ณ ร้านขายของเก่า
“ของเก่าหมายเลข 8 คือคันฉ่องโบราณ ซึ่งมีราคา 9000 ตำลึง” เหมยซูกล่าว
“คันฉ่องอันนี้ก็ไม่ต่างจากคันฉ่องทั่วไปเลยสักนิด ราคาก็แสนจะแพง แล้วใครจะซื้อกันล่ะเ้าคะ” หวนเจินกังวล
“คงต้องลองวางขายเท่านั้น” เหมยซูทำใจไว้แล้วว่ามันคงขายไม่ออก
สินค้าตัวนี้ขายยากมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะบ่นว่าแพง ประกอบกับทุกบ้านต่างก็มีคันฉ่องอยู่ติดบ้านอยู่แล้ว ทำให้ตลอดระยะเวลา 3 วัน ก็ยังคงไม่สามารถขายออกได้
“ท่านป้าต้องแกล้งข้าแน่ๆ ตั้งราคาซะแพงขนาดนี้แล้วใครจะซื้อกันล่ะ” เหมยซูบ่น
“เอ่อ ท่านเหลียงกังไม่สนใจที่จะซื้อบ้างเลยงั้นหรือเ้าคะ” หวนเจินกล่าว
“เขาไม่มาแล้วล่ะ ที่นี่ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรแล้วนี่” เหมยซูคิดว่าน้องสาวของเหลียงกังหายดีแล้ว ดังนั้นเขาคงไม่มาเหยียบที่นี่อีก
“ท่านไม่ได้น้อยใจอยู่ใช่มั้ย” หวนเจินรับรู้ความรู้สึก
“เลิกพูดเื่นี้เถิดนะ” เหมยซูกล่าวตัดบท
สักพักหญิงวัยกลางคนก็เดินเข้ามาในร้าน และเลือกซื้อป้ายหยกและปิ่นปักผม แต่พอมองเห็นคันฉ่อง นางก็ใสุดขีดจนถึงขั้นถอยหลังและล้มจนก้นกระแทก
“ท่านป้าเป็อะไรหรือเปล่าเ้าคะ” หวนเจินรีบวิ่งเข้าไปดูและประคองท่านป้าให้ลุกขึ้นดีๆ
“คันฉ่องอาถรรพ์ ทะ ทำไมยังอยู่อีก เอาไปทิ้งซะ ถ้าไม่อยากตายน่ะ” ท่านป้าพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักและมีอาการสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านกลัวคันฉ่องอันนี้งั้นหรือเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“ข้าไม่อยู่แล้ว” ท่านป้ากลัวมาก นางจึงรีบวิ่งออกไปจากร้านทันที
สองสาวทำได้เพียงมองดูลูกค้าวิ่งหนีหน้าตาตื่นออกไปจากร้าน
“ลำพังแค่เป็คันฉ่องราคาแสนแพงก็ขายไม่ได้อยู่แล้ว นี่ยังเป็คันฉ่องอาถรรพ์อีก” เหมยซูบ่น
“ลดราคาก็ไม่ได้ซะด้วย ทำยังไงดีเ้าคะ” หวนเจินกังวล
“คันฉ่องอันนี้มีประวัติความเป็มาอย่างไรกันแน่นะ” เหมยซูอยากรู้ข้อเท็จจริง
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ข่าวลือเื่ที่ร้านขายของเก่าขายคันฉ่องอาถรรพ์ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหนานโจว ทำให้ไม่มีลูกค้าคนไหนกล้าเข้าร้านขายของเก่าอีกเลย
จนกระทั่งตอนเย็นวันถัดมา
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาในร้าน เขามองซ้ายมองขวาและทำตัวลับๆ ล่อๆ ก่อนที่จะรีบเดินมุ่งตรงมาที่คันฉ่อง เขาได้ทำการคว้าคันฉ่องและรีบนำไปวางบนโต๊ะเพื่อชำระค่าสินค้า
“เท่าไหร่” ชายวัยกลางคนพูดห้วนๆ
“9000 ตำลึงเ้าค่ะ” เหมยซูกล่าว
“นี่คือตั๋วเงิน 9000 ตำลึง ข้าไปล่ะ” ชายวัยกลางคนยื่นตั๋วเงินให้
“ท่านซื้อไปทำอะไรเ้าคะ” เหมยซูอยากรู้
“อย่ายุ่ง” ชายวัยกลางรีบคว้าคันฉ่องที่ห่อผ้าอย่างดี แล้วรีบเดินออกไปจากร้านทันที
“ถามแค่นี้ก็ไม่ได้” เหมยซูพูดพึมพำ
“เขามีรังสีอำมหิตรุนแรง เขาคงไม่ได้เอาไปใช้ฆ่าคนหรอกนะเ้าคะ” หวนเจินสงสัย
“คันฉ่องใช้ฆ่าคนไม่ได้หรอก มันเป็ที่ตัวบุคคลต่างหากที่ทำการฆ่าคนแล้ว แต่ใส่ร้ายว่าต้นเหตุคือคันฉ่อง ทำให้คันฉ่องแลดูน่ากลัวไป” เหมยซูวิเคราะห์
“ท่านไม่เชื่อหรือเ้าคะว่าคันฉ่องอันนี้อาถรรพ์จริงๆ” หวนเจินสงสัย
“เ้าลองคิดดูสิ คันฉ่องอันนี้อยู่ในกล่องหมายเลข 8 มานานแล้ว พวกเรายังไม่เป็อะไรเลย ไม่เพียงเท่านั้น พวกเราก็ตั้งขายมาสี่วันแล้ว พวกเราก็ยังคงนิ่งเฉย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเรา แล้วคันฉ่องอันนี้มันอาถรรพ์ตรงไหน” เหมยซูกล่าวตามเหตุผล
“นั่นสิเ้าคะ” หวนเจินเห็นด้วย
ผ่านไม่นานท่านเหลียงกังก็เดินเข้ามาในร้านด้วยหน้าตาตื่น
“คันฉ่องอยู่ไหน แล้วเ้าเป็อะไรหรือเปล่าซวงเหมย” เหลียงกังไม่ได้เดินดูของในร้าน เขามุ่งตรงมาที่ซวงเหมย และสำรวจว่านางได้รับาเ็ตรงไหนหรือเปล่า
“ข้าไม่ได้เป็อะไรเ้าค่ะ คันฉ่องถูกขายไปแล้ว” เหมยซูหรือซวงเหมยกล่าวอย่างงงๆ
“โล่งอกไปที เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว ข้าไปล่ะ” เหลียงกังก็เลยว่าจะกลับทันทีเมื่อเห็นซวงเหมยปลอดภัยดีทุกอย่าง
“ท่านมาด้วยเื่แค่นี้งั้นหรือเ้าคะ” เหมยซูสงสัย
“อ้อ! เ้านายข้า้ามาซื้อคันฉ่อง แล้วรีบนำไปกำจัด เพราะกลัวท่านจะมีภัยน่ะ แม่นางซวงเหมย” ลูกน้องนามว่าเผยหู่กล่าวแทน
“เผยหู่! อย่าพูดมาก” เหลียงกังรีบปรามลูกน้อง
“ขอรับ” เผยหู่กล่าว
“ท่านรู้ประวัติความเป็มาของคันฉ่องอันนี้หรือเปล่าเ้าคะ ได้โปรดเล่าให้ข้าฟังจะได้มั้ย” เหมยซูอยากรู้จริงๆ
เหลียงกังอยากอยู่ใกล้ชิดซวงเหมย ดังนั้นเขาจึงยอมเล่าความเป็มาให้ฟังก็เลยว่า “เ้าปิดร้านก่อนเถิด แล้วข้าจะเล่าความเป็มาให้ฟังในห้องรับรองแขกดีมั้ย”
“ก็ได้เ้าค่ะ เชิญท่านและลูกน้องไปนั่งรอในห้องรับรองก่อน” เหมยซูนำทางท่านเศรษฐีและลูกน้องให้ไปนั่งรอในห้องก่อน
สองสาวอยากรู้ประวัติของคันฉ่องปริศนา พวกนางก็เลยรีบปิดร้านและเดินเข้าไปในห้องรับรองทันที
ท่านเหลียงกังกำลังจะเล่า แต่ทว่าซานชุยก็รีบเดินเข้ามาในห้องและโวยวายเสียก่อน “เ้ามาทำอะไรที่นี่ หรือว่าจะมาจีบผู้หญิง”
“อย่าเสียมารยาทสิเ้าคะพี่เขย ท่านเศรษฐีแค่จะมาเล่าความเป็มาของคันฉ่องเท่านั้นเอง” หวนเจินหรือจือิรีบพูด
“ข้าไม่เชื่อ เศรษฐีคนนี้เ้าชู้จะตายไป รู้มั้ยว่าเขาพัวพันผู้หญิงตั้งกี่คน” ซานชุยฟ้อง
“มันเป็ข่าวลือเท่านั้นขอรับ ความจริงแล้วท่านเศรษฐีเป็คนรักเดียวใจเดียว” เผยหู่กล่าว
“อย่าไปเชื่อ สองวันก่อนข้าแอบเห็นเขายังควงคุณหนูใหญ่ตระกูลเหรินอยู่เลย” ซานชุยฟ้องอีก
“อะแฮ่ม เอาอย่างนี้ดีกว่านะซานชุย ท่านเศรษฐีเขาแค่จะมาเล่าประวัติของคันฉ่อง เขาไม่ได้จะมาจีบน้องสาวฮูหยินของเ้า พวกเรามาฟังเื่ราวดีกว่า ดีมั้ย” เหมยซูรีบตัดบท ความจริงนั้นนางไม่อยากได้ยินเื่อื้อฉาวของท่านเศรษฐีอีก
ซานชุยหวงจือิอย่างออกนอกหน้า เขาก็เลยไปนั่งข้างๆ จือิ
“งั้น ข้าเล่าล่ะนะ เื่มีอยู่ว่า…..