ฉันคุยกับพี่เคเื่การรีโนเวทออฟฟิศของไนล์ แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดถึงความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเ้าของงาน เพราะคิดว่ามันไม่ใช่สาระสำคัญที่เราต้องใส่ใจยกเว้นแต่เร่งลงมือเตรียมงานนำเสนอในระยะเวลาจำกัดกว่าบริษัทอื่นด้วยเพราะได้รับบรีฟงาน
นับั้แ่วันที่พี่เคเอ่ยถึงการกลับไปคบกับอดีตคนรักเราแทบไม่ได้คุยกันเื่ส่วนตัว และอีกครั้งตอนที่ให้ความหวังในตอนเช้า ลงทำลายมันลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
เราคงเหมาะกันในสถานะนี้มากกว่า เป็เพียงเ้านายกับลูกน้อง หรือเป็พี่ชายกับน้องสาวที่พอให้คำปรึกษาเื่ชีวิตได้ในบางครั้ง แต่ยกเว้นเื่ความรัก
"เอาสิ พี่ว่างานนี้ท้าทายดีนะ แถมค่าตอบแทนก็สมเหตุสมผลด้วย" พี่เคลงมติ แล้วจัดแจงประชุมทีมเพื่อลงรายละเอียด มอบหมายหน้าที่ เรามีเวลาจำกัดก่อนวันเสนองานจริงเพียง 1 สัปดาห์ เรา้างานนี้ต้องเร่งมือกันสุดความสามารถ “แต่งานนี้เวลาค่อนข้างน้อยนะ หลินพออยู่ดึกประชุมกับทีมได้หรือเปล่า
ฉันคิดอย่างชั่งใจ
“คิดว่าพอได้นะคะ”
“่นี้หลินกำลังคบใครหรือเปล่า เราดูค่อนข้างห่างเหินจากกลุ่มเพื่อนมากกว่าเมื่อก่อนนะ พี่ไม่เจอหลินที่สนามตีแบดสักพักแล้วด้วย”
เขาแค่ชวนคุยหรืออยากรู้เื่ของฉันจริงๆ กันนะ
“ลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์น่ะค่ะ” พูดตอบอย่างขอไปที แล้วเลื่อนจอแล็บท็อปรีเสิร์จไอเดียออฟฟิศสวยๆ ไปพลาง
พี่เคไม่ได้ซักไซ้ เขาสังเกตอยู่แล้วว่าฉันยังคงใช้รถหรูคันเดิมที่เคยบอกว่ามีคนให้ยืมขับ
ส่วนเหตุผลที่ฉันรั้งรอยังไม่บอกเื่ความสัมพันธ์ของฉันกับไนล์ไม่ใช่เพราะกลัวพี่เคเสียใจ เราไม่ได้เป็อะไรกันในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกกับฉันมากเกินกว่าน้องสาวเสียด้วยซ้ำ แต่เป็เพราะการบอกเล่าไม่มีประโยชน์ใดเลยต่างหาก
ฉันยังสนุกกับงาน ยังมีเวลาอีกมากมายระหว่างรอคลอด และไม่อยากให้การตั้งท้องกลายเป็อุปสรรคต่อการทำงาน
…
1 สัปดาห์ถัดมา
ฉันจัดทรงผม กระชับสูทกับเสื้อตัวใน ลูบกางเกงผ้าแบบขายาว 7 ส่วนให้เรียบร้อย ก้าวออกจากประตูห้องน้ำเกือบชนเข้ากับร่างสูงที่ยืนขวางอยู่ โชคดีที่มือเรียวของไนล์คว้าร่างไว้ทันก่อนหน้าจะคะมำ บนรองเท้ามีส้นสูง 2 นิ้ว
"คุณ..." ฉันเงยหน้ามองคนตัวสูงด้วยความประหลาดใจ "มายืนอยู่ทำไมตรงนี้คะ" ฉันหันมองซ้ายขวา มาทำอะไรตรงหน้าห้องน้ำหญิงกันเนี่ย!
