หลังจากเก็บกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยวันนี้คงต้องบอกลาบ้านทาวน์เฮ้าส์สี่ชั้นสถานที่แห่งความทรงจำอันหลากหลายเป็ครั้งสุดท้ายจริงๆและคงต้องลาแล้วอเมริกาดินแดนแห่งเสรีภาพ เพราะสถานะทางการเงินทำให้เธออาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีก คงใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะเก็บเงินมาเที่ยวแบบนี้อีกได้
การมาอยู่ที่นี่ระยะเวลาเกือบสามเดือนมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตหลายรูปแบบหลายอารมณ์แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เธอได้เติบโตขึ้น ได้ลองออกจากกรอบเดิมๆเป็ประสบการณ์ที่หญิงสาวจะจดจำไปตลอดชีวิต
เมื่อมีพบก็ต้องมีจากถึงเวลากลับไปสู่ชีวิตนิ่งๆ แบบเดิมที่ประเทศไทยแล้วก่อนจากไปหญิงสาวได้วางจดหมายไว้บนโต๊ะทำงานของเขาหวังว่าชายหนุ่มจะได้อ่านจดหมายที่อุตส่าห์ตั้งใจเขียนด้วยอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายฉบับนี้
ลาก่อนไซออน...ผู้เป็รักแรกของเธอ
ไซออนกลับมาจากทำงานอยู่แท่นขุดเจาะอันแสนจะยาวนานและห่างไกลแม้จะไปสามสัปดาห์เหมือนปกติแต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่าอยู่เป็ปีเมื่อมาถึงบ้านพบว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่มีหญิงสาวเอเชียตัวเล็กๆที่คอยมาช่วยขนของ ทำอาหาร ทำงานบ้านหรือนั่งเล่นอยู่ที่ห้องรับแขกไม่ได้เห็นใบหน้าเล็กที่คอยส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้เขาแบบนั้นอีกแล้ว
ตอนทำงานอยู่กลางทะเลภาพดวงตาเศร้าสร้อยของหญิงสาวชาวไทยคนนี้ก็ยังคงตามมาก่อกวนในใจเขาตลอดแม้ไซออนจะพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตนเองแล้วก็ตามสุดท้ายก็หนีความจริงนี้ไม่พ้น เธอไม่อยู่แล้วจริงๆ
ร่างกำยำขนของเข้าห้องอย่างเชื่องช้าเหม่อลอยเดินไปทางไหนก็มีแต่ภาพความทรงจำปรากฏเป็ร่างเล็กของเธออยู่ทุกที่ความรู้สึกหนักหน่วงหัวใจบางอย่างเข้ามาถาโถมจนต้องหายใจเข้าออกลึกๆเขาเคยรู้สึกเช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้จะรุนแรงยิ่งกว่า พึ่งมารู้ว่าเธอเข้ามามีอิทธิพลต่อหัวใจเขามากมายถึงเพียงนี้ก็ตอนที่เธอไม่อยู่แล้ว
ไซออนเดินเรื่อยเปื่อยจมปลักอยู่กับภาพอดีตที่มีเธอฉายขึ้นมาซ้ำๆจนไปถึงห้องทำงาน มีกระดาษแผ่นหนึ่งพับไว้อย่างเรียบร้อยวางอยู่บนโต๊ะเขาหยิบขึ้นมาเปิดอ่านอย่างช้าๆ ใบหน้าคมยังคงเรียบนิ่งแต่มือหนาที่กำลังถือกระดาษแผ่นนั้นกลับค่อยๆ สั่นเทาขึ้นมา
เขียนถึงไซออน ตอนนี้ฉันคงอยู่ที่ประเทศไทยแล้วฉันขอขอบคุณที่คอยช่วยเหลือมาตลอด ั้แ่วันแรกที่ได้เจอกันคุณออกตัวปกป้องฉันตั้งสองครั้ง ให้ที่อยู่อาศัยชั่วคราวแก่คนจนตรอกอย่างฉันพาให้ฉันได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตหลายอย่าง ถึงคุณจะไม่ค่อยพูด แต่ฉันก็รับรู้ได้นะว่าคุณเป็คนใจดีและมีความสุภาพบุรุษเสมอ
