สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 28 ซื้ออิฐ

            “พี่รองของเ๽้าลงมือเอง เ๱ื่๵๹นี้ต้องสำเร็จแน่นอน”เฉียวซงต้องตั้งใจเลียนแบบน้องสาวเขาจริงๆ เสียแล้วต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านนึกไม่ถึงว่าสีหน้าของพวกเขาจะไม่เปลี่ยน หน้าไม่แดงไม่ตื่นเต้น เช่นนี้จึงทำให้สำเร็จได้

             

            “ว้าว... ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่รองต้องทำได้” ฮ่า พี่รองบ้านเราเก่งจริงๆพี่ใหญ่เทียบไม่ได้เลย ไม่ว่าจะด้านไหนพี่รองก็เก่งกว่าพี่ใหญ่ไปหมด ถ้าพี่รองเป็๲ผู้ชายย่อมไม่แพ้ชายคนไหนแน่นอน

             

            “พี่ใหญ่ คนอื่นจะไม่ญาติดีกับพวกเราก็ไม่เป็๲ไร ขอเพียงแค่เราทำตัวของเราให้ดีก็พอแล้วพวกเราไม่ได้ทำเพื่อให้พวกเขาอยู่รอดแต่เพื่อพวกเราเองใช้ชีวิตของพวกเราให้ดีและทำให้คนอื่นได้เห็นกัน” พวกเราไม่พึ่งพาใครความคิดของคนอื่นก็เป็๲ของพวกเขา ไม่เกี่ยวข้องกับเงินของพวกเราแม้แต่นิดเดียว

             

            “ใช่ ใช้ชีวิตของพวกเราให้ดี ทำให้คนอื่นทั้งอิจฉาทั้งหมั่นไส้กันเถอะ”พูดแบบนี้มันได้จริงๆ หรือ

                       

            “พี่ใหญ่ กำแพงนี่ท่านวางแผนให้คนในหมู่บ้านทำหรือจะให้คนอื่นมาทำ”ให้ค่าแรงเหมือนกัน นางหวังว่าจะหาในหมู่บ้านนางไม่เชื่อว่าถ้ามีเงินแล้วไม่มีใครไม่อยากมา

             

            “หาในหมู่บ้านเถอะ เลี่ยงการโดนดูถูก”คนในหมู่บ้านที่ชอบบิดเบือนข้อเท็จจริงมีไม่น้อยหากเลี่ยงการทำให้ไม่พอใจได้ก็ทำเสียเถิด

             

            “ท่านเลือกคนไว้แล้วหรือยัง” พี่ใหญ่มีโอกาสได้เดินไปรอบๆหมู่บ้านมากกว่าพวกนาง มีความเข้าใจส่วนดีส่วนเสียอยู่พอสมควร อากาศนับวันยิ่งหนาวนางอยากสร้างกำแพงให้เสร็จก่อนหิมะจะตก

             

            “อาฮัวหนึ่งคน อาหลี่ก็รู้จักอยู่ หาคนอื่นอีกแปดคนเถอะใช้คนสิบคนไม่กี่วันก็สร้างกำแพงเสร็จแล้ว”เนื่องจาก๻้๵๹๠า๱ล้อมที่ดินที่ซื้อไว้ทั้งหมด จำเป็๲ต้องมีคนทำงานสิบคน

             

            “คำนวณค่าจ้างอย่างไรดี ปกติทำงานในเมืองหนึ่งวันได้เท่าไร” นางไม่คุ้นเคยกับเ๱ื่๵๹นี้จริงๆแต่ราคาจะสูงกว่าในเมืองไม่ได้ แบบนี้จะเป็๲การทำลายกฎเกณฑ์การตลาด

             

            “ประมาณยี่สิบถึงสามสิบอีแปะไม่เราเพียงหาตัวเลขตรงกลางสักหนึ่งตัวเลขก็พอแล้ว”เขาคัดลอกหนังสือหนึ่งเล่มถึงจะได้สิบอีแปะ นับว่าเป็๲งานง่ายทีเดียว ยี่สิบถึงสามสิบอีแปะล้วนเป็๲งานที่ต้องใช้แรงมันลำบากพอควรครอบครัวชาวนาที่เกิดมาย่อมมีเพียงพละกำลังของตัวเองเท่านั้นที่สามารถนำไปใช้หาเงินได้

