“หยุดแกล้งกันก่อนสองคนนั้นน่ะ แล้วอย่าลากน้องเขาเข้ามาเกี่ยวด้วยสิ ไอ่พวกนี้!!!”พัคจุนโฮเอ่ยบ่นเฉินไท่หยางและคิมซองมิน
“มานี่กันได้แล้ว มาๆ ดูลิสท์รายการอาหารกันนี่มา” อีฮยอนจินเอ่ยเรียกทั้งสองคนเพื่อเป็การสงบศึก
“ชิ!!!” เฉินไท่หยางเอ่ยพร้อมหันไปหาคิมซองมิน
เฉินไท่หยางกับคิมซองมินต่างก็ก้าวเดินเข้ามารวมกลุ่มตามคำเรียกของพี่ๆสมาชิกในกลุ่มของเขาเพื่อไปดูลิสท์รายการอาหาร
.
.
20 นาทีต่อมา …
“ไม่มีใครเพิ่มอะไรแล้วนะ” อีฮยอนจินเอ่ยทวนถามอีกครั้ง
สมาชิกทุกคนเงียบ ไม่มีใครเอ่ยอะไรตอบกลับ
“งั้นก็ตามนั้นเลยพี่ฮยอนจิน” พัคจุนโฮเอ่ย
“แล้วใครจะไปซื้อของบ้าง” อาเธอร์เอ่ยพร้อมมองตาสมาชิกคนอื่นๆ
“พวกพี่ไง” ยุนยูจุนเอ่ยขึ้นพร้อมยกนิ้วชี้ไปทางสมาชิกที่ได้ตำแหน่งพ่อครัว
“พ่อครัวต้องไปจัดหาวัตถุดิบด้วยนี่นา” ยุนยูจุนเอ่ยต่อ
“แต่ผมอยากไปด้วยๆ” เฉินไท่หยางเอ่ยขึ้น
“โอเค งั้นก็เป็สี่คนเรานะ” อีฮยอนจินเอ่ย
“ไม่ๆ ต้องห้าคนครับพี่ ผมจะให้ทาสไปด้วย” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“จะให้กูไปทำไรครับ?” คิมซองมินเอ่ย
“ไปคอยรับใช้ไง ไหนจะขับรถอีก มีอะไรให้มึงทำอีกเยอะแยะเลยครับเพื่อน” เฉินไท่หยางเอ่ยต่ออย่างยียวน
“งั้นฉันไม่ไปนะ อยู่เตรียมของที่นี่ดีกว่า” อาเธอร์เอ่ยเสียงเรียบ
“โอเค งั้นตามนี้” อีฮยอนจินเอ่ย
เมื่อทุกคนแบ่งหน้าที่กันแล้วก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง ส่วนใครไม่มีหน้าที่ก็ถือว่าได้เวลาในการพักผ่อนไป
.
.
สมาชิกที่จะต้องออกไปซื้อของนั้นต่างก็ก้าวเดินออกกันไปรอกันที่ด้านนอก รวมถึงทีมงานที่จะคอยไปถ่ายทำด้วยอีกสามคนโดยสองคนเป็ส่วนของทีมตากล้อง อีกหนึ่งคนเป็ส่วนของเมเนเจอร์
“นี่กุญแจรถค่ะ” ลลิตายื่นกุญแจรถให้คิมซองมิน
คิมซองมินไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับเพียงยื่นมือหนาไปรับกุญแจรถมาเท่านั้น
เมื่อเสร็จหน้าที่ของตัวเองลลิตาก็หันกลับไปอีกทางหนึ่งพร้อมก้าวเดินไปหาทีมงานที่จะต้องออกไปด้วย
“ฝากซื้อของตามลิสท์รายการหน่อยนะคะพี่ๆ ทีมงานหลักฝากมาค่ะ” ลลิตายื่นกระดาษลิสท์รายการพร้อมบัตรเครดิตให้ทีมตากล้อง
“ได้ๆ แต่ทีมหลังไม่ไปกันเองด้วยเหรอ?”ทีมตากล้องคนหนึ่งเอ่ยถาม
“ไม่ได้ไปค่ะพี่ แต่ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ ของทีมงานทุกคนนี่แหละค่ะๆ” ลลิตาเอ่ยตอบเสียงใส
“เคๆ งั้นพี่ฝากเอากล้องจิ๋วไปให้สมาชิกแทนพวกพี่หน่อยนะ พวกพี่จะไปติดกล้องกันในรถก่อน”ทีมตากล้องเอ่ยพร้อมยื่นกล้องจิ๋วมาสี่ตัวตามจำนวนสมาชิกที่จะออกไปซื้อของ
“ค่ะๆ” ลลิตารับกล้องจิ๋วจากทีมตากล้องมาแล้วก็ก้าวเท้าเดินกลับไปหาสมาชิกทั้งสี่คน
หญิงสาวร่างบางส่งมอบยื่นกล้องจิ๋วให้สมาชิกทั้งสี่คนทีละคน ั้แ่อีฮยอนจินพัคจุนโฮ คิมซองมิน เฉินไท่หยางตามลำดับ
ขณะที่หญิงสาวร่างบางยื่นกล้องให้เฉินไท่หยางนั้น …
“ไม่ไปด้วยกันเหรอ?” เฉินไท่หยางเอ่ยขึ้นมา
“คะ?? ต้องไปด้วยเหรอคะ?” ลลิตาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก็เมื่อกี้เห็นฝากทีมตากล้องซื้อของน่ะ” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“อ่อ พอดีพี่ๆ ทีมหลักฝากซื้อค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบ
“แล้วทำไมไม่ไปซื้อของเองล่ะครับ?”พัคจุนโฮเอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ … คะ คือ ..” ลลิตาเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก เพราะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมทีมหลักถึงไม่ไปซื้อเองแต่ยังไม่ทันพูดอะไรจบก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้น
“ไปด้วยกันสิ ไปช่วยพี่เลือกซื้อของก็ได้” เฉินไท่หยางเอ่ยชวน
“สนิทกับน้องเขาแล้วเหรอ?” อีฮยอนจินเอ่ยถามเฉินไท่หยาง
“ยังอะพี่ ฮ่าๆๆ แต่อยากสนิทเหมือนกัน เลยให้น้องเขาเรียกพวกเราว่าพี่” เฉินไท่หยางเอ่ยตอบ
“ก็ดีนะ ถ้าสนิทกันไว้” อีฮยอนจินเอ่ยต่อ
“แล้วยังไงเรา ตกลงไปด้วยกันหรือเปล่า?”พัคจุนโฮเอ่ยถามลลิตา
“คะ คือ … ไม่แน่ใจว่าจะไปด้วยได้หรือเปล่าค่ะ” ลลิตาเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก
“ไปด้วยกันดิๆ พี่ใช้คำสั่งพระาาเอง!!” เฉินไท่หยางเอ่ยต่อ
“คะ?? แต่ฉันเป็ทีมงานนะคะ ไม่น่าจะนับรวมนะ” ลลิตาเอ่ย
“แล้วยังไง?? กฎไม่ได้บอกหนิว่าใช้แค่กับพวกเราเท่านั้นงั้นมึงก็ใช้ไปเลยไท่หยาง” คิมซองมินอยู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นพร้อมเข้าไปกอดคอเพื่อนรักอย่างเฉินไท่หยาง
“เออจริง!! งั้นก็ไปได้แล้วสินะเพราะนี่เป็คำสั่งครับ” เฉินไท่หยางเอ่ย
“แต่ว่า … ฉันต้องไปถามพี่ๆ ทีมหลักก่อนนะคะ” ลลิตาเอ่ยตอบ
“จะไปถามทำไม? เสียเวลาออกไม่มีเวลาแล้วเนี่ยเห็นมั้ย?!?!” เฉินไท่หยางเอ่ย
“ไปๆๆ ทำตามคำสั่งพระาาครับ” คิมซองมินเอ่ยต่อพร้อมส่งสัญญาณให้ทุกคนขึ้นรถ
ลลิตาเห็นดังนั้นก็ทำได้แค่ยืนงงอย่างพะวักพะวงทำตัวไม่ถูกว่าควรจะทำยังไงส่วนสมาชิกทั้งสี่คนก็ขึ้นรถกันไปเป็ที่เรียบร้อย โดยคิมซองมิน เข้าไปนั่งในตำแหน่งคนขับรถส่วนสามคนที่เหลือเข้าไปนั่งที่เบาะด้านหลัง เนื่องจากถ้าหญิงสาวไปด้วยแล้วให้นั่งอัดข้างหลังด้วยกันคงจะไม่ดีเท่าไหร่นักไหนจะกล้องที่พวกเขาต้องถ่ายทำอีก
“ขึ้นรถมาได้แล้ว!” เฉินไท่หยางเอ่ยะโออกมา