หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 ตอน ท่องเที่ยวด้วยกัน 7

            อวิ๋นจื่อรู้สึกซาบซึ้งกับตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวนางจึงไม่ได้สนใจเย่เช่อมากนัก

            เย่เช่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วกล่าวว่า“ข้าจะเขียนเพิ่มอีกสักประโยค”

            อวิ๋นจื่อมองเขาจรดพู่กันลงบนกระดาษข้าวนางอยากเห็นสิ่งที่เขาเขียน

            “คู่เดียวชั่วชีวิตสามชาติสามภพไม่แยกจาก”

            อวิ๋นจื่อมองไปยังตัวอักษรที่ดูหนักแน่นอย่างมีความสุขและกล่าวว่า“คุณชายช่างมีพรสวรรค์ด้านบทกวีจริงๆ”

            เย่เช่อมองนางด้วยความรักใคร่“พอได้พบเจ้า จู่ๆ ข้าก็ไม่อยากกลับไปชายแดน ปี้เหยียนเจ้ากลับไปที่เมืองอวิ๋นเมิ่งกับข้าได้หรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อกะพริบตา นางรู้สึกตกใจเล็กน้อยและกล่าวว่า“คุณชายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ เหตุใดถึงไม่อยากกลับไปที่กองทัพล่ะ?”

            นางกล่าวอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาคิดเลย

            หลังจากกล่าวจบนางก็รู้สึกกังวลมาก คำพูดนี้จะทำให้เขาระแวงหรือไม่?

            เย่เช่อไม่ได้สนใจมากนัก เขายิ้มเศร้าๆและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าไปอยู่กับข้าที่ชายแดนที่นั่นลำบากนัก”

            กระแสความอบอุ่นวาบขึ้นในใจของอวิ๋นจื่อแต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรความขมขื่นเล็กน้อยก็ผุดขึ้นมา คนที่ทำให้นางตกหลุมรักก็มีใจให้นางเช่นกัน นางเข้าใจความรักของเขาเขาเข้าใจความอ่อนโยนของนาง คนแบบนี้น่าจะอยู่กับนางได้อย่างตลอดรอดฝั่งอีกทั้งยังเป็นคนที่หาได้ยากยิ่ง

            ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เรื่องราวระหว่างนางและเขาเป็นไปไม่ได้?

            ตอนที่นางออกจากตำหนักเหวินฮวา?

            ตอนที่เสด็จพ่อนอนจมกองเลือด?

            ตอนที่นางกลายเป็นคณิกาในหอจุ้ยฮวน?

            ตอนที่เย่เซียงขึ้นครองบัลลังก์เป็นฮ่องเต้?

            หรือตอนที่โจวยี่จะลอบสังหารนาง?

            บางทีนางก็รู้สึกเจ็บปวดเคียดแค้น

            บางทีนางก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

            แม้เวลาจะผ่านไปเพียงครึ่งปีแต่กลับดูเหมือนผ่านไปหลายสิบปีแล้ว จากองค์หญิงแห่งตำหนักเหวินฮวานางถูกลดชั้นให้เป็นคณิกาในหอคณิกาเลื่องชื่อได้ลิ้มรสความยากลำบากที่แตกต่างจากชีวิตในวังและแม้แต่ความสุขเพียงเล็กน้อยก็หาได้ยากเหลือเกินหลังจากประสบกับความสูญเสียอีกครั้งหรือหลังจากไม่มีจินเหนียง ความเหงาในใจของนางก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้อวิ๋นจื่อก็ปวดใจจนอยากจะร้องไห้อีกครั้ง

            เย่เช่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของหญิงสาวเขาจึงวางพู่กันลงแล้วรั้งตัวนางมากอดไว้แน่น

            ลมหายใจอุ่นๆ ของเย่เช่อพัดพาเงามืดในใจของนางให้หายไป

            นางไม่อยากคิดอะไรทั้งนั้น

            แสงแดดยามบ่ายส่องเข้ามาทางหน้าต่างแดดอ่อนๆ ส่องกระทบกับสองร่างที่กำลังคลอเคลียกัน

