เวลาผ่านไปอย่างช้าๆศิษย์ของสำนักไผ่น้อยในฝ่ายต่างๆก็เริ่มตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้นสำหรับศิษย์ทั่วไปพวกเขาจะต้องพยายามให้หนักกว่าคนอื่นเพื่อเมื่องานประลองมาถึงจะได้แสดงผลงานออกมาให้เข้าตาเหล่าผู้าุโและอาจจะได้เลื่อนขั้นและกลายเป็ศิษย์ของผู้าุโเ่าั้
แต่สำหรับจางซวนนั้นเป้าหมายคือการได้เข้าไปพื้นที่ลับว่ากันว่าที่นั่นเหมาะแก่การบ่มเพาะอย่างมากและหากสามารถเก็บตัวฝึกฝนที่นั่นได้จางซวนก็จะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล
ขณะเดียวกันสำหรับผู้าุโแต่ละฝ่ายนี่ก็คือการแข่งขันเช่นกันหากฝ่ายใดที่มีศิษย์ที่โดดเด่นมากกว่าฝ่ายอื่นๆก็จะได้รับการสนับสนุนจากสำนักมากกว่าฝ่ายอื่นๆ
“ผู้าุโหลิงจวินท่านคิดว่าปีนี้ฝ่ายเราจะมีใครที่สามารถติด 10 อันดับแรกได้หรือไม่” ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
“ใครจะรู้หลิงซินนางได้ก้าวเข้าสู้ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลางแล้วน่าจะไม่มีปัญหาในการเข้าสู้10 อันดับแรก” หลิงจวินกล่าว
“นอกจากนั้นละ”
“ไม่มีเ้ามาถามข้าทำไม ข้าไม่ได้ดูแลศิษย์พวกนั้นเสียหน่อยพวกเ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้าเสียอีก”หลิงจวินมองไปยังอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
“แล้วศิษย์หลานคนเล็กไม่มีโอกาสเลยงั้นเหรอข้าได้ยินมาว่าเมื่อไม่นานมานี้เขาเล่นงานศิษย์คนหนึ่งของฝ่ายหลอมอุปกรณ์จนยับเยินด้วยหมัดเดียวข้าว่าเขาอาจจะมีสิทธิ์ก็ได้” ผู้าุโคนนั้นกล่าว
“ข้าไม่แน่ใจในกรณีของอาซวนต้องดูด้วยว่าเขาสนใจการประลองหรือไม่ แต่จากที่ข้ารู้จักเขามาอาซวนไม่ชอบการต่อสู้เท่าไหร่หากไม่มีผลประโยชน์มากพอเขาจะไม่ทุ่มกำลังต่อสู้แน่”หลิงจวินกล่าว
“จะไม่มีผลประโยชน์ได้อย่างไรต่อให้พร์แต่กำเนิดจะย่ำแย่แต่หากได้เข้าไปบ่มเพาะในพื้นที่ลับ4 ปีเมื่อกลับออกมาเขาจะต้องได้ผลประโยชน์มหาศาลแน่”
“ข้ารู้แต่ข้าไม่อยากบังคับเขาถึงอย่างไรอายุของเขาในวันประลองก็แค่ 12 ปีเท่านั้น” หลิงจวินกล่าว
“เอ่อก็จริง”
ทั้งสองไม่รู้เลยว่าจางซวนนั้นตั้งใจจะติดหนึ่งในสิบจริงๆแน่นอนว่าต้องยกความชอบให้กับอี้ที่คอยเป่าหูพูดถึงผลประโยชน์มากมายในการเข้าไปในพื้นที่ลับทำให้จางซวนตั้งใจฝึกหนักขนาดนี้
และแล้วเวลาก็ผ่านไปงานประลองได้ถูกจัดขึ้นด้านหลังสำนักในป่าด้านหลังนอกจากมีสัตว์อสูรที่ถูกเตรียมเอาไว้ในการทดสอบแล้วก็ยังมีกับดักและอันตรายซ่อนอยู่ในการประลองรอบแรกจะเป็การประลองเอาตัวรอดในพื้นที่ในป่าอันตราย
ด้านในป่าแห่งนี้มีอันตรายทุกรูปแบบทั้งจากสัตว์อสูร แมลงพิษและกับดัก ที่สำคัญคือกลุ่มศิษย์ด้วยกันเองเวลาในการเอาตัวรอดคือ 10 วันเท่านั้น
