เมื่อการสอบมีต่อเนื่องตลอดเจ็ดวันจบลง มู่เสวี่ยหลินก็ได้มีวันหยุดพักผ่อนที่หาได้ยากหนึ่งวัน วันนี้ทั้งสามคนได้หยุดเรียนหนึ่งวันเพราะอาจารย์ติดธุระ เมื่อได้ฟังเหตุผลนี้ก็ทำเอามู่เสวี่ยหลินหวนนึกถึงสมัยเรียนที่พอมีอาจารย์ท่านหนึ่งไม่มา ก็จะมีอีกคนมาสอนแทนและแถมดันเป็วิชาที่พวกนางไม่ชอบอีกต่างหาก โชคดีที่โรงเรียนของเซียนนั้นไม่เหมือนกัน ไม่เช่นนั้นนางคงได้หาทางไปรายงานตัวที่สะพานไน่เหอเป็แน่
อย่างไรก็ตามมู่เสวี่ยหลินไม่รู้เลยว่าที่นี่คือสำนักศึกษาของสัตว์วิเศษ ดังนั้นการเรียนจึงไม่ค่อยเข้มงวดเท่ากับสำนักศึกษาของพวกเซียนจริงๆ สิ่งที่นางพบเจอที่นี่นั้นน้อยกว่าในสำนักศึกษาของเซียนถึงสองเท่า
“ศิษย์พี่ห้าวันนี้พวกเราจะไปไหนกันหรือ”
มู่เสวี่ยหลินนอนอยู่บนหลังของหลิงเหยียนพลางมองท้องฟ้าสีครามด้วยความเบื่อหน่าย วันนี้นางกะว่าจะนอนพักสักหน่อยแท้ๆ แต่จู่ๆศิษย์พี่ห้าของนางก็มาเคาะประตูแล้วบอกว่าจะพานางไปเที่ยว
“เื่นั้นมิใช่ว่าเ้ายังไม่มีดาบประจำตัวหรอกหรือ วันนี้ข้าจะพาเ้าไปเลือก”
เมื่อได้ยินคำตอบของศิษย์พี่ขนปุย มู่เสวี่ยหลินที่เดิมกำลังเบื่อหน่ายก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา ดาบประจำตัวก็คือดาบที่ใช้ต่อสู้ นอกจากนี้มันยังสามารถใช้เป็พาหนะบินได้อีกด้วย ซึ่งจะทำได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในขั้นสร้างรากฐาน
“จริงหรือศิษย์พี่”
“อื้ม”
เมื่อได้รู้จุดหมายแล้วมู่เสวี่ยหลินก็ไม่เบื่ออีกต่อไป นางจึงหยิบตำรามาอ่านข้ามเวลาในขณะเดินทาง
ตอนนี้นางกำลังพักอาศัยอยู่ในหอพักของสำนักศึกษา มู่เสวี่ยหลินมารู้ที่หลังว่าอาคารที่นางเห็นบนเกาะอีกแห่งนั้นคือเรือนพักสำหรับศิษย์ ซึ่งมีทั้งหมดสิบเกาะน้อยเท่ากับจำนวนศิษย์ในห้องเรียน
อย่างไรก็ตามนางเห็นโต๊ะในห้องมีแค่เก้าตัว มู่เสวี่ยหลินจึงถามสวีหลิงเหยียนว่าทำไมถึงมีแค่นั้น ซึ่งเ้าตัวก็บอกว่าโต๊ะอีกตัวคือของนางที่ตอนนี้ยังทำไม่เสร็จ ส่วนตัวที่นางนั่งอยู่นั้นเป็ของศิษย์พี่เก้า มีเพียงเรือนพักของนางเท่านั้นที่เสร็จก่อน มู่เสวี่ยหลินที่ได้ยินก็นึกสงสัยว่าโต๊ะแบบใดกันจึงได้ใช้เวลาทำนานยิ่งนัก
นอกจากเื่นี้แล้วก็มีเื่ของศิษย์พี่คนอื่นๆที่ตอนนี้กำลังไปทำภารกิจอยู่ ข้างนอก นั้นเลยทำให้ในห้องเรียนเหลือแค่พวกนางสามคน สวีหลิงเหยียนยังบอกอีกว่าอีกไม่นานตัวนางเองก็ต้องลงจากเขาไปทำภารกิจเช่นกัน