            ช่วงเวลานี้ช่างวิเศษจริงๆนางได้แต่ภาวนาให้มันเป็นเช่นนี้ตลอดไป

            อย่าคิดเรื่องอื่น

            ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว

            หลังจากนั้นไม่นานอวิ๋นจื่อก็ผลักเขาเบาๆและกล่าวว่า “คุณชาย ข้าต้องกลับแล้ว”

            เย่เช่อพยักหน้า

            อวิ๋นจื่อมองเขาอย่างจริงจังและกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า“ขอบคุณคุณชายที่พาข้ามายังสถานที่ที่งดงามเช่นนี้ ปี้เหยียนมีความสุขมาก”

            เย่เช่อมองนางอย่างลึกซึ้ง“เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เจ้าไม่มีความสุข”

            “ไม่เลย”อวิ๋นจื่อรีบปฏิเสธ “ข้ามีความสุขมากที่ได้อยู่กับคุณชาย แต่ถ้าข้าไม่กลับไปป้าอวิ๋นจะเป็นห่วงเอาได้”

            เย่เช่อทำตามคำพูดของนางและสั่งให้คนเตรียมรถม้า

            หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็นั่งอยู่ในรถม้าแล้ว

            อวิ๋นจื่อรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อยจึงเอนศีรษะพิงรถม้าหลังจากนั้นครู่หนึ่งนางก็หลับไป

            เมื่อมองไปยังใบหน้างดงามที่กำลังหลับใหลอย่างสงบสุขเย่เช่อก็รู้สึกว่าเหตุใดเขาถึงไม่เจอนางให้เร็วกว่านี้

            เมื่ออวิ๋นจื่อตื่นขึ้นนางก็ได้ยินเสียงฝนตก

            ฝนตกหรือ?

            นางเงยหน้าขึ้นและพบกับดวงตาคมชัดของเย่เช่อที่มองนางอยู่ก่อนแล้ว

            “เจ้าตื่นแล้วหรือ?” เสียงของเย่เช่อนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ

            อวิ๋นจื่อยิ้มบางๆแต่ไม่ตอบ นางปรับเปลี่ยนท่าทางเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองนั่งสบายขึ้นก่อนจะกล่าวว่า 

            “ข้างนอกฝนตกหรือไม่?”

            แม้ว่าไม่รู้จะคุยอะไรกันแต่ทั้งคู่ต่างชื่นชอบบรรยากาศเช่นนี้

            ภายในรถม้าแตกต่างจากข้างนอกที่มีสายฝนโปรยปรายมันอบอุ่นและสบายกว่า เย่เช่อรินชาให้นางอย่างระมัดระวังและกล่าวว่า “ดื่มชาร้อนๆเสียหน่อย อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว”

            อวิ๋นจื่อรับชาด้วยรอยยิ้มนางมองเย่เช่อด้วยดวงตาที่ร้อนผ่าวและถามเสียงต่ำว่า “ท่านรินชาให้คนอื่นบ่อยหรือ? ทักษะการรินชาของท่านดียิ่งกว่าหงจินเสียอีก”

            เย่เช่อไม่ตอบแต่ถามกลับว่า“หงจินคือใคร?”

            อวิ๋นจื่อกล่าวว่า“นางเป็นสาวใช้ในศาลาฉีอวิ๋น ท่านเคยเห็นนางแล้ว”

            เย่เช่อพยักหน้า “ข้ารู้เจ้าพึงพอใจเหยาหวงกับเว่ยจื่อหรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อกล่าวว่า“ข้าไม่ได้เรียกใช้พวกนางมานานแล้ว ข้าคิดว่าพวกนางกลับไปแล้วเสียอีก”

            ทั้งสองพูดคุยกันไปตลอดทางและก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัว รถม้าก็มาถึงเมืองหยงโจวแล้ว อวิ๋นจื่อรู้สึกได้ว่าสภาพถนนดีขึ้นนางเปิดม่านอย่างกล้าหาญและมองออกไปข้างนอก เนื่องจากฝนตกจึงมีคนเดินถนนไม่มากนักดูเหมือนฝนจะตกหนักจึงมีฝนสาดเข้ามาบ้าง อวิ๋นจื่อจึงรีบลดม่านลง

            นางกล่าวอย่างไม่พอใจเล็กน้อย“ดูเหมือนฝนจะตกหนัก”

            เย่เช่อกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวลไม่นานก็ถึงแล้ว”

            ทันใดนั้นเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น

            อวิ๋นจื่อกลัวฟ้าร้องมากที่สุดนางส่งเสียงกรีดร้องออกมาและโผกอดเย่เช่อโดยไม่รู้ตัว

            เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของหญิงสาวเย่เช่อก็รู้สึกสงสาร เขากอดนางไว้และปลอบโยนนางอย่างนุ่มนวล

            ในที่สุดเสียงฟ้าร้องก็เงียบลง

            อวิ๋นจื่อรู้สึกมึนงงเล็กน้อย

            นางกำลังทำอะไร?

            นางกำลังพึ่งพาเขาเหมือนที่เคยพึ่งพาจินเหนียง

            นางผงะเล็กน้อยและใช้เวลาสักพักกว่าจะได้สติทันใดนั้นนางก็ตระหนักว่าตนเองกำลังกอดชายหนุ่มอย่างแนบแน่น นางรู้สึกลนลานทันทีดวงตานางหลุบลง “ข้า..ข้า…ขออภัยและขอบคุณท่านมาก”

            เย่เช่อยิ้มอย่างนุ่มนวล“ไม่เป็นไร”

            บรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มดีขึ้นจนเมื่อรถม้ามาถึงหอจุ้ยฮวนอวิ๋นจื่อก็ยังไม่รู้ตัว

            “ถึงแล้วหรือ?” นางกล่าว “ข้าคิดว่ารถม้าจะแล่นช้าลงเมื่อฝนตกแต่ข้าไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้”

            เมื่อเย่เช่อส่งอวิ๋นจื่อเข้าไปในหอจุ้ยฮวนและบอกลานางเรียบร้อยแล้วเขาก็กลับเข้าไปในรถม้า บ่าวรับใช้ที่ทำหน้าที่ขับรถม้าเอ่ยถามว่า“คุณชายจะไปที่จวนตระกูลซูหรือไม่ขอรับ?”

            เย่เช่อตอบอย่างเย็นชาว่า“ไม่ ไปที่จวนตระกูลมู่”

            ทันทีที่อวิ๋นจื่อกลับมาถึงนางก็เรียกหาเหยาหวงและเว่ยจื่อทันที

            สาวงามทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้านางนี่ทำให้อวิ๋นจื่อรู้สึกละอายใจเล็กน้อย เพราะทั้งคู่งดงามกว่าชิงเกอที่ตายไปแล้วเสียอีกไม่รู้ว่าเย่เช่อคิดอย่างไรถึงส่งพวกนางมาที่นี่

            เมื่อเผชิญหน้ากับหญิงงามสองคนที่เป็นวรยุทธ์เช่นนี้อวิ๋นจื่อก็ไม่ค่อยมีความสุขนัก

            ท้ายที่สุดทั้งสองล้วนเป็นคนของเย่เช่อ

            ทั้งยังเป็นหญิงสาวหน้าตางดงาม

            เนื่องจากตัวนางเองมีใจให้เย่เช่อนางจึงไม่อยากให้คนอื่นมีเจตนาเดียวกับนาง

            หญิงงามทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้าแต่อวิ๋นจื่อกลับไม่กล่าวอะไรออกไปแม้ครึ่งคำ

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน