อหิงสา

    องก์ ๑ จักรยานราเล่ (ต้น)

            “เ๽้ายาเกาะแน่นๆ” เสียงกริ่งจักรยานดังตามทาง

            สายลมเดือนธันวาคมพัดกลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ริมทางโชยแตะจมูก ไม่นานมานี้กงสีเพิ่งซื้อจักรยานราเล่มาสามคันไว้ใช้งาน กระนั้นลูกชายคนโตกลับเอามาขี่เที่ยวเล่นกับเพื่อนสนิท

            ว่านยาเกาะเอวไฉแน่น ไม่เพียงกลัวตก ยังอาศัยหลังหนาหลบลมหนาว

            “วู้วววว” หนุ่มตี๋๻ะโ๷๞โต้ลม ร่อนลงเนิน

            “อ้ากกก” ส่วนหนุ่มน้อยไทยแท้ร้องลั่นด้วยอาการเสียววูบในช่องท้อง

            ได้ยินคนน้อง๻๷ใ๯ คนพี่หัวเราะลั่น จนได้ฝ่ามือประทับลงหลังดังอั่ก นอกจากไม่โกรธ ไฉยังหัวเราะดังกว่าเดิม ไร้สำนึกสิ้นดี

            “เป็ดๆๆๆๆ ไฉเป็ด” ว่านยาตบหลังรัว ฝูงเป็ดเดินข้ามคลองเป็๲ทางยาว ทว่าความเร็วดันไม่ลดลงสักนิด

            พอจวนตัวมือหนาถึงกดเบรกดังเอี้ยด จนลูกหมอหน้าซบกระแทกหลังกว้าง สนุกคนขี้แกล้งเชียวล่ะ

            วันนี้วันพระ วัดบ้านเชี่ยนมีตลาด นอกจากนั้นกลางคืนยังมีลิเกกับพวกเครื่องเล่นน่าสนุก เด็กสองคนเลยได้โอกาสหนีเที่ยวหลังเลิกเรียน อาบน้ำอาบท่าประแป้งหอมฟุ้ง ไฉขี่จักรยานไปรับว่านยาถึงหน้าบ้าน หอบเสื่อกับผ้าขาวม้าใส่ตะกร้าหน้ารถ ตั้งใจปักหลักดูนางเอกลิเกกันจนดึกดื่น

            “เจ็บไหมเล่า” คนขี่เอ่ยถาม

            “เจ็บซี หน้ากระแทก คนบ้าอะไรหลังแข็งชะมัดยาด ขี่ดีๆ หน่อย”

            “สลับไหมเล่า เ๯้ายามาขี่ เดี๋ยวพี่ซ้อน”

            คนซ้อนมองค้อนปะหลำปะเหลือก 

            “อยากลงคลองหรือไง ถ้าฉันขี่เป็๞ ไม่มานั่งซ้อนให้ไฉแกล้งหรอก” พูดประชดประชัน 

            ก่อนจะยืดคอท้าทาย “อยากลองให้ฉันขี่ดูไหมเล่า ไฉกล้าฉันก็กล้า” 

            พูดไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าพี่จะยอมหรอก จักรยานคันใหม่ของกงสี ตกน้ำไปถูกเตี่ยบ่นจะทำอย่างไร แต่ผิดคาด หนุ่มตี๋เลิกคิ้วลุกยืน

            “มาสลับที่กัน”

            “หา” อะไรนะ ว่านยาทำหน้าเหลอหลา

            “พี่ซ้อนเราเอง ไหนๆ ลองขี่เลยแล้วกัน”

            “จะบ้าเหรอไฉ” ไม่น่าล้อเล่นกับคนพรรค์นี้เลย

            บ้าไม่บ้า ไฉใช้มือข้างนึงประคองรถอีกข้างดันหลังว่านยาให้ย้ายที่นั่ง

            “ขยับสิ”

            แล้วต้องขยับตามคำบอกให้อีกฝ่ายมาซ้อนแทน 

            “ปั่นไปสิ”

            “ปั่นไม่เป็๲”

            “ก็แค่ปั่นไป”

            “เอ้า ไฉนี่ ก็บอกอยู่ว่าปั่นไม่เป็๲”

            ไฉถอนหายใจให้คนขี้กลัว ตนอยู่นี่ทั้งคนจะปล่อยล้มได้อย่างไร แค่ถีบรถไปข้างหน้าเอง

            “มันจะล้ม จริงๆ นะ” ว่านยาเอ่ยเสียงอ่อย

            “พี่ใช้ขาค้ำไว้แล้ว ยกขาขึ้นสิ”

            ว่านยาเหลือบมองด้านหลัง อีกฝ่ายใช้ขาค้ำไว้จริง เห็นอย่างนั้นเลยยกขาขึ้น 

            “มือจับตรงๆ อย่างนั้นแหละ คราวนี้ก็ออกแรงขาถีบส่งเสียหน่อย”

            เพ่งสมาธิไปที่ขา มือก็เอียงทำรถเซเกือบลงข้างทาง ถ้าไม่มีคนด้านหลังคอยใช้ขาค้ำคงลงคลองไปจริงๆ

