ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 14 เ้าป่า
ซูฉีเริ่มภารกิจที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว นางใช้ทักษะการขุดดินขั้นสูงที่ได้รับมาจากการขุดหาเผือกหามันตลอดั้แ่นางเริ่มเล่นเกมมาใช้ให้เป็ประโยชน์ ซูฉีขอเบิกจอบขุดดินหนึ่งอันจากคนเฝ้าห้องเก็บของ ก่อนจะเดินมาที่สวนภายในจวน
จวนแห่งนี้มีขนาดประมาณ 3 หมู่ เป็สิ่งปลูกสร้างไปครึ่งหนึ่งของพื้นที่ อีกครึ่งหนึ่งคือส่วนที่นางต้องจัดการ เฟยหลงไม่สามารถพูดคุยได้ขณะที่มีคนอื่นอยู่ เขาจึงได้แต่สงสัยการกระทำของภรรยา เหตุใดอยู่ๆถึงมารับงานเป็คนสวนแทนที่จะเร่งออกเดินทาง ซูฉีที่ไม่รู้ความในใจของสามี หันมากระซิบเบาๆกับเขาว่า
"ข้าจะรีบขุดให้เสร็จนะ เราจะได้มีเงินไปกินขนมในตลาดกัน"
เฟยหลงที่ได้ยินก็ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที พวกเขาหลุดมาในเกมนานแล้ว แต่แทบไม่ได้กินอย่างอื่นเลยนอกจากเมนูเผือกกับมัน เมื่อรู้ว่าเสร็จจากนี่แล้วตัวเองจะได้กินขนมที่เดินผ่านมา ก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที คิดจะคอยหยิบจับถอนวัชพืชที่อยู่บนพื้น แต่ซูฉีบอกให้เขาขึ้นมาบนไหล่เพราะกลัวจะขุดดินไปโดนเข้า ทำให้ตอนนี้เฟยหลงปีนขึ้นมายืนบนไหล่ของภรรยา
ซูฉีขุดดินด้วยความเร็วจนเหล่าข้ารับใช้ในจวนถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนหน้านี้นางมองจุดที่ต้นไม้แต่ละชนิดควรอยู่ด้วยกันแล้ว นางจึงเริ่มจากการขุดดินที่แนวสิ่งปลูกสร้าง แล้วจึงค่อยหันมาขุดไม้พุ่มเล็กๆไปวางเรียงตามแนวที่ขุดเตรียมไว้ ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามต้นไม้ทั้งหลายเริ่มเรียงเป็ระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่พบเห็น แม้แต่เฟยหลงเองก็ยังตกตะลึงเช่นกัน
อาชีพภายนอกเกมของซูฉีคืออาจารย์ นางเป็อาจารย์คณะสถาปัตยกรรม ทำให้นางความมีความถนัดด้านนี้เป็พิเศษ บวกกับทักษะขุดดินที่สั่งสมมาั้แ่เริ่มเกม จึงทำนางมั่นใจว่าตัวเองต้องจัดสวนได้ออกมาดีอย่างแน่นอน ติดแค่ตอนทำความสะอาดภายหลังนี่แหละที่นางไม่สามารถทำได้ นางคิดไว้แล้วว่าจะทำแบบมัดมือชก จัดสวนให้เสร็จแล้วค่อยบอกภายหลังว่าจะขอรับค่าแรงเพียงส่วนหนึ่งสำหรับการจัดสวน ส่วนการทำความสะอาดคงต้องขอให้คุณพ่อบ้านหาคนมาช่วยทำภายหลัง ที่นางไม่ได้พูดคุยเื่นี้กับเขาั้แ่ต้น เนื่องจากนางกลัวว่าพ่อบ้านจะยกเลิกการจ้างนางเพราะคิดว่านางไม่สามารถทำได้
สวนเริ่มเป็รูปเป็ร่าง สีดอกไม้และต้นไม้ชนิดต่างๆ เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จวนขุนนางมักนิยมต้นไม้เป็พุ่มหรือไม้ดอกมากกว่าต้นไม้ใหญ่ ดังนั้นจึงไม่ยากเกินไปสำหรับสตรีเพียงคนเดียวที่จะปลูกต้นไม้เหล่านี้ มีเพียงต้นไม้ใหญ่บางต้นที่ซูฉีต้องขอความช่วยเหลือจากบ่าวภายในจวน บ่าวในจวนต่างก็เป็คนมีน้ำใจ พวกเขาเข้าช่วยเหลือทันทีที่ซูฉีร้องขอ
