บทที่ 16 การแสดง [ว่าที่คุณพ่อ] (2)
“ผมจะไปเดินเล่นกับเด็กนี่สักพักแล้วจะกลับมานะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของลีจองฮุน สายตาของยูซอยองและนายอนก็หันไปหาชีกุกพร้อมกัน
"เอ่อ? พี่ชีกุก พี่มาเมื่อไหร่คะ”
"รู้จักกันเหรอ?"
"ใช่ค่ะ เขาเป็พี่ชายที่หนูสนิทมาก ๆ”
"งั้นหรอกเหรอ?”
ยูซอยองมองไปที่ชีกุกและถาม
“สวัสดี? หนูชื่ออะไรจ๊ะ?”
“ชื่อลีชีกุกครับ”
“เป็ชื่อที่เพราะเลยนะเนี่ย สนิทกับนายอนเหรอจ๊ะ?”
“ครับ”
“งั้นก็คงจะเป็เด็กดีสินะ”
มีเหตุผลที่สมเหตุสมผลอะไรระหว่างการเป็เพื่อนของนายอนกับการเป็เด็กดี?
หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง ชีกุกก็มองไปที่ลีจองฮุน
“งั้นเดี๋ยวผมกลับมานะ”
“อือ”
ชีกุกเดินเคียงข้างไปกับลีจองฮุน ส่วนนายอนก็จับมือยูซอยองและพูดคุยกัน ก่อนเดินหายไปท่ามกลางฝูงชน
“เด็กนายอนนั่น ดูเหมือนจะเหงามากเลยนะ”
ในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านน้อย ลีจองฮุนพูดกับชีกุก ชีกุกพยักหน้า
“ที่นี่มีเด็ก ๆ คนไหนที่ไม่เหงาบ้างล่ะ?”
ลีจองฮุนสะดุ้งและมองไปที่ชีกุก
ชีกุกหัวเราะ
“ฉันต้องพูดอีกกี่ครั้งว่าเราควรพูดประเด็นอื่น”
“แต่ความเหงาเป็อารมณ์ที่สิ่งมีชีวิตล้วนมี”
“บางครั้งความเหงาก็เหมือนทางเลือกสำหรับใครบางคน...แต่หยุดพูดถึงชีวิตที่ไม่แน่นอน แล้วมาเข้าประเด็นกันเถอะ”
ลีจองฮุนพยักหน้า
“จัดการคิมยังกีเรียบร้อยดีหรือเปล่า?”
“หลังจากที่คุณไปวันนั้น ฉันกับพวกเด็ก ๆ ก็เอาเขาไปฝังทันที”
“ที่โกดังยอจูน่ะเหรอ?”
"แน่นอนครับ"
“แกกลัวที่จะถูกเปิดโปงไหม”
“ไม่จำเป็ต้องกังวลครับ มันเป็สถานที่ห่างไกลและไม่มีความเป็ไปได้ที่จะได้รับการพัฒนาใน่นี้”
“ดีมาก แล้วเด็ก ๆ ล่ะ?”
“ทำตามคำสั่งดีครับ”
“ฉันไม่รู้เื่เกี่ยวกับคังบงกิลและฮันมยองโฮ แต่แกต้องจับตาดูคังบงกิลกับเด็กน้อยทั้งสามคนของมันให้ดี เข้าใจไหม”
“ผมเข้าใจดีครับ”
“แล้วเด็กๆ ฝั่งโคลเวอร์ล่ะ?”
“จะรับมาพรุ่งนี้ครับ”
“ฉันจะจัดการพวกมันเอง ต้องทำให้พวกมันอยู่ฝ่ายประธานลีให้ได้มากที่สุด ฉันไม่รู้ว่าพวกมันจะต่อต้านหรือทำเื่ไร้สาระไหม แกควรพยายามประนีประนอมให้ถึงที่สุด”
“คุณไม่ต้องกังวลครับ”
ในตอนนั้นเอง ที่ทั้งสองคนเห็นนายอนและยูซอยองเดินจับมือกันเข้ามา
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ชีกุกและลีจองฮุนก็ยิ้มออกมาพร้อมกัน แต่อยยิ้มทั้งสองกลับมีความเปล่าเปลี่ยวแฝงอยู่
“บอกภรรยาของแกหรือยัง?”
“ยังไม่ได้บอกครับ”
“แล้ววันนี้มาที่นี่ทำไม”
“ผมแค่มาร่วมงานการกุศลครับ”
“แล้วคิดจะบอกภรรยาของแกตอนไหน”
“ผมคิดที่จะบอกหลังจากยึดโคลเวอร์ได้แล้วครับ”
"ใช่ นั่นคงจะดีกว่า”
เื่ราวเกี่ยวกับลีจองฮุนที่เขาเคยได้ยินมาจากคิมยังกีในชีวิตที่แล้วผ่านเข้ามาในความคิดของชีกุก
‘รองประธานคนนี้ฉลาดเป็บ้า แต่เหมือนภรรยาของเขาจะโชคร้าย ทั้งคู่มีบุตรยาก ฉันรู้สึกอดสงสารไม่ได้’
‘ถ้านายอนถูกรับเลี้ยง ชีวิตบั้นปลายของลีจองฮุนในฐานะคู่แต่งงานจะไม่อึดอัดเกินไป แต่ถ้าฉันเป็ลูกบุญธรรมคนเดียวล่ะก็...’
ตอนแรกการรับบุตรบุญธรรมเป็เพียงวิธีหนึ่ง ชีกุกไม่มีความตั้งใจที่จะให้ลีจองฮุนและยูซอยองมาเป็พ่อแม่ของเขา ด้วยเหตุนี้ชีกุกจึงคิดสร้างกำแพงเพื่อต่อต้านยูซอยอง
ลีจองฮุนรู้และเข้าใจสถานการณ์ แต่ยูซอยองที่ไม่รู้เื่การรับบุตรบุญธรรม นั่นจะสร้างาแที่เ็ปเป็อย่างมากให้เธอแน่
และมันจะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างลีจองฮุนและยูซอยองอย่างแน่นอน
‘บางทีพวกเขาอาจจะหย่าร้างกันก็ได้ ใช่แล้ว การแก่หรืออยู่เป็โสดอาจดีเสียกว่าการหย่าร้างกัน….’
หลังจัดการกับความคิดตัวเอง ชีกุกก็พูดขึ้นมา
“เกลี้ยกล่อมให้ดี ๆ ล่ะ อ้อ แล้วเห็นเด็กผู้หญิงที่ไปกับภรรยาของประธานลีนั่นไหม”
ลีจองฮุนพยักหน้ารับกับคำพูดนั้น
“เพื่อนของฉันชื่อนายอน เธอเป็เด็กดีมาก ทั้งยังอัธยาศัยก็ดี ถ้าทำได้ลองพยายามเกลี้ยกล่อมให้ภรรยาของแกรับเลี้ยงเธอด้วย”
“…?”
“ลองคิดดู...แกคิดว่าฉันจะทำหน้าที่ลูกชายได้ดีไหมล่ะ”
ชีกุกมองไปที่ลีจองฮุน
“ในเมื่อประธานลีก็รู้สถานการณ์ทั้งหมดทั้งก่อนและหลังแล้ว ดังนั้นฉันคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ภรรยาของประธานลีล่ะ? จะรับได้ไหม?”
“…”
“แม้ว่าอีกคนจะทำได้ไม่ดีนักในฐานะลูกชาย แต่ถ้ามีอีกคนทำหน้าที่ลูกสาวได้ดี ภรรยาและประธานลีก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างพอดี”
“…ผมไม่คิดว่าคุณจะสนใจเื่นั้น”
“ตรงกันข้ามกับสิ่งที่แกเห็น ฉันเป็คนใส่ใจในรายละเอียดเลยทีเดียว”
“กึก”
ลีจองฮุนกัดฟันของเขาไว้และยิ้ม
เสียงหัวเราะหลุดออกจากปากของชีกุก
ทั้งสองหัวเราะราวกับว่ามันเป็เื่ไร้สาระ
“ผมถูกใจเื่ตลกนี้จัง”
“มันไม่ได้ออกมาบ่อย ๆ นักหรอก”
“ผมจะลองคุยกับซอยองดู”
่เวลาแห่งความเงียบระหว่างทั้งสองผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“พี่คะ! นี่คือภาพที่ฉันวาดเองค่ะ!”
ในระหว่างนั้น จู่ ๆ ลีจองฮุนก็พูดขึ้นมาในขณะที่เขามองนายอนแสดงภาพที่วาดให้กับยูซอยอง
“หรือว่าคุณคือพระเ้า?”
"หือ?"
“ร่างทรงหรือหมอดู ผมหมายถึงอะไรพวกนั้นน่ะครับ”
“เหอะ ครั้งที่แล้วแกบอกว่าฉันเป็คนแคระ แต่ครั้งนี้ฉันเป็ร่างทรงหรือหมอดู...แกไม่ได้พยายามที่จะปรับโลกให้อยู่ในกรอบที่สมเหตุสมผลเหรอ?”
“เพราะมันไม่สามารถอธิบายเป็อย่างอื่นได้...สิ่งที่คุณรู้ดีเกี่ยวกับผมและเธอ”
ลีจองฮุนมองไปที่ชีกุก
“มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าผมกับซอยองต่างมีบุตรยาก ยังมีคิมยังกีอีกคนที่รู้ แต่คุณ...…”
“เพราะฉันรู้ทุกอย่าง แกเลยคิดว่าฉันเป็ร่างทรงหรือหมอดู?”
ลีจองฮุนพยักหน้า
“ก่อนที่จะคบกับซอยอง…ฉันเพิ่งปลดประจำการจากกองทัพและมีอนาคตที่มืดมน ผมกับเพื่อนเคยไปหาร่างทรง”
นี่เป็เื่ราวที่ชีกุกเองก็ยังไม่เคยได้ยินมาก่อน
ชีกุกมองไปลีจองฮุนและนิ่งรอฟังคำพูดของเขา
“ก่อนหน้านั้น ผมคิดว่าร่างทรงและการทำนายเป็เพียงความเชื่อเื่โชคลาง ในยุคที่วิทยาศาสตร์สามารถอธิบายโลกได้ มันถือเป็วัฒนธรรมโบราณจากอดีต แต่ในวันนั้นร่างทรงคนนั้นบอกผมเกี่ยวกับอดีตและปัจจุบันของผม และ…ยังพูดถึงอนาคตของผม ว่าผมจะได้ทำงานให้กับคิมยังกี นับั้แ่นั้นมาผมจึงเชื่อสิ่งที่มีพลังลึกลับเช่นนี้ในโลก”
ชีกุกหัวเราะ
“ฉันไม่รู้จักหรอกนะพวกร่างทรงหรือหมอผีอะไรนั่น แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือ ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมัน”
“…”
“โอเค ให้ฉันทำนายให้แกเอาไหม? ในปี 2020 เมื่อถึงเวลานั้น ประธานลีจะสามารถสรุปเหตุผลทั้งหมดเกี่ยวกับการมีอยู่ของฉันได้”
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้น”
“มันจะเป็แบบนั้น”
ลีจองฮุนพยักหน้า จากนั้นอยู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ เลยล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าออกมาส่งให้ชีกุก
“ในตอนนี้ผมคิดว่าจะเป็การดีที่จะติดต่อคุณผ่านทางนี้ ดังนั้นผมจึงเตรียมมันไว้ให้คุณ”
ชีกุกมองไปที่โทรศัพท์ เขายิ้มและรับมันมา
“โทรศัพท์ใช้แล้วทิ้ง?”
“แน่นอน”
“ขอบคุณ”
ยูซอยองและนายอนกวักมือเรียกชีกุกและลีจองฮุนจากระยะไกล
ทั้งสองยิ้มอย่างเงอะงะ และหันไปทางพวกเขา