บทที่ 9 ถอนทุน
หัวใจของจ้าวหนิงซีเต้นแรงจนยากจะควบคุม
ด้วยถึงแม้จะแต่งงานกันมานานแล้ว แต่เธอรังเกียจสามีไม่ได้ความของตัวเองมาก มากเสียจนแทบไม่เคยมองอีกฝ่ายอย่างจริง ๆ จัง ๆ มาก่อน
ทว่าตอนนี้ ชายไร้ความสามารถคนนั้นกลับมีเสน่ห์ยวนใจมหาศาล ทั้งรูปร่างสูงยาวแข็งแรง ดูมีพละกำลัง ยากจะอดใจยามอยู่ใกล้ไหว
“เป็อะไรไปเหรอหนิงซี” หลินชี่หยางยิ้มกว้าง “ใกับความหล่อของสามีหรือไง มานี่สิ นอกจากความหล่อ ผมยังมีอย่างอื่นจะให้คุณอีกนะ”
“หืม?” จ้าวหนิงซีงุนงง
“ก็สามีของคุณไงล่ะ!” หลินชี่หยางลูบผมเธอ หัวเราะพลางพูดว่า "ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป สามีจะทำให้คุณเป็ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก!”
หัวใจของจ้าวหนิงซีเต้นดังราวฟ้าร้อง ร่างกายรู้สึกคล้ายพลังถูกดูดออกไปจนหมด
ตอนที่หลินชี่หยางดึงหญิงสาวเข้ามาหา เธอไม่ได้ขัดขืน ในเมื่อเขาจะเป็สามีของเธอไปชั่วชีวิต ยามหัวใจสั่นไหว ก็ปล่อยตัวปล่อยจิตให้ดำเนินไปตามครรลองของมันเลยดีกว่า!
“พี่คะ พวกพี่อยากทานอะไรคะ?”
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณเก้าโมงเศษ จ้าวหนิงซีและหลินชี่หยางเพิ่งออกมาจากห้องนอน ทำให้จ้าวหนิงเยว่รู้สึกฉงน เพราะั้แ่พี่สาวแต่งงาน พี่เขยก็มักจะรับหน้าที่เตรียมอาหารไว้แต่เช้าตรู่เสมอ
ถึงแม้ความสามารถด้านอื่นจะค่อนข้างว่างเปล่า แต่ฝีมือการทำอาหารของเขาก็ไม่เลว ซ้ำยังค่อนข้างเอาใจใส่ดูแลคนอื่น เขามักจะทำอาหารให้ถูกปากพวกเธอ และยังคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย
สองพี่น้องไม่เคยขาดอาหารเช้าเลย แม้ทั้งคู่จะชอบออกกำลังกายในตอนเช้า ส่วนตัวจ้าวหนิงซีก็มักออกไปทำงานั้แ่ตอนที่ยังเช้ามาก
ผู้เป็พี่สาวนิยมตื่นเช้า และถึงเมื่อคืนจะยุ่งจนเลิกงานดึก หล่อนก็จะแค่ยกเลิกการออกกำลังกาย กระนั้นยังคงลงมายังชั้นล่างก่อนแปดโมง และไปถึงบริษัทภายในแปดโมงครึ่ง เพื่อวางแผนและจัดการงานประจำวันเสมอ
สภาพของเธอในวันนี้ค่อนข้างแตกต่างไปจากทุกวัน
แปลก
ไม่เพียงตื่นสายกว่าปกติ ทว่าใบหน้ายังเปล่งปลั่งงดงาม ร่างกายอ่อนช้อยเอนพิงอยู่บนราวบันได ดูราวกับไร้กระดูก
เมื่อเห็นจ้าวหนิงเยว่ก็ทักทายอย่างเชื่องช้า "อรุณสวัสดิ์"
จ้าวหนิงเยว่ไม่รู้จะถามอย่างไรดี จึงพูดอย่างหมดหนทาง “ในครัวกำลังเตรียมอาหารกลางวัน พวกพี่กินโจ๊กไปก่อนนะ หลี่จงเพิ่งส่งบัตรเชิญมาเมื่อเช้า บอกว่าจะจัดงานเลี้ยงตอนสองทุ่ม พี่เขยจะได้พบปะกับพวกผู้ใหญ่ในวงสังคมชั้นสูงของเมืองไห่เฉิง”
ความรู้สึกของจ้าวหนิงเยว่ที่มีต่อหลินชี่หยางนั้นซับซ้อนมาก
เมื่อคืนเธอเห็นของที่หลี่จงส่งมาคร่าว ๆ แต่ละอย่างล้วนมีค่าไม่น้อย
ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพี่เขยถึงกลายเป็บุคคลที่แม้แต่หลี่จงผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไห่เฉิงยังให้ความเคารพถึงขนาดนี้
พฤติกรรมและท่าทางของพี่เขยยิ่งแล้วใหญ่ มันเปลี่ยนแปลงไปมาก
