เด็กหญิงมีปีก
การเรียนครั้งแรก ของเด็กมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในวันนี้ไม่ได้ซับซ้อนมากมายเหมือนที่เนย่าคิด นักเรียนปีหนึ่งของที่นี่เข้ามารวมตัวในโดมกระจกบนดาดฟ้าของปราสาทเซนเทียน่าฯ แสงสว่างอ่อน ๆ ลอดผ่านกระจกสีหมอกเข้ามาทำให้การได้มานั่งอยู่ในห้องนี้ดูจะสบายตาขึ้นมาก
ภายในห้องจัดเรียงด้วยเก้าอี้ทรงกลมสีขาวเป็รูปตัว U เพื่อให้ทุกคนได้มองเห็นหน้ากันอย่างชัดเจน
เนย่าเหลือบไปเห็นเด็กชายผมดำคนนั้นเขาอยู่ชั้นปีเดียวกับเธอด้วย เขาดูจะสนใจเกี่ยวกับพันธุ์ไม้สีม่วงที่อยู่รอบ ๆ ห้องนี้ มากกว่าจะหันมาสนใจตัวเธอที่กำลังเป็ประเด็นการสนทนากัน
เนย่านั่งอยู่ใจกลางของรูปตัวยู แน่นอนไม่มีใครอยากจะนั่งข้างเธอทุกคนมีเพื่อนและเกาะกลุ่มกัน ยกเว้นเขาคนนั้น
“เอาล่ะนักเรียน นั่งที่กันได้แล้ว” ประตูทางเข้าของโดมกระจกที่ทำจากแก้วสีหมอกเปิดออกเมื่อเ้าของเสียงพูดจบ และทุกคนรีบเข้ามานั่งประจำที่
“ฉันชื่อ โควอร์กเป็ผู้ดูแลเด็กปีหนึ่งของที่นี่และเป็อาจารย์สอนประวัติศาสตร์ั หวังว่าพวกเธอจะเป็เด็กดี เอาล่ะเก้าอี้ที่พวกเธอนั่งนั้นจัดเรียงไว้ครบตามจำนวนของนักเรียนที่เข้าใหม่ แต่ทำไมยังขาดคนที่จะนั่งมันอีกสองตัว” แน่นอนว่าสิ่งที่อาจารย์หนวดแหลมเคราแพะผมเรียบแปล้ใส่แว่นเลนส์เดียวกล่าวถึง หมายถึงเก้าอี้ที่อยู่ข้าง ๆ เนย่าทั้งซ้ายและขวา
“ฉันล่ะผิดหวังมากจริง ๆ ที่การเป็เชื้อโรคของใครคนหนึ่งอาจทำให้เพื่อน ๆ รังเกียจจนไม่อยากจะเข้ามานั่งที่นี่” โควอร์กเดินไปเดินมาแล้วเหล่หางตามาทางเนย่า ซึ่งคำพูดเสียดแทงนั้นทำให้เพื่อน ๆ ต่างหัวเราะเยาะเธอ เด็กหญิงถอนหายใจแรงมือทั้งสองบีบเข้าหากันแน่นอย่างกดดัน
“คาดว่าอาจารย์คงจะไม่ได้ฟังคำปฐมนิเทศของอาจารย์ใหญ่ ทรีบาส ว่าต้องให้เกียรติแก่เชื้อโรคที่อาจารย์กำลังพูดถึง” เด็กชายผมดำเอ่ยขึ้นลอย ๆ โดยไม่มองหน้าโควอร์ก
แต่คำพูดนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้โควอร์กเลิกพุ่งประเด็นมาทางเด็กมนุษย์ เนย่ามองเด็กชายด้วยสายตาขอบคุณแต่เขากลับไม่มีแม้แต่รอยยิ้มให้ เธอยังคงดูเหมือนเป็อากาศธาตุสำหรับเขาต่อไป ทั้งที่ในใจเธอคิดแผนการเอาไว้ว่าเขานี่แหละจะได้เป็หนึ่งในแก๊งใหม่ของเธอ
“เธอชื่ออะไรน่ะพ่อหนุ่มน้อย” โควอร์กแสร้งยิ้มแล้วเอ่ยถามเด็กชาย ปลายหนวดกระตุกยิกๆ
“ฮาร์ม คือชื่อผม” เขาตอบ และไม่กระตือรือร้นที่จะทำอะไรไปมากกว่ากอดอก แล้วทำเหมือนกับคำพูดของโควอร์กเป็เพียงเสียงนกที่ควรให้ความสนใจน้อยนิด
‘นับว่าหมอนี่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว’ เนย่าแอบคิดในใจ
“เอาล่ะฮาร์ม เธอพอจะบอกได้ไหมว่าเผ่าพันธุ์ของเธอมาจากที่ไหนบ้าง” โควอร์กยังคงแสร้งตีหน้าซื่อถามต่อ แต่ทว่า...
“ผมคิดว่าอาจารย์ควรให้ความสนใจกับการพูดถึงสิ่งที่จะต้องทำในโรงเรียนนี้มากกว่าจะมาสนใจเื่เผ่าพันธุ์ของนักเรียนทุก ๆ คนนะครับ” ฮาร์มตอบ นั่นถึงกับทำให้เคราแพะของโควอร์กกระตุกแรงกว่าเดิม เพราะนักเรียนในห้องกว่าสามสิบคนต่างหัวเราะคิกคัก รวมถึงเนย่าที่อมยิ้มอย่างพอใจ
“โอ้! เอาล่ะ ๆ นับว่าเธอพูดถูกนะฮาร์ม ฉันควรทำเื่อื่นมากกว่านั่นคือตามหาเด็กอีกสองคนใช่ไหม เอาล่ะ เรามาเข้าเื่กันเลยดีกว่า เด็กอีกสองคนที่ถ้าไม่มารายงายตัวภายในวันนี้จะต้องถูก...” คำพูดของโควอร์กจำต้องสะดุดเมื่อบานประตูแก้วสีหมอกเปิดขึ้นอีกครั้งเผยให้เห็นร่างของเด็กชายผมสีหมอกสีเดียวกับโดมกระจกแห่งนี้และมีั์ตาสีอำพัน
เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องผ่านหน้าของโควอร์กไปอย่างไม่ไยดีก่อนจะไปนั่งข้าง ๆ เนย่าทางด้านขวามือ เนย่าละสายตาจากเขาไม่ได้จริง ๆ เธออ้าปากค้างที่มีคนไม่รังเกียจนั่งลงข้าง ๆ เธอด้วย แต่ทว่า...
“อย่าเพิ่งดีใจไปที่ฉันต้องนั่งเพราะไม่มีเก้าอี้ตัวไหนที่ไม่อยู่ติดกับเธอ” เขาหันมาพูดกับเนย่าด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนัก ราวกับว่าเขาเพิ่งทะเลาะกับใครมาหยก ๆ
เนย่าทำได้แค่เม้มปากตัวเองแน่นสะกดอารมณ์โกรธของตัวเองไว้ และเธอก็คงจะต้องนั่งรอใครอีกคนที่จะเข้ามาเพื่อพูดคำเดียวกับหมอนี่ซินะ
‘หมอนี่ไม่น่ารักเอาเสียเลย เย็นไว้เนย่า เย็นไว้’ เนย่าสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกทีเพื่อไล่ความขุ่นมัว
“โอ! มาได้ซะทีนะ เธอชื่ออะไรล่ะ” โควอร์กยังคงตีหน้าซื่อได้อย่างแเี นับว่าปีหนึ่งปีนี้มีแต่พวกปีกกล้าขาแข็งพวกเชื้อโรคและพวกเหลือขอทั้งนั้น
“เซนดริน” คิ้วสีเดียวกับผมที่ขมวดมุ่นนั้นบ่งบอกว่าเขาไม่พอใจจริง ๆ โควอร์กจึงไม่คิดจะถามอะไรเขาต่อ
การไปยั่วยุอารมณ์พวกครึ่งเทพรึครึ่งอะไรก็ช่างในตอนที่ยังไม่ได้ดัดนิสัยคงไม่ใช่เื่ดี อาจโดนยอกย้อนจนเขาต้องอับอายก็เป็ได้ ให้ผ่าน่ที่เข้าฝึกปรับพฤติกรรมก่อนเถอะ จะได้เจอของจริงแน่ว่าเขานั้นร้ายกาจเพียงใด
“คนสุดท้ายของชั้นปีนี้เอาเป็ว่าฉันคงจะต้องไปคุยกับอาจารย์ใหญ่เสียหน่อยแล้ว ในระหว่างนี้พวกเธอทำความรู้จักกันไปก่อนเดี๋ยวฉันกลับมา” ว่าแล้วโควอร์กก็หายไปต่อหน้านักเรียนในทันทีสร้างความฮือฮาประเด็นใหม่ขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าเนย่าตกในสภาวะที่น่าลำบากอีกหนหนึ่งแล้ว
เธอไม่ได้ตั้งใจที่จะหันไปสบตากับเด็กชายข้าง ๆ แต่เธอก็พบว่าเขากำลังจ้องมองสร้อยคอรูปเสี้ยวจันทร์ของเธออยู่และั์ตาของเขาก็เปลี่ยนสีเป็ดำสนิท
“ตานายเปลี่ยนสีได้เหรอ” เนย่าเอ่ยถามด้วยความสงสัยแต่ดวงตาคู่นี้เธอไม่สามารถหยุดมองมันได้เลยจริง ๆ ราวกับโดนมนตร์สะกด
“อย่าบังอาจมาพูดกับฉันยายเชื้อโรค” ว่าแล้วเซนดรินก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย สายตาดูแคลนจากคนรอบข้างกลับมาทิ่มแทงเธอแทบจะในทันที
‘หนอยเชื้อโรคอย่างนั้นรึ’ เนย่าไม่รอช้าที่จะลุกตามเขาออกไป ยังไงเธอก็จะต้องคุยกับเขาให้รู้เื่
เนย่าวิ่งตามเขาออกมาแต่ก็ไม่พบใคร เขาหายตัวไปราวกับล่องหน เนย่าวิ่งไปตามระเบียงทางเดินเรื่อย ๆ ลัดเลาะลงบันไดวนมากมายเพื่อจะชกหน้าคนปากเสียให้ได้สักแผล
อย่าแม้แต่บังอาจมาดูถูกเธอเชียว ัเลือกเธอมานะและก็ไม่ได้มาเล่น ๆ ด้วย เนย่าตามหาคนปากดีจนเหนื่อยหอบแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงาของเขา เธอจึงนั่งลงข้างๆ แปลงดอกไม้ริมระเบียงสีสวย แต่แล้ว...
“กรี้ดดดดดด!! อย่านะ ฉันยอมแล้วอย่าทำฉันเลย” เสียงร้องด้วยความเ็ปดังมาจากห้องน้ำหญิงชั้นล่าง เนย่าไม่รอช้ารีบวิ่งลงไปและภาพที่เธอเห็นก็คือ เด็กหญิงั์ตาสีทองขอบตารื้นไปด้วยน้ำตา ผมยาวสวยสีฟ้าน้ำทะเลผิวขาวบอบบางแต่ที่แปลกประหลาดไปกว่านั้นคือปีกนกสีทองสุกใสที่อยู่กลางหลังของเธอ มันกำลังถูกดึงทึ้งจากรุ่นพี่ใจร้ายทำให้ขนสวยนั้นหลุดลุ่ยกระจุยกระจายไม่ต่างจากนกน้อยที่โดนถอนขนทั้งเป็
“แกนี่มันน่าแกล้งชะมัด ดูมันสินังนกกลายพันธุ์ถอนขนมันให้หมดเลยดีไหม” หนึ่งในสิบเอ่ยขึ้นและลงมือถอนขนสีทองที่ปีกของเด็กหญิงอย่างโเี้ เสียงร้องด้วยความเ็ปยังคงดังไปทั่วบริเวณแต่กลับไม่มีใครได้ยินและสนใจที่จะให้ความช่วยเหลือเด็กคนนั้น
“หยุดนะ หยุด ๆ” เนย่าถลาเข้าไปในวงล้อม ผลักรุ่นพี่ที่ตัวโตกว่าเธอหลายเท่าให้พ้นทางตรงเข้าประคองร่างบอบช้ำของเด็กหญิงที่กำลังสะอึกสะอื้น
“ยี้! นังเด็กเชื้อโรคกล้าดียังไงเข้ามาขวางความสุขของพวกฉันแล้วยังกล้าเอามือโสมมของแกมาถูกตัวฉันอีก” รุ่นพี่ที่ดูเหมือนเป็หัวโจกเอ่ยขึ้นพร้อมทำท่าทางขยะแขยงใส่ แต่เนย่ากลับเชิดหน้าท้าทาย เธอไม่ชอบเห็นใครถูกรังแกโดยเฉพาะคนไม่มีทางสู้
“ถ้าพวกพี่คิดว่านี้คือเื่สนุก ฉันก็สนุก พี่ไม่รู้หรอกเหรอว่ามือของมนุษย์น่ะนะถ้าได้ััใครแล้วล่ะก็ คนนั้นจะมีตุ่มขึ้นน่าเกลียด มีน้ำหนองไหลออกมา หลังจากนั้นก็จะมีหนอนไชลูกตาออกมาด้วย ฮึ ๆ” เนย่าโกหกคำโต เธอปั้นหน้าเหยียดยิ้มชั่วร้ายให้ไม่แพ้พวกนั้น
ในเมื่อทุกคนเรียกเธอว่าเชื้อโรค ข้ออ้างนี้คงจะทำให้พวกรุ่นพี่นิสัยไม่ดีเลิกราได้ ก็ไม่มีใครรู้จักมนุษย์ที่แท้จริงนี่นา และมันได้ผลพวกรุ่นพี่หันมองหน้ากันไปมาก่อนจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง
“ไปเถอะ รีบไปหาอาจารย์หมอกัน นังเด็กนี่อาจจะพูดจริงก็ได้นะ ไปเร็วเข้า” รุ่นพี่ในกลุ่มจับแขนรุ่นพี่หัวโจกที่หน้าซีดเผือดเพราะความใแล้วรีบฉุดแขนกันไปหาอาจารย์หมอที่ว่า
ผลชี้ชัดออกมาว่าทุกคนกลัวเนย่าเพราะไม่เคยมีใครในเซนเทียรู้จักมนุษย์ดีไปมากกว่าชื่อเสียงแห่งความชั่วร้าย รุ่นพี่นับสิบทิ้งทั้งสองไว้แล้วรีบวิ่งหนี เพราะคิดว่าถ้าได้ถูกเนย่าแตะต้องตัวอีกพวกเธออาจจะมีอะไรแปลก ๆ โผล่ออกมาตามร่างกายเป็แน่
“นี่ ๆ ฉันจะมีหนอนไชออกมาจากลูกตาจริง ๆ ใช่ไหม” เด็กหญิงมีปีกเอ่ยถามเนย่าแล้วจ้องมองมือของเนย่าที่ประคองเธออยู่
“ฮึ ๆ ไม่มีหรอก ฉันหลอกพวกนั้นเพื่อให้เลิกรังแกเธอไง เชื่อได้เธอไม่เป็อะไรหรอกนะ” เนย่ายิ้มกับเด็กหญิงมีปีกแล้วฉุดเธอให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะถอยออกมายืนห่าง ๆ เธอกลัวว่าเด็กหญิงแสนสวยงามคนนี้อาจจะรังเกียจเธออีกคนก็เป็ได้
“ขอบใจเธอมากนะที่ช่วย เธอเป็มนุษย์สินะ” เด็กหญิงมีปีกปาดน้ำตาลวก ๆ พลางเอ่ยถาม
“ใช่ แล้วเธอล่ะทำไมถึงมีปีก” เนย่าถามบ้างแต่ก็ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้
“ฉันเป็ลูกครึ่งกินรีกับเทวดาน่ะ มาจากหิมารยา มีแต่ฉันที่ไม่สามารถถอดปีกได้เหมือนคนอื่น ๆ แต่ก็ไม่รู้ทำไมพ่อแม่ของัถึงเลือกฉันทั้งที่ฉันโดนพี่ ๆ รังเกียจว่าฉันอัปมงคลเพราะสีผมที่แตกต่างและปีกที่ไม่สามารถถอดเก็บได้” เนย่าแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็หันมาตั้งใจฟัง น่าแปลกดีจังแต่เด็กนี่ก็ช่างงดงามจริง ๆ เลยนะ เนย่าเผลอมองอย่างชื่นชม
“เธอมีอะไรคล้าย ๆ ฉันนะเรามาอยู่แก๊งเดียวกันไหม” เนย่าเสนอตัว บางทีนี่อาจจะเป็โอกาสดีที่เธอจะได้สร้างสัมพันธ์กับคนอื่น
“แก๊งเหรอ?” เด็กหญิงมีปีกทำหน้างงงวย
“ใช่แก๊งไง หมายถึงเป็พวกเดียวกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกันแบบนี้ดีไหม” เนย่าเสนออย่างกระตือรือร้น
“ได้สิ ดีเลยฉันเองก็ยังไม่มีเพื่อนแต่เพราะปีกมันติดชุดเกะกะไปหมด ฉันมาเข้าห้องน้ำเพื่อแก้ไขเสื้อนิดหน่อยแต่เจอรุ่นพี่ใจร้ายเข้า” เด็กหญิงมีปีกบอก สีหน้าเจื่อนลงและก้มเก็บขนสีทองที่หลุดร่วงเพราะถูกถอนเล่น
เป็เพราะเธอมีลักษณะแปลกแบบนี้ ถอดปีกเก็บไม่ได้จึงเป็อุปสรรคเวลาจะไปไหนต่อไหนก็มีแต่คนจ้องมอง และหัวเราะขบขัน
“เธอคงเป็นักเรียนคนสุดท้ายสินะ” เนย่าเอ่ยถามและช่วยเก็บขนนกที่ร่วงอยู่เต็มพื้นมายื่นให้เด็กหญิงมีปีกด้วย เด็กหญิงยิ้มรับก่อนจะรวบมันมาจากมือเนย่าโดยตรงเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้กลัว เนย่าเหมือนที่ใคร ๆ กลัวกัน และเมื่อรวบรวมขนนกทุกเส้นหมดเด็กหญิงเพียงหลับตาขนนกในอ้อมแขนก็หายไป
“เอ้า!หายไปไหนหมดแล้วล่ะ” เนย่าหันซ้ายหันขวาขนนกที่อุตส่าห์ช่วยเก็บมาตั้งนานสองนานหายไปเสียแล้ว
“มันกลับเข้าไปติดที่ปีกหมดแล้วล่ะจ้ะ” เด็กหญิงมีปีกยิ้มน้อย ๆ กับอาการตื่นเต้นของเนย่า แต่เนย่ากลับสังเกตเห็นปีกที่ว่าถูกเสื้อชุด ยูนิฟอร์มทับอยู่ ทำให้เด็กหญิงมีลักษณะคล้ายคนหลังค่อม
“ซ่อนไม่ได้ก็อย่าซ่อนเลยอึดอัดเปล่า ๆ ถ้าไม่รังเกียจฉันจะช่วยนะ” เนย่าขมวดคิ้วด้วยความสงสาร ก่อนจะชักมีดเล่มเล็ก ๆ ที่เธอพกติดตัวไว้ตลอดออกมาแล้วกรีดหลังเสื้อทั้งสองชั้นให้เด็กหญิงเพื่อเป็ช่องให้ปีกของเธอโผล่ออกมาได้
“ขอบใจนะฉันชื่อรินนารีย์ยินดีที่ได้รู้จัก” เด็กหญิงมีปีกยิ้มกว้างอย่างขอบคุณเธอกางปีกสยายอย่างอิสระ โดยไม่ต้องซ่อนเพียงเพราะชุดไม่อำนวยอีกแล้วช่างเป็ภาพที่สวยงามจริง ๆ
“เธอคงไม่กลัวฉันหรอกใช่ไหม” เนย่าเอ่ยถาม
“ไม่หรอกจ้ะแต่มันจะดูตลกไหมนะ ถ้าฉันมีปีกเดินไปเดินมาแบบนี้” รินนารีย์ถามกลับ
“ไม่เลย เธอสวยมาก ๆ เลยนะเหมือนนางฟ้าเลย” เนย่าเอ่ยชมอย่างจริงใจ จนรินนารีย์ยิ้มกว้าง
“เธอช่วยฉันไว้ และก็ช่วยแก้ปัญหาเื่ชุดด้วย ว่าแต่แก๊งนี่ต้องมีกันกี่คนเหรอ” รินนารีย์ทำท่าครุ่นคิด และบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย ไม่เคยมีใครชมเธอว่าสวยเลยนับั้แ่เกิดมา
“อนาคตยังไม่รู้เลยว่ามีใครอยากจะมาเป็เพื่อนฉันอีกรึเปล่า แต่ถ้าเธอยอมเข้าแก๊งก็มีกันถึงสองคนแล้วนะ” เนย่าตอบแล้วชูสองนิ้วให้ดู
“ตั้งสองคนแน่ะ ฮิ ๆ ว่าแต่เธอได้ช่วยเหลือฉันเอาไว้แสดงว่ามนุษย์ก็เป็คนดีได้เหมือนกันไม่ได้มีแต่พวกครึ่งอสุรเทวาที่เป็คนดีเพราะที่ไม่ดีฉันก็เจอมาแล้วเมื่อครู่นี้เอง ต่อไปนี่เธอเรียกฉันว่ารินรินก็แล้วกันนะ” รินนารีย์ยิ้มกว้างอย่างน่ารักและจับมือเนย่าไว้เพื่อบอกว่าเธอนั้นรู้สึกขอบคุณเนย่ามากเพียงใด
“ฉันชื่อเนย่ายินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะ” สองเด็กหญิงยิ้มให้กันอย่างร่าเริง
“จากนี้เราก็เป็เพื่อนกันนะฉันอยู่แก๊งเธอแล้วเนย่า ไปกันเถอะฉันสายมานานแล้วเดี๋ยวจะโดนตัดสิทธิ์” รินรินจูงมือเนย่ากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปตามทางและบันไดที่วกวนเพื่อกลับไปยังชั้นเรียนปีหนึ่ง แม้วันนี้จะไม่ได้แก้แค้นคนปากเสียที่ออกมาตามหา แต่อย่างน้อยเนย่าก็ได้เพื่อนใหม่ที่แสนน่ารักมาก ๆ มาเพิ่มแล้วหนึ่งคน