ฟ้าเริ่มสางแล้วแต่เดียน่ายังหลับ
ขณะที่ผมฟังเพลงและนั่งมองข้ามเธอไปดูวิวนอกรถตู้แคบๆที่เราต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิมสองเท่าในการให้รถพามายังจุดหมาย
เฮ้อ...หาเื่ใส่ตัวชะมัด
ผมติดอยู่กับพลังบ้านี่เกือบปีก่อนออกจากบ้านมาอยู่คนเดียวเพราะไม่สามารถมองดูสายตาเวทนาสงสาร ระคนหวาดกลัวของพ่อกับแม่ได้อีกต่อไปยิ่งเห็นว่าเ้าน้องชายฝาแฝดของผมกำลังเติบโตและมีชีวิตตามปกติผมยิ่งรู้สึกว่าตรงนั้นมันไม่มีที่ให้ผม
ผมรู้นะว่าพ่อแม่รักผมแต่พวกเขาก็คงเหนื่อยมามากพอแล้ว
หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตลำพังเอาตัวรอดไปวันๆ ด้วยการหาเงินจากการเล่นเกมและขายของในเกมออนไลน์และแทงตัวเองเมื่อง่วงนอนจนทนไม่ไหว ผมคิดว่าผมคงต้องใช้ชีวิตเฮงซวยแบบนี้ไปจนวันตายซึ่งไม่รู้ว่าจะมีจริงๆ ไหม
จนผมได้รับรู้เื่ของเธอ...
ผมคือคนที่ออกจากบ้านแต่เธอคือคนที่ทำทุกอย่างเพื่อกลับบ้าน
ผมคือคนที่ไม่ตายแต่เธอบอกว่าเธอกำลังจะตาย
ผมคือคนที่เกลียดชีวิตตัวเองแต่เธอ...ทำทุกอย่างเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป
เป็เพราะผมแตะตัวของเธอตอนเป็ลมผมใช้ความสามารถในการลอบดูความคิด หนึ่งในไม่กี่สิ่งที่ผมชอบจากการได้พลังนี้มา...มันทำให้ผมเห็นสิ่งที่เธอคิดตอนนั้น และรับรู้ทุกอย่างที่เธอรู้สึก ณ เวลานั้น
‘หนูอยากกลับบ้าน’
‘อย่าดื้อสิลูกพ่อกับแม่อยากให้หนูรักษาตัวให้แข็งแรงก่อน เดี๋ยวจะได้กลับไปเล่นกับดาเลียนะลูกนะ’
‘เวลาของเธอเหลือน้อยนะครับผมตอบไม่ได้ว่าอาการจะดีขึ้นหรือไม่ แต่การที่ภูมิคุ้มกันของเธอเริ่มค่อยๆทำลายร่างกายเธอเอง มันอาจจะทำให้ระบบภายในล้มเหลวเฉียบพลันซึ่งต้องรักษาตามอาการและอยู่ในความดูแลของแพทย์ครับ’
ภาพเธอในวันนั้นคำพูดของพ่อแม่และหมอประจำตัวบอกให้รู้ว่าเธอมีเวลาเหลือจำกัด
มันน่าอิจฉาที่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าจะตายเมื่อไรส่วนผมถึงจะตายบ่อยแค่ไหนสุดท้ายก็ต้องฟื้นมาทรมานกับความง่วงและไม่รู้เลยว่าชีวิตแบบนี้จะจบลงตอนไหน
ผมไม่ค่อยชอบใจที่เธอดิ้นรนทั้งที่ความตายมันเป็เื่น่ายินดีที่สุดแล้วแต่ผมก็รับรู้ถึงความหวังที่เป็แสงประกายเล็กๆ ของความสุขซึ่งปะปนกับความหวาดกลัวตอนที่เดียน่ารู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย
ผมอยากรู้...
คนที่ดิ้นรนทำทุกอย่างตรงข้ามจากผมอย่างเธอจะเจอกับความสุขจริงๆใช่ไหม เ้าสามสิบข้อนั่นทำให้หัวใจเธอเต้นต่อหรือไงกัน? ทั้งที่มันแทบจะเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะทำทุกอย่างให้สำเร็จด้วยร่างกายพังๆแบบนั้น ทำไมต้องกระเสือกกระสนอยากจะทำด้วย
ไม่เข้าใจสักนิด
ผมหันไปมองคนที่ยังนอนหลับไม่รู้เื่เดียน่าคงจะเหนื่อย เพราะั้แ่ขึ้นรถตู้เธอก็นอนกรนทั้งยังเงยหน้าอ้าปากหวอน้ำลายยืดแบบไม่ห่วงสวยมาหลายชั่วโมงการที่ต้องนั่งง่วงดูคนอื่นนอนหลับสบายนี่มันเหมือนโดน์ลงโทษชัดๆ
จนรถจอดสนิทเดียน่าตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีสดชื่นมากจนผมปรับตัวไม่ทัน
“ภูเก็ตสวยมากเลยนะ โอ๊ยยยฉันคิดถึงที่นี่มากเลย เดี๋ยวจะพานายไปกินขนมร้านประจำนะ” คนพูดยืดตัวบิดี้เีทันทีที่ลงจากรถก่อนหันมาพูดด้วยใบหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ผิดกับผมที่อยากหลับเต็มทน
“อ่าฮะ” ผมหาวใส่ ถ้าได้ขนมอร่อยก็คงช่วยแก้ง่วงได้มั้งนะ
ผมเห็นร้านเช่ารถมอเตอร์ไซค์ห่างออกไปไม่เท่าไรก็เลยเดินไปทีแรกเดียน่าก็เดินตามผมมาดีๆ แต่หันไปอีกทีผมเห็นเธอยืนหอบหายใจ หน้าซีดจึงวิ่งกลับไปหา
“ไหวไหม” ผมถาม จะพุ่งเข้าไปพยุงก็เจอเธอยกมือห้ามท่าเดียวกับตอนผมรถชนเปี๊ยบ
ใจสู้จริงนะ
“ไม่เป็ไรฉันว่าฉันหน้ามืดเพราะว่าหิวข้าวมากกว่า” เธอยิ้มให้ความจริงอีกสักพักเธอก็คงกลับมาปั้นหน้าร่าเริงแล้วเดินเหมือนคนไม่เป็อะไรได้เหมือนเดิมแต่ผมไม่อยากให้เราต้องมานั่งรอตรงนี้เสียเวลา ผมพอจะจำสิ่งที่เธออยากทำได้บ้าง
“มานี่มา” ผมหันหลังแล้วนั่งลงบอกให้เธอรู้ว่าให้เธอขี่หลัง แต่เธอนั่งงง
“เอ้า ขี่หลังดิ ชักช้าจริงเวลาเธอมีไม่เยอะไม่ใช่หรือไง”
“อื้อ ขอบคุณนะ”
...ยัยนี่หนักกว่าที่คิดแฮะ
หลังผมลั่นดังกรอบตอนลุกขึ้นแต่เธอคงไม่ได้ยิน และผมก็ไม่คิดจะบอกให้เสียฟอร์มเล่นด้วยผมเดินหน้าเบ้ไปจนรู้สึกชิน เราก็ถึงที่เช่ารถพอดี
เงินในกระเป๋าตังผมเหลือไม่เยอะมากเพราะตอนก่อนออกมานี่ผมไม่ได้เตรียมของอะไรมาเลยนอกจากเท่าที่มีติดตัวอยู่แล้วและมันได้ถูกจ่ายค่ารถไปกว่าครึ่ง ไม่ต้องถามถึงเงินของเดียน่ารายนั้นจนยิ่งกว่าบีกินเนอร์เลเวลหนึ่งในเกมที่เป็ตัวละครตัวเปล่าๆไม่มีความสามารถอะไรเลยเสียอีก
สุดท้ายผมเลยได้มาแค่มอเตอร์ไซค์กระป๋องถูกๆที่พอฝากผีฝากไข้ไว้ได้เท่านั้น แต่ก็ดีกว่าไม่มีเลยล่ะนะ
ทันทีที่ลมปะทะใบหน้าผมรู้สึกได้ว่าเธอกอดเอวผมไว้แล้วซบลงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางผิดแผนกำลังเล่นงานเธอ ผมจึงไม่ถามอะไรต่อขี่มอเตอร์ไซค์อย่างระวังเพื่อไม่ให้เธอตกลงไป
แล้วเราก็มาถึงชายหาด
อากาศริมทะเลยามเช้าดีมากมันไม่ร้อนจนเกินไปบวกกับลมที่พัดมาปะทะใบหน้าทำให้ร่างกายรู้สึกเบาโหวงเหมือนจะลอยได้
“ถึงแล้ว” ผมดึงมือเธอออก ตอนแรกเดียน่าดูไม่สบาย แต่พอเธอได้เห็นน้ำทะเลเธอเหมือนมีพลังงานเพิ่มทันที
“ทะเล...” เธอรีบลงจากรถ มุ่งตรงไปยังชายหาด ทิ้งผมให้จอดรถแล้วตามไปทีหลัง
ผมถกกางเกงขึ้นถอดรองเท้า แล้วัักับผืนทราย น้ำทะเลที่ชะมาโดนปลายนิ้วเย็นสบายกว่าที่คิดน่าแปลกที่อาการง่วงของผมค่อยๆ ทุเลาลงไปเช่นกัน
“นี่... เก๊กอยู่นั่นล่ะมาเล่นน้ำได้แล้ว” เดียน่าที่วิ่งนำไปเปียกไปแล้วครึ่งตัว
เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าในทะเลนั่นมันอาจจะมีสารหรือสิ่งสกปรกอะไรทำให้โรคของเธออาการแย่ลงได้ขนาดแค่ช็อกโกแลตแท่งเดียวยังลำบากขนาดนั้น แล้วนี่มันจำเป็งั้นเหรอ?
“เล่นที่บางแสนก็ได้มั้ง”ผมหาว “ไม่เห็นต้องมาไกลขนาดนี้เลย”
“มันไม่เหมือนกันหรอก”เธอยืนกราน เดียน่าดึงผมให้เดินลงไปเรื่อยๆ จนน้ำทะเลซัดใส่กางเกงผมไม่ได้เอาชุดอะไรติดตัวมาเลยไม่อยากเปียกมากกว่านี้ จึงยั้งตัวเอาไว้ ไม่ยอมลงไป
ซ่า!!!
นั่นไงล่ะพอไม่ลงเล่นด้วยเธอก็เปลี่ยนมาสาดน้ำใส่ผมเต็มๆ น้ำทะเลเข้าปากที่กำลังจะหาวเค็มสุดๆ
“จะเอาใช่ไหม” ผมวักน้ำสาดกลับ แต่สิ่งที่ได้รับคือเธอหัวเราะร่วนแล้วสาดน้ำใส่ผมเื่อะไรจะยอมแพ้ล่ะ ผมสาดน้ำใส่พลางขยับไปใกล้เรื่อยๆ
“เ้าแกะ... นายยิ้ม”เธอบอกผมดวงตาเป็ประกาย
ผมยิ้ม?
ทั้งที่แทบจะลืมความรู้สึกโลดแล่นเหล่านี้ไปแล้วทั้งที่คิดว่าในชีวิตนี้จะไม่มีทางได้ััโลกที่ดูสดใสเจิดจ้าอีกทั้งที่ตัดใจจากมันไปแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้ผมกำลังยิ้มไปพร้อมๆ กับที่เดียน่ายิ้ม
‘ความสุข’...
ผมเองก็ยังมีมันได้อยู่อย่างนั้นเหรอ?