คุณชายน้อยสกุลเฉียนผู้นั่งอีกฟากหนึ่งของห้องเรียนคอยสังเกตซิวลู่ถิงอยู่ตลอด เขารู้สึกว่านางเป็คนที่น่าจะร่ำเรียนได้เป็อันหนึ่งในชั้นซึ่งเขาเองจะแพ้ไม่ได้ ในยามที่อาจารย์คอยซักถามในยามสอนดูเหมือนจะมีเด็กหญิงผู้นี้กับฉีเหยียนเป็คนผลัดกันตอบฝั่งขวาของกระดานที่เขานั่งอยู่ก็มีเขา เหมาถิงถิง และอวี๋อ้ายซ่างที่แย่งกันยกมือตอบในหลายๆ ครั้งเด็กชายคะเนแล้วว่าหากจะชิงอันดับหนึ่งหรือสองในชั้นเรียนนี้ คงต้องเป็เขากับซิวลู่ถิงเด็กหญิงร่างท้วมผู้นั้นเป็แน่
“ทำไมหรือ?เ้าคิดเป็แล้วข้าเป็ด้วยไม่ได้หรือไรกัน?”
“นี่แน่ะ! เฉียนกวนต๋าทำไมข้ารู้สึกว่าเ้ากำลังพยายามเลียนแบบข้าอยู่? ั้แ่เมื่อครู่นี้แล้วข้าคุยในห้องเรียน เ้าไม่ได้คุยเสียหน่อย เหตุใดเ้าต้องรับผิดด้วย?”
“ทำไมหรือ?หากข้ารับผิด เ้าก็จะได้มีเพื่อนถูกทำโทษ ไม่ดีหรือ?”สีหน้าของเด็กชายสกุลเฉียนดูเหมือนจะตึงมากกว่าเดิม
ทว่าใบหน้าของสหายที่นั่งข้างเขากลับยิ่งงอลงไปหนัก“เ้าก็ไม่น่าบอกว่าเ้าคุยกับข้าอยู่นี่! ดูสิ!ข้าเลยต้องมานั่งคัดกฎระเบียบเค่อเฉิงเหมือนเ้าเลย”
เฉียนกวนต๋าหันไปมองเพื่อนร่วมโต๊ะแล้วตบหลังเบาๆ“ข้าจะหาขนมอร่อยมาให้เ้าแทนคำขอโทษก็แล้วกัน”
ชิงเว่ยเว่ยส่ายหน้ารู้สึกว่าเฉียนกวนต๋าคงจะจับตามองสหายซิว
“ถิงเอ๋อร์ต่อไปเ้าต้องคอยระวังเขาไว้หน่อยแล้วล่ะ”
ซิวลู่ถิงหรี่ตาลงแอบเหลือบไปทางเฉียนกวนต๋า“ดูเหมือนเ้าคนแซ่เฉียนจะคอยหาเื่ข้า”
“ใครใช้ให้เ้าโดดเด่นในชั้นเรียนเล่า?เขาเห็นเ้าเป็คู่แข่งแล้วน่ะสิ!”
“แข่งเื่อะไรกัน?”
“เฉียนกวนต๋าเป็คนเข้มงวดเ้าระเบียบ และชอบการเป็ผู้นำ ยามเรียนเ้าตอบคำถามอาจารย์จนได้รับคำชมอยู่บ่อยครั้งซ้ำยังสอบเก็บคะแนนได้มากกว่าทุกคน ข้าว่าลองๆรวมดูคะแนนของเ้าน่าจะมาเป็อันดับหนึ่งในชั้นเรียนนะ”
เอ่ยถึงเื่นี้ซิวลู่ถิงทำหน้าภาคภูมิใจก่อนจะสอบเข้าสถาบันเค่อเฉิงได้นางตั้งใจร่ำเรียนเขียนอ่านเพราะเห็นเป็โอกาสจะได้เข้าเรียนพร้อมกับพี่ชายตามที่ท่านพ่อมาดหมายคหบดีซิวเห็นว่าหากให้นางไปคอยควบคุมซิวอี้เซิงคงจะทำให้เขาเรียนได้ดีขึ้นซิวลู่ถิงชอบการเรียนพอๆ กับการอ่านนิยายนักสืบสิ่งแลกเปลี่ยนในการสอบเข้าได้ในครั้งนี้คือเงินรางวัลสำหรับซื้อนิยายที่นางชอบหลังจากสอบเข้าได้แล้วท่านพ่อของนางก็ยังยื่นข้อเสนอต่อไปว่าหากนางสามารถสอบได้ที่หนึ่งในชั้นเรียนก็จะอนุญาตให้นางอ่านนิยายได้ตามพอใจและยังให้เงินซื้อนิยายไม่จำกัดจำนวนอีกด้วยแต่หากนางทำไม่ได้นางจะต้องถูกจำกัดเวลาในการอ่านนิยายลง
“เื่คะแนนข้าไม่มีทางให้ผู้ใดชนะข้าได้เด็ดขาดไม่เช่นนั้นข้าก็จะไม่ได้อ่านนิยายเต็มที่อีกต่อไป”
“มิน่า! เ้าถึงได้อ่านหนังสือคร่ำเคร่งนัก”
ซิวอี้เซิงเป็คนเฉลยว่าซิวลู่ถิงอ่านหนังสืออยู่แทบตลอดเวลาเขาต้องคอยรบเร้าให้นางออกกำลังอยู่บ่อยๆ ั้แ่หลงป่าไข่ัในครั้งนั้น ซิวลู่ถิงก็ยอมรับว่าร่างกายตนเองอ่อนแอเกินไปจึงได้ยอมทำตามคำรบเร้าของพี่ชาย
“เ้าว่าเฉียนกวนต๋าคิดจะเป็คู่แข่งของข้ามิใช่ว่า…เขาจะคอยจับผิดพวกเราด้วยนะ”