มู่เสวี่ยหลินมีลางสังหรณ์ว่าภารกิจในครั้งนี้คือการกลับไปที่โลกบำเพ็ญที่นางจากมา พูดถึงเื่นี้แล้วนางเกือบลืมไปแล้วว่าตนนั้นยังเื่ค้างคาใจอยู่ คาเฟ่ของนาง
ไม่ว่าอย่างไรมู่เสวี่ยหลินก็ยังไม่ลืมว่าตนมีความฝันที่อยากจะเปิดคาเฟ่เป็ของตนเอง เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะนางยังไม่มีทุน นอกจากนี้นางกำลังวางแผนหลอกล่อ เอ๊ย เชิญศิษย์พี่ทั้งสองไปช่วยงานที่ร้านด้วย
เมื่อนึกสภาพกระต่ายขาวสวมชุดเมดแล้วถือชาเสิร์ฟลูกค้า มู่เสวี่ยหลินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงหัวเราะคิกคักของมู่เสวี่ยหลินทำให้สวีหลิงเหยียนอดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งใดทำให้ศิษย์น้องหญิงของเขาอารมณ์ดีได้ขนาดนี้กัน
“เรามาถึงแล้ว”
“อ๋า..ถึงแล้วหรือเ้าคะ”
มู่เสวี่ยหลินรีบลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิ ดวงตากลมมองูเาขนาดใหญ่เบื้องหน้าด้วยความฉงน
“อยู่ข้างล่าง” ราวกับรับรู้ว่านางคิดอันใดหลิงเหยียนจึงเอ่ยบอกนางพร้อมกับร่อนลงไปจอดหน้าถ้ำ
“ดาบอยู่ข้างใน เ้าสามารถเข้าไปเลือกได้ นอกจากนี้อย่าลืมเอา หม้อปรุงยา พู่กัน และแร่มาด้วย เ้าต้องใช้เรียนพรุ่งนี้” หลิงเหยียนบอกกล่าวถึงสิ่งที่นางต้องเอาออกมา
เมื่อฟังจบก็มีคำๆนึงปรากฏขึ้นในหัวของมู่เสวี่ยหลิน ดังนั้นเขาจึงพานางมาเอาอุปกรณ์การเรียนไม่ใช่อาวุธวิเศษ?
ไม่ว่าตัวมู่เสวี่ยหลินจะสงสัยยังไง เบื้องหน้านางก็ยังคงทำตัวเป็เด็กดีเชื่อฟังเขา นางตอบเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล“เ้าค่ะศิษย์พี่ห้า”
เมื่อเอ่ยจบเด็กสาวก็ก้าวเข้าไปในถ้ำที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การเรียน แค่กๆ อาวุธวิเศษ ก่อนอื่นนางต้องมองหาดาบประจำตัว หม้อปรุงยา พู่กันและแร่ ซึ่งสามอย่างแรกนางพอเข้าใจได้ว่ามันใช้ทำอันใด แต่อันสุดท้ายนี่สิที่นางไม่เข้าใจว่าเอามาทำไม
แต่ในเมื่อเป็คำสั่งศิษย์พี่นางจึงไม่ขัด มู่เสวี่ยหลินเดินเข้าไปในถ้ำด้วยความระมัดระวัง ภายในถ้ำมิได้มืดมากนักสามารถมองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน ดวงตากลมกวาดตามองบรรดาอาวุธวิเศษที่ลอยอยู่เงียบๆในอากาศด้วยความสนใจ
นางจำได้ว่าในนิยายเคยเขียนเอาไว้ว่าหากจะเลือกอาวุธก็ควรเลือกที่มันถูกชะตาตนเอง ในบรรดาอาวุธที่ลอยอยู่มากมายไม่มีอันใดเลยที่เข้าตานาง มู่เสวี่ยหลินจึงเดินลึกเข้าไปในถ้ำ..
......
สวีหลิงเหยียนรออยู่นานก็ไม่เห็นศิษย์น้องตัวน้อยของเขาออกมา ตามปกติแล้วของที่มู่เสวี่ยหลินต้องใช้นั้นหาได้จากรอบนอกถ้ำ ซึ่งมีอาวุธวิเศษมากมายที่นางสามารถใช้ได้
แต่ทว่านี่ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้วมู่เสวี่ยหลินก็ยังไม่ออกมา สวีหลิงเหยียนเริ่มกังวลนี่ศิษย์น้องคงจะไม่ได้เข้าด้านในหรอกใช่ไหม? ลึกเข้าไปในถ้ำส่วนใหญ่เป็อาวุธระดับเทพจนถึงมหาเทพ
นอกจากนี้ยังมีอาวุธระดับจอมเทพอยู่ด้วย ศิษย์น้องตัวน้อยคงจะไม่ได้ไปหาอาวุธระดับมหาเทพหรอกกระมัง เพราะอาวุธระดับมหาเทพนั้นมีจิติญญาเป็ของตนเอง ขนาดตัวเขาเองยังมิได้รับเลือกเลยด้วยซ้ำ
“ไม่หรอกข้าคงคิดมากไป”สวีหลิงเหยียนพึมพำ
เขาคิดจะรอสักพักหากมู่เสวี่ยหลินยังไม่ออกมาเขาจะเข้าไปตาม อย่างไรก็ตามสวีหลิงเหยียนที่พึ่งตัดสินใจเสร็จมู่เสวี่ยหลินก็เดินออกมา
ในมือนางมีหม้อสีเขียวมรกตอันงดงามติดมาด้วย เพียงแค่มองดูก็รับรู้ได้ถึงพลังเทพที่แผ่ออกมา
สวีหลิงเหยียน “...” ดังนั้นศิษย์น้องจึงไปเอาอาวุธมหาเทพมาจริงๆ
หม้อปรุงยาในมือมู่เสวี่ยหลินคือลู่จิว(หยกแห่งโชคชะตา) เป็หนึ่งในหาหม้อปรุงยาที่ดีที่สุดใน์ เนื่องจากอันดับหนึ่งคือหม้อนิรันดร์ที่เป็ระดับศักดิ์สิทธิ์ ส่วนของศิษย์น้องคือกึ่งจอมเทพ
“ศิษย์น้องเ้าไปเอาหม้อใบนี้มาจากไหน”
แม้จะเดาได้บ้างแต่สวีหลิงเหยียนก็ยังอยากจะได้ยินจากปากนาง เพราะมันคงมิใช่อย่างที่เขาคิดจริงหรอกๆกระมัง
“หากข้าบอกว่ามันบินมาหาข้าเองศิษย์พี่ท่านจะเชื่อข้าไหม” มู่เสวี่ยหลินไม่ได้โกหก เพราะในระหว่างเดินลึกเข้าไปเพื่อมองหาอาวุธที่เข้ากับนาง
นางก็ได้พบดาบน้ำแข็งฮันซวงและดาบธาตุไม้ฮุ่ยชิว ตัวนางเป็รากิญญาไม้จึงชอบเลือกฮุ่ยชิว ต่อมานางก็เจอพู่กันที่ทำจากต้นอู่ถง(รังของหงษ์เพลิง) และในระหว่างที่นางเดินไปหาแร่สีเขียวที่อยู่ไม่ไกล หม้อใบนี้ก็บินเข้ามาหานาง
มู่เสวี่ยหลินในตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะไม่สนใจมันแล้วไปเลือกหม้อใบอื่น แต่ทว่าหม้อใบนี้ค่อนข้างเอาแต่ใจไม่น้อยเมื่อเห็นว่านางไม่เลือก มันจึงบังคับทำสัญญากับนางโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว
“เื่ก็เป็เช่นนี้แหละศิษย์พี่” ราวกับกลัวว่าสวีหลิงเหยียนจะไม่เชื่อ หม้อในมือนางก็เปล่งแสงออกมาทีนึง
สวีหลิงเหยียน “...”
ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าศิษย์สามเคยพยายามจะทำสัญญากับมันมาก่อนใช่ไหม อย่างไรก็ตามศิษย์พี่สามนั้นถูกปฏิเสธเพราะลู่จิวไม่ชอบที่เขาที่เป็บุรุษ นอกจากนี้รากิญญาของศิษย์พี่ก็เป็แบบสองรากหนึ่งน้ำหนึ่งไม้ ส่วนศิษย์น้องดูเหมือนว่าจะรากิญญาเดี่ยวไม้สินะ
“ศิษย์น้องความบริสุทธิ์ของรากิญญาเ้าคือเท่าใด”
“ความบริสุทธิ์หรือเ้าคะ..อื้อ...น่าจะเต็มสิบส่วน..” เมื่อมู่เสวี่ยหลินเอ่ยจบนางก็ได้เห็นศิษย์พี่ขนปุยมองนางราวกับตัวประหลาด
“ศิษย์พี่?”
“ความบริสุทธิ์ของรากิญญาเ้าคือเต็มสิบส่วนงั้นรึ”
“เ้าค่ะ”
นี่เป็เื่จริงที่ว่ารากิญญาของร่างนี้มีความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วน ถึงกระนั้นก็ไม่รู้ว่าเป็เพราะใดนางถึงไม่สามารถดูดซับปราณเข้าร่างได้ ทั้งๆที่มีรากิญญาที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้
“เ้าเป็อันใดกับพวกภูต”
“เ้าคะ?” ภูต? เผ่านี้หากจำไม่ผิดเหมือนว่าพวกเขาคือผู้ที่ได้รับความรักจากธรรมชาติใช่ไหม?
“เ้าไม่รู้จักภูตหรือ”
“อื้อ..ข้ารู้มาว่าพวกเขานั้นเป็ที่รักของธรรมชาติเท่านั้นเ้าค่ะ”
เนื่องจากเผ่าภูตไม่ได้ปรากฏตัวออกมานานแล้ว ดังนั้นในโลกบำเพ็ญจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับภูตน้อยมาก
“งั้นรึเ้าไม่รู้สินะ..”
สวีหลิงเหยียนเอ่ยออกมาด้วยท่าทางครุ่นคิด ยามนี้เขากำลังครุ่นคิดถึงความเป็ไปได้ที่น่าใ หม้อลู่จิวเดิมทีแล้วก็เป็ของเผ่าภูต แต่ที่มันมาอยู่ที่นี่เพราะเ้าของคนล่าสุดของมันได้นำมาฝากไว้เพื่อก่อนจะขึ้นไปที่โลกเทพ
ที่สำคัญก็คือเ้าของคนก่อนกับศิษย์น้องเหมือนกันตรงที่มีรากิญญาเดี่ยวธาตุไม้ความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนเช่นกัน เพียงแต่อีกฝ่ายคือองค์ชายเผ่าภูตดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะความบริสุทธิ์เต็มสิบ
ในขณะที่มนุษย์เว้นแต่ว่าพวกเขาหรือนางจะเป็ร่างหยินและหยาง ถึงกระนั้นความบริสุทธิ์ที่ได้ก็มีมากสุดแค่เก้า
“ศิษย์น้องยังมีอะไรที่ข้าไม่รู้เกี่ยวกับเ้าอีกไหม” สวีหลิงเหยียนถามมู่เสวี่ยหลินเพราะเขาต้องเก็บข้อมูลไปถามอาจารย์ บางทีท่านอาจารย์อาจจะรู้ว่าศิษย์น้องเป็อะไรกับพวกภูต
“รากิญญาข้าเป็รากิญญา์นี่นับไหม?”
สวีหลิงเหยียน “...” ศิษย์น้องเ้ามาเพื่อกดพวกข้าใช่ไหม?
แถม
สวีหลิงเหยียน: ศิษย์น้องใจคอเ้าจะไม่ให้ที่พวกข้าได้แสดงตนหน่อยหรือ
มู่เสวี่ยหลิน: อะไรนะเ้าค่ะ//กำลังก่อค่ายกล
สวีหลิงเหยียน: ไม่มีอันใด...//นั่งหันหน้าเข้ากำแพง
โอ๋ๆน่าศิษย์พี่อย่าไปงอนยัยน้องเลย เพราะน้องเองก็ยังไม่เลยว่าตัวเองเป็ตัวอะไร555+ ตอนนี้ศิษย์พี่น่าเอ็นดูมากตั้งใจพาน้องมาเลือกอุปกรณ์การเรียน แค่กๆ เลือกอาวุธยัยน้องก็หยิบอาวุธกึ่งจอมเทพออกมา พอถามเื่รากิญญาก็ช็อกอีกรอบเพราะน้องมีรากิญญา์ที่หายากอีก
สวีหลิงเหยียน: ข้ามันก็แค่ก้อนหินริมทาง..//หูตก
ปล.ถ้าชอบก็อย่าลืมกดใจหรือคอมเม้นท์เป็กำลังใจให้กันด้วยนะคะ^^