“เ้าคิดว่าปีนี้ฝ่ายไหนจะชนะ”
“ก็คงเป็ฝ่ายคุมกฎนั่นแหละฝ่ายนั้นเป็คนออกแบบการทดสอบในปีนี้ไม่ใช่หรือไงอีกอย่างด้วยอำนาจของฝ่ายคุมกฎย่อมมีการเล่นไม่ซื่ออยู่แล้ว”
“ก็จริงแต่ว่าปีนี้ศิษย์พี่จิงเหลียนแห่งฝ่ายหอตำราศิษย์พี่เหม่ยหนิงจากฝ่ายหลอมอุปกรณ์ล้วนแต่เข้าร่วมด้วยฝ่ายคุมกฎน่าจะไม่ได้ที่หนึ่งง่ายๆ”
“ก็จริงแม้ซวนหยวนป้าจากฝ่ายคุมกฎจะแข็งแกร่งมากแต่เขาก็คงจะไม่สามารถเอาชนะทั้งสองคนได้หากทั้งสองคนร่วมมือกันแต่ข้าได้ยินว่าฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรก็มีตัวประหลาดโผล่ออกมาเห็นว่าถูกเก็บมาจากรังหมาป่าแห่งหนึ่งเขามีความเข้ากันได้กับสัตว์อสูรประเภทหมาป่าได้สมบูรณ์แบบสามารถสั่งการและควบคุมพวกมันได้ราวกับแขนขาของตัวเองแถมยังมีสัตว์อสูรระดับ 3 ตัวหนึ่งที่ติดตามเขาเข้าร่วมการประลองอีกด้วย”
“บ้าน่าแบบนั้นมันเกิดไปแล้วสัตว์อสูรระดับ3 เทียบได้กับขอบเขตปราณแท้เลยนะ”
“ตำหนักภารกิจเองก็พอจะมีคนที่ชื่อซ่งหยางได้ยินว่าเป็สหายกับซวนหยวนป้าการประลองครั้งนี้เขาจะต้องช่วยซวนหยวนป้าให้ได้อันดับหนึ่งแน่”
“แล้วฝ่ายปรุงยาละ”
“อย่าพูดถึงเลยฝ่ายปรุงยาไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้พวกเขาไม่เคยติดอันดับ 10คนแรกได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวในปีนี้ได้ยินว่าหลิงซินศิษย์ของผู้าุโหลิงจวินจะลงด้วยนางอาจจะทำได้หรือไม่ได้ก็ไม่มีใครรู้”
“เ้าตกข่าวแล้วสินะเ้าไม่เคยได้ยินเื่ศิษย์คนเล็กของผู้าุโหลิงจวินนั่นเหรอ”
“อย่าบอกนะว่าคนที่ซัดลั่วเหิงจนเสียหน้าในฝ่ายหลอมอุปกรณ์”
“ใช่แล้วนี่ไม่ใช่ข่าวลือข้ายืนยันแล้วเป็ความจริง ด้วยวัยแค่ 10 ปีแต่กลับเอาชนะขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นได้ถึงสามคนในพริบตามีพยานเห็นอยู่ไม่น้อยศิษย์พี่เหม่ยหนิงเองก็อยู่ตรงนั้นด้วย”
“ข้าคิดว่าเป็แค่ข่าวลือเสียอีกไม่คิดเลยว่าจะเป็เื่จริงแบบนี้ก็สนุกแล้ว”เหล่าศิษย์ที่มารวมตัวกันพากันแลกเปลี่ยนพูดคุย
กลุ่มของอัจฉริยะแต่ละฝ่ายเริ่มจะมาถึงพวกเหม่ยหนิงจิงเหลียนที่เป็ตัวแทนของฝ่ายตัวเองก็มายืนต่อแถวกันแล้ว
“ซวนหยวนป้ามาแล้ว”ผู้คนหันไปมองกลุ่มของฝ่ายคุมกฎที่มีจำนวนศิษย์เข้าร่วมมากที่สุด
ซวนหยวนป้าคือชายหนุ่มในชุดสีดำใบหน้าดุร้ายซวนหยวนป้ามีร่างกายที่สูงใบหน้าไม่ถือว่าหล่อเหลาแค่พอดูได้แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความโเี้และหยิ่งยโส
“สหายซวนหยวนไม่พอกันนานเ้าแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มในชุดน้ำเงินจากฝ่ายตำหนักภารกิจเดินเข้ามาหาซวนหยวนป้าด้วยรอยยิ้มเขาก็คือซ่งหยาง
