นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 3 การเดินทางเสี่ยงอันตราย เล่มที่ 2 บทที่ 49 จุดประสงค์ (1)

              อัศวินที่นำหน้าสวมเกราะสีเงิน หอกยาวในมือถูกขัดเสียจนสว่างจ้า สะท้อนประกายเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของโลหะ ผู้ที่อยู่ด้านหลังทั้งสามคนสวมชุดเกราะมาตรฐาน เรียงแถวตรงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าด้วยกิริยาท่าทางเป็นระเบียบเรียบร้อย

            “…ทหารองครักษ์ของเมืองแห่งนักดาบพเนจร? เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่?”

            เก๋อจือหยัดกายลุกขึ้นด้วยสีหน้าระแวดระวัง ดูออกตั้งแต่เห็นเครื่องหมายแสดงอาชีพของพวกเขาในปราดเดียว

            “นี่คือคำถามที่พวกเราต้องถาม”

            อัศวินถือหอกถอดหมวกเกราะออก เผยให้เห็นเส้นผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาเหยี่ยวฉายแววเคร่งขรึมคู่หนึ่ง

            “ระยะนี้มีคนจำนวนมากมาแจ้งทหารองครักษ์ว่ามีกวางหุ้มเกราะน้ำแข็งระดับหกออกไปเพ่นพ่านนอกเขตป่า ทำให้นักผจญภัยจำนวนมิน้อยได้รับบาดเจ็บ พวกเราติดประกาศตั้งแต่เมื่อสี่วันก่อนแล้ว เหตุใดพวกเจ้าจึงยังเข้ามาที่นี่?”

            ครั้นเก๋อจือถูกเสียดสีซึ่งหน้าพลันอดกลั้นเอาไว้มิไหวทันที

            “พวกเราเข้ามาตั้งแต่เมื่อห้าวันก่อน จะไปรู้ว่าด้านนอกติดประกาศบ้าบออันใดไว้ได้เช่นไร?”

            “ที่นี่อันตรายมาก โปรดออกไปทันที”

            หลังอัศวินกล่าวจบจึงไปยืนอยู่ด้านข้าง แฝงเจตนาเร่งเร้าให้คนทั้งสองรีบเก็บข้าวของ

            “เชอะ เพียงกวางหุ้มเกราะน้ำแข็งมิใช่หรืออย่างไร” เก๋อจือสะบัดหน้าหนี เอ่ยพึมพำเสียงเบาอย่างไม่ยินยอมนัก

            “เก๋อจือ!” ลาถีเท่ออยากอุดปากเก๋อจือเสียเหลือเกิน

            ประสาทสัมผัสทางการได้ยินของอัศวินเกราะเงินว่องไวอย่างยิ่ง สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมยิ่งกว่าเก่า

            “เจ้าหมายถึงกวางหุ้มเกราะน้ำแข็งขั้นหก? พวกเจ้าบังเอิญพบแล้วเช่นนั้นหรือ?”

            “ท่านมิคิดว่าการเอ่ยถามออกมาเช่นนี้น่าขันงั้นหรือ? นั่นเป็นถึงสัตว์ปีศาจระดับหกเชียว”

            ลาถีเท่อเลิกคิ้ว เผยรอยยิ้มการค้าออกมา

            “หากบังเอิญพบมัน ด้วยความสามารถของพวกเราคงจะกลายเป็นอาหารเย็นเสียนานแล้ว”

            อัศวินปรายตามองคนทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าอย่างเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่ง กระนั้นกลับไม่พบว่ามีสิ่งใดสะดุดตาเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงเร่งเร้าให้เก๋อจือกับลาถีเท่อรีบเดินทางกลับเข้าเมืองโดยเร็ว ลาถีเท่อถอนหายใจพลางค้อมกายลงเก็บข้าวของ บอกใบ้ให้เก๋อจือไปปลุกโม่เจ๋อเอ่อร์

            เก๋อจือเบะปากด้วยความไม่พอใจ “โม่เจ๋อเอ่อร์ช่างน่าสงสารเสียจริง เพิ่งจะหลับไปได้มินานกลับต้องถูกปลุกมาใช้แรงงานอีกแล้ว”

            โม่เจ๋อเอ่อร์…ชื่อค่อนข้างคุ้นหู

            อัศวินเกราะเงินพึมพำเสียงเบา พยายามเค้นสมองเพื่อค้นหาความทรงจำดังเศษเสี้ยวดวงดาวนั้นออกมา 

            “เหตุใดจึงมาปลุกข้าเร็วถึงเพียงนี้ เพิ่งจะนอนไปมิถึงครึ่งชั่วโมง…แค่ก!”

