บทที่ 50: วิหารศักดิ์สิทธิ์อันสูงส่ง
ภาพวิหารศักดิ์สิทธิ์ลอยฟ้าอันเป็นศูนย์กลางการปกครองของสวรรค์ชั้นกลางตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มเมฆหมอกสี่เจ็ดสีรุ้งหมุนวนรอบทิศทาง วังหยกขาวขนาดยักษ์สูงเสียดฟ้าสลักลวดลายเทพมังกรและเทพหงส์ทองคำส่องประกายออร่าบารมีศักดิ์สิทธิ์อันไร้ขอบเขตระยิบระยับ น้ำตกธารปราณบริสุทธิ์ไหลหลากดิ่งจากขอบฐานวิหารลงสู่เบื้องล่างราวกับสายฝนทิพย์ บันไดหยกขาวทอดยาวกว่าหนึ่งหมื่นขั้นทอดผ่านม่านเมฆนำพาเหล่าผู้แสวงบุญและผู้นำระดับสูงก้าวขึ้นสู่ยอดวิหาร ตลอดสองข้างทางบันไดสลักหินมี "รูปสลักอารักษ์ศิลายักษ์" สูงสิบวาคอยจ้องมองผู้ผ่านทางด้วยแววตาแสงเลเซอร์สีฟ้าเข้มเพื่อสแกนระดับพลังยุทธ์และตรวจจับสิ่งแปลกปลอมป้องกันอันตรายอย่างเข้มงวดกวดขัน
ขณะที่ก้าวผ่าน อารักษ์ศิลายักษ์ตนหนึ่งพยายามกวาดสายตาเลเซอร์สีฟ้ามาแสกนตัวผม ทว่าระบบรักดีดันตรวจพบสัญญาณรบกวนจึงส่งข้อความสะท้อนกลับย้อนกระแสไฟฟ้าระเบิดเสียงดัง [ เปรี้ยง! ] ควันสีดำขมุกขมัวพุ่งออกจากดวงตาหินทำให้อารักษ์หินทรุดฮวบหยุดทำงานชั่วคราว ผมหัวเราะกะล่อนพราวเสน่ห์ตบไหล่หินเบาๆ: "อุ๊ยตาย! ไอ้หนูเอ๋ย เครื่องแสกนใบหน้าของแกสเปกต่ำเกินไปโดนหน้าหล่อ ๆ ของข้าสะท้อนแตกชำรุดซะแล้ว รีบไปซื้อเครื่องใหม่มาจากระบบของข้าสิโว้ยจ้ะพี่น้อง!"
เซินชิงเสวียนดีดลูกคิดทองคำเดินไปเคียงข้างพลางชี้ชวนประเมิน: "สามีจ๋า... ดูสิ เกาะลอยฟ้าย่อยๆ ตลอดบันไดทางขึ้นนี้ทำเลดีนัก หากข้าซื้อที่ดินทำหอการค้าหรูหรือห้องพักผ่อนสุดวีไอพีเช่ารายวันให้พวกยอดฝีมือที่มารอเข้าพบล่ะก็... คงเก็บค่าเช่าได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละหนึ่งแสนศิลาวิญญาณระดับสูงแน่เลยเจ้าค่ะ!" นางเสนอนิสัยธุรกิจกวนประสาท
ผมก้าวเท้าเดินจูงมือถือแขนของถังเสวี่ยเอ๋อร์และจีเสวี่ยขึ้นบันได ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายที่มองสบอย่างอิจฉา จีเสวี่ยแอบบ่นออเซาะ: "สามีจ๋า บันไดตั้งหมื่นขั้นนี้ชันเหลือเกิน รองเท้าส้นหยกของข้าเริ่มทำเจ็บเท้าแล้วนะเจ้าคะ มาแบกข้าขึ้นไปเลยจ้ะคนดี!" ผมหัวเราะกะล่อนตอบนางเบาๆ ว่าจะอุ้มเข้าห้องนอนคืนนี้แทนจนนางหน้าแดงหยิกแก้มผมแก้เขินอิงแอบตัวอุ่น
เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ห้องโถงใหญ่กลางวิหารสวรรค์... กลิ่นอายความอลังการของสถาปัตยกรรมเสาหินค้ำยันสลักทองคำยักษ์สิบแปดต้นแผ่ความกดดันวิญญาณหนาแน่น กึ่งกลางโถงมีเก้าอี้หยกก้าวมังกรลอยกลางอากาศเป็นวงกลม ซึ่งมีกลุ่มผู้อาวุโสสิบแปดทิศทางนั่งประจำตำแหน่งด้วยสีหน้าดุดันเคร่งเครียด แต่ละคนแต่งกายด้วยชุดเสื้อคลุมหลากสีสันบ่งบอกธาตุพลังเฉพาะตัว บางคนส่งสายตาประโลมโลกโลมเลียจ้องมองเหล่าฮูหยินของผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนกึ่งกลางบนสุดคือบัลลังก์แก้วมังกรสวรรค์ที่มีร่างของ "เจ้าวิหารสวรรค์สูงสุด" ชายชราเคราขาวยาวถึงอก ถือไม้เท้ากายสิทธิ์ปรุงจากไม้โลกโบราณประดับลูกแก้ววิเศษสีเขียว แผ่พลังงานขอบเขตแปลงจิตจางๆ น่าเกรงขามสะท้านใจ
ทว่าที่มุมขวา ผู้อาวุโสใหญ่ "หยางชาง" (บิดาของหยางฟาน) นั่งกำหมัดแน่นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นดวงตาแดงก่ำจับจ้องมาที่ผมปานจะกินเลือดเนื้อ เนื่องจากลูกชายคนโปรดโดนผมตบฟันร่วงหน้าจมกองทรายปางตายเมื่อเช้า
"บังอาจ! ไอ้สารเลวแดนใต้เซียวเฉิน! แกก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กะล่อนพังค่ายกลประตูสวรรค์ไม่พอ ยังกล้าลงมือตบทำร้ายหยางฟานลูกชายข้าอัจฉริยะวิหารสวรรค์จนกระดูกหักปางตาย! วันนี้หากข้าไม่ขยี้แกเป็นผุยผงคาวิหารสวรรค์ ข้าจะไม่ขอใช้ชื่อหยางชางผู้อาวุโสใหญ่โว้ย!" มันตวาดลั่นเสียงดังพายุคำรามพลางลุกขึ้นแผ่ปราณวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 5 กดขี่ลงมาใส่ผมรวดเร็วปานทับเขาพระสุเมรุถล่ม ปรากฏเงาร่างอสูรนกไฟทมิฬยักษ์ด้านหลังของมันแผดเสียงร้องข่มขู่ คลื่นความกดดันบดเบียดให้อากาศกึ่งกลางโถงแตกร้าวเสาหินทิพย์สั่นสะท้านฝุ่นศิลาร่วงหล่นหวาดเสียว
ผู้อาวุโสรอบข้างพากันแสยะยิ้มสะใจคิดว่าผมต้องทรุดตัวลงคุกเข่ากระอักเลือดแน่ ทว่า...
[ ติ๊ง! ตรวจพบแรงกดดันปราณวิญญาณก่อกำเนิดขั้น 5 คุกคามระดับกลาง ]
[ แนะนำไอเทมป้องกัน: "เกราะต้านแรงกดดันสวรรค์ไร้จำกัดทองคำจักรพรรดิ" (ราคา 20,000 แต้ม) ]
[ รายละเอียด: สันสร้างเกราะสะท้อนปราณต้านทานคลื่นความกดดันสวรรค์ทุกระดับชั้นโดยสมบูรณ์ และจะสะท้อนกลับแรงกดดันคูณเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าตัว สยบกักตัวผู้กดขี่ให้กระอักลมปราณตีกลับทันควันในสามวิ ]
*'อุ๊ยตาย! สองหมื่นแต้มเศษผงระบบจ๋า ทำไมขายสินค้าแพงหน้าเลือดปานขูดรีดไขมันเนื้อปลาช่อนกะล่อนขนาดนี้วะ! กะตั้งตัวเป็นมหาเศรษฐีระบบในคืนเดียวเลยเหรอเนี่ยปู่! แต่เอาเถอะ ยอมจ่ายเศษแต้มเศษกระดาษ แลกกับความสบายตัวสุดหรูหรา ไม่ต้องมาทนเมื่อยขาออกแรงยืนต้านลมปราณเบ่งพลังให้ปวดสะโพกเหล็กสู้รักของข้าโว้ยจ้ะพี่น้อง! จัดการหักเงินกดซื้อเลยระบบรักดีจ๋า!'* ผมบ่นพึมพำกวนประสาทหัวเราะกะล่อนในใจ สั่งซื้อไอเทมทันที หักแต้มระบบเหลือ 180,000 แต้มเศษลอยลำโว้ย!
ผมหยิบ "โซฟาไหมสวรรค์" ที่ซื้อติดตัวกักเก็บไว้ในช่องว่างระบบออกมากางวางลงกึ่งกลางโถงวิหารหรูกลางสะพานสะท้านตาผู้อาวุโส เอนกายลงนั่งกระดิกเท้าเอนหลังนอนยาวสอยองุ่นเคี้ยวชิล ๆ โดยมีจีเสวี่ยคอยเคียงข้างบีบนวดไหล่ และถังเสวี่ยเอ๋อร์ ธิดาเทพแสนรักโน้มตัวเอาองุ่นทิพย์ป้อนเข้าปากผมด้วยริมฝีปากนุ่มฉ่ำหวานอมหวานชมพูของนางเองเย้ยฟ้าดิน! การปรนนิบัติด้วยปากสะท้านตาทำให้ผู้อาวุโสหยางและพรรคพวกแทบตาถลนอิจฉาร้อนรุ่มสุดขีด แรงกดดันปราณขั้น 5 ปะทะเกราะสะท้อนแสงม่านระบบสีฟ้าของผม พลันเกิดเงาร่างมังกรทองสวรรค์ยักษ์หมุนวนสะบัดหางกวาดฟาดทำลายคลื่นลมปราณส้มแดงจนมืดดับลงทันทีลื่นไหลสบายผิวหนัง
"เฮ้อ... ผู้อาวุโสหยางเอ๋ย... ลมปราณเป่าเคี้ยวหมากของแกนี่มันเบาหวิวปานลมพัดใบตองตึงเลยโว้ยจ้ะพี่น้อง! มาป้อนพัดวีข้ากะล่อนแบบนี้ รู้สึกเย็นสะโพกดีจังจ้ะปู่! ขยับพัดเพิ่มแรงลมอีกนิดสิโว้ย!" ผมเคี้ยวองุ่นยิ้มกะล่อนยั่วประสาท
หยางชางโกรธจนหน้าเขียวคลั่งจนเลือดขึ้นหน้า แผ่ปราณระดับวิญญาณก่อกำเนิดปะทุขีดสุด ทว่าระบบเกราะสะท้อนกลับสิบเท่าเริ่มส่องแสงสีส้มแดงวาบ ปล่อยพลังกดบดทับย้อนกลับปานแผ่นดินไหวระดับพระเจ้าระเบิดใส่ร่างหยางชางทันควันดัง [ ตูม! ] ผู้อาวุโสคนอื่นเห็นท่าไม่ดีรีบเปิดใช้งานม่านบาเรียค่ายกลป้องกันไอแรงกระแทกกันชุลมุนเสาหยกขาวร้าวแตกหักพังยับเยิน
"อั่ก!... อ๊อก!" หยางชางโดนแรงปราณสะท้อนกลับทับอกหกคะเมนหงายท้องตกเก้าอี้กระแทกพื้นดังโครมใหญ่ สำรอกเลือดสดสีแดงคล้ำไหลอาบหน้าทรมานลุกขึ้นยืนไม่ได้หมดสภาพกระดูกซี่โครงหักสะบั้น
"บ้าน่า! แรงกดดันสะท้อนกลับแกร่งปานระดับแปลงจิตขั้นสูงสุดเนี่ยนะ?!" ผู้อาวุโสคุมกฎต่างเบิกตากว้างเหงื่อไหลซีดด้วยความตระหนก
"เซียวเฉิน... เจ้าทำร้ายผู้อาวุโสใหญ่กลางวิหารสวรรค์ มีความผิดสถานใดพูดมา!" เจ้าวิหารสูงสุดกู่ร้องถามเสียงเข้ม แต่อดแปลกใจในพลังกะล่อนลึกลับของผมไม่ได้