"ฉันเพิ่งเสร็จจากประชุมน่ะ เห็นเธอเดินเข้าไปในห้องน้ำแวบๆ เลยมายืนรอ" ไนล์ตอบโดยไม่ปล่อยมือจากศอกของฉัน พร้อมส่งยิ้มสดใสให้
วันนี้เป็กำหนดการพรีเซนต์งานออกแบบการรีโนเวทออฟฟิศ ฉันพร้อมพี่เคพร้อมทีมเดินทางมาถึงบริษัทเขาก่อนเวลานัดเพื่อเตรียมความพร้อม ระหว่างรอเวลานำเสนองานฉันจึงปลีกตัวมาเข้าห้องน้ำ เช็กเสื้อผ้าหน้าผมเพื่อให้มั่นใจว่ายังคงเรียบร้อยอยู่เช่นเดิม
แม้เคยมีประสบการณ์นำเสนองานนับครั้งไม่ถ้วน แต่เทียบไม่ได้กับครั้งนี้ เพราะคนที่เพิ่มดีกรีความตื่นเต้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้า ใช่ว่าเพราะฉันขาดความมั่นใจในฝีมือ หากแต่แอบเขินเขาเสียมากกว่าเพราะต่อหน้าไนล์ฉันแทบไม่เคยวางตัวจริงจังเป็การเป็งานเลยสักครั้ง
ต่อให้เราใกล้ชิดกันมากแค่ไหน การได้แสดงความสามารถต่อหน้าคนเพียบพร้อมอย่างเขาก็ทำให้ฉันอดหวั่นใจไม่ได้ กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีพอจนเขาต้องขายหน้า มีว่าที่ภรรยาไม่เก่งพอ เพราะหากไม่ลบคำครหาด้วยความสามารถของตัวเองแล้ว ทั้งฐานะ หน้าตาในสังคมของฉันคงไม่มีอะไรพอเทียบเคียงคนเช่นไนล์ได้เลยสักอย่าง
"คุณมารอจะสปอยฉันเหรอ หรือว่าจะเปิดโอกาสให้ติดสินบนคะ" ฉันถามด้วยแววทะเล้น เมื่อเช้าก่อนแยกย้ายกันมาทำงานเราไม่ทะเลาะกันแม้แต่คำเดียว เขายอมตามใจปรุงอาหารแบบที่ฉันชอบชนิดจัดเต็ม ไม่เน้นเพื่อสุขภาพจนดีเลิศอย่างทุกมื้อที่ผ่านมา
"ถ้าสปอยฉันจะได้อะไรตอบแทนล่ะหืม" เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ มองต่ำลงไปที่หน้าอกอย่างไม่ปิดบังด้วยวี่แววกะลิ้มกะเหลี่ยสักนิด
"บ้า!" ฉันผลักอกเขาออกห่าง หันหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนแก้มแดงระเรื่อ
“ทำไมล่ะ ฉันก็ควรได้รับอะไรตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อบ้างไม่ใช่หรือไง” เขายังแทะโลมไม่เลิก พาลทำใบหน้าฉันแดงจัดลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว “เธอนี่น่ารักชะมัด” เขาแตะนิ้วโป้งตรงแก้มฉันแกมหยอกเย้าพร้อมยิ้มโชว์ฟันขาวสะอาดเป็ระเบียบ
หัวใจฉันเต้นแรงในอก หวั่นไหวต่อทั้งคำพูดหวานๆ กับใบหน้าหล่อเหลาอันมีเสน่ห์เหลือล้นของเขา ในระยะห่างเพียงไม่กี่เิเ
"หลิน พี่ขอไฟล์พรีเซนเทชั่นหน่อยสิ" เสียงคุ้นหูของพี่เคดังขึ้นด้านหลัง ฉันกับไนล์จึงถอยห่างจากกันโดยอัตโนมัติ
“ฉันไปเตรียมตัวก่อนนะ” ฉันผละจากไนล์เดินเข้าไปสมทบกับพี่เค "ได้ค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ"
ไนล์มองเราพลางยืดไหล่กว้างอย่างสง่างาม มือเรียวสวยเห็นเส้นเืสีเขียวชัดเจนซุกลงในกระเป๋ากางเกงสแล็คสีน้ำตาลตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อดีเข้ากับรูปร่าง เน้นขาให้ดูเรียวแข็งแรงยิ่งขึ้น ใบหน้าเรียวเชิดเล็กน้อยขณะมองผู้มาใหม่อย่างประเมิน
ชายหนุ่มสองคนมองสบตากันขณะที่ฉันเริ่มวางตัวไม่ถูก
"พี่เค นี่คุณไนล์ หรือคุณสายชล เ้าของโปรเจ็คต์ที่เรากำลังจะนำเสนอนะคะ และจะเป็กรรมการตัดสินด้วยค่ะ" ฉันแนะนำไนล์ให้กับพี่เคด้วยสรรพนามทางการ ไนล์เลิกคิ้วราวกับได้คำคงตอบคลายความสงสัย
เขารู้พอว่าไนล์เป็เ้าของโปรเจ็คต์รีโนเวทสมาร์ตออฟฟิศ อีกทั้งยังมีสถานะเป็ถึงทายาทของบริษัทแห่งนี้อีกด้วย ความจริงข้อนั้นทำให้เขานึกสงสัยว่าทำไมฉันจึงดูใกล้ชิดกับคนระดับสายชล ชวตินวานนท์ นัก
"ผมธนัย ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณสายชล" พี่เคแนะนำตัวเองด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ คุณธนัย" ไนล์ยื่นมือัักับพี่เคตามมารยาท
"ขอบคุณนะครับที่ดูแลเื่งานของว่าที่ภรรยาผมเป็อย่างดี หวังว่าเราจะได้ร่วมงานนะครับผม ขอตัวก่อน"
ฉันอ้าปากค้างเติ่ง ไนล์ล้วงมือในกระเป๋ากางเกงอย่างมีมาด ทำท่าจะเดินจากไปแต่ก็หยุดเท้าซึ่งสวมคัทชูสีดำมันปลาบ หันกลับมาพูดกับฉันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทั้งยังทิ้งท้ายด้วยประโยคเลี่ยนๆ ก่อนเดินจากไปด้วย
"สู้ๆ นะที่รัก”