ตอนที่ 6 ความฝันของดรีม
ลุงชาญเปิดประตูรถยนต์คันหรูของเขา แล้วผายมือเชิญให้ ดรีม เข้าไปนั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับ
ดรีมก้าวเข้าไปอย่างตื่นเต้นเพราะไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งรถหรูแบบนี้
ลุงชาญขึ้นประจำที่คนขับและตอนที่เขากำลังจะออกรถ ดรีมก็พยายามคาดเข็มขัดนิรภัย แต่เข็มขัดเกิดติดขัดเล็กน้อย
“โอ๊ะ...ให้ลุงช่วยนะหนูดรีม”
ลุงชาญพูดเสนอความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว
เขายื่นร่างของเขามาทางดรีม ร่างกายของเขาโน้มลงมาใกล้ชิดจนดรีมััได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมของน้ำหอมจากตัวเขา มือหนา ๆ ของเขายื่นไปจับเข็มขัดนิรภัยที่ติดอยู่ ในวินาทีนั้นใบหน้าของลุงชาญก็อยู่ใกล้กับใบหน้าของดรีมเพียงแค่คืบ
ลุงชาญแกล้งทำเป็ตั้งใจแก้ไขเข็มขัด แต่จังหวะที่เขาโน้มตัวนั้น เขาใช้โอกาสสูดดมกลิ่นกายอ่อน ๆ ที่ปนอยู่กับกลิ่นผงซักฟอกของชุดนักเรียนของดรีม กลิ่นหอม ๆ นี้สร้างความตื่นเต้นให้กับเขาอย่างรุนแรง
เขาต้องเกร็งกล้ามเนื้อท้องเพื่อซ่อนปฏิกิริยาของร่างกาย เพราะภายใต้กางเกงวอร์มที่เขาสวมใส่เพื่อความสบาย ตรงเป้ากางเกงของเขาก็เริ่มตุงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“เรียบร้อยแล้วจ้ะ”
ลุงชาญกล่าวอย่างนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้ม แล้วดึงตัวเองกลับไปนั่งที่นั่งคนขับ
เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปแล้ว ลุงชาญก็เริ่มต้นพูดคุยเพื่อสร้างความสนิทสนมกับดรีม
“ตอนนี้หนูดรีมอยู่ ม.6 ใช่ไหม?”
“ใช่ค่ะคุณลุง”
ดรีมตอบ
“ถ้าเรียนจบแล้วหนูฝันอยากทำอะไรล่ะ”
ลุงชาญถามด้วยน้ำเสียงสนใจ
ดรีมดูเขินอายเมื่อพูดถึงความฝัน
“หนู...หนูอยากแต่งคอสเพลย์ค่ะ”
ลุงชาญทำสีหน้าสนใจอย่างจริงจัง
“จริงเหรอ ลุงสนใจเื่นี้มากเลยนะ หนูเคยแต่งแล้วหรอ”
ดรีมตื่นเต้นที่ผู้ใหญ่สนใจในสิ่งที่เธอรัก เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปที่เธอเคยแต่งคอสเพลย์ให้เขาดูทันที เป็ตัวละครจากอะนิเมะ เธอแต่งเป็แม่มดน้อยสุดน่ารักที่แอบเซ็กซี่เบา ๆ ด้วยชุดที่เปิดเผยไหล่และกระโปรงก็สั้นกว่ากระโปรงนักเรียนของเธอมาก
ลุงชาญที่จอดรถติดไฟแดงอยู่ เขาก็ดูรูปของดรีมอย่างละเอียด ภาพถ่ายนั้นทำให้แท่งเอ็นของเขาแข็งตัวขึ้นกว่าเดิมจนรู้สึกแน่นอึดอัดไปหมด
“อืมม…สวยมากเลยหนูดรีม เหมือนหลุดออกมาจากในการ์ตูนเลยนะ”
ลุงชาญกล่าวชมอย่างจริงใจ ซึ่งปนไปด้วยความหื่นกระหายที่เขาเก็บซ่อนไว้
ดรีมเขินเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”
เธอพูดต่ออย่างมุ่งมั่นว่า
“แต่ความฝันสูงสุดของหนูคือ การได้เป็ศิลปินไอดอลค่ะ เพราะหนูชอบร้องชอบเต้น แล้วก็อยากใส่ชุดสวย ๆ น่ารัก ๆ ทำการแสดงบนเวทีให้ผู้คนได้ชม”
ลุงชาญมองดูใบหน้าของสาวน้อยที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความฝันอันสดใส
“ช่างน่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ...เป็เด็กดีที่ควรได้รับการสนับสนุน”
เขาคิดในใจ
ลุงชาญ ส่งยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจและให้กำลังใจ เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นของดรีม
“หนูดรีมต้องทำได้แน่ ๆ ลุงเชื่อในตัวหนูนะ”
ดรีมยิ้มตอบด้วยความดีใจ แต่รอยยิ้มนั้นก็ค่อย ๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย เขาจึงถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
“เป็อะไรไปหนูดรีม? ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
ดรีมก้มหน้าลงเล็กน้อย
“ก็...เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่ะค่ะคุณลุง ทั้งเื่บ้านที่ถูกยึด ทั้งเื่เงิน...มันทำให้หนูไม่สามารถทำตามความฝันได้”
เธอเล่าต่ออย่างจริงใจ
“ชุดคอสเพลย์ดี ๆ ก็ราคาแพงมาก ไหนจะค่าเทอมอีก ส่วนการจะเป็ไอดอลก็มีความเสี่ยง มันไม่มั่นคง หนูอาจจะต้องไปทำอะไรที่มันมั่นคงกว่านี้”
ลุงชาญฟังอย่างตั้งใจ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความดีใจที่โอกาสทองกำลังวิ่งเข้าใส่
“เื่แค่นี้เองหนูดรีม”
ลุงชาญรีบปลอบโยนเธอทันที
“เดี๋ยวลุงจะช่วยเอง”
ดรีมเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นเต้นดวงตาเป็ประกาย
“จริงเหรอคะคุณลุง!”
“จริงสิ”
ลุงชาญยืนยันด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น
“หนูไม่ต้องกังวลเื่เงินเลยนะ ลุงมีเงินเยอะแยะ”
เขาบอกต่อ
“งั้นเดี๋ยววันนี้ลุงจะมารับหนูหลังเลิกเรียน แล้วเราจะไปดูชุดคอสเพลย์ที่หนูอยากได้กัน เดี๋ยวลุงจะซื้อให้หนูเอง”
ดรีมดีใจมากจนแทบจะกรี๊ดออกมา เธอไม่อยากจะเชื่อว่าลุงชาญจะใจดีและสนับสนุนความฝันของเธอขนาดนี้
“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณลุง หนูไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีเลย”
ลุงชาญยิ้มอย่างลึกลับ มือหนาใหญ่ของเขายื่นมาลูบศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสั้นระดับบ่าของดรีมอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เป้ากางเกงของเขาก็ยังคงตุงอยู่
“ไม่ต้องตอบแทนอะไรมากหรอกจ้ะ…”
ลุงชาญพูดเสียงกระซิบเบา ๆ
“แต่...หนูต้องใส่ชุดคอสเพลย์นั้นให้ลุงดูเป็คนแรกนะ”
ดรีมไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนไปกว่าความตื่นเต้นที่จะได้ทำตามความฝัน เธอยิ้มตอบอย่างสดใส
“ได้เลยค่ะคุณลุง หนูจะใส่ให้คุณลุงดูเป็คนแรกเลยค่ะ”
ลุงชาญหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจ
“โอเคจ้ะ…”
เขามองภาพดรีมที่เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม อย่างสุขใจ