ผู้พันนเรศ talk
หลังจากที่ผู้พันหนุ่มกลับมาจากทำภารกิจเขาก็ตรงดิ่งกลับเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที มือหนาคว้ารีโมทแอร์ขึ้นมาเปิดปรับอุญภูมิตัวเลขลงมาจนเย็นฉ่ำ เนื่องจากข้างนอกร้อนมาก ทำให้ชายหนุ่มหงื่อท่วมตัว นเรศเดินถอดเสื้อยืดสีดำของตัวเองออกพาดไว้บนพนักโซฟา ทำให้ในตอนนี้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าครึ่งบนโชว์รอยสักรูปเสือเผ่นขนาดใหญ่สองตัวอยู่ตรงหน้าอกล่ำ
แถมเขายังมีรอยสักที่แขนด้านขวาของตัวเองอีกด้วย ผู้พันหนุ่มล้มตัวลงนอนบนโซฟาด้วยความล้า ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเเองไปมาเบา ๆ ส่วนลูกน้องของเขานั้น ชายหนุ่มสั่งแยกย้ายให้ไปพักผ่อน นเรศนอนกลิ้งตากแอร์อยู่บนโซฟาไม่นาน เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของชายหนุ่มก็ดังขึ้น
Rrrrrr
ทำให้ผู้พันหนุ่มรู้สึกขัดใจทั้งที่เขาเพิ่งจะทำภารกิจเสร็จกลับมาเมื่อกี้แท้ ๆ กลับมีงานมาให้เข้าทำอีกแล้วหรือ นเรศลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปคว้าเอาโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของตัวเองขึ้นมารับสาย
“ครับ พันอากาศเอก นเรศ รับสายครับ” ชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำตอบกลับปลายสายไป
“โห ผู้พันผมคิดว่าเสียงหนุ่มหล่อที่ไหน” เมื่อได้ยินปลายสายตอบกลับมาเป็เสียงลูกน้องของเขา ชายหนุ่มยี่แทบอยากจะกดวางโทรศัพท์ทิ้งในตอนนั้นไปเลย คิวหนาของเขาขมวดกันเป็ปม
นี่ลูกน้องเขามันว่างหรือไงฟะ ถึงได้โทรมากวนเวลาพักของเขาเนี่ย
“ไอ้โอ มีอะไรอีก ทำไมใช้โทรศัพท์ที่ทำงานโทรมา ไม่โทรเบอร์ส่วนตัวมาล่ะ ฉันก็นึกว่าผู้บังคับการโทรมาสั่งงานซะอีก ให้ตาย”
“โถ่! หัวหน้า อย่าเพิ่งว่าผมสิครับ พอดีผมลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนรถยังไม่ได้ไปเอา แล้วไอ้เคนมันวอล์วิทยุสื่อสารมาพอดีบอกว่าเกิดเื่แล้วครับ” โอเอ่ยขึ้น
หืม? เกิดเื่?
“เื่อะไร”
“รายงานครับ” พันอากาศตรีเอ่ยรายงานเื่ที่เขาทราบมาให้หัวหน้าของตนฟัง
“คืออย่างงี้ครับหัวหน้า ตอนนี้เหมือนทางหน่วยของเราจะกลายเป็ผู้ประสบภัยแล้วครับ ไอ้เคนบอกมาว่ามีคนของแก๊งพยัคฆ์แอบปลอมตัวเขามาสืบข่าวอยู่ในฐานทัพของเราหลายปีแล้วก็คอยส่งข่าวเื่ของฐานทัพเราที่ออกไปทำภารกิจให้ทางหัวหน้าของมันรู้ เพราะอย่างงี้ไงครับวันนี้ทางเราถึงได้ทำภารกิจเสร็จกันเร็ว ตัวการจริง ๆ มันไหวตัวทัน”
“...”
“เอ่อ..ทางผู้บังคับบัญชาก็เลยฝากไอ้เคนมาบอกหัวหน้า แต่มันดันมาฝากให้ผมมาบอกหัวหน้าอีกที ให้จัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยด้วยครับ ดูเหมือนว่าจะแก๊งค้ายาพวกนี้จะเป็แก๊งเดียวกันกลับที่เรากำลังตามตัวหัวหน้าของพวกมันอยู่ในตอนนี้ครับ” โอรัวคำพูดจนแทบลืมหายใจ
หืม อย่างงั้นเหรอ กล้ามากนะที่เข้ามาเหยียบถ้ำเสื้ออย่างเขา แล้วอยู่มาตั้งหลายปี มันเป็ใคร! ชักอยากเห็นซะแล้วสิ พ่อจะจับมาทรมานให้สาแก่ใจเลยคอยดู ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างผู้พันนเรศ
“อืม ฉันรู้แล้ว วันนี้นายไปพักก่อนเถอะ ส่วนเื่นี้เอาไว้ค่อยคุยกัน” ชายหนุ่มสั่ง
“รับทราบครับ” แล้วปลายสายก็ตัดไป นเรศวางโทรศัพท์ลงก่อนจะเดินมานั่งลงบนโซฟาหนาเอนหลังพิงกับพนักโซฟาอีกครั้งเปลือกตาของเขาปิดลงเพื่อใช้ความคิด
ในฐานะผู้พันอย่างเขาจะนิ่งนอนใจไม่ได้ เมื่อเหยื่อกล้าบุกเข้ามาหาถึงที่ คนอย่างเขาต้องลงไปเล่นบทผู้ร้ายจับโจรกันสักหน่อยบทคนดีคงจะไม่เหมาะกับเขาสักเท่าไหร่ บทร้าย ๆ นี่แหละของชอบของถนัดเขาล่ะ
ร่างสูงแสยะยิ้มร้าย มีเื่สนุก ๆ ให้เขาทำอีกแล้วสิ ก็ดี่นี้เขายิ่งเบื่ออยู่ด้วย จะเล่นด้วยหน่อยก็แล้วกัน ผู้พันหนุ่มพักสายตาไปได้พักใหญ่ ก่อนจะตื่นขึ้นมาใน่ดึกนเรศลุกเดินไปอาบน้ำชำระร่างกายต่อ ก่อนจะเข้านอนในเวลาต่อมา
เช้าวันรุ่งขึ้น
นเรศอยู่ในชุดเครื่องแบบสบายตาและสวมใส่ชุดของทหารยศน้อย เล่นเอาลูกน้องทั้งสามของเขาทำหน้าเหวอกันเป็แทบ ๆ นี่หัวหน้าของเขากำลังเล่นอะไรพิเรนทร์อยู่น่ะ
“หัวหน้าครับ นี่คุณกำลังเล่นอะไรอยู่ครับ” อินเอ่ยถามออกมาพร้อมกลับชี้มือมาที่ชุดของผู้พันหนุ่ม
“นั่นนะสิครับ” เคนยกมือขึ้นเกาหัวของตัวเองมองไปที่หัวหน้าของเขา
“หัวหน้ากินตีนเป็ดทอดไหมครับ ผมเพิ่งได้จากป้าแม่ครัวมาเมื่อกี้อร่อยมากเลยนะครับ ลองชิมไหม” โอยื่นตีนเป็ดทอดในถุงให้กับนเรศ แต่แล้วก็ต้องแปก เมื่อเขาโดนจ้องเขม็งเลยคิดว่าตัวเองต้องเอ่ยอะไรผิดออกไปแน่ ๆ ทำไมหัวหน้าของเขามองเขาอย่างกับจะกินเืกินเนื้อเขาขนาดนั้นล่ะ
“เอ่อ มีอะไรกับหน้าผมหรือเปล่าครับ” โอยกมือขึ้นจับใบหน้าของตัวเอง
“เป็ดในมือนาย” นเรศเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดันยกนิ้วชี้มือไปยังถุงเป็ดในมือของลูกน้อง
เมื่อโอคิดได้ดังนั้นก็ถึงบางอ้อ ว่าหัวหน้าของเขาอาจเข้าใจผิด จึงรีบอธิบาย
“อะ เอ่อ หัวหน้าครับเป็ดนี่ไม่ได้เป็อย่างที่หัวหน้าเข้าใจนะครับ เอ่อ อันนี้แม่ครัวซื้อมาจากตลาดครับ” หัวหน้าของเขาต้องคิดว่าตีนเป็ดทอดที่เขากำลังกินอยู่นั้นเป็เป็ดที่เลี้ยงเอาไว้ดูเล่นของเขาอยู่แน่ ๆ
หึย! ใครจะไปกล้ากินเป็ดของหัวหน้ากัน แค่คิดว่าต้องโดนผู้พันนเรศทำโทษ เขาก็แทบเข่าทรุดขนลุกขนพองไปหมดแล้ว เื่ทำโทษไว้ใจหัวหน้าเขาได้เลยโหดสมคำล่ำลือ อย่าได้หือได้อือกับเขาเด็ดขาดยอมได้ให้ยอม โอครุ่นคิด
“แล้วไป ถ้านั่นเป็เป็ดฉันล่ะก็ ฉันคงจะตัดมือนายและหั่นมันเป็ชิ้น ๆ ให้เป็ดตัวอื่นมันกินซะเดี๋ยวนั้น” นเรศเอ่ย
หึย! นั่นไงเขาคิดผิดซะที่ไหน โอเลยส่งยิ้มแห้งกลับไปให้นเรศห้วหน้าของตน
ต่อไปจะไม่กินเป็ดอีกแล้วครับ โอคิดในใจ
“วันนี้ฉันจะลงไปอยู่ในหน่วยกับเด็กใหม่ เพราะงั้นพวกนายทำหน้าที่ฝึกทหารใหม่และเก่าไม่ต้องสนใจสถานะของฉัน
ทำตามกฎระเบียบของทางหน่วยเหมือนเดิมให้คิดซะว่าฉันเป็เพียงทหารธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับเลือกเข้ามาฝึกเหมือนกับคนอื่น ๆ เพราะงั้นกรุณาทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด จนกว่าฉันจะเจอตัวเหยื่อเข้าใจ๊” ผู้พันหนุ่มออกคำสั่ง
“หา! นี่หัวหน้าจะปลอมตัวลงไปอยู่กับพวกผมเหรอครับ” เคนชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“เออ ทำไม ฉันลงไปเล่นกับพวกนายไม่ได้หรือไง อีกอย่างฉันก็เข้าไปในฐานะทหารใหม่ พวกนายก็ทำหน้าที่ของตัวเองไปสิ คิดซะว่าฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น”
“คุณจะเล่นบทล่อเหยื่อออกจากถ้ำเหรอครับ” อินเอ่ยขึ้น
นั่นแหละแผนเขาล่ะ เข้าไปตีสนิทกับเหล่าทหารยศน้อยภายในหน่วยยังไงมันต้องมีสักคนแหละที่เผยใต๋ออกมาให้เขารู้ว่ามันผู้นั้นเป็ใคร แถมตัวตนของเขาก็ไม่เคยมีใครเห็นหน้าคราตามาก่อนอยู่แล้ว เพราะงั้นสบายมากที่เขาจะใช้ใบหน้าจริง ๆ ของตัวเองออกไปเล่นและมันง่ายต่อการปฏิบัติหน้าที่
เราคงต้องเจอกันสักหน่อยแล้วล่ะ
“ใช่ เพราะงั้นพวกนายก็ให้ความร่วมมือด้วย ทำตัวปกติไม่ต้องเกรงใจฉัน ทำหน้าที่ของพวกนายไป หากไม่มีภารกิจจำเป็น่ะนะ”
“แต่ว่า...หัวหน้าครับมันแบบว่า...เอ่อพวกผมจะเกร็งเอาได้นะครับ ถ้าหัวหน้าลงไปดูด้วยตัวเองแบบนี้” โองอแงเพราะเขานั้นชอบแอบให้ท้ายทหารใหม่ในหน่วยวิ่งเล่น เตะบอลบ้างล่ะ เล่นตรมใจ จะได้ไม่เคร่งเครียดกับการฝึก และไม่ได้ฝึกอย่างจริงจังมากนัก หากหัวหน้าลงไปดูแบบนี้ งานนี้เกรงว่าเขาคงต้องฝึกพวกเด็ก ๆ จริงจังซะแล้วสิ
“ทำไม นายแอบอู้หรือไง”
“เอ่อ ปะ เปล่าครับ” วุ้ย! รู้ทันไปอีก!
“อย่าให้ฉันรู้นะว่านายแอบอู้ ไม่อย่างงั้นฉันจะทำโทษพวกนายวิ่งรอบสนามคนละร้อยรอบ” ผู้พันหนุ่มยกมือเท้าใส่เอวเอ่ยขึ้น เล่นเอาเหล่าลูกน้องทั้งสามอกสั่นขวัญผวาไปตาม ๆ กัน เพราะวันก่อนก็เพิ่งจะโดนทำโทษให้ยกก้อนอิฐไปเกือบสองชั่วโมงเล่นเอาพวกเขาเกือบตาย
ควรจะดีใจหรือเสียใจดีวะที่หัวหน้าของพวกเขาลงสนามเองนี่ เคนคิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เื่นี้คงต้องให้หัวหน้าเขาเป็คนจัดการ เราต้องหาตัวคนที่ปลอมตัวเข้ามาให้เร็วที่สุด
“เอาล่ะ ทำตามนี้ก็แล้วกันพวกนายออกไปได้ล่ะ”
“คร้าบ ๆ” อิน เคน โอ ยกมือตะเบ็งขึ้นระหว่างคิ้วในท่าเคารพก่อนจะเดินออกจากห้องไป ส่วนนเรศนั้นเดินกลับไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองบนโต๊ะขึ้นมาใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเช่นเดียวกัน
เขาต้องไปยังกองฝึกทหารใหม่ของอินเพื่อเข้ารับการฝึกและทำความรู้จักกับสมาชิกใหม่สักหน่อย
งานนี้ไม่รู้จะมีทหารรุ่นเก่าคุมถิ่นทำตัวอวดเก่งอยู่หรือเปล่า หากมีเขาจะได้จัดการคิดรวบยอดบัญชีทีเดียว
แค่คิดผู้พันหนุ่มก็รู้สึกเืร้อนขึ้นมาทันที เพราะนเรศเองก็เพิ่งอายุเพียงยี่สิบแปดต้น ๆ เท่านั้นเอง เขายังหนุ่มยังแน่นมีแรงฟิตเปี๊ยะ ได้เวลายืดเส้นยืดสายกันสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน มุมปากของนเรศยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องไปต่อยเตะเป็เด็กฝึกในค่ายอีกครั้ง
หึหึ!