่งผ้าขนหนูกลับไป หลี่ว่านหลูที่ทำตัวราวกับเป็ภรรยาก็เดินไปยังห้องน้ำเพื่อซักผ้าขนหนูอีกครั้ง เมื่อบิดผ้าจนหมาดก็รีบยื่นให้ซ่งเจิงอย่างตั้งใจ
แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็สามารถรับรู้ถึงบรรยากาศอบอุ่นที่เกิดขึ้นในห้องนี้
มันเป็ความรู้สึกเบาบาง แต่อบอุ่นภายในใจทั้งสองอย่างมาก
เมื่อคิดแบบนั้นซ่งเจิงก็ส่ายศีรษะ เขาไม่อยากปล่อยใจกับเื่เช่นนี้ตอนนี้ เขาหยุดพักหายใจไม่นานก็กลับไปฝึกต่ออีกครั้ง
เขาฝึกเทควันโดก่อนสองรอบ หลังจากที่ไม่ได้ฝึกมานาน ก่อนจะดันพื้นอีกสิบกว่ารอบรวมถึงทำสควอชและท่าอื่นๆ
ซ่งเจิงใช้เวลาทั้งบ่ายอยู่กับการออกกำลังกาย จนในที่สุดเขาก็เหนื่อยจนหมดแรงและนอนหายใจหอบอยู่บนเตียงพักใหญ่
เย็นวันนั้นหลี่ว่านหลูไม่ได้นอนที่ห้องของซ่งเจิง
ผู้หญิงคนนี้อยากจะอยู่ที่นี่ แต่เธอโดนซ่งเจิงบังคับให้กลับไป เพราะปู่ของเธออยู่คนเดียว จึงต้องมีคนคอยดูแล
ซ่งเจิงนั้นยังเป็ชายหนุ่มอยู่ หากนอนกับผู้หญิงบนเตียงด้วยกันทุกวัน ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งเขาอาจจะทนไม่ไหวเอาก็ได้ ซ่งเจิงยังไม่พร้อมที่จะรับความเสี่ยงนี้
เมื่อจิตใจเริ่มสงบลง เขาก็ผล็อยหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
เขาเดินลงมายังห้องโถงของโรมแรมชั้นล่าง ภายในห้องเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน
เมื่อก่อนที่นี่มีคนไม่มากนัก แต่วันนี้เป็วันที่เหล่าทีมสำรวจจะออกไปล่าซอมบี้ นอกจากกลุ่มทีมสำรวจยี่สิบกว่าคน ยังมีเพื่อนและแฟนของคนเ่าั้มาส่งพวกเขาด้วย
หลี่ว่านหลูอยู่ในกลุ่มคนเ่าั้ เธอมองตรงมายังซ่งเจิงก่อนเดินเข้ามา เธอยิ้มก่อนพูดว่า "ซ่งเจิง ดูแลตัวเองดีๆนะ"