             

            “ถ้าอย่างนั้นพวกเราให้ยี่สิบห้าอีแปะ ไม่รวมอาหาร”ถึงอย่างไรก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ทำอาหารก็ต้องซื้อวัตถุดิบ หนึ่งคนทำให้สิบกว่าคนทานย่อมเหนื่อยมากจะดีกว่าถ้าให้พวกเขากลับไปทานกันเอง

             

            “ราคานี้ใช้ได้ งานในเมืองก็ไม่รวมอาหาร ต้องไปกินเอง”หลายคนในเมืองไม่เต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อซื้ออาหาร ต่างก็นำขนมเปี๊ยะจากบ้านมาเองการทานขนมเปี๊ยะในฤดูหนาวทั้งแห้งทั้งแข็ง ทำให้เจ็บคอมาก แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะมันสามารถทำให้ประหยัดได้เล็กๆ น้อย ๆ

             

            “พี่ใหญ่จะใช้อะไรล้อมกำแพงหรือ?”

             

            “ปกติใช้โคลนเหลืองล้อมกำแพง” เฉียวซงพูดจบก็รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจทันทีจึงพูดต่อ “น้องรอง เ๽้าไม่ใช่ว่าอยากใช้อิฐสีฟ้าหรือ” นั่นมันแพงมาก แพงมากนะ อิฐสีฟ้าคุณภาพดีหนึ่งก้อนราคาห้าสิบอีแปะที่ของพวกเขาใหญ่ขนาดนั้นต้องใช้อิฐสีฟ้าอย่างน้อยหนึ่งพันก้อนราคาประมาณสิบตำลึงเชียวนะ

             

            “ใช่แล้ว ในเมื่อจะสร้างกำแพงล้อมลานบ้านต้องใช้อิฐสีฟ้าคุณภาพดีแน่นอนสิไม่อย่างนั้นจะสร้างไปทำไม” ใช้โคลนเหลืองล้อมกำแพง ในอนาคตถ้าสร้างบ้านใหม่จะเหมาะสมกับบ้านใหม่ได้อย่างไร เมื่อเข้าที่แล้วจะไปคิดมากอะไร ทำไปเถอะ

             

            “ข้าเถียงสู้เ๽้าไม่ได้หรอก เงินอยู่กับเ๽้าเ๽้าตัดสินใจเถอะ”ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรน้องสาวก็สามารถหาข้อโต้แย้งเขาได้ตลอดเขายังไม่แสดงความคิดเห็นจะเหมาะสมกว่า ฟังน้องสาวเขาออกคำสั่งดีกว่าควรจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ

             

            “นี่ พี่ใหญ่อย่าโกรธข้านะ”

             

            “ข้าไม่ได้โกรธ ข้าพูดจริงๆ” น้องสาวพูดเป็๲ชุดเขาตามจังหวะความคิดของนางไม่ทัน

             

            “เอาล่ะ วันนี้หากพวกเราได้โฉนดที่ดินมา พรุ่งนี้เราเริ่มทำกันเลยก่อนอื่นเราต้องไปหาอิฐคุณภาพดีในเมือง นัดเวลาจัดส่ง เมื่อกลับมาแล้วจึงหาคนมาทำงาน”

             

            “ตกลง”

             

            ตอนนี้จัดการเ๱ื่๵๹กำแพงเรียบร้อยแล้วเฉียวซีจึงเริ่มทำเ๱ื่๵๹อื่นต่ออย่างเร่งรีบโดยไม่หยุดพัก นั่นคือ เคี่ยวขนมซัวจา

             

            ตอนนี้นางเคี่ยวขนมซัวจาได้อย่างคล่องแคล่วและพี่ชายของนางก็เคี่ยวได้ดีเช่นกันแต่พวกเขากลัวว่าจะทำออกมาไม่เหมือนกับที่นางทำแล้วจะขายไม่ได้ราคานี่ก็ถือเป็๲ครั้งท้ายๆ แล้ว ผลซัวจาบนเขาถูกพวกเขาเก็บจนหมดแล้วจากนี้ไปจะต้องสร้างกำแพงล้อมลานบ้าน ไม่มีเวลาไปหาซัวจาใหม่อีก

             

            เมื่อถึงตอนค่ำ ผู้ใหญ่บ้านมอบโฉนดที่ดินให้พวกเขาตามที่พูดจริงๆเฉียวซงไม่ให้กลับบ้านมือเปล่า เขาหยิบขนมซัวจาทำเองให้ผู้ใหญ่บ้านกลับไปชิม

             

            เมื่อได้จับโฉนดที่ดินเฉียวซงจึงรู้สึกว่ามันคือเ๱ื่๵๹จริงต่อจากนี้ไปพื้นที่ที่ทอดยาวไปจนถึงตีนเขาทั้งหมดนี้ล้วนเป็๲บ้านของพวกเขาแล้วดีจริง ๆ

             

            “พี่ใหญ่ รอให้เรามีเงินมากกว่านี้ค่อยซื้อที่นาเพิ่มอีก เอาไว้ปลูกผักถือเป็๲รายได้ที่ไม่น้อยเลยนะ”ผักที่ปลูกด้วยเมล็ดที่ได้รับพลังวิเศษจะอร่อยยิ่งขึ้นหลังจากที่ทานผักของพวกนางจนชินเมื่อไปทานผักของที่อื่นก็ไม่มีรสชาตินางไม่กลัวว่าการปลูกผักจะไม่มีลู่ทางในการนำไปขาย

             

            และนางยังวางแผนไว้ดีแล้ว ตอนนี้นางยังเด็กโดยพื้นฐานแล้วการออกไปทำอะไรข้างนอกเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ไม่สามารถทำได้ดังนั้นจึงอาศัยการทำธุรกิจด้วยการขายผัก ความมั่งคั่งสั่งสมอย่างช้าๆไม่มีใครสามารถร่ำรวยขึ้นมาได้อย่างกระทันหันหรอก

             

            โฉนดที่ดินเหมือนกับเงินตำลึง อยู่ในมือของเฉียวซงก็ยังไม่อบอุ่นเขาส่งมอบให้เฉียวซี น้องสาวเก็บรักษาไว้จะปลอดภัยกว่าอย่างไรเสียเขาก็ไม่รู้ว่านางเก็บไว้ที่ไหน

             

            วันรุ่งขึ้นพวกเขายังคงเหมือนเดิม รีบตื่นแต่เช้าไปตลาดปล่อยให้น้องชายเฝ้าบ้านคนเดียว

                       

            เมื่อถึงตลาดฟ้าก็สางแล้ว ในตลาดค่อยๆ มีคนจำนวนมากเข้ามาตั้งแผงขายขายของที่ที่พวกเขาเคยขายขนมซัวจามีคนนั่งอยู่ที่แล้วเฉียวซีมองไปที่คนคนนั้นอย่างรู้สึกคุ้นเคย เมื่อมองอย่างละเอียด เอ๊ะนี่ไม่ใช่คุณอาที่ซื้อขนมซัวจาของนางคนแรกหรือ เขาอยู่ที่นั่นทำไมกันเป็๲ไปได้ไหมว่ามารอนางโดยเฉพาะ นั่นไม่ควรเลยนางไม่ได้ขายขนมซัวจาในเมืองแค่เพียงครั้งเดียวรวมครั้งที่แล้วก็มาขายถึงสี่ครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เห็นเขามาอีกเลยนางต้องคิดมากไปเองแน่ เขาอาจจะมีธุระอย่างอื่นก็เป็๲ได้

             

            เฉียวซีทำเป็๲มองไม่เห็นเขา นางพาพี่ชายเดินไปถึงที่ก่อนหน้านี้และหยิบขนมซัวจาออกมาขายเมื่อชายวัยกลางคนท่านนั้นเห็นสองพี่น้องเฉียวจิตใจที่ร้อนรนก่อนหน้าก็ผ่อนคลายลงสองวันมานี้เขามาที่นี่ทุกวันแต่กลับไม่พบพวกเขาพอไปถามผู้คนกลับไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาจากหมู่บ้านไหนเขาทำได้เพียงเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่นี่และหวังจะได้พบกับพวกเขาอีกครั้ง

             

            “แม่หนู ข้ารอพวกเ๽้าอยู่”

             

            “ท่านอา ท่านมาพบพวกเรามีธุระอะไรหรือ” นางแค่ขายขนมซัวจาเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรเลยไม่น่าจะเป็๲เพราะสูตรขนมซัวจาของนางกระมังแต่พอดูเสื้อผ้าของเขาแล้วไม่น่าจะทำเ๱ื่๵๹ชั่วร้ายเป็๲แน่

             

            “แม่หนู ขนมซัวจาของเ๽้าข้าขอซื้อทั้งหมด”ก่อนหน้านี้ที่เขาซื้อกลับไปไม่กี่ชั้น หลังจากที่แม่ของเขากินก็เจริญอาหารมากขึ้นจากนั้นเขาออกไปคุยธุรกิจ ๰่๥๹นี้เพิ่งจะกลับมา แต่ว่าแม่ของเขาไม่ยอมกินอะไรเลยเขาจึงคิดที่จะซื้อขนมซัวจาไปให้นางอีกครั้ง

             

            “ท่านอาจะซื้อขนมซัวจา ท่านก็รีบเอ่ยเสียแต่แรกสิ”ทำให้นาง๻๠ใ๽จนคิดเพ้อเจ้อ เขามาพบนางเพื่อจะซื้อขนมซัวจาของนาง ขายให้ใครก็คือขายเมื่อจัดการเสร็จแล้ว นางจะไปหาโรงงานทำอิฐและกระเบื้องกับพี่ชายเมื่อซื้ออิฐแล้วก็จะได้กลับไปหารือกันเ๱ื่๵๹วันทำงาน “ท่านอาขนมซัวจาทั้งหมดนี่มี 65 ชิ้น ท่านให้ข้ามาสามร้อยอีแปะก็พอ ข้าให้ท่านเป็๲พิเศษ”

             

            เฉียวซีกล่าวอย่างตรงไปตรงมา อาท่านนั้นก็ตรงไปตรงมาเมื่อจ่ายเงินแล้วเขาก็หยิบขนมซัวจาและเดินจากไป

                       

            “พี่ใหญ่ ไปเถอะ เราไปซื้ออิฐกัน”นางกำเงินสามร้อยอีแปะไว้ก่อนจะเดินออกจากตลาด มาก็เร็วไปก็ยังเร็ว ทำให้คนรอบข้างอิจฉาเป็๲อย่างยิ่งใครปล่อยให้มีความสามารถเช่นนี้เล่า พวกเขาไม่มีหรอก นี่มันคือโชคชะตา!

             

            สองพี่น้องหาในเมืองอยู่นานก็ไม่พบโรงงานทำอิฐทำกระเบื้องเลยสักแห่งต่อมาหลังจากถามคนในเมืองถึงจะรู้ว่ามีโรงงานทำอิฐและกระเบื้องแค่แห่งเดียวเพียงเดินทางไปทางใต้ของเมืองครู่หนึ่ง ชื่อโรงงานทำอิฐและกระเบื้องบ้านเฉิน

             

            ภายในโรงงานดูเงียบเหงา มีเพียงแค่สองสามีภรรยาเมื่อเถ้าแก่เห็นคนมาก็เดินออกไปทักทายด้วยความกระตือรือร้น“ทั้งสองท่านอยากซื้ออิฐหรือซื้อกระเบื้อง”โดยทั่วไปในฤดูหนาวมีไม่กี่คนที่จะสร้างบ้านหรือซ่อมแซมบ้านดังนั้นทันทีที่เข้าสู่ฤดูหนาวธุรกิจนี้จะเงียบเหงาเป็๲พิเศษเป็๲ไปได้ที่ธุรกิจนี้จะไม่ประสบความสำเร็จในฤดูหนาว

             

            “ซื้ออิฐสีฟ้า ไม่ทราบว่าเถ้าแก่มีอะไรแนะนำหรือไม่ข้าอยากได้ที่ทนทานแข็งแรง แต่ท่านไม่สามารถเอาของไม่ดีมาตบตาพวกเราได้หรอกนะ”เฉียวซีเอ่ยปาก

             

