บทที่ 5 บ้านแฟนคลับ
วารัญยืนจ้องหน้าดาราหลงห้อง ที่ยังไม่ยอมเอามือออกไปจากปากของเขาสักที แถมยังยืนเบียดเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนเขาเริ่มจะทนไม่ไหว ต้องจัดการแงะมือมายซันออกจากปากด้วยตัวเอง
"ป่านนี้คนพวกนั้นคงวิ่งไปถึงกรุงเทพแล้วมั้งครับ"
"อ๋อครับ ผมก็ว่างั้นแหละ แต่พอคิดว่าคุณอาจจะอยากใกล้ชิดกับผมก็เลยแถมให้"
"ประสาท"
วารัญดันตัวมายซันให้ออกห่าง พลางจ้องหน้าเขาอีกครั้งเพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่ได้จำผิดตัว
มายซันเวลานี้ใส่เสื้อผ้าดูธรรมดาทั่วไป ไม่ได้เซตผม ไม่ได้แต่งหน้า ใส่เสื้อยืด กางเกงวอร์มธรรมดา แต่ความดูดี ออราก็ยังคงมีให้เห็น
"หมดธุระแล้วคุณก็กลับห้องคุณไปได้แล้ว ผมจะพักผ่อน"
"ผมทำคีย์การ์ดหาย"
"ก็ลงไปขอประชาสัมพันธ์ให้เขามาเปิดให้สิครับ"
"แฟนคลับอยู่เต็มล็อบบี้ ใครจะลงไป"
วารัญถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อการพยายามจะไล่เขาออกจากห้องพักของตัวเอง กลับถูกแทนที่ด้วยสารพัดข้ออ้าง
ภาพลักษณ์ของดาราลุคน่ารักสดใส น้องชายตัวน้อย ๆ ของสาว ๆ เวลาอยู่บนเวทีหายไปจนหมด
‘สรุป วงการบันเทิงก็แบบนี้สินะ’ วารัญคิดในใจ
"งั้นคุณพักห้องไหน ผมจะลงไปบอกพนักงานโรงแรมให้"
"ถ้าคุณไปบอก ก็ต้องกลายเป็เื่ใหญ่ซิ ที่จู่ ๆ มีใครก็ไม่รู้ไปเอากุญแจห้องพักในชื่อผม..."
"โทรลงไปสิครับ นู่นโทรศัพท์"
"เดี๋ยวก็ต้องมีแฟนคลับได้ยิน พวกเขาหูดีจะตาย ถ้าขืนรู้หมายเลขห้องพักผม ได้วุ่นวายกว่านี้แน่ ๆ"
"เฮ้อ ตกลงคุณจะเอายังไง อันนู้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้ แล้วมีอะไรที่พอจะทำได้บ้างถามหน่อย..."
วารัญเริ่มจะหมดความอดทนจนไม่ได้ที่จะบ่นออกมา ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ เลยอยากจะลองแกล้งทำอะไรบางอย่างให้คุ้มค่ากับโอกาสนี้เสียหน่อย
"ที่ไม่อยากไปเอากุญแจเนี่ย เพราะกลัวเจอแฟนคลับหรืออยากอยู่กับผมกันแน่"
คล้ายกับการโยนหินถามทางและถึงแม้วารัญเองก็จะแอบหวั่น ๆ เื่ระหว่างมายซัน กับแบล็กบ้างเล็กน้อย
แต่ถ้าคิดอีกมุมหนึ่ง ถ้ามายซันเพียงแค่ขายจิ้นให้แฟนคลับทั้งที่จริงแล้วอีกฝ่ายชอบผู้หญิง เขาจะได้รู้ว่าควรไปต่อหรือว่าพอแค่นี้
"พูดบ้าอะไรของคุณ"
จากท่าทางที่ดูมั่นใจ กลับเผลอเผยความใออกมาทางแววตา ถึงแม้มันจะเป็่เสี้ยววินาทีแต่วารัญก็โชคดีพอที่จะสังเกตเห็นมัน
"ไม่ใช่คุณหรอกเหรอ ที่อยากอยู่ใกล้ผม ถึงขนาดว่าบินตามมาที่นี่แถมยังพักโรงแรมเดียวกันกับผมอีกจนผมนึกว่าคุณเป็ซาแซงซะอีก"
“ผมไม่ได้เป็ซาแซงมันก็แค่เื่บังเอิญ!”