พ่อบ้านกลับจากทำธุระให้นายท่านเสร็จ ก็เดินเข้ามาดูความเรียบร้อยที่สวน เขาขยี้ตาตัวเองทีหนึ่งอย่างไม่อยากเชื่อสายตา แม้สวนจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่ก็เกือบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงการเก็บกวาดเท่านั้น นี่มันสวยงามกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้เสียอีก เขาเรียกบ่าวรับใช้คนหนึ่งที่เดินผ่านมาเพื่อสอบถามเื่การจัดสวน และทำให้เขาได้รู้ว่าสวนแห่งนี้ถูกจัดขึ้นด้วยสตรีเพียงคนเดียว โดยขอความช่วยเหลือเล็กน้อยจากบ่าวคนอื่นๆ
เสียงปรบมือดังขึ้นที่ด้านหลังของซูฉี ทำให้ซูฉีที่กำลังปลูกต้นไม้ต้นสุดท้ายเสร็จพอดีหันมามอง นางส่งยิ้มให้พ่อบ้านก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านพ่อบ้านต้องขออภัยจริงๆที่ข้าไม่มีเวลาทำความสะอาดสวนให้ท่าน พรุ่งนี้ข้าคงต้องออกเดินทางแล้ว ไม่ทราบว่าสวนนี้พอใช้ได้หรือไม่เ้าคะ"
"อืม...มันสวยกว่าที่ข้าคิดเอาไว้มาก ก่อนหน้านี้ไม่มีใครยอมทำงานแบบนี้ ทำให้ข้ากลุ้มใจอยู่นาน อีกไม่กี่วันครอบครัวนายท่านจะย้ายเข้ามาที่จวนแห่งนี้แล้ว เ้าช่วยข้าไว้จริงๆ"
กล่าวจบ พ่อบ้านก็ล้วงมือเข้าไปในถุงเงินก่อนจะยื่นให้ซูฉี ซูฉียื่นมือไปรับเงินอย่างมีความสุข อย่างน้อยนางก็ได้มีเงินติดตัวไว้บ้างระหว่างการเดินทาง ขณะที่ซูฉีกำลังมีความสุขอยู่นั้น พ่อบ้านก็เอ่ยขึ้นว่า
"แม่นาง เ้าสนใจจะมาเป็คนสวนประจำตระกูลนี้หรือไม่"
"ขอบคุณมากเ้าค่ะ แต่ข้าน้อยต้องไปหาญาติที่เมืองหลวงคงอยู่ที่นี่ไม่ได้"
กล่าวจบพวกเขาก็พูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ซูฉีจะขอตัวลาจากไป พ่อบ้านที่เห็นซูฉีเดินห่างออกไปก็ได้แต่บ่นกับตัวเองขึ้นว่า
"น่าเสียดาย คนสวนที่ดีๆแบบนี้หาได้ยากเสียด้วย"
ถ้าซูฉีได้ยินคงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก นางเหมาะจะเป็คนสวนขนาดนั้นเลยหรือ เฮ้อ
----------
หลังออกมาจากจวนขุนนาง ซูฉีพาเฟยหลงไปนั่งกินอาหารที่ตลาด ตอนนี้นางมีเงินติดตัวพอจะจับจ่ายใช้สอยได้บ้างแล้ว ทักษะที่นางมีในระดับสูงตอนนี้คือทักษะขุดดินกับทอผ้าซึ่งเป็ทักษะที่ใช้แค่ในชีวิตประจำวัน นางคิดว่าเมื่อไปถึงเมืองหลวง นางจะใช้ทักษะเหล่านี้ในการหาเงินรวมทั้งรวบรวมข่าวสารและพรรคพวก
เมื่อทั้งสองอิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อนี้ เฟยหลงก็กระซิบบอกซูฉีถึงเื่การเช่ารถม้าไปเมืองหลวง ซูฉีจึงได้มุ่งหน้าไปที่เช่ารถม้า และเมื่อตกลงราคากันได้ นางก็เตรียมตัวออกเดินทางทันที ขณะที่นางกำลังจะออกเดินทาง ได้มีเสียงหนึ่งดังไล่หลังขึ้นว่า
"นั่นไงๆ คนที่มีทักษะขุดดินแปลก นางน่าจะเป็คนจากต่างแดน"
ซูฉีที่เห็นเช่นนั้นก็ะโขึ้นม้า นางเคยเรียนขี่ม้ามาก่อนเมื่อครั้งยังเด็ก ทำให้นางสามารถบังคับม้าไปตามทางที่้าได้ ทหารที่เห็นซูฉีขึ้นม้าหนีก็แน่ใจแล้วว่าสตรีผู้นี้ต้องเป็คนที่พวกเขาตามล่าแน่นอน จึงะโขึ้นม้าของตัวเองขี่ตามนางไป เมื่อเห็นทหารขี่ม้าตามมา นางก็ยิ่งควบม้าพุ่งทะยานไปเร็วขึ้น ไม่ได้มองทิศทางที่กำลังมุ่งหน้าไป
เมื่อซูฉีที่เห็นว่าทหารตามมาไม่ทันแล้วจึงค่อยๆควบม้าเหยาะๆ เฟยหลงที่เห็นฉากซูฉีขี่ม้าหนีทหาร ดวงตาของเขาก็ฉายแววชื่นชมออกมา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า
"เ้าขี่ม้าบ่อยงั้นหรือ"
"นี่น่าจะเป็ครั้งแรกในรอบสิบปีเลย"
ประกายตาแห่งความชื่นชมยังไม่จางหายไปจากดวงตา เขาเคยคิดว่าภรรยาที่แต่งเข้ามาเป็เพียงสตรีเรียบร้อยคนหนึ่ง ใครจะไปคิดว่านางก็มีมุมแบบนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่แค่เพียงตอนขี่ม้าเท่านั้น แม้แต่ตอนที่นางจัดสวนเพื่อจะหาเงินมาใช้ซื้ออาหารให้เขาและตัวนางเอง นั่นก็เป็อีกมุมที่เขาไม่เคยได้เห็นเช่นกัน
เมื่อซูฉีหยุดม้า ม้าตัวนั้นก็ขาพับลงด้วยความเหนื่อยอ่อน นางที่อยู่บนหลังม้าก็ตกลงมาก้นกระแทกพื้น เฟยหลงที่กำลังชื่นชมถึงกับหัวเราะไม่หยุด ซูฉีมองค้อนกระรอกน้อยทีหนึ่งก่อนจะเอามือลูบตรงส่วนที่กระแทกกับพื้นแล้วลุกขึ้นยืน
ซูฉีหันมองไปรอบๆด้านพบว่าตัวเองได้กลับมาอยู่ในป่าอีกครั้ง แต่ป่าครั้งนี้กลับมืดทึบและดูน่ากลัวกว่าป่าเถาวัลย์แดงที่นางเคยเข้าไป
จังหวะนั้นเอง ขณะที่ซูฉีกำลังลุกขึ้น ได้มีเสียงคำรามดังก้องสนั่นไปทั่วป่า ซูฉีเห็นท่าไม่ดี จับเ้ากระรอกน้อยใส่กระเป๋าแล้วโกยเท้าวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นทันที แต่ความเร็วสัตว์สองเท้าหรือจะเท่าสัตว์สี่เท้าได้อย่างไร เสือตัวใหญ่พุ่งตรงใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มประชิดตัว ซูฉีได้แต่หลับตาภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ตัวเองปลอดภัย จังหวะนั้นเองที่เสือกระโจนข้ามต้นไม้หมายเข้ามาขย้ำสตรีเบื้องหน้า ซูฉีได้หลับตาลงแล้วคว้ากิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ตัวปัดป้องไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ทิศรู้ทางเพื่อป้องกันตัว เสือตัวที่พุ่งเข้ามาไม่ทันระวังตัวจึงถูกไม้ที่ซูฉีปัดไปปัดมาเสียบเข้าที่หัวใจ เสียชีวิตคาที่
ซูฉีกรีดร้องด้วยความใ จนเฟยหลงที่อยู่ในกระเป๋ารีบตะเกียกตะกายออกมา พบว่าเืเปรอะเปื้อนไปทั่วบริเวณ แต่สตรีตรงหน้ายังคงปลอดภัย เขารีบร้องถามขึ้นว่า
"ซูฉี เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม"
"ข้าฆ่ามันตาย ฮือๆๆๆ"
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
"เ้าป่าเชียคานได้ตายลง ท่านฉีซูคือเ้าป่าคนใหม่"