โหลวอี้หยางในวันนี้ทำตัวแปลกตาไปจากก่อนยามเป็ไข้ยิ่ง เหล่าสาวใช้ของนางก็ล้วนสงสัยในความไม่ปกตินี้ โหลวอี้หยางตัดสินใจได้ทันทีว่าตนนั้นจะไปขอยกเลิกงานหมั้นหมายก็อดีตสามีในชาติที่แล้วของนาง นั้นคือฉีหวังโม่ ในเมื่อไม่เคยมีใจรักต่อนางและตอนนี้ก็ควรไปถอนหมั้นให้สิ้นเื่ไปเสีย ชีวิตนี้นาจะตัดบัวไม่ให้เหลือเยื่อใยอีก ตัดขาดเป็ตัด ชีวิตในอนาคตของนางจะได้ไม่ต้องมาทนทรมานก็บุรุษเยี่ยงนั้นอีก น่าสมเพชจะตายไป
โหลวอี้หยางยามนี้เดินออกจากเรือนเพื่อไปขอเข้าพบบิดาและมารดาของตน ตอนนี้นั่งสนทนากันอยู่กันสองคน พวกเขามีนางเป็ลูกสาวเพียงคนเดียว นางจึงถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจอยากได้อะไรต้องได้ ถ้าไม่ได้นั้นเป็ความผิดของพวกเขาทั้งสองทันที นิสัยหยิ่งผยองในกาลก่อนก็ล้วนเป็สิ่งที่ทำให้ผู้คนขยาดไปทั่วทุกสารทิศ ฉีหวังโม่ก็ไม่ต่างกันคงรับรู้ภาพลักษณ์แย่ยิ่งของนางไปไม่น้อยจึงมีพฤติกรรมแบบนั้นกับนางแต่นางก็เป็คนไปตอแย ตีตราจองเขาต่อหน้าสตรีนางอื่นจนไม่เหลือความเป็หญิงผู้ดีใดอีกในสายตาผู้คน แต่ภพนี้จะไม่เป็เช่นนั้นอีกแล้ว อย่าได้หวังอีกเลย สายตามุ่งมั่นสายหนึ่งเกิดขึ้นในดวงตาสงบของนาง
"อี้หยางขอคารวะ ท่านพ่อท่านแม่เ้าค่ะ"
"เ้าหายดีแล้วหรือ เหตุใดถึงเดินมาถึงเรือนนี่กัน รีบนั่งลงเถอะลูกแม่"
"เ้าค่ะ ท่านแม่"
"เ้ามีอันใดหรือถึงต้องออกมายามนี้กัน พ่อก็ห่วงเ้าไม่ต่างจากแม่เ้า รู้หรือไม่"
"ข้าทราบเ้าค่ะ ความห่วงใยของพวกท่าน ข้ารู้ซึ้งดีที่สุดเ้าค่ะ "
"รู้แล้วก็ดี มีเื่อันใดจะเอ่ยก็รีบเสีย แล้วจะได้กลับไปพักผ่อน"
บิดาของนางกล่าวกับนางด้วยความเป็ห่วงยิ่ง
"ข้า้าถอนหมั้นเ้าค่ะ"
"เกิดอันใดขึ้น เ้าเพียรพยายามจะแต่งกับฉีหวังโม่ให้ได้ถึงเพียงนั้น เพราะเหตุใดกัน"
"ข้ากลับมาคิดดูแล้ว ข้าใช้วิธีเช่นนี้บังคับหมั้นหมายกับฉีหวังโม่ อนาคตของข้าคงไม่มีความสุขเป็แน่ ข้าคิดได้แล้วจึงอยากปล่อยให้เขาเป็อิสระเ้าค่ะ"
"ข้าพยายามถึงเพียงนั้นเพื่อให้เ้าได้หมั้นหมายกับจวนฉี เ้าจะมาขอให้พ่อไปถอนหมั้นง่ายๆได้อย่างไรกัน เื่ใหญ่เช่นนี้"
"ท่านพ่อไม่ต้องกังวลข้ามีวิธีของข้าแล้ว แต่ข้ามาบอกพวกท่านก่อนเพื่อต่อไปจะได้รู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป"
"ลูกแม่เ้ายังไม่หายดีใช่หรือไม่ ตัวร้อนหรือไม่ เหตุใดถึงกลายเป็เช่นนี้ไปได้ "
"ท่านพ่อท่านแม่ข้าสบายดีเ้าค่ะ ลูกมากล่าวเพียงเท่านี้เ้าค่ะ อย่าได้กังวลอันใดเลยนะเ้าคะ "
"เฮ้อ เอาล่ะกลับไปพักผ่อนเสีย"
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ"
โหลวอี้หยางมิได้เดินทางกลับเรือนตนแต่อย่างใดแต่นางให้สาวใช้ของตนไปบอกให้คนเตรียมรถม้าให้พร้อมเพื่อไปยังจวนสกุลฉีเดี๋ยวนั้นทันที
นางนั่งรถม้ามาถึงเรือนสกุลฉีได้ไม่นานก็มีคนออกมาต้อนรับทันที คล้ายกลัวว่านางจะอาละวาดถ้ามาช้าไปก้าวเดียว
"คุณหนูโหลวขอรับ ข้าจะไปแจ้งต่อคุณชายให้มาพบท่านนะขอรับ"
"ไม่ต้องข้าไปเอง"
โหลวอี้หยางรู้เื่ในจวนดียิ่งกว่าผู้ใด นางเดินผ่านหน้าพ่อบ้านสกุลฉี ไปยังเรือนของบุรุษผู้นั้น ฉีหวังโม่ ถ้านางไม่ทำเช่นนี้มีหรือเขาจะยอมออกมาพลนาง นางเดินมาหยุดอยู่หน้าเรือนหอเก่าของเขาและนางที่ภพก่อนมีเพียงนางเท่านั้นที่รอเขาอยู่ที่นี่ผู้เดียว น่าสมเพชยิ่งนัก
"บอกคุณชายฉีว่าข้ามาขอเจรจาต่อรองกับเขาสักครู่"
"เอ่อ...ขอรับ บ่าวจะไปเรียนคุณชายเดี๋ยวนี้"