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน งานนี้คงไม่ใครก็ใครต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
"แต่ถ้าผมบอกว่าสนใจคุณจริง ๆ ล่ะ....คุณจะว่ายังไง"
วารัญเงยหน้าขึ้นสบตาร่างสูงอย่างไม่ยอมแพ้
"เก่งแล้วนี่....ไม่ต้องหลบตาผมแล้วเหรอ"
"อยากรู้ไหมล่ะว่าผมจะเก่งจริงหรือเปล่า"
วารัญก้าวเท้าไปหามายซันหนึ่งก้าว ทำให้เ้าตัวใเผลอถอยหลังหนี เขามองการกระทำนั้นแล้วหลุดยิ้มมุมปาก
จริง ๆ ก็คงไม่ได้เก่งเท่าไหร่ ไอ้ที่ทำอยู่ก็ดูเหมือนแค่อยากจะเอาชนะ
"แน่ใจนะ ว่าจะทำแบบนี้"
มายซันปรับสีหน้าสู่โหมดปกติพร้อมกระตุกยิ้มเล็กน้อย พร้อมกับเปลี่ยนมาเป็ฝ่ายขยับเดินเข้ามาหาวารัญบ้าง
"ก็แน่อยู่นะ"
แน่นอนว่าเขาโต้กลับอย่างไม่นึกเกรงกลัวในแววตาคู่นั้น
แต่ถ้าถามว่าข้างในตอนนี้เป็อย่างไรก็คงบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะอยากจะเอาชนะคนตรงหน้าวารัญเองก็คงเป็ลมไปแล้ว
แต่เื่แบบนี้มันเสียอะไรก็ได้ยกเว้นเสียหน้า
"หึ.....แต่ผมไม่อยากรังแกคนแก่ ไปดีกว่า"
มายซันหมุนตัวตั้งท่าจะเปิดประตูเดินหนี แต่เหนือสิ่งอื่นใดคำพูดทิ้งท้ายมันดันกระตุกต่อมโมโหของวารัญได้เป็อย่างดี
‘ใครแก่!’
วารัญคว้าคอเสื้อมายซันจากด้านหลัง จนเขาเซถลาโถมน้ำหนักตัวทั้งหมดที่มี นั่นทำให้วารัญเริ่มจะรู้สึกตัวว่าเป็การตัดสินใจพลาดครั้งใหญ่ที่ทำแบบนั้นลงไป
มือข้างหนึ่งของมายซันช้อนเอววารัญเอาไว้ ส่วนอีกข้างที่แข็งแรงกว่ายันกำแพงป้องกันร่างเราทั้งสองคนร่วงลงไปกระแทกพื้นให้ต้องเจ็บตัว
วารัญยกแขนสองข้างโอบรอบคอมายซันอัตโนมัติ ก่อนที่มายซันจะออกแรงกระชากดึงร่างของเขาขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
วารัญเซเข้าหาไปซุกใบหน้าเข้าที่หน้าอกของมายซันอย่างพอดิบพอดีราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาช่วยจับวาง
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากร่างสูง วงแขนแข็งแรงที่ยังคงรัดเอวเอาไว้ นั่นยิ่งทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว
เสียงหอบหายใจรุนแรงของทั้งสองคนดังประสานกันในความเงียบ จนแยกไม่ออกว่าเสียงนั้นมันเป็เสียงของใคร
และไม่รู้ว่าที่ใจเต้นแรงมันเป็เพราะใในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือเพราะพวกเขาต้องอยู่แนบชิดแบบนี้กันแน่
จนเมื่อสถานการณ์สงบลง มายซันจึงค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากเอว ส่วนวารัญก็รีบขยับตัวกลับมายืนในท่าปกติ
"จะไปก็รีบไปเลยไป ผมจะพักผ่อน"
วารัญเอ่ยปากไล่จนลิ้นแทบจะพันกัน จากที่ปากเก่งตอนแรกตอนนี้ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
"อืม....."
มายซันเองก็แทบจะเป็ใบ้ไปอีกคน
จากที่ต่อล้อต่อเถียงกันแทบตาย สุดท้ายก็ยอมเดินกลับออกไปแต่โดยดี
ปัง
เสียงปิดประตูดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงถอนหายใจที่ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของตัววารัญเอง
เกือบไปแล้ว
ระยะเมื่อครู่นี้ไม่ดีเลย รู้สึกไม่ปลอดภัยสักนิด
วารัญยกมือขึ้นมากำชายเสื้อตัวเอง ตรงจุดที่เขาถูกมายซันโอบกอดเอาไว้เมื่อครู่
ความรู้สึกอุ่น ๆ แปลก ๆ จากจุดัั ดันวนเวียนไม่หาย
ไหนจะกลิ่นหอมที่ไม่แน่ใจว่ามันคือกลิ่นครีมอาบน้ำหรือน้ำหอมกลิ่นโปรดของเ้าตัว ยังคงติดอยู่ปลายจมูกไม่จาง
ให้ตายเหอะ...นี่เขาคิดจะมาวางแผนจีบมายซัน หรือกำลังจะทำให้ตัวเองไปตกหลุมรักจริง ๆ แล้วกันแน่
รุ่งเช้าวารัญสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก็เป็สามสาวสลับกันโทรเข้ามาปลุกหลังจากที่เขาเผลอหลับเป็ตายหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน
"ว่าไงครับ"
[พี่วา..โหววว เพิ่งตื่นเหรอคะเนี่ย เตรียมตัวเลยค่ะเบลเสร็จพอดี เดี๋ยวก็ใกล้ได้เวลาไปสนามบินแล้วนะคะ]
"ครับ พอดีหลับเพลินไปหน่อย งั้น..อีก 10 นาทีเจอกันที่ล็อบบี้นะ"
วารัญกดวางสายแล้วงัดซากตัวเองออกมาจากที่นอน เหลือบตาไปมองที่ประตูห้องพักแล้วภาพมายซันกับตัวเขาเองเมื่อคืนก็ดันซ้อนทับขึ้นมา
ตอนนี้วารัญเองก็คงอยากจะให้มีใครสักคนมาลบภาพในหัวนี้ของเขาออกไปเสียที
"นี่แน่ใจนะคะว่าเมื่อคืนถึงห้องพี่วานอนเลย ไม่ได้ทำอะไรต่อ ทำไมสภาพถึงเป็แบบนี้"
เบลเอ่ยทักทันทีที่เห็นวารัญเดินออกมาจากลิฟต์
"อืม แล้วนี่อีกสองคนไปไหนเหรอ"
เขาครางรับในลำคอเบา ๆ ยกกาแฟซองที่ชงมาจาก้าห้องพักขึ้นดื่มแก้ง่วง
"เขาบินรอบเช้ากว่าเราค่ะ ออกไปแล้ว"
วารัญมองซ้ายมองขวา กวาดตาไปทั่วล็อบบี้โรงแรม
นักท่องเที่ยวเช้านี้ไม่ได้มีเยอะนัก บางคนก็กำลังจะเตรียมตัวกลับ บางคนก็ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องโถงตรงปีกซ้ายของตัวตึก
"ไปกันเลยไหม"
"อีกแป๊บได้ไหมคะพี่วา"
เบลทำหน้าตามีเลศนัย ขนาดเขาพูดกับวารัญก็จริงแต่สายตากับมองไปทางตัวลิฟต์ด้านหลังราวกับกำลังรอใครบางคนเดินออกมาจากตรงนั้น
‘ก็ไหนว่าอีกสองคนไปกันหมดแล้ว และยังจะรอใครอีก นัดใครไว้งั้นเหรอ’
วารัญบ่นพึมพำเบา ๆ โดยที่ไม่มีใครได้ยิน
"นี่กำลังรอใครอยู่หรือเปล่า"
จนเวลาผ่านไปเบลก็ยังไม่มีทีท่าจะย้ายตัวเองออกจากโรงแรมจนวารัญต้องเอ่ยถาม
ก็ทีตอนโทรไปปลุกเบลเร่งเขาจนเขาทำอะไรแทบไม่ทัน แต่พอมาตอนนี้กลับนั่งไขว่ห้างสบายใจ ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนสักนิด มันก็เลยน่าสงสัย
"ใช่ค่ะ... พี่วาไม่รู้เหรอ เมื่อคืนมีคนเจอมายซันที่นี่ น้องพักที่เดียวกับเราเลย ตอนดึกแฟนคลับที่รู้ข่าวมาดักรอกันเต็มล็อบบี้จนเ้าหน้าที่โรงแรมต้องมาขอความร่วมมือว่าให้ออกไปจากพื้นที่โรงแรม"
ถ้าวารัญบอกออกไปว่ารู้เื่นี้เสียยิ่งกว่ารู้ เบลอาจจะช็อกจนได้ไปโรงพยาบาลแทนสนามบินแน่นอน
พอคิดเื่นี้ขึ้นมามันก็ทำให้เขากลืนกาแฟลงคออย่างยากลำบาก
เื่ราวของบุคคลที่สามที่เบลกำลังเอ่ยถึงกำลังตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในความคิดของวารัญ
ภาพมายซันหลอกหลอนเขาจนไม่มีเวลาให้เขาได้ทำใจสักนิด
"นี่เบลอุตส่าห์รีบตื่นมาแต่เช้า ยังไงก็ขอได้เจอกับมายซันก่อนกลับก็ยังดี"
"แล้วแบบนี้เขาจะไม่ว่าเอาเหรอ"
"ว่าเราเื่อะไรคะ เราก็เป็แขกโรงแรมนะ"
วารัญจำใจหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ เบลอย่างช่วยไม่ได้ เพราะดูท่าทางเธอคงจะนั่งรอเจอมายซันอย่างที่ตั้งใจจริง ๆ
โชคดีว่าจากตรงที่พวกเขาอยู่มันไม่ได้ไกลจากสนามบิน และวารัญก็ทำการเช็กอินออนไลน์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว เลยไม่ต้องรีบอะไรมาก ยังพอมีเวลาอีกเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง
แล้วเสียงผู้คนที่พูดคุยกันเงียบลง ตามมาด้วยร่างสูงที่เดินออกมาจากลิฟต์ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขายาว สวมแว่นตาดำ
มันอาจจะไม่ได้สะดุดตาสักเท่าไหร่ถ้าหากชายคนนั้นไม่ได้ถูกล้อมไปด้วยเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำถึง 5 คน
และทันทีที่เขาปรากฏตัวหลายคนบริเวณนั้นต่างหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ในขณะที่พนักงานโรงแรมต้องรีบออกมาช่วยกันดูแลความสงบ เพราะดูเหมือนแขกผู้เข้าพักจะเริ่มส่งเสียงดังเป็ระลอกเมื่อรู้ว่าคนคนนั้นเป็ใคร
เบลเองก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายเฉกเช่นคนอื่น ๆ เธอส่งเสียงกรี๊ดเบา ๆ ในลำคอเมื่อมายซันเดินผ่านหน้าเขาสองคนไป
วินาทีนั้นมายซันหันมองหน้าวารัญเล็กน้อย ถึงแม้จะมีแว่นดำคั่นสายตาของเขาทั้งคู่เอาไว้ แต่มันก็ทำให้วารัญรู้สึกได้ว่าเขาสองคนกำลังสบตากันอยู่
"พี่วา....พี่วา...พี่วา!"
"ห๊ะ.....ว...ว่าไงนะ"
"ไปกันเถอะค่ะ รถมาแล้ว"
เบลแทบจะมุดเข้าไปเรียกชื่อวารัญในรูหู หลังจากที่เขาสติหลุดลอยออกไปตอนไหนไม่รู้
วารัญรีบรวบสายกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วเดินตามเบลไปขึ้นรถเงียบ ๆ
ถือเป็ความโชคดี ที่ขากลับเที่ยวบินของทั้งสองไม่ได้เป็เที่ยวบินเดียวกับมายซัน วารัญก็เลยมีเวลาได้พักหายใจหายคอบ้าง ผิดกับเบลที่เอาแต่บ่นอุบมาตลอดการเดินทาง
"งานนี้คุ้มสุด ๆ ได้เจอมายซันแบบเต็มอิ่ม แถมยังได้เติมซันแบล็กอีก"
เมื่อเท้าทั้งสองข้างแตะผืนแผ่นดินกรุงเทพมหานคร เบลก็ยืนสูดอากาศราวกับควันรถของเมืองหลวงคือสายลมที่บริสุทธิ์ใบหน้าดูยิ้มแย้มจากการตักตวงความสุขมาอย่างเต็มที่
"ไว้เจอกันงานหน้านะคะพี่วา งานนี้ขอบคุณมาก ๆ นะคะ"
"ครับไว้เจอกัน ขอบคุณเช่นกันครับ กลับดี ๆ นะ"
วารัญส่งเบลขึ้นรถแท็กซี่ที่ด้านหน้าสนามบินก่อนจะมองหารถสาธารณะอีกคันเพื่อพาตัวเองกลับไปที่คอนโด
มะเขียก เพื่อนเลิฟของเขาป่านนี้คงคิดถึงเขาใจจะขาด เพราะไม่ได้เจอกันตั้งสองวัน
"ว้าว เพื่อนกูยังมีชีวิตอยู่ด้วย สุดยอดคนจริง ๆ"
"กลัวว่ารีบตายแล้วมึงจะมีความสุขเร็วไป"
คำทักทายจากเพื่อนรักที่เป็ประโยคจากที่เขาเดาเอาไว้ไม่ได้เกินจากที่คาด
"เป็ไงบ้างมึง"
"ก็แปลก ๆ วุ่นวายดี มายซันแม่งเสือกอยู่ที่นู่นต่อ แล้วพักโรงแรมเดียวกันกับกู เห็นเขาว่าแฟนคลับตามไปเฝ้าเพียบ"
วารัญเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเกี่ยวกับการไปตามดาราถึงต่างจังหวัดครั้งแรกให้มะเขียกฟัง
เ้าตัวก็ดูสนอกสนใจไม่น้อย คงเพราะไม่ค่อยเห็นเพื่อนของตัวเองลุกขึ้นมาทำอะไรจริงจังแบบนี้
"เออมะเขียกกูถามหน่อย ว่าไอ้การที่แฟนคลับไปตามอะไรแบบนั้น ถึงขั้นไปนั่งเฝ้านอนเฝ้า มันได้ด้วยเหรอวะ"
วารัญเก็บความสงสัยถึงเื่ที่เกิดขึ้นเพื่อมาถามจากผู้รอบรู้ประจำตัวโดยเฉพาะ
"จริง ๆ มันก็ไม่ได้นะมึง แต่ใคร ๆ เขาก็ทำกัน จนกลายเป็เื่ปกติอะ"
มะเขียกตอบแบบไม่ยี่หระ คงดูเป็เื่ปกติสำหรับวงการนี้ไปแล้ว
"แต่กูว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่ควรมองว่าเป็เื่ปกติหรือเปล่าวะ ถึงใคร ๆ ก็ทำกัน แต่ถ้ามันไม่ถูกเราควรจะทำตามเหรอวะ...กูงงมาก ถ้ากูเป็ศิลปินคนนั้นคงอึดอัดแย่ ทั้ง ๆ ที่โรงแรมควรเป็ที่ที่เขาได้พักผ่อนแท้ ๆ" วารัญบอกไปตามที่คิด
ก็ต่อให้คนคนนั้นไม่ใช่มายซันเป็ดารา นักร้องหรือคนมีชื่อเสียงคนอื่น ๆ
การที่เขาไปพักผ่อนนั่นก็หมายความว่าเขา้าเวลาส่วนตัว แล้วสุดท้ายดันมีคนไปดักรอ ไปวิ่งตาม หรือไปก่อกวนสร้างความวุ่นวายแบบนั้น มันดีแล้วจริง ๆ เหรอ
"เดี๋ยวมึงอยู่ ๆ ไปมึงก็จะชินไปเอง"
มะเขียกกลอกตามองบนอย่างหน่ายใจ ก่อนจะแบกกระเป๋าสะพายกล้องเดินออกจากห้องเพื่อไปทำงาน
วารัญก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามะเขียกจะให้เขาชินกับอะไร ในเมื่อเื่แบบนี้มันต้องให้มานั่งชินกันง่าย ๆ ก็น่าแปลกอยู่
สัปดาห์ต่อมา
วารัญจัดการเช็กของบริจาคที่รวบรวมมาได้ จำพวกขนม ตุ๊กตา รวมถึงพวกเสื้อผ้าเด็ก ที่ตอนแรกเขากะจะซื้อเป็ชุดใหม่ ๆ ไปให้ แต่พอปรึกษากับมะเขียกก็บอกกลับมาว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นให้เอาแค่พอดี
ส่วนตัววารัญเองก็ไม่ค่อยเข้าใจคำว่าพอดีสักเท่าไหร่ ก็เลยให้คนขับรถพาไปดูตลาดเสื้อผ้ามือสอง เลือกเสื้อผ้าสภาพดี ๆ มาจำนวนหนึ่ง จัดการส่งร้านซัก แพ็คใส่กล่องอย่างดี เตรียมเอาไปบริจาค
ถือเสียว่าได้ร่วมทำบุญครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
"คงเจอกันพรุ่งนี้นะมึง ที่จัดงานมันใกล้บ้านกู เลยตั้งใจว่าจะนอนบ้านสักคืน"
วารัญแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับไปงาน ซึ่งงานนี้เขาจัดในธีมสีชมพู
"เดี๋ยวอีกไม่กี่ชั่วโมงมึงก็เจอกูที่งานอยู่ดี"
"หมายความว่าไง"
วารัญหันไปถามไอ้เพื่อนรัก ที่กำลังนั่งเช็ดทำความสะอาดกล้องคู่ใจ ซึ่งเขาตัดสินใจได้แล้วเื่กล้องหลังจากวันงานครั้งแรกที่แบกกล้องไปจนไหล่ทรุดแต่ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไรนัก
วารัญเริ่มคิดว่าสายถ่ายภาพมันคงไม่ใช่ทางเขา สุดท้ายเลยตัดสินใจไม่ซื้อมาให้เกะกะน่าจะดีกว่า
มือถือเครื่องหนึ่งซื้อมาตั้งเฉียดแสนในมือก็น่าจะมีประโยชน์อะไรบ้าง
"ก็กูจะไปทำข่าวที่งานนี้ด้วย เดี๋ยวกูแวะไปทำธุระและจะตามเข้าไป"
"อ้าว งั้นมึงไปพร้อมกูเลยไหม ธุระอะไร นานหรือเปล่า"
"มึงไปเหอะ เดี๋ยวมึงแวะนอนบ้านกูก็ต้องหารถกลับอีก ต่างคนต่างไปดีแล้ว"
ก็จริง...
่นี้พ่อกับแม่เขายิ่งบ่นบ่อย ๆ เื่ที่วารัญไม่ค่อยกลับบ้าน แล้ววันนี้ก็รับปากไปแล้วว่าจะไปนอนด้วย ขืนเบี้ยวอีก มีหวังโดนดุอีกแน่ ๆ
"เออ งั้นเจอกันนะมึง"
เมื่อตกลงกันเรียบร้อยวารัญก็เลยคว้ากระเป๋าเงิน พร้อมกุญแจรถออกมาจากห้อง
ของที่จะบริจาคถูกจัดเตรียมใส่ไว้ท้ายรถั้แ่เมื่อวาน ส่วนของขวัญที่ตั้งใจจะเอาให้มายซันถูกวางไว้ที่เบาะรถข้างคนขับอย่างดี
ทุกอย่างพร้อม กายพร้อม ใจพร้อม ก็ออกเดินทางกันเลย...
< HBD MySunn (109)
[WaaranWi : ผมมาถึงแล้วนะครับ]
[WaaranWi : มีของมาร่วมบริจาคนิดหน่อย]
[WaaranWi : ต้องยกไปที่ไหนครับ]
[Admin : เดี๋ยวให้น้อง ๆ ไปช่วยยกนะคะ]
[Opal : เดี๋ยวปอไปช่วยเองค่ะ คุณวาจอดรถตรงไหน]
[WaaranWi :ด้านหลังครับ]
[WaaranWi :ขอบคุณมากครับ]
ข้อความถูกส่งไปในไลน์กลุ่มของงานวันเกิด เพื่อแจ้งสมาชิกและสอบถามรายละเอียดในส่วนที่จะต้องทำ
ส่วนตัววารัญเมื่อก้าวลงจากรถ ก็ไม่ลืมที่จะสำรวจความเรียบร้อยเล็กน้อย
“จะบ้าตาย...”
เขาก้มมองชุดตัวเองด้วยความไม่ชินกับสีชมพูเลยจริง ๆ
"คุณวาคะ"
เสียงสดใสของคนที่คาดว่าน่าจะเป็แฟนคลับคนที่บอกว่าจะมาช่วยถือของดังมาแต่ไกลพร้อม ๆ กับสมาชิกอีก สามคนที่ตามมาด้วยกัน
"คุณ...."
"ปอเองค่ะ เจอกันอีกแล้ว"
โอปอ เธอคือสาวน้อยคนเดียวกันที่เขาเจอเธอที่ลานจอดเมื่องานคราวก่อน และเป็คนที่เก็บกระเป๋ามาคืนให้
"คุณวารัญตัวจริงน่ารักแบบที่ปอบอกเลย เราชื่อลูกพลอยนะคะ ส่วนนี่ ชื่อมีมี่"
"อ๋อสวัสดีครับ วารัญครับ เรียกผมวาก็ได้ครับ"
วารัญแนะนำตัวกลับไปแบบงง ๆ เหมือนตัวเองกำลังจะได้เพื่อนใหม่โดยบังเอิญอีกครั้ง
สังคมแฟนคลับเป็อะไรที่ทำความรู้จักกันได้ง่าย ๆ เพียงการเจอกันตามงาน ผ่านหน้า ผ่านตากันแบบนี้นั่นเอง
ทั้งสามคนช่วยกันยกของที่เตรียมมาบริจาคเข้าไปตั้งบนโต๊ะภายในงาน
แฟนคลับคนอื่น ๆ เริ่มทยอยกันมาเกือบครบ มีการเช็กชื่อ แจกป้ายแขวนคอให้แฟนคลับ ซึ่งคนที่คอยดูแลงานวันนี้บอกว่า ตอนร่วมกิจกรรมเวลาเรียกชื่อมันจะได้ง่าย
"พี่ฟิล์มสวัสดีค่ะ"
เสียงกล่าวทักทายจากหลาย ๆ คนรอบ ๆ ตัวทำให้วารัญต้องหันกลับไปมอง ก็พบว่าสมาชิกใหม่ที่เพิ่งมาถึงก็คือฟิล์ม บุคคลสำคัญแห่งบ้านแฟนคลับมายซัน (จากคำบอกเล่าของสาว ๆ ตอนไปเชียงใหม่)
"คุณวานั่งตรงนี้แล้วกันค่ะ แถวหน้าสุดเลยพวกเราจองไว้ให้"
"ขอบคุณครับ"
กลุ่มของโอปอช่วยดูแลวารัญแทบทุกอย่าง และก็พยายามที่จะชวนเขาคุย คงกลัวว่าแฟนบอยคนดังในงานจะเหงา
วารัญเองก็ถามคำตอบคำเพราะยังรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย เขาคงอาจจะต้องปรับตัวอีกสักหน่อย
"แฟนคลับทุกคนคะ เดี๋ยวบ้านจะปิดโดเนตเงินทำบุญแล้ว มีใครจะโอนเพิ่มเติมไหมคะ หรือให้เป็เงินสดเลยก็ได้ ยอดตอนนี้อยู่ที่ 2แสนกว่าบาท"
'พี่จอย' ที่โอปอแนะนำว่าคือแอดมินดูแลบ้านแฟนคลับ ยืนขึ้นประกาศ
"ปอครับ..โดเนตคืออะไร"
วารัญหันไปกระซิบถามโอปอ
"ก็เวลามีงานสำคัญอะไรพวกเนี่ย เขาก็จะเปิดบัญชีกลางของบ้านแฟนคลับขึ้นมาให้เราร่วมโอนเงินไปช่วยเหลือ บางทีก็เอาเงินไปซื้อของให้น้อง ส่งอาหาร ขนมเวลาน้องมีงาน ทำโพรเจกต์ฉลองวันสำคัญ อะไรทำนองนั้นค่ะ"
เป็ดารานักแสดงนี่แทบไม่ต้องทำอะไรเลย ไปทำงานก็มีคนส่งข้าว ส่งน้ำให้ โอกาสพิเศษก็มีของขวัญส่งไปให้
จะว่าไป พวกแฟนคลับที่ชื่นชอบศิลปินคนนั้น ก็ทุ่มเทกันมากเหมือนกัน
สำหรับเขา เขามองว่ามันคงเป็เื่ปกติ เพราะถ้าหากการใช้เงินของตัวเองมันไม่ได้เดือดร้อนใคร จะต้องจ่ายเท่าไหร่ มันก็เป็สิทธิ์ของคนคนนั้นอยู่ดี
"คุณปอ พอจะขอเลขบัญชีให้ผมหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากร่วมทำบุญด้วย ตอนแรกผมไม่ทราบว่ามีอะไรแบบนี้"
วารัญหันไปขอความช่วยเหลือโอปออีกครั้ง
"ได้ ๆ ค่ะ....พี่จอย ๆ ทางนี้หน่อยค่ะ"
โอปอตอบตกลง แล้วหันไปโบกมือเรียกแอดมินประจำบ้านแฟนคลับผู้ดูแลกิจกรรมในครั้งนี้
"คุณวาจะทำบุญเพิ่มขอเลขบัญชีหน่อยค่ะ"
"อ๋อนี่จ้ะ"
คิวอาร์โค้ดสำหรับชำระเงินถูกส่งมาให้
"ผมควรโอนเท่าไหร่ดีครับ.."
"แล้วแต่คุณวาเลยค่ะ ไม่ได้มีขั้นต่ำ"
พี่จอยตอบ
วารัญกด ๆ จิ้ม ๆ ยอดเงินในบัญชีเป็ตัวเลข 5 หลัก ก่อนจะกดยืนยันการโอน พร้อมโชว์สลิปให้พี่จอยตรวจสอบ
"ถูกต้องนะครับ บัญชีนี้เนอะ"
"ค่ะ..โห!คุณวานี่ใจดีจัง ของบริจาคก็ขนมายังช่วยบริจาคเงินอีกตั้งเยอะ"
"ถือว่ามาทำบุญไงครับ ปกติผมก็ไม่ค่อยมีโอกาสทำอะไรแบบนี้"
Rrrrrr
'ถอน/โอน/จ่ายเงินจาก บ/ชX9999 ผ่านMB50,000.00บ. ใช้ได้ 7,971,080.46บ.'
ข้อความแจ้งเตือนการโอนเงินเด้งขึ้นมาหน้าจอ วารัญกดปิดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ดูเหมือนว่าคนรอบข้างต่างหากที่กำลังตื่นเต้นและใส่ใจในการจ่ายเงินของเขามากกว่าเ้าตัวเสียอีก
"คุณวาน่ารักจัง"
"ก็แค่ทำบุญเองครับ"
วารัญหันไปส่งยิ้มให้โอปอ แต่กลับรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกำลังถูกจ้องด้วยสายตาของใครบางคน พอเงยหน้าขึ้นมาถึงได้เห็นว่า ฟิล์ม หนึ่งในแฟนคลับของมายซันกำลังจ้องมองมาด้วยแววตาไม่พอใจ
"ปอ ผมถามอะไรหน่อยซิ"
"ว่าไงคะคุณวา"
"คือผมทำอะไรผิดหรือเปล่าทำไมคุณฟิล์มเขาดูจ้องผมแปลก ๆ"
จากท่าทางและอาการของฟิล์มที่รู้สึกได้ คือเธอต้องไม่ชอบขี้หน้าวารัญแน่นอน แต่เขาก็อยากจะรู้ว่ามันด้วยสาเหตุอะไร ในเมื่อทั้งคู่เพิ่งเคยเจอกันแค่สามครั้ง
ครั้งแรกคือเมื่อวันงานคราวที่แล้ว ที่สองคนนั่งติดกัน เขาก็ยังดูคุยกับปกติดี
งานที่เชียงใหม่ก็ไม่ได้คุยกันสักคำ
ส่วนงานวันนี้ก็แทบไม่ได้ขยับตัวทำอะไรด้วยซ้ำ นอกจากลงจากรถ มานั่ง บริจาคเงินทำบุญ แต่ดูเหมือนตัวของฟิล์มมองอย่างกับว่าวารัญไปเผาตู้กับข้าวบ้านเธอมาก่อนเสียอย่างนั้น
ให้พูดตามตรงขนาดที่รู้สึกว่าตัววารัญเองไม่ถูกชะตากับเธอ ก็ยังไม่แสดงออกชัดเจนขนาดนั้น
"พี่ฟิล์มเป็แฟนคลับมายซันมานานค่ะ เท่าที่เห็นมา ถ้านอกจากคุณวางานที่แล้วก็มีคนก่อนหน้านี้คนหนึ่งนะคะ ที่มียอดเยอะจนชนะพี่ฟิล์มไป จำได้ว่าเธอหัวเสียมาก ั้แ่นั้นมาก็ไม่มีใครเคยได้ยอดสูงกว่าเธออีกเลย จนงานล่าสุดที่คุณวามาแหละค่ะ คนเลยฮือฮากันใหญ่"
ยิ่งอธิบาย ชายหนุ่มก็ยิ่งรู้สึกงุนงงมากกว่าเดิม เพราะเงินในกระเป๋าเขา ไม่น่าไปเกี่ยวกับชีวิตคนอื่น
"สงสัยคงเคืองคุณวามั้งคะ ที่ลงยอดตัดหน้าพี่แก..ทำใจหน่อยนะคะ วงการนี้" โอปอพูด
วารัญหันกลับไปมองหน้าฟิล์มอีกครั้ง ที่ตอนนี้เธอกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับทางพี่จอยผู้ดูแลบ้านแฟนคลับ ในขณะที่สายตาคู่นั้นก็ยังคงมองมาอย่างเปิดเผย
ที่แท้ก็คงเป็ประเภทเสียหน้าไม่ได้เหมือนกันสินะ
วารัญได้แต่คิดในใจ
จริง ๆ วารัญก็คิดแค่อยากเข้างานเขาไม่รู้หรอกว่าคนปกติเขาจ่ายกันไปขนาดไหน เขาก็แค่ซื้อในจำนวนที่คิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับกิจกรรม
อีกอย่างเขาเองก็ี้เีมาอึดอัดกับสายตาปั่นประสาทที่ส่งมาให้ในทุก ๆ ห้านาที มันไร้สาระเกินไป
"แล้วนี่อีกนานไหมครับ ว่ากิจกรรมจะเริ่ม"
"เห็นเขาคุยกันว่ามายซันมาถึงแล้วนะคะ น่าจะกำลังเตรียมตัว"
วารัญหันไปเปลี่ยนเื่คุย ไม่อยากถามเื่ที่มันจะทำให้เสียบรรยากาศมากไปกว่านี้
โอปอเป็คนคุยสนุก เธอชอบเล่าเื่งานที่ผ่าน ๆ มาของมายซันให้ฟัง (วารัญบอกเธอว่าเพิ่งมาตามมายซัน) ดูเหมือนว่าการมางานในครั้งนี้ เขาคงจะได้เพื่อนเพิ่มมาแล้วอีกหนึ่งคน
วารัญคิดว่าโอปอเธอน่ารักดีนะ ดูเข้ากับคนง่ายเพราะเขาเห็นเธอยิ้มให้กับคนทั้งงาน และคนเกือบทั้งงานก็ท่าทางจะรู้จักเธอดี
"แล้วเสร็จงานนี้คุณวาไปคาเฟ่ด้วยกันไหมคะ"
"คาเฟ่?"
"อ๋อ...แสดงว่าคุณวาไม่ได้อ่านในกลุ่มใช่ไหมคะ พอดีว่าเสร็จจากงานนี้มีไปเลี้ยงวันเกิดมายซันที่คาเฟ่ เห็นเขาบอกว่าแอดมินลงทุนปิดคาเฟ่ให้แฟนคลับเลยนะคะ"
วารัญพยักหน้าตามที่โอปอพูดช้า ๆ เพราะต้องยอมรับไปตามตรงว่าเขาไม่ได้ตามอ่านข้อความอะไรเลยั้แ่เข้าไปในกลุ่ม ซึ่งมันก็ทำให้ต้องตกข่าวเป็ธรรมดา
"แล้วคุณปอไปไหมครับ"
"ไปค่ะ นาน ๆ จะได้ใกล้ชิดซันสักที พลาดได้ไง คุณวาไปด้วยกันนะคะ"
"โอเคครับ ไปก็ไป"
วารัญตอบตกลงทั้ง ๆ ที่ยังลังเลอยู่นิดหน่อย
เพราะตอนแรกเขากะว่าเสร็จงานก็จะตรงกลับบ้านเลย สงสัยอาจจะต้องเข้าบ้านช้าไปสักชั่วโมง สองชั่วโมงคงไม่เป็อะไร
งานเลี้ยงวันเกิดธรรมดาคงไม่มีพิธีมากมาย
ว่าแล้วเขาก็กดข้อความส่งไปบอกที่บ้านว่าอาจจะไปถึงช้าหน่อย แต่จะไปให้ทันมื้อเย็น ก่อนจะหันกลับมาสนใจบรรยากาศของงานที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