ปกติพี่เขยไม่ใช่คนโดดเด่น เวลาเดินก็มักก้มหน้าก้มตา ท่าทางรีบร้อน แทบไม่สบตาใคร
แต่เช้านี้กลับทักทายเธออย่างอารมณ์ดี พูดว่าอรุณสวัสดิ์
ราวกับเป็เ้าของบ้านหลังนี้ ดูสบายอกสบายใจ รัศมีแผ่ขยาย
ตอนกินอาหารเช้า เขาก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวหลัก หาวออกมาอย่างสบายอารมณ์ “หนิงเยว่ เธอช่วยจัดการให้คนเจาะผนังห้องนอนชั้นล่างสองห้อง ทุบรวมแล้วตกแต่งใหม่ให้เป็ห้องทำงานทีนะ”
“หนิงซีจะได้ทำงานจากที่บ้านได้ มีเื่อะไรก็ให้ลูกน้องมารายงานที่นี่พอ”
พูดจบก็ถามจ้าวหนิงซี “ที่รัก แบบนี้โอเคไหม”
“อืม”
เื่แปลก ๆ มีให้เห็นอยู่ทุกปี แต่ปีนี้เห็นทีจะมีเยอะเป็พิเศษ
เธอมองไปทางพี่สาว
จ้าวหนิงซีละทิ้งท่าทางสูงส่งเ็า ยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แฝงไว้ซึ่งความไว้วางใจที่จะพึ่งพิง พลางพูดว่า “ได้สิ”
ที่สำคัญคือน้ำเสียงอ่อนหวานเป็พิเศษ
จ้าวหนิงเยว่อ้าปากค้าง
ถึงแม้เธอจะวาดหวังมาโดยตลอด ว่าสักวันพี่เขยคงเอาถ่าน ลุกขึ้นยืนได้ด้วยตัวเอง และหันมาช่วยพี่สาวค้ำจุนครอบครัวด้วยกัน แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันชนิดพลิกกลับของทั้งสอง คงไม่มีใครรับได้โดยง่าย
่บ่ายผู้บริหารระดับสูงของบริษัทหลายคนก็นำของมารายงานตัว
พวกเขาพูดอย่างนอบน้อม ยืนอย่างเรียบร้อย “คุณหลิน คุณหลี่ให้ทุกคนมารายงานเื่งานที่นี่ทุกวัน ั้แ่บ่ายสามครึ่งถึงห้าโมง”
หลินชี่หยางที่กำลังกินผลไม้อยู่ข้าง ๆ สั่งขึ้นมา “พูดแต่ใจความสำคัญ”
ผู้บริหารระดับสูงใจหายวาบ รีบเรียบเรียงคำพูด รายงานเื่ให้ชัดเจนเป็ระเบียบอย่างรวดเร็ว
จ้าวหนิงซีรู้สึกประหลาดใจ เมื่อก่อนเธอต้องจัดการหลาย ๆ เื่ด้วยตัวเอง แค่รายงานสถานการณ์ยังทำได้ไม่เป็ระเบียบ หัวข้อใจความสั้น ๆ ยังลากยาวจนยืดได้เป็ชั่วโมง
คิดแล้วเธอก็หันไปมองหลินชี่หยาง
สีหน้าของเขาเฉื่อยชา ขณะกำลังกินก็ดูใจเย็นเป็อย่างมาก ท่าทางเหมือนจัดการเื่ทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย
ทว่ากิริยาธรรมดา ๆ นี้กลับทำให้ผู้บริหารระดับสูงเ่าั้ใส่ใจกังวลประหนึ่งกลับไปเป็เด็กประถมที่กลัวการถูกฝ่ายปกครองชี้หน้าตำหนิ กลัวว่าตัวเองจะทำเื่ผิดพลาดลงไปอย่างไรอย่างนั้น
“รายงานเสร็จแล้วครับ” ผู้จัดการพูดติดขัด “คุณประธานครับ ผมไม่แน่ใจว่าควรจะพูดหรือไม่ แต่มีเื่เกิดขึ้นเล็กน้อย”
หลินชี่หยางชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง พูดเสียงเ็า “ถ้าไม่มีผลกระทบอะไรก็ไม่ต้องพูด ถ้ามีผลกระทบมากก็พูดตรง ๆ มาเลย!”
แต่ถึงจะไม่อ้อมค้อม ค่อนไปทางตรงไปตรงมา เขากลับมีเหตุผลเป็อย่างมาก
จ้าวหนิงซีไม่เคยคิดมาก่อน ว่าสามีของตนเองจะจัดการลูกน้องได้เก่งกาจขนาดนี้ เล่นเอาเธออดยิ้มออกมาไม่ได้
ผู้จัดการทั่วไปพูดเสียงเบา “เมื่อก่อน เนื่องจากการดำเนินงานของพวกเราไม่ค่อยดี การประชุมคณะกรรมการจึงไม่ได้จัดขึ้นติดต่อกันหลายปี”
“เช้านี้ กรรมการพวกนั้นก็มาที่บริษัทเพื่อขอดูการประชุมกะทันหัน”
“หืม คงจะรู้สึกว่าวันเวลาที่ผ่านไปช่างสุขสบายเหลือคณาล่ะสิท่า!”