รู้ไหมว่าคุณได้กลายเป็หนึ่งในคนที่สำคัญในชีวิตของฉันเลยนะเพราะคุณคือคนที่ฉัน...หลงรัก มันเป็ความรู้สึกที่อยากจะพูดออกมาตลอดสุดท้ายก็ไม่กล้าเมื่อได้อยู่ต่อหน้าคุณ แต่ต้องขอโทษด้วยที่สารภาพรักคุณไม่ต้องกังวล ฉันแค่อยากเขียนระบายความอึดอัดในใจนี้ออกมา มันเป็ความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองไม่ได้คาดหวังที่จะให้คุณมาเป็คนรักหรอกนะคะ(และฉันก็พอเดาคำตอบของคุณได้อยู่แล้ว^_^)
ฉันขออวยพรให้คุณได้พบกับความรักที่ดีเป็กำลังใจให้คุณก้าวผ่านความเ็ปในอดีตไปให้ได้เชื่อว่าอีกไม่นานคุณจะได้ลงเอยกับคนรักที่เหมาะสมกับคุณจริงๆ
ขอบคุณด้วยหัวใจ จาก...ไอริน
“หึ! ยัยบื้อเอ้ย!!”ใบหน้าคมแสยะยิ้มเยือกเย็น อกแกร่งกำยำกระเพื่อมขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัดความอึดอัดเข้ามาโจมตีในใจจนต้องระบายอารมณ์ออกมาข้าวของบนโต๊ะทำงานถูกปัดกระจัดกระจายหล่นเต็มพื้นดวงตาสีฟ้าจ้องมองนิ่งไปยังรูปภาพหญิงสาวสวยบนผนัง
เพล้ง!เสียงกรอบรูปแตกละเอียดอยู่บนพื้นด้วยฝีมือของเขาไฟแห่งโทสะลุกโชนภายในแววตาของชายหนุ่ม หึ!เป็กำลังใจให้ก้าวผ่านความเ็ปอย่างนั้นเหรอ?ผู้หญิงในรูปคนนี้ไม่ได้มีค่าพอให้เขาเ็ปอีกต่อไปแล้วแต่คนที่กำลังทำให้เขารู้สึกทรมานเจียนตายเป็ที่สุดคือคนเขียนจดหมายฉบับนี้ต่างหาก!
เธอจะต้องกลับมารับผิดชอบ!
สามเดือนผ่านไป ประเทศไทย
ริมบึงในสวนสาธารณะอันเขียวชอุ่มบรรยากาศสดชื่น ร่มรื่นท่ามกลางแดดอ่อนๆ ยามบ่ายคล้อย หญิงสาวผมดำยาว หุ่นสมส่วนถ้าใช้พิมพ์นิยมของคนไทยเป็บรรทัดฐาน หญิงสาวคนนี้ถือว่าหน้าตาธรรมดาๆไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร เธอนั่งบนม้านั่งไม้เก่าสีซีดที่เริ่มผุพังตามกาลเวลา พร้อมเค้กสตอเบอร์รี่ถ้วยเล็กที่ถือไว้ในมือวันนี้เป็วันเกิดของไอริน เฉกเช่นทุกปี หญิงสาวไม่รู้จะฉลองกับใคร เธอไม่มีเพื่อนไม่มีทั้งครอบครัว รวมไปถึง...คนรัก
หลังกลับมาจากอเมริกาไอรินจมปลักอยู่กับอารมณ์เศร้าและคิดถึงเขา เป็เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะกลับมาเยียวยาฟื้นตัวได้ทว่าความเ็ปในครั้งนี้ก็ได้ช่วยสอนบทเรียนสำคัญของชีวิต นั่นก็คือในวันที่เราเสียใจและผิดหวังในความรัก อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่ายังมีหนึ่งคนที่ไม่เคยจากไปไหน
คนนั้นคือ ตัวเราเองในเมื่อไม่ได้รับความรักจากเขา หรือแม้ว่าโชคชะตาจะเล่นตลกด้วยมากเพียงใดการกลับมารักและปลอบใจตัวเองนั่นแหละ จะช่วยนำพาให้เรามองเห็นแสงสว่างเล็กๆท่ามกลางความมืดมิด และดึงเราถอยออกมาจากสถานการณ์แห่งความทุกข์เ่าั้ได้
เธอกลับมาเป็ไอรินที่เข้มแข็งคนเดิมแล้วมีความสุขกับการทำงานอยู่คนเดียว บางครั้งก็หาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนบ้างแม้ว่าวันนี้จะเป็วันเกิดที่ต้องรู้สึกเหงาอีกปีแต่การได้มีชีวิตเพื่อััความสุขในพื้นที่เล็กๆ ของตัวเองเท่านี้หญิงสาวก็พึงพอใจแล้ว
ไอรินยิ้มน้อยๆพร้อมหลับตาอธิษฐาน นึกถึงคุณยาย ที่ตอนนี้น่าจะมองลงมาดูเธอจาก์ขอให้คุณยายคุ้มครองและคอยเป็กำลังใจให้เธอตลอดไปไอรินพยายามกลั้นน้ำตาที่มาจากความรู้สึกอารมณ์อันหลากหลาย
หญิงสาวค่อยๆตักเค้กเข้าปาก รสชาติเปรี้ยวหวาน หอม จากสตอเบอร์รี่ รวมทั้งเนื้อเค้กที่อ่อนนุ่มทำให้เธออมยิ้มขึ้นมาได้บ้าง
...แต่ทำไมกลับขนลุกแปลกๆหญิงสาวรู้สึกได้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่ไม่ไกลมือเล็กวางช้อนลงก่อนจะค่อยๆ หันไปมองด้วยความสงสัย
และก็ได้เห็นเ้าของสายตาคู่นั้นที่ยืนอยู่ห่างจากเธอไม่มากชายหนุ่มชาวตะวันตกรูปงาม เ้าของร่างสูงโปร่งผิวสีแทนคล้ำแดดพร้อมกับมัดกล้ามเนื้อแข็งแรงกำยำทรงเสน่ห์ทั้งตัวแม้จะสวมแว่นกันแดดแต่เธอยังจำเขาได้ดี
“ซะ ไซออน”เสียงเล็กอุทานออกมาแ่เบา ดวงตากลมโตเบิกกว้างหัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วจนแทบจะทะลุออกมา ร่างบางลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมกับจ้องมองคนตรงหน้าแทบไม่เชื่อสายตา นี่เธอกำลังฝันไปหรือเปล่า?
ชายหนุ่มร่างกำยำไม่ได้พูดจาใดๆสีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่งคงเส้นคงวาแต่ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นภายใต้แว่นกันแดดกลับดูเข้มข้นล้ำลึกกว่าปกติ เขาค่อยๆเดินเยื้องกายเข้าไปใกล้ร่างเล็ก จับจ้องเธอไม่วางตา และกำลังตรึงเธอไว้กับที่ราวกับกำลังใช้เวทย์มนต์สะกด
“สะ สวัสดีค่ะ”หลังจากหญิงสาวรวบรวมสติอันน้อยนิดกลับมาได้เธอตัดสินใจเอ่ยปากทักทายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อได้เห็นหน้าเขาชัดๆ แม้ว่าจะดีใจที่ได้เจอชายหนุ่มอีกครั้งแต่ในอีกมุมหนึ่งกลับเริ่มรู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยของตัวเองกำลังบิดเป็เกลียวจนเ็ปภาพในอดีตกำลังฉายขึ้นมาเป็ฉากๆความอึดอัดสับสนตอนนี้ทำให้เธอไม่รู้จะทำตัวเช่นไรดี
“...อืม” เสียงทุ้มในลำคอพร้อมกับการจ้องมองไม่วางตาของเขา ยิ่งทำให้ไอรินมือไม้สั่นเทายิ่งกว่าเดิม
“คะคุณแวะมาเที่ยวแถวนี้เหรอคะ” ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองทำตัวไม่เป็ธรรมชาติเอาเสียเลยไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร สมองขาวโพลนไปหมดแล้วชายหนุ่มคนนี้ก็แสนเ็าเสมอต้นเสมอปลายเหลือเกิน
“...ผมอ่านจดหมายแล้ว”