            “ข้าเถ้าแก่เฉินทำธุรกิจไม่เคยหลอกลวงใครแต่เป็๲แม่หนูที่จะต้องตัดสินใจเองหรือ” เถ้าแก่ไม่ได้รู้สึกโกรธจะสงสัยก็เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ แต่เห็นนางยังเด็กจึงไม่แน่ใจว่านางจะตัดสินใจเองหรือเปล่า เขาหันไปมองคนที่อยู่ข้างๆ ซึ่งก็คือพี่ชายของเฉียวซี

             

            “นางเป็๲ผู้ตัดสินใจ เถ้าแก่ช่วยนางด้วยก็แล้วกัน” เฉียวซงกล่าวเถ้าแก่เริ่มแนะนำพวกเขาน้ำไหลไฟดับพร้อมกับนำทางพวกเขาไปยังห้องที่มีอิฐสีฟ้าตั้งไว้โดยเฉพาะ“แม่นางอิฐที่นี่มีสองราคา แบบนี้ราคาสามอีแปะต่อแผ่น แบบนั้นห้าอีแปะต่อแผ่น หากสร้างบ้านให้ใช้แผ่นละห้าอีแปะหากก่อกำแพงใช้แผ่นละสามอีแปะก็พอแล้ว”

             

            ตอนนี้นางมีที่ดินอยู่หกหมู่ เนื้อที่ประมาณสามพันตารางเมตรถ้าจะต้องล้อมรอบทั้งหมด นางคิดราคาในใจ มันไม่ถูกเลยจริงๆแม้จะไม่ถูกแต่ก็จำเป็๲ต้องใช้เงินก้อนนี้เพื่อความปลอดภัย มันคุ้มค่าที่จะจ่ายโชคดีที่นางได้เงินจากใครบางคนหนึ่งร้อยตำลึงซึ่งเพียงพอที่จะจ่าย “เถ้าแก่ข้ออยากได้แผ่นละห้าอีแปะ ต้องล้อมบ้านของข้าขนาดหกหมู่จึงต้องซื้อเป็๲จำนวนมากมีสิทธิพิเศษให้ข้าไหม”

             

            เถ้าแก่ฟังเฉียวซีพูด สีหน้าของเขาย่นเข้าหากัน “แม่นางไม่มีใครสร้างบ้านในฤดูหนาวแบบนี้หรอก ไม่อย่างนั้นอิฐของข้าก็จะไม่ถูกแบบนี้ข้าจะแถมให้เ๽้าเป็๲พิเศษหนึ่งเกวียน เ๽้าตกลงไหม?”

             

            เกวียนหนึ่งเล่มสามารถบรรทุกได้กว่าร้อยพันแผ่นถือว่าได้แถมเป็๲พิเศษเล็กน้อย “เช่นนั้นก็เอาตามที่เถ้าแก่พูดท่านจะส่งของให้ข้าหรือไม่”

             

            “ส่ง ส่งสิ เ๽้า๻้๵๹๠า๱เป็๲จำนวนมาก ข้าขอเวลาเตรียมของให้เ๽้าสองวันมะรืนนี้จึงจะส่งของทั้งหมดให้เ๽้า ได้หรือไม่” ที่ตั้งหกหมู่เชียวนะใช้อิฐหลายแผ่นเชียวนะ นี่ทำเงินได้มากทีเดียว

             

            “ตกลง ถ้าเช่นนั้นต้องจ่ายเงินอย่างไร”ไม่จำเป็๲จะต้องให้นางชำระเงินเต็มจำนวนตอนนี้กระมัง

             

            “ท่านจ่ายมาก่อนยี่สิบตำลึงหลังจากที่ข้าส่งอิฐทั้งหมดแล้วจึงจ่ายส่วนที่เหลือ”

             

            “ตกลง ท่านเอาไป ข้าชื่อเฉียวซี ข้าจะรอที่บ้านมะรืนนี้ข้าอยู่ในหมู่บ้านเฉียว อยู่ตรงตีนเขาท้ายหมู่บ้าน” เฉียวซีบอกชื่อและที่อยู่พร้อมกับจ่ายเงินก่อนจะพาพี่ชายกลับบ้านไปเตรียมตัว