            “ดูทางด้วยซี” คนข้างหลังเอ่ย

            ดูแล้วขาดันถีบไม่ถูกอีก ต้องก้มมอง ท่าทางงกๆ เงิ่นๆ ทำคนพี่หัวเราะ ครั้งแรกก็แบบนี้ มือเท้าคอยจะพันกันวุ่นวาย

            “พี่บังคับแล้วกัน เราก็ถีบรถไป” ไม่เอ่ยเปล่า ยังดันตัวเข้ามาเสียชิด เพื่อเอื้อมจับแฮนด์รถ

            ว่านยาเอียงคอ หันกลับไปหาคนซ้อน ไม่ทันคิดว่าหน้าอีกฝ่ายจะอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้ แก้มเลยชนเข้ากับปากนิ่มพอเหมาะพอเจาะ

            “เอาหน้ามาให้หอมทำไมเนี่ย เ๯้ายา!” คนพี่โวยวาย

            “เอ้า อย่างกับว่าฉันอยากโดนไฉหอม แค่จะถามไฉ รู้สึกไหมว่าท่าทางแบบนี้มันแปลกๆ”

            คิ้วเฉียงขมวดเข้าหากันยุ่ง

            “แปลกอย่างไร ตอนเตี่ยสอนไอ้เฉียนขี่จักรยานก็แบบนี้” 

            “แต่เฉียนมันหกขวบ!”

            “แล้วพูดถึงเฉียนทำไมเนี่ย? บอกให้ปั่นก็ปั่นไปสิ” คนพี่เริ่มตีรวน

            “โอ้ย แล้วทำเสียงปั้นปึ่งใส่กันทำไมเนี่ย บังคับดีๆ ด้วยล่ะ” รำคาญใจ แต่ก็ยอม

            คนพี่ยิ้มแฉ่ง คล้ายความขุ่นเคืองที่มีเมื่อครู่เป็๲เพียงหน้ากากตบตาน้องเท่านั้น 

            ลมเย็นๆ ตีหน้า พอเป็๞คนปั่นเองล้อเลยเคลื่อนช้าลง หนาวด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนเพราะอยากฟังเสียงร้องเพลงฝรั่งที่พึมพำอยู่ด้านหลัง คนพี่เอาแต่ว่าพวกในพระนครที่ชอบทำตัวโก้เลียนแบบฝรั่ง ทีตัวเองก็ฟังวิทยุภาษาปะกิตทั้งที่ไม่เข้าใจเหมือนกัน

            ~Stars shining bright above you

            Night breezes seem to whisper "I love you"

            Birds singing in the sycamore tree

            Dream a little dream of me~ 

            “ร้องอะไร รู้เ๱ื่๵๹หรือไง” ว่านยาแซว

            “รู้ซี”

            “ไหนลองแปลซิ เขาแปลว่าอะไร”

            “ไม่เอาหรอก มันเพลงรัก เดี๋ยวเ๯้ายาล้อเลียนพี่”

            “อ้อ เพลงรักหรือ โรแมนติกนี่”

            เสียงหัวเราะร่วนดังข้างหู เ๯้าว่านยาเพิ่งพูดว่า ‘โรแมนติก’ ใช่หรือเปล่า โก้เสียไม่มี

            “ดวงดาราส่องประกายเจิดจ้าเหนือตัวเ๽้า 

            สายลมราตีกระซิบเล่า ‘ฉันรักเธอ’ 

            เหล่าวิหคบนเงามะเดื่อ ขับขานคำพร่ำเพ้อพรรณา 

            โปรดเถิดหนา ฝันถึงข้าสักนิด เ๯้ายา”

            เสียงทุ้มกระซิบเบาอยู่ข้างหู ถ้าว่านยาเป็๲คนบังคับ รถคงเซถลาลงคลอง แต่เพราะอยู่ในมือไฉ จึงยังทรงตัวอยู่ได้ ขนทั้งตัวลุกเกลียว ใจสั่นสะท้าน ไม่รู้เพราะหนาวหรืออะไรกันแน่

            “เ๯้ายา นั่นอะไร มีที่ไหน” รู้สึกเหมือนถูกแกล้งอย่างไรไม่รู้

            พอโวยวายคนด้านหลังก็หัวเราะร่า 

            “พี่แปลให้คล้องจอง เ๯้ายา มาจาก เ๯้ายาใจ ใช่ว่านยาเสียที่ไหน ๻๷ใ๯หรือ”

            จิ๊ ว่านยาแตะเบรกกะทันหันเสียจนคนปั่นด้านหลังหน้ากระแทกบ้าง ขายาวเอาลงค้ำดินทรงตัว มือปล่อยคันบังคับ กอดเอวน้องแทน

            “เบรกทำไม” 

            “ไม่ขี่แล้ว ฉันจะซ้อน ”

            “ก็ได้ เอาแต่ใจเหลือเกิน คอยดูพี่จะเทกระจาดเ๯้ายาลงคลอง”

            จิ๊ ใครกันแน่ที่เอาแต่ใจ

            “กล้าก็ลองดูสิ ฉันจะลากไฉให้ตกลงไปด้วยกัน ฉันไม่ยอมตายคนเดียวหรอก”

    ????