            โม่จ้านอ้าปากหาวก้าวออกจากประตูกระโจมด้วยท่าทางสะลึมสะลือ ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นใบหน้าที่ทำให้คนจดจำได้เป็นอย่างดีพลันรีบหดหัวกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว

            อัศวินประสาทที่ถือว่าตนเองเป็นประธานจอมเผด็จการผู้นั้น ชื่อว่าอันใดนะ? เหมือนจะ…เจียนั่ว?

            ครั้นเจียนั่วเห็นหน้าโม่จ้าน นัยน์ตาพลันหรี่เล็กลงในเสี้ยววินาทีอย่างมิอาจสังเกต เพียงแต่เดิมทีใบหน้าก็ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ผู้อื่นจึงมิอาจจับสังเกตได้แต่อย่างใด

            โม่จ้านรีบสวมอาภรณ์อย่างรวดเร็ว นำเกราะที่ถูกโยนทิ้งไว้ด้านข้างเป็นเวลาหลายวันมาสวมลงบนกายตนให้เรียบร้อย หลังแต่งกายทั้งตัวเสร็จเรียบร้อย โม่จ้านจึงค่อยคว้ากริชแล้วเดินออกมาด้านนอก

            “…ข้าเคยบอกแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมทหารองครักษ์ อีกทั้งยังลำบากใจที่เจ้าพยายามตามมาถึงที่นี่”

            สายตาและน้ำเสียงของโม่จ้านเจือความรังเกียจ มิต่างกับดาราดังเห็นปาปารัสซี่ที่คอยตามติด

            “…นี่เป็นเรื่องบังเอิญ”

            บนใบหน้าไร้ความรู้สึกของเจียนั่วฉายแววหมดคำจะเอ่ยอย่างพบเห็นได้ยากนัก

            “ภายในป่ามีสัตว์ปีศาจร่างกวางขั้นหกออกเคลื่อนไหว ข้ารับคำสั่งจากท่านเจ้าเมืองให้ออกมาตระเวนตรวจด้านนอกและคุ้มกันนักผจญภัย พวกเจ้ารีบกลับเข้าเมืองโดยเร็วสักหน่อยเถิด”

            สัตว์ปีศาจร่างกวางขั้นหก? โม่จ้านมองไปทางลาถีเท่อ ผู้ที่อยู่ด้านหลังพยักหน้าอย่างแฝงความหมาย

            “เอาเถิด พวกเรากลับไปก็ได้ เพราะถึงอย่างไรก็ทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว”

            โม่จ้านเก็บสัมภาระพลางพยายามหาเรื่องพูดคุยกับลาถีเท่อทั้งที่ไม่มีเรื่องจะคุย

            “มีอัศวินคอยคุ้มกัน ต่อให้เจอมันก็มิต้องกลัวแล้ว”

            “มีอัศวินกลุ่มเล็กๆ สี่คน รวมกับจอมเวทระดับกลางทางนั้น ข้ารับรองได้ว่าพวกเราจะต้องออกจากป่าอย่างปลอดภัยแน่นอน”

            เจียนั่วสวมหมวกเกราะ ชี้ไปทางเก๋อจือที่อยู่ด้านข้าง น้ำเสียงค่อนข้างแหบพร่าดังมาจากด้านหลังหมวกปกปิดใบหน้า

            แน่นอนว่าโม่จ้านไม่มีความเห็นใด ตนยินดีจะแสร้งทำเป็นประชาชนคนธรรมดา เป็นปลาเค็มที่มิต้องกังวลสิ่งใดตัวหนึ่ง

            ระหว่างทาง โม่จ้านพยายามแสดงฝีปากด้านการเจรจาเชิงธุรกิจอย่างสุดความสามารถโดยการสอดแทรกมุกตลกกับอัศวินติดตามไม่กี่คนนั้น เพียงมินานพลันสนิทสนมกันเสียแล้ว โม่จ้านประเดี๋ยวหยอกล้อเก๋อจือ ประเดี๋ยวพูดจาไร้สาระกับลาถีเท่อ มีเพียงเจียนั่วที่ถูกหมางเมินอยู่ด้านข้างเพียงลำพัง กระทั่งเก๋อจือผู้ใสซื่อยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติและมองไปทางลาถีเท่อด้วยสีหน้างงงวย

            ลาถีเท่อกระทุ้งโม่จ้าน แอบโน้มกระซิบข้างหูว่า “ข้าว่านะ เจ้าจงใจใช่หรือไม่?”

            “อืม ใช่แล้ว”

            โม่จ้านยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นนี้ กลับทำให้ลาถีเท่อมิรู้จะเลือกอย่างไร

            “ข้าเพียงอยากให้เขาเห็นว่าต่อให้ข้าไม่กินข้าวหลวงก็ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่ง”

            “...ห๊ะ? ห๋า?”

            ลาถีเท่อหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก การโต้ตอบด้วยความคับแค้นใจเหมือนกับเด็กน้อยเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?

            เห็นได้ชัดว่าเจียนั่วได้ยินคำพูดของโม่จ้าน เขาอ้าปากคล้ายอยากจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่าสุดท้ายยังคงมิเปล่งเสียงใดออกมา ระหว่างเดินทาง เจียนั่วอ้ำอึ้งคล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใดอยู่หลายครั้ง ทว่าท้ายที่สุดยังคงมิเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่คำเดียว

            ......

            “โม่เจ๋อเอ่อร์ ถึงแม้ข้าจะมิรู้ว่าระหว่างเจ้ากับเขาเกิดเรื่องอันใดขึ้น ทว่าอย่างน้อยเจียนั่วก็คุ้มกันส่งพวกเรากลับมา ทำเช่นนี้มิค่อยดีกระมัง?”

            ภายใต้การชี้แนะของโม่จ้านขณะกำลังย่อหม่าปู้[1] ศูนย์ถ่วงของลาถีเท่อมิค่อยมั่นคงนัก

            “ผู้ที่อาศัยตำแหน่งของตนจิกหัวผู้อื่นเช่นนั้น เป็นผู้ที่ข้าเกลียดมากที่สุด”

            โม่จ้านนำมือของลาถีเท่อยื่นไปข้างหน้าในระดับไหล่ ส่วนตนก็ย่อกายอยู่ด้านข้างเช่นกัน

            “...มิใช่เรื่องปกติหรืออย่างไร? มิเช่นนั้นผู้คนจะแย่งชิงอำนาจกันไปเพื่อเหตุใด”

            สายตาของลาถีเท่อเบนออกห่าง มองไปยังอาทิตย์อัสดงที่กำลังคล้อยต่ำลง

            “คนทั่วไปอยากกลายเป็นชนชั้นสูงก็เพื่อจะได้ใช้ชีวิตในสังคมชั้นสูง เสพสุขกับชีวิตที่มีที่ดินพระราชทาน กำลังทหารส่วนตัวและข้ารับใช้”

            เหอะ เป็นเรื่องปกตินัก โม่จ้านนิ่งเงียบมิเอ่ยสิ่งใด

            “กลายเป็นทหารรับจ้างทำภารกิจให้สำเร็จ สร้างกลุ่มทหารรับจ้างของตนเอง จากนั้นพึ่งพาอาศัยกิลด์ ยอมสวามิภักดิ์ต่อชนชั้นสูง หรืออาจจะตั้งตระกูลของตนเองเนื่องจากได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากการสร้างความดีความชอบในสนามรบ นี่ก็คือจุดมุ่งหมายของทหารรับจ้างอิสระทุกคน”

            ลาถีเท่อถอนหายใจก่อนหันไปมองโม่จ้าน

            “โม่เจ๋อเอ่อร์ จุดมุ่งหมายของเจ้าคืออันใด”

            “ฮ่าๆๆ เหล่าทหารรับจ้างของที่นี่ล้วนมีจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้? ข้ารู้สึกว่าตนเป็นพวกแปลกแยกเสียแล้ว”

            โม่จ้านหัวเราะออกเสียง ใช้สายตาหยอกล้อมองไปทางลาถีเท่อ

            “...เดิมทีข้าคิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเราใกล้ชิดกันมากแล้วแท้ๆ นึกมิถึงว่าเจ้าจะยังหยั่งเชิงข้า”

            ลาถีเท่อปฏิเสธในทันที เขาจดจ้องดวงตาของโม่จ้านอย่างเอาจริงเอาจัง

            “มิใช่ ข้าเพียงคิดว่า เจ้ามิเหมือนผู้ที่หางานทำเพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงมิอาจจัดประเภทของเจ้า”

            บังเอิญว่าข้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ โม่จ้านย้อนถามลาถีเท่ออย่างนึกสนใจ “เจ้าอาศัยสิ่งใดจึงคิดว่าข้ามิเหมือน?”

            “...เอ่อ ลางสังหรณ์กระมัง ความจริงแล้วมิใช่งั้นหรือ? หากเจ้าอยากใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้ เจ้าสามารถทำได้อย่างง่ายดายนัก”

            โม่จ้านชะงักงัน หลุดยิ้มออกมาอย่างเงียบๆ “จิ๊ ผู้ที่มีสาเหตุให้มิอาจไปเข้าร่วมกลุ่มอัศวิน แท้จริงแล้วมิได้มีเพียงเจ้าผู้เดียว”

            สีหน้างงงวยของลาถีเท่อเด่นชัดกว่าเดิมเสียแล้ว “หรือว่าเจ้าเป็นนักโทษที่อาณาจักรอื่นประกาศจับ? ดูเหมือนจะมิใช่”

            โม่จ้านอมยิ้มมิเอ่ยสิ่งใด มิได้ปฏิเสธและมิได้พยักหน้า

            “ตัวข้าน่ะ มิแน่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะถูกลอบสังหาร ดังนั้นหากจะพูดถึงจุดมุ่งหมาย ข้าหวังว่าจะหาสถานที่ที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขสักแห่ง”

            ลาถีเท่อพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เขามิได้แสดงออกถึงความประหลาดใจแต่อย่างใด “ถ้าเช่นนั้นข้ายิ่งต้องติดตามเจ้าแล้ว”

            โม่จ้านเลิกคิ้ว “เจ้ามั่นใจ? เจ้าคุ้นเคยกับงานในกิลด์มากกว่า อีกทั้งยังสบายกว่ามิน้อยกระมัง”

            “แต่หากพึ่งกิลด์ก็มิอาจปกป้องเก๋อจือ ถึงขั้นมิอาจปกป้องกระทั่งตัวข้าเอง”

            ลาถีเท่อจ้องมองโม่จ้าน ภายในแววตาแฝงความหมายที่เก็บซ่อนไว้ในใจ

            โม่จ้านหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก ขณะมิทันรู้เนื้อรู้ตัว ตนกลับถูกลาถีเท่อพลิกกระดานเอาชนะโดยมิทันตั้งตัวเสียแล้ว --- โม่จ้านเอ่ยกับปากว่าตัวตนของตนเป็นอันตรายอย่างมาก หากสามารถหาสถานที่ตั้งตัวได้ เก๋อจือกับลาถีเท่อก็จะสามารถตั้งหลักปักฐานได้เช่นกัน ส่วนสถานที่แห่งนี้จะเป็นแดนในฝัน สวรรค์สูญหรือคุก ลาถีเท่อมิได้แยแสแต่อย่างใด

            ในสายตาของลาถีเท่อมีความเป็นผู้ใหญ่ที่มิเข้าอายุ ดวงตาที่จดจ้องโม่จ้านโดยตรง คล้ายอัญมณีสีน้ำเงินเข้ม ส่องประกายสีม่วงเข้มภายใต้แสงอาทิตย์อัสดงสีส้ม โม่จ้านคุมเชิงอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดทำได้เพียงเลือกประนีประนอม

            “...เอาเถิด ภายหน้าจะเกิดเรื่องใดขึ้นข้าเองก็มิรู้ อาจจะมิรอให้ไปถึงรังสงบสุขกลับสิ้นชีพอยู่กลางทางเสียก่อน”

            ขณะมองโม่จ้านยกยิ้มขมขื่น มุมปากของลาถีเท่อกลับหยักยกเป็นองศาแห่งชัยชนะ

            เชิงอรรถ

            [1] หม่าปู้ 马步 คือการฝึกพื้นฐานวิชากังฟูโดยการเปิดปลายเท้า 15 องศา ความกว้างของเท้าเท่ากับไหล่ทั้งสองข้าง จากนั้นค่อยๆ ย่อเข่าลง จุดมุ่งหมายเพื่อการฝึกแรงขาและกำลังภายใน

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774