ชิงเว่ยเว่ยหันไปมองเด็กชายสกุลเฉียนอีกคราหากว่าเขาจับตามอง ซิวลู่ถิงอยู่ตลอดก็อาจจะคอยจับตาดูคนทั้งหน่วยฉีหลินก็เป็ได้การเป็สายลับแล้วถูกจับตามองย่อมมิใช่เื่ดี เห็นทีเื่นี้ต้องประชุมในหน่วยเพื่อป้องกันการตามติดของเฉียนกวนต๋าแล้ว
่พักกลางวันหน่วยฉีหลินก็รวมตัวกันด้านข้างหอสมุดที่เดิมเพื่อประชุมเื่ของเฉียนกวนต๋า วันนี้ท้องฟ้าครึ้มทุ่งหญ้าบนเขาไข่ัเมื่อมองไปแล้วดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง อีกอย่างการจะแอบไปดูข้างบนย่อมไม่อาจทำได้เพราะคำสั่งห้ามเป็ที่รับรู้กันทั้งสถาบันแล้วหากว่าเดินขึ้นทางด้านนี้ย่อมถูกอาจารย์ใหญ่หวังลงโทษ
“หากเขาสนใจพวกเรามากเข้าอาจจะรู้ความลับในสักวัน” ซิวอี้เซิงเองก็รู้สึกเหมือนชิงเว่ยเว่ยเขาไม่อยากให้มีคนมาคอยจับตามองคนในกลุ่มตนเอง
“ต่อไปเราต้องระวังเฉียนกวนต๋าเพิ่มอีกคน” ฉีเหยียนพยักหน้าหงึกหงัก “คนที่เราต้องคอยจับตามองก็มีอาจารย์ไต้อาจารย์จง และอาจารย์ใหญ่หวัง รวมเ้านี่เข้าไปก็เป็สี่คนแล้ว”
ชิงเว่ยเว่ยรู้สึกว่าวันนี้อาจารย์ไต้ดูเคร่งเครียดกว่าเมื่อวานเมื่อเช้าอาจารย์หนุ่มทั้งสองยืนเคียงคู่พูดคุยหารือกันอยู่หน้าระเบียงอาคารเรียนสีหน้าไม่ค่อยดีนักนางจึงรีบบอกให้ทุกคนคอยจับตามองเขาให้ดี
“อาจจะมีข่าวส่งมาเพิ่มก็ได้”
“อืม...อาจารย์จงเองก็ดูท่าทางเคร่ดเครียด”
“เราคงต้องหาทางขึ้นดูลาดเลาบนเขาไข่ัอีกสักรอบข้าอยากรู้ว่าคนพวกนั้นใช่ชนเผ่าที่เราสงสัยหรือไม่?”ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยพร้อมมองตาสหาย
“ทำไมเราไม่บอกอาจารย์ใหญ่หวังล่ะ?”ฉีเหยียนที่รู้สึกกลัวเงาดำพวกนั้นขึ้นมารีบกวาดสายตาหารือคนรอบวง
“บอกไม่ได้! เพราะหากบอกไปแล้วอาจารย์ใหญ่หวังขึ้นไปหาคนพวกนั้นไม่พบเราจะกลายเป็คนที่ฝ่าฝืนกฎของสถาบันและถูกไล่ออกเปล่าๆ น่ะสิ” ซิวอี้เซิงรีบปรามเอาไว้ “อย่าลืมว่าที่เราเห็นพวกเขารอบหลังเป็เพราะแอบขึ้นไปบนเขาเองนะ”
ชิงเว่ยเว่ยทอดสายตาเลยไหล่สหายไปบนเนนเขาไข่ันางคิดว่าหากไม่บุกขึ้นไปในถ้ำเสือมีหรือจะได้ลูกเสือเห็นทีงานนี้นางกับไห่ฮ่าวควรจะขึ้นไปเสี่ยงซุ่มดูน่าจะดีวิธีออกจากค่ายกลนางจำได้แม่นยำดีแล้ว แต่บางทีอาจจะไม่เป็จำเป็ลองไปเลียบๆดูรอบๆ ค่ายกลก่อนก็ได้
“จริงด้วย! ข้าลืมไป”
“อาเหยียนเ้าไม่ต้องขึ้นไป รอดูลาดเลาข้างล่างนี่ล่ะ เดี๋ยวข้ากับไห่ฮ่าวจะขึ้นไปดูเองไปกันหลายคนเอิกเกริกเกินไป” ชิงเว่ยเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เ้าคิดจะแอบขึ้นไปบนนั้นอีกหรือ?”ซิวลู่ถิงทำตาโต
“หากไม่ขึ้นไปเราก็คงไม่ได้รู้ความจริงสักที เย็นนี้เลิกเรียนแล้วเจอกันที่นี่พวกเ้าสามคนทำหน้าที่คอยกันมิให้คนอื่นเข้ามาใกล้แถวนี้ข้ากับไห่ฮ่าวจะขึ้นไปเอง”
ซิวอี้เซิงคิดจะอ้าปากขอไปด้วย ทว่าไห่ฮ่าวกลับรีบเอ่ยสกัดไว้
“ไม่ต้องหรอกขอรับคุณชายซิวข้าไปกับคุณหนูสี่จะง่ายกว่า หากเกิดปัญหาก็จะช่วยกันได้ทันท่วงที รีบไปรีบมาพวกท่านทำหน้าที่ช่วยดูลาดเลาอยู่แถวนี้เถิด”
*******************************