“สหายซ่งไม่เจอกันนานเ้าเองก็พัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย”ซวนหยวนป้ายิ้ม
“หากข้าไม่พยายามไหนเลยจะคู่ควรเป็สหายกับเ้าละว่าแต่ครั้งนี้ข้าได้รับคำสั่งให้คอยช่วยเหลือเ้ากำจัดคู่ต่อสู้ให้มากที่สุดและพาคนของพวกเราติดอันดับ10 คนให้ได้ ฝ่ายของข้าขอแค่ 3 ตำหนักส่วนพวกเ้าสามารถ 7 ตำแหน่งได้เลย”ซ่งหยางกล่าว
“สหายใจกว้างจริงๆเมื่อเริ่มการแข่งขันพวกเราจะทำให้พวกเหม่ยหนิงจินเหลียนและเ้าคนป่าจากฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรตกรอบแรกให้ได้ถึงตอนนั้นเมื่อถึงรอบสองของการประลองก็จะไม่ใครเป็คู่ต่อสู้ของพวกเราได้”ซวนหยวนป้ากล่าว
“แน่นอนว่าแต่เ้าได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเ้าเด็กที่ทำให้แผนของพวกเราพังหรือไม่” ซ่งหยางหรี่ตาลง
“ได้ยินมาแล้วข้าได้รับคำสั่งให้ทำให้มันพิการในการประลองนี้ดังนั้นเมื่อเจอตัวไม่ต้องลังเลทำลายพลังบ่มเพาะและหักแขนขาของเ้าเด็กนั่นซะส่วนเื่อื่นไม่ต้องกังวลมีอำนาจของสำนักอยู่ไม่มีใครเอาผิดพวกเราได้”ซวนหยวนป้ากล่าว
“ดีเหมือนกันหนึ่งปีมานี้เพราะกฎบ้าๆนั่นทำให้พวกเราไม่อาจเข้าไปในเขตของฝ่ายปรุงยาได้”ซ่งหยางยกยิ้มชั่วร้าย
“นั่นฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรและฝ่ายปรุงยามาแล้ว”
สิ้นเสียงกลุ่มของฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรที่มาพร้อมกับสัตว์อสูรคู่ใจก็เดินทางมาถึงส่วนฝ่ายปรุงยานั้นมีจำนวนคนน้อยที่สุดและยังอ่อนแอที่สุดอีกด้วยสำหรับนักปรุงยาพวกเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษาการปรุงยา
จางซวนเดินตามหลังหลิงซินตอนนี้จางซวนตัวสูงขึ้นอีกนิดแล้วหลังจากผ่านไปสองปีแต่ถึงแบบนั้นใบหน้าก็ยังดูเด็กมากและมีผิวที่ขาวรูปร่างที่ยังเล็กทำให้หญิงสาวหลายคนที่มองดูแล้วรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้องชายตัวน้อย
“ไม่เจอกันหนี่งปีน้องชายตัวน้อยก็แข็งแกร่งขึ้นไม่น้อยเลย”เหม่ยหนิงยิ้มทักทายจางซวน
“ไม่เจอกันนานเลยพี่สาวเหม่ยเองก็ยังสวยเหมือนเดิม”จางซวนยิ้มอย่างจริงใจ
“เ้าเด็กปากหวานใครสอนคำพูดพวกนี้ให้เ้ากัน”เหม่ยหนิงหัวเราะชอบใจ
เหล่าชายหนุ่มที่ได้ยินก็พากันอึ้งพวกเขารู้จักเหม่ยหนิงดีมีชายหนุ่มที่หลายคนที่ใช้คำพูดหวานๆแบบนี้ไปจีบเหม่ยหนิงมาไม่รู้กี่คนแต่ทุกคนล้วนแต่พบจุดจบไม่ดีเหม่ยหนิงไม่เพียงแต่จะโกรธแต่ยังเกลียดพวกเขาอีกด้วยแต่เ้าเด็กนี่กลับทำให้เหม่ยหนิงไม่เพียงแต่ไม่โกรธแต่ยังหัวเราะชอบใจอีก
“หรือว่าเหม่ยหนิงจะชอบเด็ก”
“แบบนั้นมันออกจะ”
