ตอนที่ 7: เงาจากเงา
ลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านผืนผ้าใบของกระโจมแม่ทัพเบา ๆ แต่ไม่อาจดับความเคร่งเครียดในใจคน
แม่ทัพซ่งเจี้ยนยืนอยู่เบื้องหน้าผังแผนที่ที่ถูกขึงไว้กลางกระโจม เส้นพรมแดนระหว่างแคว้นลู่หานกับหลันชิงถูกขีดเส้นด้วยหมึกแดง และเคียงข้างมัน…คือรอยปากกาหมึกดำเส้นใหม่ที่ลากจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือ—แคว้นซางหยิน
“พวกมันเคลื่อนไหวแล้ว”
เสียงของกุนซือโม่เฉินดังขึ้นเื้ั
“สามกองคาราวานของซางหยินเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ข้ามเข้าเขตการค้าทางใต้ของเราเมื่อสองวันก่อน”
ซ่งเจี้ยนพยักหน้าช้า ๆ
“ส่งคนไปตามรอยหรือยัง”
“ข้าให้คนของขุนพลหลี่ซานสะกดรอยแล้ว”
โม่เฉินว่า
“แต่แคว้นซางหยินไม่ได้ส่งเพียงคาราวาน…พวกมันส่ง ‘คำเตือน’ ด้วยเช่นกัน”
—
ทางด้านเฟิงิ
หลังเสร็จภารกิจชายแดน เขาได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับมายังค่ายทหารหลักในเมืองหลวงของแคว้นหลันชิง
พร้อมคำสั่ง “รายงานตัวต่อสภาทหาร” เป็กรณีพิเศษ
เขามิได้รู้แน่ชัดว่าตนถูกเรียกตัวไปทำไม
แต่ในใจลึก ๆ เขารู้…หนทางของเขากำลังขยายไกลเกินแนวรบแล้ว
—
สภาทหารแคว้นหลันชิงตั้งอยู่ในป้อมหินเหนือเนินเขา ชื่อว่า “หอฟ้าคราม”
เป็ที่รวมของแม่ทัพหลัก กุนซือ และผู้บัญชาการที่ได้รับสิทธิ์ออกเสียงในกิจการทหาร
เฟิงิในชุดเครื่องแบบเต็มยศก้าวเข้าสู่ห้องประชุมหินยาว เขาเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ
“เด็กนี่เหรอที่บุกค่ายลู่หานแล้วรอดกลับมา?”
“ข้ายังคิดว่าเป็เื่แต่งซะอีก…”
แต่เสียงเ่าั้เงียบลงทันทีเมื่อกุนซือโม่เฉินยกมือขึ้น
“เฟิงิ…เ้าเคยได้ยินชื่อ ‘เส้นสายมืดของซางหยิน’ หรือไม่”
เฟิงินิ่งคิด เขาจำได้เพียงบางเื่ที่หานเจี้ยวเคยเล่า
แคว้นซางหยินเป็แคว้นที่มีขนาดกลางแต่ขึ้นชื่อด้านสายลับ การปลอมตัว และข่าวกรอง
หลายคนเรียกมันว่า “แคว้นที่มีแต่เงา ไม่มีผู้คน”
“ข้าได้ยินว่าพวกมันสามารถทำลายค่ายได้ โดยไม่ต้องเหยียบดินของศัตรู” เฟิงิตอบ
โม่เฉินพยักหน้า
“ถูกต้อง…และบัดนี้ พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวมาถึงเขตของเราแล้ว”
—
ซ่งเจี้ยนยื่นม้วนหนังสือเล็ก ๆ ให้เฟิงิ
“นี่คือรายชื่อหัวหน้าหมู่บ้าน 3 แห่งที่หายตัวไปในเขตชานเมืองหลันชิงในเวลาใกล้เคียงกัน”
เฟิงิเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว
ทั้งสามหมู่บ้านเป็จุดที่เคยเป็เส้นทางลำเลียงเสบียงในากับแคว้นเหยียนหง
“เ้าจะต้องเดินทางไปสืบเบาะแส ร่วมกับทหารข่าวกรอง…และอีกคนหนึ่งที่ข้าจะส่งให้เ้า”
“ใครหรือครับ?” เฟิงิถาม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากเงามืด
หญิงสาวร่างสูงในชุดคลุมสีดำยืนอยู่หน้าทางเข้า
ผ้าคลุมหน้าปิดบังใบหน้าไว้เกือบมิด มีเพียงดวงตาสีดำคมที่จ้องตรงมาอย่างนิ่งสงบ
“ชื่อของนางคือ ‘เหยียนหลี’”
โม่เฉินแนะนำสั้น ๆ
“นักลอบสังหารแห่งหน่วยลับใต้คำสั่งของข้าเอง”
เฟิงินิ่งเงียบ เขาไม่คุ้นเคยกับผู้หญิงในสนามรบ
แต่นางไม่ได้มีท่าทางอ่อนแอแม้แต่น้อย
“ข้าจะคุ้มกันหลังให้เ้า…หากเ้าตาย ข้าก็จะกลับไปเอง”
เสียงของนางเ็า ไร้อารมณ์
เฟิงิยิ้มน้อย ๆ
“ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะพยายามไม่ตาย เพื่อไม่ให้นางต้องเดินทางคนเดียว”
—
ภารกิจใหม่ของเฟิงิจึงเริ่มต้นอีกครั้ง
ไม่ใช่ในสนามรบ แต่ในเงามืดของแผ่นดินที่แม้แต่แสงเทียนยังไม่อาจส่องถึง
และในเงานั้นเอง…
เขากำลังจะพบเบาะแสแรกที่จะนำพาไปสู่ศัตรูที่แท้จริงของแผ่นดิน