ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
__________________________
หยางเฉินกินยาต้มไปสามเวลาอาการก็ดีขึ้น ตัวที่เคยร้อนก็เริ่มทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่นางร้องไห้เป็เพราะเฉินเอ๋อร์ตัวร้อนมาก นางจึงกลัวว่าเฉินเอ๋อร์จะเกิดอาการชัก
"ขอบคุณเ้าแล้วหวังเฉา… อ๊ะ!!"
หวังเฉาเอาหัวที่ใหญ่โตมาดุนร่างเล็กๆของหยางมี่แทบจะกระเด็นตกรถม้า
"ข้าเกือบตกรถแล้วนะหวังเฉา อ้ากก อย่ามาเลียข้านะ โอ้ย!!เปียกหมดแล้ว"
รถม้าวิ่งไปตามทางเรื่อยๆ สองข้างทางที่มีแต่ป่าเปลี่ยนเป็พื้นที่เตียนโล่ง
หยางมี่ที่นั่งอยู่ประจำที่บังคับรถม้า เริ่มมองเห็นพื้นที่เพราะปลูกของชาวบ้าน
นั่นหมายถึงว่านางใกล้จะถึงเมืองจูซานแล้ว ด้วยเพราะม้าทั้งสองของหยางมี่มีฝีเท้าค่อนข้างเร็ว ทำให้การเดินทางมาถึงเร็วกว่าที่หยางมี่คาดการณ์ไว้
ชาวบ้านหลายคนที่เดินอยู่ข้างทางต่างก็มองหยางมี่ด้วยความแปลกใจว่าเหตุใดถึงให้เด็กอายุเพียง 6 หนาวมาบังคับรถม้าเช่นนี้
หยางมี่เริ่มมองเห็นกำแพงเมืองจูซานมาแต่ไกล นางจึงให้ม้าเร่งความเร็วขึ้น
เพราะว่านางอยากจะนำตัวของเฉินเอ๋อร์ไปให้หมอตรวจรักษา นางคิดว่าที่เฉินเอ๋อร์ตัวร้อนอาจจะเป็เพราะกระดูกที่หักมันเกิดการอักเสบ
ทางเข้าเมืองจูซานที่ผู้คนมาต่่อแถวเพื่อเข้าเมืองกันเป็จำนวนมาก ส่วนมากจะเป็กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า หยางมี่รออยู่ประมาณ1เค่อ แถวก็มาถึงหยางมี่
"หนูน้อยมีป้ายประจำตัวหรือไม่ แล้วมากันกี่คน"
"มีเ้าค่ะ ข้ามากัน 2คนเ้าค่ะ มีข้ากับน้องชาย"
"ข้าขอตรวจดูข้างในหน่อย"
"เ้าค่ะ"
หยางมี่ที่กำลังหวาดกลัวว่าทหารจะเห็นความลับของรถม้า จึงทำให้ตอนนี้หยางมี่เกิดอาการเกร็ง มีเหงื่อซึมที่ฝ่ามือและแผ่นหลัง
"รถม้าแคบๆเช่นนี้ยังจะเอาสุนัขมาด้วยอีกหรือ แล้วน้องชายเ้าเป็อะไร"
หยางมี่มองไปที่รถม้าอย่างอึ้งๆ นางเข้าใจแล้ว ถ้าคนอื่นมองเข้ามามันจะกลายเป็รถม้าธรรมดา
'เฮ้ออ..ค่อยยังชั่วหน่อย'
"น้องของข้าป่วยเ้าค่ะ ข้าจะพาน้องชายไปหาหมอ"
"อืมๆ เข้าไปได้"
หยางมี่บังคับรถม้าเข้ามาด้านในโรงฝากรถม้า ที่อยู่ใกล้ๆกับทางเข้าเมืองพอดีพื้นที่ตรงนี้จึงเต็มไปด้วยรถม้าและผู้คนที่เดินกันพลุกพล่าน
"ท่านลุงเ้าค่ะ ถ้าหากว่าข้าขอเช่าที่จอดรถม้า2 คืนได้หรือไม่เ้าคะ"
"ได้...ปกติลุงจะคิด1ชั่วยามเพียง3อีแปะ ถ้าอยู่2วัน ลุงคิดเ้าเพียง70อีแปะเท่านั้น "
ลุงเ้าของที่รับฝากรถม้ายิ้มอ่อนโยนให้อย่างมี่อย่างเอ็นดู เมื่อหยางมี่ได้ยินราคาก็ดีใจเป็อย่างมาก นางคิดว่าจะแพงมากกว่านี้
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุง ขอบคุณท่านยิ่งนัก"
"ไม่เป็ไรๆ ว่าแต่พ่อแม่ของเ้าอยู่ที่ไหน เหตุใดถึงมาคนเดียวเช่นนี้ รู้หรือไม่ว่ามันอันตราย"
ท่านพ่อของข้าอยู่เมืองถัดไปเ้าค่ะ พวกเราแยกย้ายกันขายของ ส่วนท่านแม่ของข้าเสียแล้วเ้าค่ะ"
"ไอหยา!! ตัวแค่นี้ก็เร่ร่อนขายของแล้วหรือเ้าช่างเก่งยิ่งนัก มาๆบังคับรถม้ามาตรงนี้ ข้าจะได้คอยดูแลให้"
"ขอบคุณท่านลุงเ้าค่ะ"
หยางมี่ยิ้มตาหยีให้กับท่านลุงอย่างน่ารัก ทำให้ท่านลุงก็ยิ้มเอ็นดูหยางมี่เช่นกัน
"ข้ามีเื่จะถามเ้าค่ะ ท่านพอจะรู้จักท่านหมอหรือไม่เ้าคะ"
"รู้จัก..เป็เพื่อนของลุงเอง ว่าแต่เ้าเจ็บป่วยที่ใด"
"เป็น้องชายของข้าที่เจ็บป่วยเ้าค่ะ น้องชายของข้าขาหักเ้าค่ะ"
หยางมี่เปิดประตูรถม้าเพื่อให้ท่านลุงได้เห็นน้องชายด้านใน
"ต้องรีบไปหาหมอแล้วนะ ข้าจะพาพวกเ้าไปเอง"
"ขอบคุณท่านลุงเ้าค่ะ"
หยางมีคำนับท่านลุงเพื่อขอบคุณที่ยอมเสียเวลามาช่วยนางในครั้งนี้ ทั้งๆที่ก็เพิ่งจะเจอรู้จักกัน
แต่นางก็ไม่ได้หลงเชื่อใจใครง่ายๆ นางเองก็ระวังตัวทุกฝีก้าวเช่นกัน เมื่อท่านลุงอุ้มหยางเฉินไปแล้ว นางก็วิ่งตามไปที่โรงหมอทันที
"อาห่าว!! เ้าอุ้มใครมา"
"ข้าพาเด็กคนนี้มาให้เ้าช่วยรักษา"
"ข้าชื่อหยางมี่เ้าค่ะ เป็พี่สาวของหยางเฉิน ท่านได้โปรดช่วยน้องของข้าด้วยนะเ้าค่ะ "
หยางมี่คุกเข่าขอร้องหมอ นางกลัวว่าถ้าท่านหมอได้เห็นเสื้อผ้าของนางจะไม่ยอมรักษาให้
"ได้ๆ เ้าลุกขึ้นก่อนนังหนู"
ท่านหมอรีบอุ้มหยางเฉินเข้าไปในห้องด้านในเพื่อตรวจร่างกาย
"กระดูกขาหัก!!..น้องเ้าขาหักมากี่วันแล้ว"
"6 วันแล้วเ้าค่ะ"
"เฮ้อ..กระดูกหักต้องรีบรักษาทันที ถ้าปล่อยไว้นานจะพิการไปตลอดตลอดชีวิต"
เมื่อได้ยินว่าน้องชายของนางอาจจะต้องพิการไปตลอดชีวิตทำให้นางรู้สึกผิดเป็อย่างมาก น้ำตาค่อยๆหลั่งไหลออกมาอย่างอดกลั้น
ท่านหมอและผู้ช่วยลงมือรักษาหยางเฉิน นานถึง1ชั่วยาม เมื่อเห็นท่านหมอเดินมานางจึงรีบลุกขึ้น
"น้องชายของข้าเป็อย่างไรบ้างเ้าค่ะ"
"อาการไข้ไม่เป็อะไรมากแล้ว แต่ที่น่าเป็ห่วงก็คือขา น้องของเ้าอาจจะเดินได้ไม่เหมือนเดิม เ้าต้องทำใจไว้นะนังหนู และระหว่างที่ดามขา ห้ามให้น้องของเ้าขยับขาเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจเ้าค่ะท่านหมอ ถึงน้องของข้าจะพิการก็ไม่เป็ไร ขอเพียงแค่ยังมีชีวิตอยู่กับข้าก็พอ ข้าเลี้ยงน้องข้าได้อยู่แล้ว"
"เด็กดีๆ"
"ท่านหมอค่ารักษาค่ายาเท่าไหร่หรือเ้าค่ะ"
หยางมี่เอ่ยถามด้วยเสียงที่แ่เบา และรอฟังค่ารักษาอย่างลุ้นๆ แต่เมื่อได้ยินค่ารักษาก็ทำให้นางถึงกับดวงตาเบิกกว้าง
"คิดเ้า 10 ตำลึงเงินก็พอ ข้าจะคิดเพียงแค่ค่ายาเท่านั้น ยาทั้งหมดที่ข้าใช้ไปและยาที่จะนำกลับไปกินด้วย"
"10ลำลึงเงินจริงๆหรือเ้าคะ!! ไม่ใช่ว่า10ตำลึงทองหรือเ้าค่ะ "
หยางมี่เอียงหัวถามอย่างสงสัยในราคา เหตุใดมันถึงได้ถูกนักเล่า
"รักษาที่ไหนราคา10ทองล่ะนังหนู 10 ตำลึงทองมันสามารถสร้างบ้านได้เลยนะ…หึหึ ราคาถูกก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ข้าปลูกสมุนไพรเองราคาย่อมถูกเป็ธรรมดา เอาล่ะๆ ข้าจะให้คนอุ้มเด็กน้อยไปส่ง"
"ขอบคุณท่านหมอเ้าค่ะ"
หลังจากที่หยางมี่จ่ายค่ารักษาให้กับท่านหมอแล้ว จึงให้คนงานอุ้มหยางเฉินไปส่งที่รถม้า
ท่านลุงห่าวเ้าของโรงฝากม้าที่กลับมาก่อนเมื่อเห็นหยางมี่เดินเข้ามาก็รีบเข้ามาถามอาการทันที
"มากันแล้วหรือ น้องของเ้าเป็อย่างไร"
"ท่านหมอบอกว่า น้องของข้าปลอดภัยแล้วเ้าค่ะ แต่อาจะเดินไม่ได้เหมือนเดิม"
"เดินไม่เหมือนเดิมก็ไม่เป็ไรนะ อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่"
"ใช่เ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงอีกครั้ง ข้าจะทำขนมแป้งกลมทอดให้ท่านลุงเป็การตอบแทนนะเ้าคะ"
"ได้ๆแล้วลุงจะรอนะ"
หยามมี่ยิ้มตาหยี่แล้วรีบขึ้นไปบนรถม้า เพื่อผสมแป้งทาโกะยากิทันที
โดยการนำส่วนผสมผงดาชิ สาหร่ายแห้งป่น กุ้งแห้งป่น น้ำเปล่า ไข่ไก่ ตีผสมให้เข้ากัน เข้าด้วยกัน
แล้วนำมาเทใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ตีให้เข้ากันจนเป็เนื้อเดียว ใส่ขิงดองสับละเอียด
และกะหล่ำปลีสับหยาบผสมไปกับแป้งเลยเพราะจะได้ไม่เสียเวลา จากนั้นนางก็ทำการจุดไฟใต้เตาแล้วนางก็หันมาหันหมูแฮม
นางใช้เพียงหมูแฮมอย่างเดียว เป็เพราะว่าหากนางใส่ปูอัด ใส้กรอก หรือปลาหมึก คนอื่นอาจจะสงสัยได้ว่ามันคือสิ่งใด
ดีที่ว่ากระทงใส่ทาโกะยากิของนางทำมาจากไม้สนไม่ใช่โฟม ทำให้คนไม่เกิดความสงสัยมากนัก
ส่วนขวดบีบพลาสติกของนางกลายร่างเป็โอ่งดินพร้อมกับแปรงทาซอสไปแล้ว
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม นางก็หยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไป หลังจากนั้นก็นำหมูแฮมหยอดใส่ทุกหลุมโรยด้วยต้นหอมซอย
เมื่อแป้งได้ที่นางก็ใช้ไม้เขี่ยแหลม จัดการพลิกทาโกะยากิไปมาให้สุกและมีสีน้ำตาลอ่อน จนกระทั่งเริ่มกรอบโดยทั่วทั้งลูก
นางคีบทาโกะยากิใส่กระทงไม้สน แล้วนำแปรงจุมมายองเนสทาไปที่ขนม ตามด้วยซอสดำ โรยด้วยผงสาหร่ายและปลาโอแห้ง ที่นางต้องนำแปรงทามายองเนสลงไปก่อน
เพราะถ้าหากว่าทาซอสดำก่อนจะทำให้แปรงทามายางเนสเปื้อนได้เมื่อทำเสร็จแล้ว
จึงนำไปให้ท่านลุงที่กำลังทำงานอยู่ แต่นางก็ต้องหยุดชะงักเนื่องจากมีผู้คนมากมาย มาทำท่าดมๆอยู่ข้างรถม้า
"เออ...ท่านลุงพวกเข้ามาทำอะไรหรือเ้า"
"ฮ่าาๆ..พวกนั้นหอมสิ่งที่เ้าถือมาอย่างไรเล่า"
"อ่อ...นี่เ้าค่ะท่านลุง ขนมแป้งกลมที่ข้าตระเวนขาย ท่านลุงลองชิมดูเ้าค่ะ"
"ได้ๆ"
เมื่อท่านลุงลองชิมขนมแป้งกลมของหยางมี่ ท่ามกลางผู้คนที่คอยมองดูอยู่
"อร่อยยิ่งนัก!!..."
ท่านลุงคีบขนมขึ้นมาพิจารณาดู
ว่ามันทำมาจากอะไร
"เหตุใดมันถึงได้อร่อยขนาดนี้นะ กรอบข้างนอก แต่นุ่มข้างใน พอได้กินคู่กับน้ำราดสีขาวดำก็ยิ่งอร่อย ...ไม่น่าเชื่อ!! "
ท่านลุงห่าวพูดไปกินไปพร้อมกับทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มมีความสุขกับการที่ได้ขนมแป้งกลมทอดของหยางมี่
"นังหนูเ้าจะขายหรือไม่"
มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม เนื่องจากว่าตนเองเห็นท่าทางการกินและได้ยินคำอธิบายของท่านลุงห่าวทั้งยังได้กลิ่นที่หอมชวนท้องร้อง
"ข้ายังไม่ได้เช่าที่ขายของเลยเ้าค่ะ วันนี้ข้าทำให้ท่านลุงลองกินเท่านั้น"
"เช่นนั้นหรือ"
ชายคนที่มาถามพูดด้วยน้ำเสียงแห่งความเสียดาย แต่ลุงห่าวก็พูดขึ้นมาว่า
"นังหนูมี่ เ้าไปขายตรงพื้นที่ว่างทางเข้าเถอะ ตรงนั้นเป็ที่ของลุงเองผู้คนพลุกพล่านเป็อย่างมาก"
"ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุง ขอบคุณท่านยิ่งนัก หยางมี่จะไม่ลืมบุญคุณท่านเลย "
"เอาล่ะๆ เ้าก็จ่ายค่าเช่าเป็ขนมให้ข้าก็แล้้วกัน"
"ได้เลยเ้าค่ะ!!"
_________________________
ค่าเงิน
100 อีแปะ เท่ากับ 1 ตำลึงเงิน
100 ตำลึงเงิน เท่ากับ 1 ตำลึงทอง
เป็ค่าเงินรูปแบบง่ายๆนะคะ