“จากที่ข้ารู้มาเด็กนั่นอายุ12 ปี เหม่ยหนิงอายุ 18 ปีแล้ว ห่างกัน 6 ปีนี่ออกจะ” ชายหนุ่มหลายคนพากันมองหน้ากันด้วยสีหน้าขมขื่น
“เ้าพวกโง่คำพูดของเด็กไร้เดียงสาคือความจริงใจ ต่างจากคำพูดของพวกเ้าที่หาแต่ผลประโยชน์ไม่มีความจริงใจสักเสี้ยว”เหล่าหญิงสาวมองชายหนุ่มเ่าั้ด้วยสีหน้าดูถูกและรังเกียจ
“ศิษย์พี่อวี้ไม่ได้เข้าร่วมงั้นเหรอ”จิงเหลียนกล่าวกับหลิงซิน
“ศิษย์พี่บอกว่านางไม่สนใจบวกกับนางใกล้จะทะลวงขอบเขตปราณแท้แล้วจึงเก็บตัวทะลวงขอบเขตดีกว่า”หลิงซินกล่าว
“น่าเสียดาย”จิงเหลียนกล่าว
หลิงซินยิ้มขมขื่นนางไม่คิดว่าจิงเหลียนจะมีใจให้กับศิษย์พี่หญิงรองของนางมากขนาดนี้นี่ออกจะผิดปกติสำหรับนาง
“ว่าแต่เ้าตัวน้อยเ้าเตรียมพร้อมแล้วหรือยังมีสมบัติปกป้องตัวเองหรือไม่” เหม่ยหนิงมองจางซวน
“ข้าเตรียมพร้อมแล้วจริงสิ ข้าการแข่งขันครั้งนี้ใช่ยาพิษได้หรือไม่” จางซวนกล่าว
“ยาพิษ”สีหน้าของพวกเหม่ยหนิงแข็งทื่อพวกนางมองไปยังใบหน้าที่ไร้เดียงสาของอีกฝ่ายแล้วไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำว่าพิษจากปากของเขา
“ศิษย์น้องเชี่ยวชาญพิษระดับต่ำที่ไม่ทำอันตรายต่อชีวิตส่วนใหญ่เป็พิษขับไล่แมลงหรือไม่ก็ขับไล่สัตว์ร้าย”หลิงซินกล่าว
“แบบนี้นี่เองจากที่ข้ารู้มาขอแค่ไม่ใช่พิษที่รุนแรงถึงขั้นสังหารคนทางสำนักก็ไมได้ห้าม”เหม่ยหนิงกล่าว
“แบบนี้ข้าค่อยสบายใจหน่อยหากนักปรุงยาไม่อาจใช้ความสามารถของนักปรุงยาในการแข่งขันได้ข้าก็คิดว่ามันออกจะไม่ยุติธรรมสำหรับนักปรุงยาเกินไป”จางซวนกล่าว
“นี่ก็จริง”พวกเหม่ยหนิงิมองหน้ากันรู้สึกว่าเ้าตัวเล็กนี่ออกจะเ้าเล่ห์กว่าเดิมหรือไม่
“เอาละในเมื่อศิษย์แต่ละฝ่ายมารวมตัวกันแล้วข้าก็จะขอประกาศกฎการประลองเลยแล้วกันกฎการประลองนั้นง่ายมาก พวกเ้าทุกคนที่จะต้องอยู่รอดปลอดภัยให้ครบ 10วันในป่าอันตรายด้านหลังสำนักด้านในนั้นมีอันตรายมากมายซุกซ่อนอยู่ซึ่งอาจจะทำให้พวกเ้าพบกับอันตรายได้แต่ไม่ต้องกังวลในป่าอันตราจะมีผู้าุโหลายคนคอยให้ความช่วยเหลืออยู่ขอแค่พวกเ้าบีบป้ายที่พวกเรามอบให้ผู้าุโก็จะลงมือช่วยเหลือทันทีแต่หากเป็เช่นนั้นพวกเ้าก็จะถือว่าหมดสิทธิ์ในการเข้ารอบต่อไป ดังนั้นหากอยากจะเข้ารอบต่อไปพวกเ้าจะต้องรักษาป้ายประจำตัวและเอาตัวเองให้รอดแน่นอนว่าสำนักไม่ห้ามที่ศิษย์จะต่อสู้แย่งป้ายกันแต่ห้ามลงมือสังหารเด็ดขาดไม่งั้นจะต้องถูกลงโทษสถานหนักถึงขั้นทำลายพลังบ่มเพาะและขับไล่ออกจากสำนัก”ผู้าุโคุมกฎคนหนึ่งกล่าว
“น่าเชื่อตายละ”ศิษย์ของฝ่ายปรุงยาคนหนึ่งเค้นเสียงเบาๆสำหรับพวกเขากฎที่อีกฝ่ายสร้างไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย