ไป๋ชิงซินกับอีกสองหนุ่มเดินทางลงจากหุบเขามรณะมาถึงเชิงเขาสิ่งแวดล้อมเริ่มเปลี่ยนเป็ป่าโปร่ง มีเนินเขาเตี้ย ๆ สลับกับที่ราบ
เซียวหลิงเทียนทำลายความเงียบด้วยคำถาม“จากเบาะแสที่ชีโหยวให้มา ท่านทั้งสองคิดว่าคัมภีร์มหายุทธควรอยู่สถานที่ใดระหว่างเทือกเขาเทียนซานกับอัลไต”
คุณหนูไป๋กล่าวตอบ“การจะไปเทือกเขาทั้งสองแห่งนั้น ล้วนต้องผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ คือ ทะเลทรายทาคลามากันหาก้าไปเทียนซาน และทะเลทรายโกบี ถ้าจะไปอัลไต และก่อนหน้านั้นเรายังต้องผ่านทะเลสาบชิงไห่ไปด้วยคงต้องอาศัยถามจากชาวบ้านในท้องถิ่นนั้นดู”
จื่อหานกล่าวบ้าง“ กว่าจะถึงทะเลสาบชิงไห่ ก็คงอีกหลายวัน อาจจะต้องแวะพักที่เมืองอวี่จงเสียก่อน”
ยังสนทนากันมิทันไรท้องฟ้าพลันแปรเปลี่ยนเป็มืดครื้ม มีลมพายุรุนแรงจนต้นไม้โอนเอน ใบไม้แห้งปลิวว่อนฝุ่นทรายพัดคลุ้งจนมองอะไรไม่ถนัด
ทันใดก็มีเสียงหัวเราะของหญิงลึกลับพร้อมกระบี่ควันดำพุ่งเข้าใส่คนทั้งสาม เซียวหลิงเทียนที่เดินนำหน้าใช้ดาบปัดป้องไว้ได้แล้วก็มีฝูงค้างคาวตัวใหญ่บินเข้าจู่โจมไป๋ชิงซินที่เดินตรงกลาง แต่จื่อหานะโเข้าขวางไว้จนโดนค้างคาวตัวหนึ่งกัดเข้าที่คอพิษร้ายแผ่ซ่านเข้ากระแสเือย่างรวดเร็วจนเขาทรุดลงกับพื้นสลบไป
ไป๋ชิงซินในักจึงใช้ดรรชนีจันทร์เยือกแข็งชี้นิ้วใส่นางมารแต่กลับถูกโต้ตอบด้วยไอหมอกควันพิษเร่าร้อน สลายความเย็นของพลังหิมะลงได้
นางปีศาจที่มารุกรานสวมหน้ากากสีเงินสวมชุดดำ มีผ้าโปร่งบางสีดำคลุมไหล่อีกชั้น ดูคล้ายค้างคาว
“เ้า้าอะไรใครใช้เ้ามา” ชิงซินะโถาม
“ฮ่าฮ่าเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ ข้าบอกแต่เพียงว่าอีกสามวันเพื่อนชายของเ้าจะตายด้วยพิษค้างคาวของข้าแน่นอน ไปหละ”
นางมารกล่าวจบก็หายตัวไปพร้อมกลุ่มควันดำ
แม่นางไป๋ก้มลงประคองร่างเฟิงจื่อหานหลิงเทียนก็ตรวจดูาแที่ค้างคาวกัดแล้วกล่าว
“ท่านดูแลเขาไว้นะข้าจะไปหายามารักษาเขา”
“พี่จะไปหาที่ไหนล่ะ”
“ยังไม่รู้คงตามป่าเขาแถวนี้ ข้าชำนาญในการหายาสมุนไพรมาแต่น้อย คงพอหาได้หรอก อย่าห่วงเลย”
“รีบไปรีบกลับนะท่านพี่”คุณหนูไป๋มองด้วยสายตาห่วงใย
หลิงเทียนพยักหน้าแล้วเดินเข้าป่าไป
ณสำนักพิทักษ์ธรรม
หลี่เจียเป่ากำลังฝึกซ้อมเพลงกระบี่พร้อมกับเหล่าศิษย์ของสำนักนับร้อยคนกลางลานกว้าง
ฉับพลันนั้น ท้องฟ้าก็มืดมัวหม่นพร้อมกับฟ้าร้องฟ้าแลบแปลบปลาบ ตามด้วยเสียงดนตรีโหยหวนชวนขนลุกดังมาจากเบื้องบนนภากาศ
เป็ธิดาจอมมารม่อซั้งซั่งกับเหล่าสมุน ยกขบวนแห่โลงศพมาอย่างเอิกเกริกเช่นเคยแต่คราวนี้เพิ่มเติมด้วยฝูงอีกาปากเหล็กบินเข้าจิกตีบรรดาผู้ฝึกเพลงยุทธอย่างบ้าคลั่งจนกลุ่มคนเ่าั้ล้มลงร้องครวญครางโอดโอยด้วยความเ็ปบางคนก็โดนจิกลูกตาออกมา บางคนก็ถูกจิกที่ท้องควักไส้ออกมากอง บ้างก็โดนจิกกระหม่อมอีกากินมันสมองคนสด ๆ เป็ภาพอันน่าสยดสยองยิ่งนัก
ส่วนโลงศพใบใหญ่นั้นพุ่งเข้าไปยังห้องโถงของสำนักเสียงโครมดังสนั่น
“ผู้ใดคือหลี่เจียเป่าจงสำแดงตัวมา” นางมารน้อยร้องลั่น
“ข้านี่แหละ”เจียเป่ายืนจังก้าอย่างไม่เกรงกลัวมารร้าย
ซั่งเอ๋อหัวเราะในลำคอ
“เ้านี่เองหรือลูกชายเ้าเมืองกัวโจวคราวก่อนเ้ารอดชีวิตไปได้ แต่คราวนี้เ้าไม่รอดแน่”กล่าวแล้วนางก็ปล่อยสายโซ่สีดำไปรัดร่างของคุณชายหลี่แล้วพุ่งไปหอบตัวเขาลอยหายไปในความมืดของท้องฟ้า
ทางฝ่ายเซียวหลิงเทียนดั้นด้นค้นหายาสมุนไพรไปถึงูเาแห่งหนึ่งที่มีป่าปกคลุมรกชัฏ เขาเดินแหวกพงหญ้าแมกไม้ขึ้นไปถึงยอดเขาก็เป็เวลาโพล้เพล้ใกล้ค่ำ
พลันก็มีเสียงขลุ่ยไม้ไผ่ดังแว่วมาจากในป่าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“เ้าเป็ใครมาทำอะไรที่นี่”เสียงสดใสเยือกเย็นร้องถาม
หลิงเทียนหันหลังไปตามเสียงนั้น
เห็นเป็หญิงสาวผมยาวสีดำขลับประดับเรือนผมด้วยมวลบุปผชาติที่ร้อยเป็มงกุฎ ส่วนลำตัวนั้นหามีอาภรณ์ใดปกปิดไม่มีเพียงเกศาอันยาวถึงเอวปกปิดกายบางส่วนไว้ เธอนั่งมาบนหลังเสือดำตัวใหญ่ มันส่งเสียงครางในลำคอ แล้วแยกเขี้ยวยิงฟัน แลบลิ้นสีแดงดูน่ากลัว
“ข้าชื่อหลิงเทียนเดินทางผ่านมากับเพื่อน แล้วพบกับปีศาจสาวตนหนึ่ง มันปล่อยค้างคาวมากัดเพื่อนของข้าาเ็ข้าจึงมาค้นหายาสมุนไพรไปรักษาเขา แม่นางเป็คนแถวนี้หรือ วานท่านบอกที่อยู่ของยาได้ไหม”
“อืม เ้าช่างมีน้ำใจต่อเพื่อนยิ่งนักปีศาจที่เ้าพบเป็หลัวฮว่าหลัน ฉายามืดสนิทดั่งราตรี พิษของค้าวคาวนางร้ายกาจนักแต่ข้ามีเห็ดพันปี ใช้ทำยารักษาได้ โปรดรอสักครู่ ข้าจะนำมาให้เ้า”
“ขอบคุณแม่นาง”
ชั่วอึดใจสาวงามก็นำเห็ดดอกใหญ่มายื่นให้หลิงเทียน
“จงนำไปย่างไฟพอให้หอมแล้วตำให้ละเอียด ผสมน้ำผึ้งเป็ลูกกลอนให้เขากินวันละสามเวลาแบ่งส่วนหนึ่งทาที่แผลด้วย จักหายภายในเจ็ดวัน”
“ข้าซาบซึ้งในพระคุณของนางยิ่งนักมิทราบท่านมีนามว่ากระไร” ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ข้าชื่อว่ามี่มู่ เป็ผีเฝ้าูเานี่แหละ”
“ห้ะ ผะ ผีเหรอ”หลิงเทียนสะดุ้งใ
นางจึงหัวเราะเบาๆ “เดิมทีข้าเป็ลูกสาวของนายพราน ต่อมามีทหารของม่อเทียนหลงผ่านมาเห็น พวกมันคิดจะลวนลามข้าแต่ข้ามิยินยอม จึงวิ่งหนีแล้วตกจากเขาสิ้นชีพลง ด้วยแรงอาฆาตแค้น ทำให้กลายเป็ปีศาจเช่นนี้”
“โอ ที่แท้ท่านมีชีวิตที่น่าเศร้าเช่นนี้ขออภัยที่เอ่ยถาม”
“ช่างเถอะข้าขอมอบขลุ่ยอาถรรพ์นี้ให้เ้าไว้ หากมีเหตุฉุกเฉินร้ายแรงในป่าที่ใดก็จงเป่ามันข้าจะไปช่วยเ้า”
หลิงเทียนรับขลุ่ยไม้ไผ่อันน้อยมาไว้ก่อนจะกล่าว
“ขอบพระคุณท่านอีกครั้งหากยังมีชีวิตอยู่ สักวันข้าจะกลับมาตอบแทนบุญคุณ”
“ตอนนี้ค่ำแล้วเ้าจงพักในป่านี้ก่อน เมื่อตะวันรุ่งค่อยเดินทางกลับไป เดี๋ยวข้าจะหาอาหารมาให้เ้า”มี่มู่กล่าวแล้วเสกกองไฟเตรียมไว้ย่างเนื้อ
ทางฝ่ายเฟิงจื่อหานยังไม่ได้สติ นอนเพ้อด้วยพิษไข้
“ซิงซินข้ารักเ้า...”
คุณหนูไป๋ได้ยินดังนั้นก็สับสนใจนักมิรู้ว่ามันออกมาจากเบื้องลึกในใจของจื่อหาน หรือเป็เพราะอาการป่วยทำให้สมองของเขาเลอะเลือนด้วยตลอดเวลาที่ผ่านมา เขามิเคยแสดงท่าทีว่าชอบพอรักใคร่ต่อนางเลย
สาวงามได้แต่เพียงนำผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้ชายหนุ่มและกุมมือเขาไว้
ระหว่างนั้นนางหลัวฮว่าหลันกลับมาอีก พุ่งกระบี่ควันดำเข้าใส่ไป๋ชิงซิน แต่แม่นางไป๋ชักกระบี่หิมะออกรับได้ทันและใช้ดรรชนีจันทร์เยือกแข็งเสกเข็มหิมะอันเล็กนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่นางมารขณะที่ต้องคอยปกป้องจื่อหานที่ยังนอนสลบไม่รู้สึกตัว
แรงกระแทกของกระบี่ทั้งสองฝ่ายฟาดต้นไม้ที่กีดขวางรอบบริเวณจนเปลือกกระพี้แตกจากลำต้น กระเด็นกระดอนไปทั่ว
“หยุดนะน้องเล็ก”เสียงของชายที่ฟังดูคุ้นเคยร้องลั่นป่า
ไป๋ชิงซินหันไปดูเห็นเป็ชีโหยว เ้าแห่งหุบเขามรณะนั่นเอง
นางปีศาจค้างคาวหันไปมองแล้วกล่าวตอบ
“ท่านอย่ามายุ่งนี่เป็ภารกิจของข้า”
“เ้ายังรับใช้ม่อเทียนหลงอยู่อีกหรือตามข้ากลับไปถ้ำเดี๋ยวนี้”
“ไม่ถ้ายังขืนยุ่งอย่าหาว่าข้าไม่นับถือท่านนะ”
หลัวฮว่าหลันเหวี่ยงกระบี่ควันดำและพ่นไอพิษใส่ศิษย์พี่ชีโหยวแต่เขารับไว้ด้วยของ้าวอันใหญ่ พร้อมเสกมนตราเป็ลมพายุพัดไอหมอกควันพิษให้มลายหายไปสิ้น
นางปีศาจขัดใจนักสั่งฝูงค้าวคาวบินเข้าใส่ชีโหยวและชิงซิน แต่จอมปีศาจหมวกเหล็กเสกนกอินทรีฝูงใหญ่บินโฉบไปจับค้างคาวกินหมดทุกตัวและยังเนรมิตแหสีดำไปคลุมร่างนางศิษย์น้องลงไปนอนดิ้นอยู่กับพื้น
“เ้าจะมาทำร้ายพวกแม่นางไป๋ด้วยเหตุไรจงว่ามา” ชีโหยวคาดคั้นกับน้องสาว
“ข้าเจ็บแค้นที่เห็นท่านพ่ายแพ้ต่อเผ่าฮูลาปาก็เพราะพวกมันเข้ามาสอด เป็การเสื่อมเสียเกียรติของเผ่าเรายิ่งนัก ข้าจึง้าแก้แค้น”
“ระหว่างเผ่าเรากับฮูลาปาทำความเข้าใจ สงบศึกกันแล้ว เ้าจะมาฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่ออะไรกลับไปกับข้าเสียเถิด โชคดีนะแม่นางไป๋”
ชีโหยวกล่าวจบก็นำตัวน้องสาวหายไปกับกลุ่มหมอกควัน
ผ่านไปอีกสองวัน
จื่อหานก็ละเมอลุกนั่งแล้วโอบกอดชิงซินไว้แน่นแม้นางจะดิ้นรนอย่างไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยเป็เวลาเดียวกับที่หลิงเทียนเดินทางกลับมาเห็นพอดี
เขาชะงักต่อภาพตรงหน้าสักครู่แล้วตั้งสติเอ่ยขึ้น
“ข้านำยาสมุนไพรมาแล้ว”
ชิงซินหันมามองก็ใเอ่ยตอบ
“พี่จื่อหานเขาเพ้อด้วยพิษไข้เลยกอดข้าไว้โดยไม่ตั้งใจ เ้ามาช่วยแกะมือเขาออกที”
หนุ่มเซียวเดินไปวางห่อยาลงแล้วจับตัวจื่อหานออกจากตัวแม่นางไป๋ ก่อนจะประคองลงนอนพักใต้ร่มไม้
“ข้าได้เห็ดวิเศษนี้มาจากบนเขาลูกโน้นผีสาวมี่มู่บอกว่าพี่จื่อหานได้กินสักเจ็ดวันก็คงหาย”
“น้องขอขอบใจพี่แทนพี่ใหญ่ด้วยท่านต้องลำบากเหน็ดเหนื่อยมากนัก เชิญพักผ่อนเสียก่อนเถิด ทานข้าวปลามาหรือยังล่ะ”
“ข้ากินมาแล้วเ้าล่ะ”
“น้องทานอะไรไม่ลงหรอกเป็กังวลทั้งตัวท่านและพี่จื่อหาน เห็นท่านกลับมาแล้ว ค่อยคลายความพะวงลงมากโขอยู่”
เซียวหลิงเทียนลงมือปิ้งเห็ดพันปีแล้วตำและบดจนเป็ผงละเอียด ก่อนจะผสมน้ำผึ้งนำไปพอกทาแผลและป้อนให้จื่อหานรับประทาน โดยมีชิงซินช่วยทุกขั้นตอน หล่อนมองหลิงเทียนด้วยความชื่นชมและก็ยังห่วงใยจื่อหาน เฝ้าภาวนาให้เขาฟื้นโดยเร็ว
ในที่สุด จื่อหานก็ลืมตาขึ้นเขาหันไปมองชิงซินและหลิงเทียนที่นั่งเฝ้าดูอยู่
“ข้าเป็อะไรไปหรือ”
“ท่านถูกค้างคาวกัดจึงสลบไปด้วยพิษของมัน โชคดีที่พี่อาหนิวหายามารักษาท่านได้ทันท่วงที”
จื่อหานได้ฟังก็เงยหน้าไปมองอาหนิว
“ขอบใจเ้ามากนะครานี้ข้าเป็หนี้ชีวิตเ้า”
“หามิได้ท่านอย่าคิดมากเลย พวกเราเป็เหมือนดังพี่น้อง ท่านรู้สึกตัวก็ดีแล้ว พักผ่อนอีกสักสองสามวันก็น่าจะเดินทางต่อได้แล้ว เดี๋ยวข้าไปหุงหาอาหารก่อนนะ เราจะได้มากินด้วยกัน”
ไป๋ชิงซินมองตามหลิงเทียนแล้วหันกลับมาคุยกับจื่อหาน
“นอกจากพี่อาหนิวแล้วก็ยังมีชีโหยว ที่มาช่วยชีวิตของเราไว้จากนางมารหลัวฮว่าหลันเ้าของค้าวคาวปีศาจนั่น มันย้อนกลับมาระหว่างพี่อาหนิว ไปหาตัวยา มิเช่นนั้นข้ากับท่านคงกลายเป็ศพเฝ้าป่านี้ไปแล้วมันร้ายกาจมาก เป็สมุนอีกตนของม่อเทียนหลงด้วย”
“ข้าแปลกใจอยู่ประการหนึ่ง”จื่อหานนึกอะไรออก
“กระไรหรือ”
“เมื่อคราวประมือกับนางมารม่อซั้งซั่งที่เผ่าฮูลาปาเหตุไรจึงมีพลังลึกลับในตัวข้าและเ้า พุ่งออกไปปะทะกับมันได้ แต่ครานี้ข้าเองกลับถูกพิษค้างคาวเล่นงานเกือบตาย ไยไม่ปรากฏพลังดังว่าออกมาเล่า”
“อืมข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” ชิงซินตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ณตำหนักมารของม่อเทียนหลง
จอมมารนั่งสั่งการอยู่บนบัลลังก์กลางห้องโถงใหญ่
“ซั่งเอ๋อเ้าไปทำลายสำนักที่ต่อต้านข้าได้หมดหรือยัง”
“ลูกไปถล่มสำนักพิทักษ์ธรรมจนไม่เหลือซากแล้วเ้าค่ะแถมยังจับตัวเ้าสำนักของมันมาให้ท่านพ่อไว้ใช้งานอีก”ธิดามารกล่าวแล้วหันไปปรบมือ
ลูกสมุนก็นำตัวหลี่เจียเป่าเข้ามาแต่ครานี้เขามีสีหน้าเปลี่ยนไป กลายเป็ซีดเผือดไร้ชีวิตชีวา สวมใส่อาภรณ์สีดำก้าวเข้ามาคำนับจอมอสูร
“ข้าน้อยคารวะท่านจอมมาร”
“อืม ดีมาก ขอให้ตั้งใจรับใช้ข้าให้ดีๆ “
“ต่อแต่นี้เขาจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็ ฟู่โฉว เพื่อล้างแค้นพวกเทพเซียนค่ะ”
จอมปีศาจได้ฟังก็หัวเราะร่าด้วยความพอใจก่อนจะกล่าว
“แห่งต่อไปที่เ้าต้องไปถล่มคือสำนักัฟ้า”
“รับด้วยเกล้า”ซั่งเอ๋อและฟู่โฉว กล่าวพร้อมกัน
เวลาผ่านไปจนครบเจ็ดวันของการรักษา
เฟิงจื่อหานหายป่วยเป็ปกติดีแล้ว
“ข้าขอบใจเ้ามากนะอาหนิวข้ารอดตายเพราะเ้า”
“ไม่เป็ไรมิได้ข้าพอใจทำดีเพื่อทุกคน”
“ในเมื่อพี่ใหญ่หายดีแล้วพวกเราออกเดินทางกันต่อเถิด” ไป๋ชิงซินเสนอ
“ตกลงไปกันเถอะ” จื่อหานเห็นด้วย
พวกเขาเดินเท้าไปถึงหุบเขาอันแห้งแล้งแห่งหนึ่งมีหน้าผาสูงชันทั้งสองข้าง เหลือทางเดินตรงกลางอันคับแคบและคดโค้งไปตามทิวเขาจะหาต้นไม้ใบหญ้าสักใบก็แสนยาก ราวกับเป็เมืองร้างของปีศาจ
เดินกันไปครึ่งค่อนวันก็ยังหาทางออกจากหุบเขานั้นไม่ได้
“ทำไมข้ารู้สึกว่ามันวนกลับมาที่เดิมล่ะ”คุณหนูไป๋เอ่ย
“เ้าคิดไปเองหรือเปล่ามันน่าจะมีทางออกอยู่นะ” จื่อหานพูด
“หรือเราจะติดอยู่ในเขาวงกตเสียแล้ว”หลิงเทียนกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นก็แย่ละสิหาแหล่งน้ำ ต้นไม้ใบบังอะไรก็ไม่มี จะทำอย่างไรดีนะ” ชิงซินเริ่มใจเสียจากปกติที่จิตใจเยือกเย็นดุจหิมะ
อาหนิวนึกขึ้นได้ว่ามี่มู่มอบขลุ่ยอาถรรพ์ไว้ให้จึงหยิบขึ้นมาเป่า
เสียงขลุ่ยแหลมเล็กดังหวีดแว่วไปกระทบหน้าผาสองฝั่งสะท้อนไปมาฟังดูขรึมขลังวังเวงน่าขนลุก ไม่นานผีสาวแห่งขุนเขาก็ปรากฏกายขึ้น
“เ้าเรียกข้ามามีอะไรให้ช่วยหรือ”
“ช่วยพาพวกเราออกไปจากเขาวงกตนี้ทีสิ”
“ได้สิ พวกเ้าถูกผีบังตาจึงมองไม่เห็นทางออก ข้าจะนำทางไปเอง ตามข้ามา”มี่มู่กล่าวแล้วก็ขี่เสือดำนำหน้าพาไปออกสู่ทางเดินที่เปิดโล่ง
“ถึงแล้วเ้าเดินต่อไปทางนั้น จะไปถึงทะเลสาบชิงไห่...” มี่มู่กล่าวแล้วหันมาพูดกับจื่อหานพร้อมนกสีส้มตัวหนึ่งในมือนาง
“และนี่วิหคปีศาจ เป็นกผีที่ข้าฝึกไว้
ขอมอบให้เ้าไว้ใช้เผื่อสืบหาข่าวหรือนำทางเวลาเดินหลง
ขอให้โชคดีข้าไปละ” นางกล่าวแล้วก็หายตัวไป
“อ้าวยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย ไปซะแล้ว” ไป๋ชิงซินกล่าว
“นางเป็ผีที่ชอบสันโดษน่ะ”หลิงเทียนพูดปนหัวเราะ
“แล้วเ้าไปรู้จักนางได้อย่างไรรูปร่างหน้าตาสะสวยเสียด้วย” ชิงซินถาม
อาหนิวจึงเล่าเื่ทั้งหมดให้ฟัง
“อ๋อน่าสงสารนางนะ” จื่อหานออกความเห็น
“ข้าว่านะ บางทีมนุษย์ก็ใจร้ายยิ่งกว่าผีเสียอีกว่าไหม” หลิงเทียนกล่าว
หิมะเริ่มตกลงมาแล้วลมหนาวพัดพาความเย็นะเืจับใจ
ทั้งสามเดินมุ่งหน้าไปทางเหนือมองเห็นทิวเขาคุนหลุนอยู่เบื้องหน้าไกลลิบ
ปณิธานความปรารถนา คัมภีร์มหายุทธ์ ล้วนรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า
จบตอนที่ 4 โปรดติดตามตอนที่5 นักดาบคลั่งในคุกน้ำแข็ง
(แต่งจบตอนที่4 วันที่ 17 พ.ค. 68 )