สีหน้าของจ้าวหนิงซีก็เ็าลง
ตอนที่พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ บริษัทอื่น ๆ พยายามเข้ามาฉวยโอกาส แต่แทนที่กรรมการจะช่วยเหลือ กลับมีบางคนทรยศหักหลัง นำข้อมูลลับของบริษัทไปเปิดเผย
และไม่ว่าสถานการณ์ของบริษัทจะอยู่ในภาวะวิกฤตแค่ไหน เงินปันผลประจำปีจะต้องเข้าบัญชีตรงเวลา ไม่อย่างนั้นก็ขู่ว่าจะถอนทุน
สองพี่น้องจำเป็ต้องอดทนอดกลั้น จ้าวหนิงเยว่โกรธมาก จ้าวหนิงซีจึงต้องเป็ฝ่ายปลอบใจเธอ เพราะหากพวกเขาถอนทุนไปจริง ๆ ถึงตอนนั้นบริษัทคงถึงคราวล้มของจริง
เธอต้องอดทนกับพวกเขา เพื่อให้ธุรกิจของครอบครัวสามารถดำเนินต่อไปได้ ค้ำจุนบริษัทเอาไว้
ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้ พวกเขาเป็ฝ่ายวิ่งมาหาเื่เสียเอง
เธอกำลังจะพูด แต่ก็ได้ยินเสียงเ็าของหลินชี่หยางชิงพูดไปเสียก่อน “ไล่คนพวกนั้นออกให้หมด แจ้งอย่างชัดเจนด้วยว่าถอนทุนเอาไปได้แค่ส่วนที่ตัวเองควรได้เท่านั้น ใครกล้ายื่นมือออกมาเกินขอบเกินเขต ฉันจะฟันมือคู่นั้นทิ้งซะ! ”
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมักหาเื่ยุ่งยากมาให้อยู่เสมอ แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีความผูกพันกับพ่อแม่ สร้างธุรกิจมาด้วยกัน จึงนับได้ว่าภายในใจของจ้าวหนิงซียังพอมีความอ่อนโยนอยู่บ้าง
จ้าวหนิงซีอ้าปากค้าง แต่เมื่อเห็นสีหน้ามั่นใจเด็ดเดี่ยวของหลินชี่หยางเธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอรอคอยให้ผู้ชายของเธอช่วยค้ำจุนครอบครัวมาโดยตลอด ตอนนี้เขาเต็มใจที่จะออกหน้าแล้ว จ้าวหนิงซีจึงถือโอกาสนี้คอยจับตาดูว่าเขาเชื่อถือได้หรือไม่ไปในตัว
จ้าวหนิงเยว่นั่งเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้ระดับสติปัญญาของเธอวิ่งตามเื่ไม่ทันอีกต่อไป แต่หากพี่สาวสนับสนุนให้พี่เขยจัดการเื่ราวด้วยตัวเอง เธอก็ไม่ควรแสดงความคิดเห็นในตอนนี้
นี่เป็เื่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย!
โรงแรมไห่จวินเยี่ยนไม่เปิดให้บริการทั้งวัน พนักงานทุกคนได้รับค่าจ้างเป็สองเท่า และถูกขอให้ทำความสะอาดพร้อมตกแต่งโรงแรมอย่างวิจิตรงามพร้อม
“นี่มันเื่อะไรกัน ทำไมหัวหน้าถึงหยุดให้บริการเพื่อเตรียมการให้แขกวีไอพีโดยเฉพาะกัน”
“ไม่เข้าใจเลย ก่อนหน้านี้แม้แต่ตอนนายกเทศมนตรีเมืองไห่เฉิงมาเยือน ยังแค่เตรียมชั้นบนสุดให้ว่างได้ เพราะมันมีทางเดินส่วนตัวไว้อยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับปิดตึกทั้งหลังเลย จัดเตรียมใหม่ทั้งหมด นี่มันขาดทุนสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง!”
“ได้ยินว่าเขาเชิญลูกเขยตระกูลจ้าวมา!”
"เอ่อ… อย่ามาพูดจาเลอะเทอะ! ฉันเองก็อยากให้เขามีความพิเศษหรือความสุดยอดในสักด้านอยู่หรอก แต่อย่าพูดเื่แต่งงานเข้าบ้านภรรยาขึ้นมาเชียว"
พนักงานเสิร์ฟคนข้าง ๆ เอียงตัวเข้ามาในวงสนทนา “ผมมีญาติสังกัดอยู่กับบอสหลี่ เขาบอกว่าเมื่อคืนพ่อหนุ่มตระกูลจ้าวรักษาโรคเรื้อรังและช่วยชีวิตของบอสไว้ได้ภายในพริบตา แถมยังรับบอสเข้าไปเป็ลูกน้องแล้วด้วย!”