บทที่ 37 อุบัติเหตุรถยนต์ระเบิด
“งั้นก็ขอบคุณมากค่ะ”
ทั้งสองเดินลงบันไดไปยังลานจอดรถด้วยกัน แต่เพิ่งจะเข้าไปในลานจอดรถ จู่ ๆ รถเบนซ์สีดำคันหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้ ๆ ก็ระเบิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ฟู่ซือเหยียนรีบยกมือผลักหลีเกอให้ล้มลงกับพื้น
เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวบาง ๆ เศษชิ้นส่วนรถกระเด็นไปทั่วและมีชิ้นส่วนรถชิ้นหนึ่งกระแทกเข้าที่แขนของเขาทำให้เลือดไหลไม่หยุด ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เขาร้องโอดโอยออกมา
หลีเกอสัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่น ๆ และพบว่าฟู่ซือเหยียนได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงทันที “ท่านประธานฟู่”
“ผมไม่เป็นไร” ฟู่ซือเหยียนดึงเธอขึ้นมาแล้วมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
หลีเกอส่ายหน้าไปมา
รถเบนซ์คันนั้นแค่ระเบิด แต่ไม่ได้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปยังบริเวณโดยรอบ แต่อย่างไรก็ตามเสียงระเบิดที่ดังสนั่นก็ยังดึงดูดความสนใจของพนักงานเสิร์ฟให้เข้ามาดูสถานการณ์
ฟู่ซือเหยียนอธิบายสถานการณ์ให้พนักงานเสิร์ฟฟัง
พนักงานบอกว่าจะรีบนำผลการสอบสวนมาให้ฟู่ซือเหยียนโดยเร็วที่สุด แต่เนื่องจากที่นี่ไม่มีกล่องปฐมพยาบาล จึงสามารถทำได้เพียงแค่พันแผลให้เขาอย่างง่าย ๆ และส่งรถพิเศษไปส่งเขากับหลีเกอที่โรงพยาบาล
หานจินหยางเดินออกมาจากหลังเสา มองไปที่กลุ่มคนที่กำลังพูดคุยกันในลานจอดรถ จากนั้นก็หันไปมองรถที่ระเบิดด้วยริมฝีปากที่เม้มแน่นและสีหน้าบึ้งตึง
“นายท่าน” จงเฟิงก็เดินออกมาจากที่มืด
“ถ้าฉันพาเธอขึ้นรถ นายคิดว่าจุดจบของเธอจะเหมือนกับรถคันนี้ไหม?” หานจินหยางเอามือพิงเสาจ้องมองรถที่ระเบิดเป็นชิ้น ๆ
ทันใดนั้น เขาก็ทุบกำปั้นลงบนเสาอย่างแรง และพูดออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว “เขากล้าแตะต้องคนของฉัน! เขากล้าดียังไง!”
“นายท่านไม่ต้องกังวลหรอกครับ คุณชายโคลเบิร์ตไม่รู้เรื่องพวกนั้น เขาแค่คิดว่าสถานการณ์แบบนี้เหมาะกับการฆ่าคน เป้าหมายคือคุณท่านคนเดียว”
“ตอนแรกคุณชายโคลเบิร์ตได้เห็นกับตาตัวเอง เขาเชื่ออย่างสนิทใจมาตลอดหลายปีนี้ และผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างคุณก็มีเพียงโมโมอิ มิกิเท่านั้น เขาไม่มีเหตุผลที่จะสงสัยคนอื่น”
“เขาเป็นคนที่ขี้ระแวงมากที่สุด แค่มีอะไรนิดหน่อยก็จับได้แล้ว!” หานจินหยางหัวเราะเยาะอย่างดูถูก “คิดว่าส่งผู้หญิงญี่ปุ่นมาใกล้ชิดฉัน ฉันจะไม่รู้ว่าเป็นคนของเขาหรือไง?”
“นายท่านคิดเห็นว่ายังไงบ้างครับ?”
“โทรหาโมโมอิ มิกิ ให้เธอมาที่นี่” หานจินหยางกำหมัดแน่นขึ้นขณะมองรถที่หลีเกอนั่งกำลังขับออกไปจากคฤหาสน์ “สร้างตัวตนใหม่ให้เธอ แล้วส่งเธอเข้าไปในบริษัทฟู่”
“คุณหนูกวนเป็นล่ามของบริษัทฟู่ จะเหมาะสมเหรอครับ?”
“ที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุดเช่นกัน” หานจินหยางพูดช้า ๆ "โคลเบิร์ตอยากรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ไม่ใช่เหรอ งั้นฉันก็จะให้เขาได้เห็น และฉันก็ต้องการส่งคนไปจับตาดูฟู่ซือเหยียนด้วย"
เขาไม่ได้คิดจะต่อสู้กับฟู่ซือเหยียน ถ้าสู้กันมีแต่จะเจ็บตัวทั้งสองฝ่าย แต่หลีเกอเป็นของเขา ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาจึงผลักไสเธอออกไป แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่คนอื่นจะฉวยโอกาส!
ไม่ช้ารถก็มาถึงโรงพยาบาล
หลีเกอไม่ได้กลับไปที่พัก ฟู่ซือเหยียนต้องมาบาดเจ็บเพราะช่วยเธอ เธอต้องเฝ้าดูและอยู่เคียงข้างเขาตลอดเวลา แต่เมื่อเห็นบาดแผลน่ากลัวที่แขนของเขา หัวใจของเธอก็เต้นแรงอย่างอดไม่ได้
ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นเข้ามาในใจ
ครั้งนี้เธอติดหนี้บุญคุณฟู่ซือเหยียนจริง ๆ
หลังจากที่หมอทำแผลให้ฟู่ซือเหยียนเสร็จแล้ว หลีเกอให้ฟู่ซือเหยียนนั่งรอ ส่วนเธอก็ลงไปรับยาให้เขา เมื่อเธอกลับมาก็พบว่าชายหนุ่มหลับไปแล้ว
หลีเกอเดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ เห็นสีหน้าเหนื่อยล้าและรอบดวงตามีรอยคล้ำคาดว่าเขาคงเหนื่อยมาก
เธอเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ถอดเสื้อคลุมออกแล้วค่อย ๆ คลุมให้ฟู่ซือเหยียน
หน้าผากของฟู่ซือเหยียนเริ่มมีเหงื่อออก คิ้วขมวดแน่นดูเหมือนจะไม่สบาย หายใจติดขัด ทำเอาหลีเกอก็ตกใจไปด้วย
“คะ…คุณอาฟู่” หลีเกอตบไหล่เขาเบา ๆ “คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ฟู่ซือเหยียนคว้ามือเธอไว้ บริเวณที่หน้าผากของเขามีเหงื่อผุดออกมามากขึ้น ชายหนุ่มบีบมือเธอแน่น หลีเกอเจ็บจนหน้าซีดพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“คุณอาฟู่ ปล่อยมือฉันก่อนเถอะค่ะ” หลีเกอพยายามดึงมือตัวเองออก เธอรู้สึกเจ็บเหมือนมือจะหัก ทันใดนั้นหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตด้านในของฟู่ซือเหยียนเปียกชุ่ม จนเห็นแผงอกที่สมส่วนของเขา
หัวใจของหลีเกอเต้นเร็วขึ้นหูแดงอย่างห้ามไม่ได้ หญิงสาวรีบหันหน้าหนีทันที
คุณอาฟู่คงจะฝันร้ายแน่ ๆ
หลีเกอกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป เธอกำลังจะตะโกนเรียกหมอแต่จู่ ๆ แรงที่บีบมือเธอก็คลายลง เธอรีบดึงมือออกมาแล้วนวดเบา ๆ ดูเหมือนว่าฟู่ซือเหยียนจะไม่เป็นอะไรแล้ว
หลีเกอเรียกเขาเบา ๆ อย่างระมัดระวัง “ท่านประธานฟู่”
ฟู่ซือเหยียนค่อย ๆ ลืมตาแล้วเหลือบมองเธอ “นี่ผมเผลอหลับไปเหรอ?”
หลีเกอคิดในใจ หึ!
ไม่ใช่แค่หลับ ยังเกือบจะบีบมือฉันหักอีกต่างหาก
ทันทีที่ผู้ช่วยจางได้รับข่าวก็รีบมาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เขายังใจดีเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้หลีเกอด้วย “คุณหลี ชุดราตรีของคุณเปื้อนหมดแล้ว เปลี่ยนเป็นชุดนี้เถอะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” หลีเกอมองชุดราตรีที่ยังไม่แห้งเธอหยิบเสื้อผ้าแล้วรีบวิ่งไปห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
ชุดราตรีตัวนี้ถึงจะสวยมากแค่ไหนแต่ก็ใส่ต่อไม่ได้จริง ๆ
ผู้ช่วยจางไปส่งหลีเกอที่ที่พักก่อน ตอนลงจากรถหลีเกอขอบคุณฟู่ซือเหยียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณอาฟู่มากจริง ๆ ค่ารักษาพยาบาลฉันจะออกให้ทั้งหมดเองค่ะ”
ฟู่ซือเหยียนหัวเราะเบา ๆ “เรื่องเงินก็แค่เรื่องเล็กน้อย”
หลังจากรถแล่นออกมาแล้วฟู่ซือเหยียนก็ทำหน้าเคร่งขรึมถามผู้ช่วยจาง “เรื่องที่คฤหาสน์สืบได้หรือยัง?”
“สืบได้แล้วครับ ดูเหมือนจะเป็นแค่อุบัติเหตุรถระเบิดไม่น่าจะเป็นฝีมือคน”
“แล้วรถคันนั้นเป็นของใคร?”
“หานจินหยางครับ”
“ในเมื่อเป็นรถของเขา ก็ไม่ใช่อุบัติเหตุแล้ว” ฟู่ซือเหยียนหัวเราะเย็นชา “80 เปอร์เซ็นต์ต้องมีคนไปทำอะไรกับรถของเขา ฉันกับหลีเกอผ่านมาตรงนั้นพอดีเลยโดนลูกหลง”
“ธุรกิจของเขาไม่ได้อยู่ที่ยุโรปหรอกเหรอครับ?” ผู้ช่วยจางไม่ค่อยเข้าใจนัก “ผมเช็กมาแล้ว หานจินหยางไม่ได้เปิดบริษัทในประเทศ H หรือแม้แต่ญี่ปุ่น ก็ไม่น่าจะมีศัตรู”
“อาจจะเป็นคนจากฝั่งยุโรปที่อยากจะจัดการเขาที่นี่ก็ได้” ฟู่ซือเหยียนยิ้มมุมปาก “ถ้าหานจินหยางเป็นอะไรไปในต่างประเทศ พวกเขาก็ไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัย”
ฟู่ซือเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดกับผู้ช่วยจาง “จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อมาหาหลีเกอ ช่วงนี้นายหาคนไปจับตาดูให้ดีอย่าให้เขามีโอกาส”
“ผมจะระวังให้ครับ”
…
ฟู่ซือเหยียนไม่ได้มาที่บริษัทติดต่อกันสองวัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บหรือเปล่า
หลีเกอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่กล้าถามตรง ๆ เลยให้แม่ต้มโจ๊กหูหนูแล้วอาศัยตอนที่ผู้ช่วยจางมาบริษัทเพื่อเอาของให้และถามถึงอาการของเขาด้วย
“ท่านประธานฟู่ฟื้นตัวได้ดีมาก คุณหลีไม่ต้องเป็นห่วงครับ”
“มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้ไหมคะ เช่นรับรองลูกค้าอะไรทำนองนี้?” หลีเกอรู้สึกเกรงใจ “หรือจะให้ฉันไปทำอาหารให้คุณอาฟู่ก็ได้นะคะ ฝีมือทำอาหารฉันก็ไม่เลวเลย”
“จริงเหรอครับ?”
“จริงสิคะ ฉันเรียนทำอาหารจากแม่ทั้งหมดเลยนะคะ”
ผู้ช่วยจางครุ่นคิดอยู่นานสุดท้ายก็ตกลง เขาบอกว่าคนที่จ้างมาดูแลประธานฟู่เป็นพนักงานรายชั่วโมง ถ้าจะให้ดูแลประธานฟู่อย่างดีจริง ๆ ก็ต้องเป็นคนใกล้ชิดส่วนตัว
หลีเกอรีบจัดการเรื่องที่ค้างอยู่ให้เสร็จ แล้วไปหาฟู่ซือเหยียนกับผู้ช่วยจาง ระหว่างทางยังถามคำถามเขาไปสองสามคำ พอรู้ว่าฟู่ซือเหยียนไม่ได้อยู่ด้วยกันกับฉู่ซือเจียวก็วางใจ
ฉู่ซือเจียวมองเธอเหมือนศัตรูคู่อาฆาต อยากจะฆ่าเธอให้ตายให้ได้เลยแหละมั้ง
ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับเธอดีกว่า
ที่พักของฟู่ซือเหยียนอยู่ใกล้กับสิงฉุยหวาน เป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในโครงการหมู่บ้านจัดสรร บรรยากาศที่นี่เงียบสงบมาก
เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเปิดประตูเห็นผู้ช่วยจางและหลีเกอ