"หลีกไปข้าจะไปพบหลานชายของข้า พวกเ้ากล้ามาขวางข้าอย่างนั้นหรือ เ้าจำไม่ได้หรือยังไงว่าข้าเป็ใคร"
เสียงคำรามดังขึ้นกลางตำหนักเมื่อคนของตำหนักบูรพาไม่ยอมให้เขาเข้าไปด้านใน เขามาที่นี่ 2-3 ครั้ง แล้วทุกครั้งหลานชายก็มีข้ออ้างปฏิเสธทุกครั้ง จนถึงครั้งนี้เขาเริ่มไม่พอใจจึงแสดงอาการโมโหออกมาเพราะควบคุมอารมณ์ไม่ไหวแล้วจริงๆ
"ท่านแม่ทัพตอนนี้ท่านอ๋อง ไม่สบาย ตอนนี้กำลังพักผ่อนอยู่ไม่สามารถรับแขกได้ รบกวนท่านแม่ทัพกลับไปก่อนเถิดขอรับ หากจวิ้นอ๋องดีขึ้นแล้ว ข้าน้อยจะรีบให้คนไปแจ้งที่จวนทันทีขอรับ"
"เ้า!! ก็ได้อีก2 -3วันข้าจะมาอีกครั้ง หวังว่าตอนนั้นจวิ้นอ๋องคงจะหายดีแล้วกระมัง"
ตี๋เว่ยหลุน ญาติฝั่งมารดาของมู่หรงหานเฟิงสะบัดแขนเสื้อเดินออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์เขามาที่นี่หลายครั้งเพราะหลานชายตัวดีก็ไม่เคยที่จะออกมาต้อนรับเขาเลย ไม่ให้เกียรติว่าเขาเป็ลุงแท้ๆ เลยสักครั้ง หากไม่เพราะเมื่อคืนนี้มีคนลอบเข้าไปเอาสิ่งของบางอย่างขององค์ชายสาม แล้วจนป่านนี้ยังหาตัวคนร้ายไม่ได้ เขาคงไม่มาหวังพึ่งหลานชายคนนี้แน่นอน
คิดแล้วก็โมโหเขาเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ แต่ทำไมฝ่าาถึงให้คนอายุน้อยที่ไร้ประสบการณ์ทำศึกอย่างหลานชายของเขา ได้รับป้ายหยก ควบคุมทหาร 3 เหล่าทัพในฐานะชินอ๋องพิทักษ์แคว้นอย่างไม่เป็ทางการ แต่อีกไม่นานเขาแน่ใจว่าตำแหน่งนี้คงไม่พ้นหลานชายคนนี้แน่นอน หากเป็อย่างนั้นมีวิธีเดียวที่ต้องชักชวนให้เขามาเป็พวกไม่อย่างนั้นแผนการที่วางเอาไว้มานานคงต้องคิดแผนกันใหม่ ซึ่งมันอาจจะใช้เวลานานกว่าเดิมกว่าจะสำเร็จหวังว่าเขาคงฉลาดรู้ว่าควรเลือกอะไรที่ดีกับตัวเอง
ด้านนอกวุ่นวายสับสนแค่ไหน แต่ด้านในกลับไม่มีใครทุกข์ร้อน บุรุษที่อยู่ภายในห้องคือพระโอรสเพียงองค์เดียวของชินอ๋องและพระชายาตี๋เหม่ยฮั่ว ตอนนี้เป็เ้าของตำหนักบูรพา ที่เป็ตำหนักของอดีตฮ่องเต้มอบให้ชินอ๋องมู่หรงหยางเฟิง สมัยที่ได้รับตำแหน่งครั้งแรก
ว่ากันว่าอดีตฮ่องเต้้าให้พระโอรสผู้นี้บัลลังก์ แต่เพราะชินอ๋องกลับปฏิเสธเพราะไม่ชอบวุ่นวายในเกมการเมือง ขอทำหน้าที่ผู้พิทักษ์แคว้นมู่หรงแทน จนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงองค์รัชทายาท ที่คิดจะให้พระโอรสที่เกิดจากฮองเฮา กลายเป็มู่หรงฉิงเฟยที่เกิดจากสนมยศขั้นเฟยที่เกิดก่อน แต่มารดาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมียศต่ำกว่า
ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ฮ่องเต้รู้สึกดีกับชินอ๋องมาก เพราะในขณะก่อนขึ้นครองราชย์มีคนที่ไม่เห็นด้วยไม่น้อย แต่เพราะมีชินอ๋องผู้พิทักษ์แคว้นอย่างมู่หรงหยางเฟิงสนับสนุนพระองค์ทำให้ไม่มีใครกล้าทำอะไร แต่เพราะสาเหตุนี้ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำมากมายจนกระทั่งชินอ๋องและพระชายาถูกสังหาร เหลือทายาทเพียงคนเดียว ตอนนั้นจวิ้นอ๋องอายุได้เพียง 7 หนาวเท่านั้น
เพื่อตอบแทนทุกอย่างที่อดีตชินอ๋องได้ทำมา จึงยกตำหนักบูรพาให้ทายาทของอดีตชินอ๋อง สืบต่อไป แถมยังยกเลิกกฏมากมายให้กับหลานชายของพระองค์คนนี้
เมื่อบิดามารดาเสียชีวิตแทนที่จะมีญาติฝั่งมารดามาคอยดูแลกับไม่มีใครใส่ใจบ้าง เขากลับเหลืออยู่ตัวคนเดียวกับแม่นมและองครักษ์ที่ภักดีกับอดีตชินอ๋องคอยดูแลจนกระทั่งโต คอยฝึกวิชาและให้ความรู้ในทักษะต่างๆ ให้กับพระองค์
ในขณะที่ญาติฝั่งมารดาที่คิดถึงแต่เื่ผลประโยชน์ มีหรือจะสนใจเด็กอายุเพียงแค่ 7 หนาวคนนี้ หากไม่เพราะเมื่อท่านอ๋องอายุ18ปี ฮ่องเต้มู่หรงฉิงเฟย ทรงแต่งตั้งให้หลานชายที่เป็ทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของพระอนุชาของพระองค์ ให้รับตำแหน่งสำคัญก็คือจวิ้นอ๋อง จึงได้หันมาสนใจหลานชายคนนี้
ฝ่าายังมอบป้ายหยกประจำตัวของชินอ๋องที่สามารถควบคุมกองทัพ 3 เหล่าทัพที่มีทหารทั้งหมดเกือบ หนึ่งล้านสามแสนคน เมื่อถึงอายุครบ 25 ปีเมื่อไหร่ก็จะได้รับแต่งตั้งเป็ชินอ๋องผู้พิทักษ์แคว้นมู่หรงที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ด้วยตำแหน่งสำคัญพร้อมกับใบหน้าอันหล่อเหลาเป็เอก รูปงามขนาดผู้คนกล่าวขวัญถึงไม่หยุด เมื่อครั้งที่รับตำแหน่งจวิ้นอ๋อง สตรีมากมายเพียงแค่เห็นใบหน้ารูปงามของเขาต่างคร่ำครวญถึงแต่จวิ้นอ๋องคนนี้ แต่เพราะเขาไม่ชอบออกงานเลี้ยง เป็คนเก็บเนื้อเก็บตัว น้อยครั้งที่จะออกจากตำหนักบูรพา หากไม่เพราะว่าตอนที่รับตำแหน่งครั้งนั้นคงยากที่จะได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาประดุจหยกชั้นดี ราวกับ์ปั้นแต่งมา หลังจากที่ได้รับตำแหน่งในวันนั้นก็ไม่มีใครได้เห็นโฉมหน้าของพระองค์อีกเลย
นอกจากพระองค์จะมีใบหน้าที่งดงามและมีพระวรกายสูงส่งแล้ว ตำหนักบูรพาของพระองค์ก็น่าดึงดูดไม่น้อย เบื้องบนไม่มีบิดามารดาให้ต้องเกรงใจ หากแต่งเข้าไป ก็เป็ใหญ่ในตำหนักบูรพา แถมทรัพย์สินเงินทองที่มีไม่น้อยกว่าในท้องพระคลัง พระองค์จึงเหมาะสมที่จะทำให้สตรีทุกคนทั่วทั้งแคว้นอยากเป็พระชายา ยังไม่รวมถึงข่าวคราวที่พวกนางให้คนสืบมาว่า จวิ้นอ๋องผู้นี้ยังไม่มีนางในดวงใจ อีกทั้งยังไม่มีแม้แต่อนุหรือบ่าวรับใช้มาคอยอุ่นเตียงเลยแม้แต่คนเดียว
มีหลายคนใจกล้าให้บิดาของตัวเองไปทูลขอพระราชทานสมรสกับจวิ้นอ๋อง แต่เพราะว่าฝ่าากลับตอบปฏิเสธกลับมาว่า ชินอ๋องตำแหน่งผู้พิทักษ์แคว้นมู่หรงสามารถเลือกคู่ครองได้โดยไม่เกี่ยวข้องกับเื่ของการเมือง เมื่อมีราชโองการออกมายืนยันทำเอาหลายคนถึงกับผิดหวังเมื่อได้ยิน
สาเหตุที่ทำแบบนั้นก็เพราะว่าอำนาจของชินอ๋องมีไม่น้อย หากมีการรวบรวมขุนนางเป็พวก บัลลังก์ก็คงจะถูกสั่นคลอน เพราะฉะนั้นจากรุ่นสู่รุ่น ตำแหน่งนี้จึงถูกระบุว่าพระอนุชาอันดับ 2 ของฮ่องเต้ จะต้องถูกแต่งตั้งเป็ชินอ๋องผู้พิทักษ์ประจำแคว้นมู่หรง แต่เนื่องด้วยชินอ๋องได้เสียชีวิตไปก่อนวัยอันควร จวิ้นอ๋องที่เป็ทายาทของชินอ๋องจึงต้องรับหน้าที่นี้ไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนฮ่องเต้พระองค์ใหม่
ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงในวังหลวงเกิดขึ้น เหล่าสตรีทั้งหลายก็ต่างพากันเฝ้ารอ ที่จะเจอกับเขา เพราะเป็งานเลี้ยงเดียวที่จวิ้นอ๋องไม่สามารถปฏิเสธได้ พวกนางจึงมีโอกาสเพียงแค่ครั้งนี้ แค่ครั้งเดียวที่จะทำให้ท่านอ๋องประทับใจพวกนาง หาไม่แล้วพวกนาง ก็ต้องรออีกนานที่ได้เจอเขาในงานเลี้ยงครั้งต่อไป
"กลับไปแล้วใช่ไหม? "
ช่างเล่ย มองไปที่บุรุษที่นั่งอ่านตำรา ทำเป็ไม่รับรู้ว่าเมื่อสักครู่นี้มีเหตุการณ์อะไรขึ้น โดยไม่สงสารเขาสักนิดว่าเขาต้องเจอกับอะไร หลายวันนี้มีคนมากมายมาหาจวิ้นอ๋อง เพื่อมอบเทียบเชิญงานเลี้ยงสังสรรค์ ั้แ่จวิ้นอ๋องได้รับป้ายหยกเป็ท่านอ๋องพิทักษ์แคว้น อีกไม่นานก็คงจะได้รับการแต่งตั้งเป็ชินอ๋องเหมือนกับพระบิดา เขาทำหน้าที่ปฏิเสธเทียบเชิญจนคอแหบแห้ง ท่านอ๋องกลับมานั่งสบายอารมณ์ราวกับว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
"กลับไปแล้วขอรับ ท่านอ๋องจะปฏิเสธแบบนี้ทุกครั้งคงไม่ไหวนะขอรับ ต้องหาวิธีจัดการเื่นี้ไม่อย่างนั้นข้าน้อยขอลาพักร้อน่นี้ได้ไหมขอรับ"
มู่หรงหานเฟิงวางตำรา จ้องมองใบหน้าองครักษ์คนสนิทด้วยแววตาคมกริบ ก่อนจะยิ้มมุมปากเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เอาสิเ้าอยากได้พักร้อนกี่วันลาตลอดชีวิตเลยดีหรือไม่ หรือถ้าจะให้ดีลาออกไปแต่งงานเลยดีกว่า ได้ยินว่านางกำนัลของข้าหลายคนแอบส่งผ้าเช็ดหน้าถุงหอมให้เ้าจนรับไม่ไหวไม่ใช่หรือเดี๋ยวข้าจะเลือกให้เ้าครั้งนี้เลยดีกว่า"
"ข้าน้อยมาคิดดูแล้ว ข้าน้อยคิดว่าอยู่ที่นี่พอช่วยงานท่านอ๋องดีกว่าพักนานๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ขอรับ ข้าน้อยยังไม่อยากแต่งงานรอให้ท่านอ๋องทรงมีพระชายาก่อน ข้าอาจจะเริ่มคิดแต่งงานก็ได้ขอรับ"
พอได้ยินคำว่าแต่งงานองครักษ์คนสนิทรีบปฏิเสธปากคอสั่น นางกำนัลเ่าั้เอาแต่บอกนั้นมอบของขวัญให้เขา อย่างมีจุดประสงค์แบบนี้มันน่ากลัวเกินไป
มู่หรงมองไปนอกหน้าต่าง กลับคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนพร้อมกับคิดถึงใบหน้าและแววตาของสตรีผู้นั้นที่จนป่านนี้เขาก็ยังไม่ลืมมันเลย ปลายนิ้วเรียวราวหยกสลักหยิบเอาปิ่นปักผม ที่นางปักให้เขาในคืนวันนั้นปิ่นนี้มันคือของนาง ราคาคงแพงไม่น้อย ของที่มีราคาแบบนี้ เขาควรที่จะเอาไปคืนเ้าของกับมือดีไหมนะ
"ท่านอ๋องขอรับ ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพคงมาเกี่ยวกับเื่คืนนั้นไม่อย่างนั้นคงไม่เทียวไปเทียวมาที่ตำหนักบูรพาแบบนี้หรอกนะหากไม่้าให้ท่านอ๋องช่วยอะไรจริงหรือไม่ขอรับ"
หลายวันก่อนที่ท่านอ๋องตัดสินใจบุกเดี่ยว เข้าไปหาหลักฐานที่ห้องลับขององค์ชายสาม เขาเองก็อยากจะเข้าไปช่วย แต่จนปัญญาว่าห้องลับนั้นมีค่ายกลระดับสูงอยู่ คนที่เข้าไปได้ต้องมีความรู้เื่กลไกเป็อย่างดีซึ่งท่านอ๋องของเขาก็เป็หนึ่งในนั้น อีกครั้งที่นั่นเข้าไปได้ทีละคนเท่านั้น หากเข้าไปเกินประตูห้องลับจะถูกปิดตายทันที เขารอจนกระทั่งท่านอ๋องออกมาพร้อมกับหลักฐานแต่พวกเขาเกือบไม่รอด
เมื่อองค์ชายสามกลับมาทำให้เกิดผิดแผนที่วางเอาไว้ พวกเขาได้แต่แปลกใจทั้งที่เคยได้รับข่าวว่า เขาจะไม่อยู่ตำหนัก2วันแล้ว เท่านั้นยังไม่พอเมื่อกลับมาถึงเขายังเข้าห้องลับในวันนั้น จึงได้รู้ว่าหลักฐานได้หายไปแล้ว หากไม่เพราะแยกกันไปคนละทาง ตามคำสั่งของท่านอ๋องป่านนี้คงถูกจับได้ไปแล้ว จึงเป็ไปได้ว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเขาจึงเปลี่ยนใจย้อนกลับมาอีกครั้ง
"ถ้าเป็อย่างนั้นจริงก็ดีเพราะแสดงว่าเขายังไม่รู้ว่าใครเป็คนเข้าไปขโมยหลักฐาน เอาไว้ถ้าเขามาอีกข้าจะลองฟังดูว่าเขา้าอะไรก็แล้วกัน ให้คนของเราพยายามแทรกซึมเข้าไปที่ตำหนักองค์ชายสามกลับจวนแม่ทัพตี้ให้ได้ หลักฐานที่เราได้มามันยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกมันล้มได้ เราต้องได้หลักฐานให้มากกว่านี้ก่อนถึงจะแจ้งให้เบื้องบนทราบ ตอนนี้เราทำเฉยๆ ไปก่อนเดี๋ยวพวกมันรู้ตัว"
"ขอรับข้าน้อยจะรีบส่งคนเข้าไปให้เร็วที่สุด ว่าแต่ว่าท่านอ๋องกำลังจะออกไปไหนครับ"
ช่างเล่ยมองเห็นมู่หรงหานเฟิง เอากล่องใส่ของบางอย่างออกมา พร้อมกับกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอก ไม่ใช่ว่าเมื่อสักครู่เขาพึ่งบอกกับคนที่มาเยี่ยมจวิ้นอ๋องที่ตำหนักบูรพาว่าจวิ้นอ๋องทรงประชวรอยู่ หาเขาเดินออกไปข้างนอกแบบนี้ แล้วเขาจะบอกกับคนอื่นว่าอย่างไร
ขณะที่กำลังจะก้าวพ้นประตูก็ได้ยินเสียงจากคนใกล้ชิด มุมปากยกยิ้มเมื่อคิดถึงสถานที่ที่เขากำลังจะไป ดวงตาคมทอแสงเปล่งประกาย เมื่อคิดถึงว่าเขาจะไปหานางในฐานะอะไรดีเป็คนร้ายหรือว่าจวิ้นอ๋องดี เมื่อคิดถึงบางอย่างได้เขาก็ยิ้มกว้างขึ้น เขาเปลี่ยนใจเอาของที่อยู่ในมือกลับไปวางที่เดิม
วันนี้เขาจะไปหานางในฐานะจวิ้นอ๋องเพราะเขายังไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาเป็คนร้ายในคืนนั้น วันนี้เขาจะไปพบนางในฐานะลูกค้าธรรมดา อยากเห็นจริงๆ ว่านางจะทำหน้าอย่างไร ระหว่างเจอคนร้ายกับเจอจวิ้นอ๋อง มู่หรงหานเฟิงคนนี้
"วันนี้ข้าอยากไปซื้อหยกพกอันใหม่ เพราะอันที่มีข้าเบื่อแล้ว เ้าเองก็อย่าชักช้าๆ รีบตามมา"
"ขอรับ" ช่างเล่ยรีบตามเขาออกไปทันทีถึงแม้จะสงสัยว่า วันนี้ท่านอ๋องคิดอะไรอยู่ ถึงคิดอยากจะไปซื้อของ ถึงจะบอกว่าอยากจะได้พกหยกอันใหม่ แต่ในคลังสมบัติของท่านอ๋องพกหยกที่มีไม่น้อยไม่ใช่หรือแทบจะเต็มหีบที่มี แต่ละชิ้นล้วนแล้วแต่ล้ำค่า บางชิ้นตามท้องตลาดไม่สามารถหาได้แล้วทำไมถึงจะอยากออกไปซื้อข้างนอกอีกเขาไม่เข้าใจท่านอ๋องเลยจริงๆ
จากนั้นรถม้าที่มีสัญลักษณ์ของตำหนักบูรพาก็เคลื่อนตัวไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านมากที่สุดในใจกลางเมืองหลวง ที่หลายปีแล้วเขาไม่เคยออกมาแถวนี้เลยสักครั้ง ผู้คนทั้งสองข้างทาง พอเห็นสัญลักษณ์ของตำหนักบูรพา ก็ต่างพากันชี้ชวนกันมอง หลายคนก็วิ่งตามเพื่ออยากเห็นใบหน้าของจวิ้นอ๋องที่เป็ที่ร่ำลือกันมานานว่า พระองค์หล่อเหลานัก
บางคนก็รีบส่งคนให้เข้าไปที่จวนต่างๆ เพื่อแจ้งข่าวให้คุณหนูของตัวเองทราบ ว่าบุรุษที่คุณหนูของพวกนาง ต่างพากันชื่นชอบ วันนี้มาถึงใจกลางเมืองหลวง ในเวลาไม่นานนัก ข่าวลือก็กระจายไปทั่ว ที่ว่าจวิ้นอ๋องที่ปกติมักเก็บตัวอยู่ที่ตำหนักบูรพา วันนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ท่านอ๋องผู้นี้ถึงได้ออกมาเที่ยวเล่นข้างนอกเป็ครั้งแรก หากใครอยา
กจะพบต้องรีบออกมา ไม่อย่างนั้นโอกาสแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆ ที่จะเจอเขาสักครั้ง