ผมยิ้มละมื่นหยิบ "หยกบันทึกภาพฉายแสงระบบ" (ราคา 5,000 แต้ม) ออกมาโยนลอยกลางอากาศ ทันใดนั้นม่านแสงสีรุ้งขนาดใหญ่ก็ฉายภาพหลักฐานออกมาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งสะท้านโถงวิหาร: เป็นภาพหยางฟานกำลังหัวเราะคิกคักจ่ายตั๋วเงินจ้างวานกลุ่มลอบสังหารเงาทมิฬให้วางยาคำสาปเพลิงเก้าหยางแก่ถังเสวี่ยเอ๋อร์ และภาพหยางชางแอบลักลอบค้าทาสขังศิษย์หญิงฝ่ายนอกใส่กรงเหล็กเวทมนตร์ส่งต่อไปยังตลาดมืดหอคอยทมิฬเพื่อแสวงหากำไรอย่างน่ารังเกียจ
ภาพหลักฐานคาตาและเสียงด่าทอนั้นชี้ชัดดิ้นไม่หลุด ผู้อาวุโสคุมกฎโกรธจัดก้าวเท้าเรียกโซ่ตรวนเหล็กวิเศษพันมังกรพุ่งรัดร่างสะบักสะโพกหยางชางตรึงคาที่ เจ้าวิหารสูงสุดตบโต๊ะเสียงดังเปรี้ยงจนหยกขาวแตกละเอียด: "สารเลวหยางชาง! เจ้าและลูกชายร่วมมือกันกบฏค้าทาสและทำลายธิดาเทพแห่งวิหาร! ทหารยามจงจับกุมตัวมันไปขังคุกใต้หุบเขาน้ำแข็งพันปีริบสมบัติเข้ากองกลางวิหารเดี๋ยวนี้โว้ย!" หยางชางส่งเสียงโหยหวนคลานหนีปานหมาโดนทุบ
เจ้าวิหารสูงสุดหันมาสบตาผม ยิ้มอย่างชื่นชมยินดีดวงตาวาวโรจน์: "เซียวเฉิน... เจ้าช่วยเหลือธิดาเทพสลายนกฟีนิกซ์ไฟบำบัดล้างคำสาป และกวาดล้างหนอนบ่อนไส้วิหารสวรรค์จนสิ้นซาก ความดีความชอบครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก... ทว่า ในอีกสามวันข้างหน้า ศึกทดสอบชะตาลิขิตฟ้าราชันแห่งสวรรค์ชั้นกลางจะเริ่มต้นขึ้น!"
เจ้าวิหารสวรรค์ขยับไม้เท้าชี้ตรงไปยังทิศเหนืออันมืดมิด: "ข้าขอประกาศภารกิจลิขิตสวรรค์: *'ผู้ใดก็ตามที่สามารถก้าวเท้าฝ่าดงอสุรกายความมืดโบราณ ทะลวงเข้าสู่ก้นบึ้งของ 'เหวอนัตตา' แดนต้องห้ามที่มีไอพิษทมึนหนาแน่น บุกรังเพื่อแย่งชิงเอา 'มุกมังกรสวรรค์เก้าทิศ' กุญแจสำคัญที่สะกดด้วยดวงวิญญาณมังกรทมิฬกลืนวิญญาณโบราณ กลับมายังวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ... ผู้นั้นจะได้สืบทอดอำนาจราชบัลลังก์ทองคำและครองตำแหน่งผู้ปกครองสูงสุดแห่งดินแดนสวรรค์ชั้นกลางนี้อย่างเป็นทางการ!'* หวังว่าเจ้าคนกะล่อนหน้าขาวอย่างเจ้า... จะกล้าก้าวเท้าเข้าร่วมท้าทายศึกนี้สะท้านสะโพกนะจ๊ะ!"
ผมสะบัดปิดพัดกระดาษ ยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ดวงตาฉายประกายความซนท้าทายชะตาฟ้าดินชวนติดตาม!
---