เมฆา สืบลู้ผี ภาค สนธยาไร้เวท

    (3) ตุ๊กตาที่หัวเราะ

            ตอนที่ 3: ตุ๊กตาที่หัวเราะ*


            เช้าวันถัดมา ห้องประชุมชั่วคราวในคอนโดเดอะ ริเวอร์เพลส


            ริต้าสั่งอพยพเด็กทุกคนออกจากคอนโดชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า “ระบบแอร์รั่วสารเคมีอันตราย” ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยอมทำตาม แต่หลายคนยังสงสัยและโกรธ


            นิชานั่งวิเคราะห์ตัวอย่างอากาศจากชั้นต่าง ๆ ที่เก็บมาเมื่อคืน


            “สาร K-17 เข้มข้นที่สุดในระบบแอร์ชั้นใต้ดิน และกระจายไปยังชั้นที่มีเด็กอาศัยอยู่เป็๲หลัก มันไม่ใช่อุบัติเหตุ — มีคนตั้งวาล์วให้สารไหลไปชั้นเป้าหมายโดยเฉพาะ”


            เมฆามองแผนผังระบบแอร์


            “ป้าสมศรีรู้ระบบนี้ดีเกินไป เธอทำงานที่นี่มานานหลายสิบปี”


            ริต้าพูดเสียงเข้ม “แต่ห้องใต้ดินว่างเปล่า ตุ๊กตาหายไปหมด ป้าสมศรีก็หายตัวไปด้วย”


            นิชาเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่เธอขอมาจากทีมรักษาความปลอดภัย


            ภาพตอนตีสี่ — เด็กตัวเล็ก ๆ หลายคนเดินออกจากลิฟต์บริการที่ลงใต้ดิน


            พวกเขาเดินเรียงกันเหมือนรู้ทาง


            แล้วหายเข้าไปในโถงมืด


            ไม่มีภาพเดินออกมา


            เมฆาพูดเบา ๆ “พวกเขาไม่ได้หายไปไหน… พวกเขากลับไปหา ‘แม่’”


            บ่ายวันนั้น ห้องควบคุมระบบแอร์ ชั้น B2


            ทีมวิศวกรที่ริต้าเรียกมาตรวจระบบ พบวาล์วลับที่ถูกดัดแปลงให้ปล่อยสาร K-17 เข้าท่อแอร์เฉพาะชั้น


            และในห้องควบคุมนั้น มีตุ๊กตาเด็กตัวเล็ก ๆ สามตัววางเรียงกันบนโต๊ะควบคุม


            หน้าตาคล้ายเด็กที่หายไปสามคนแรก


            ตาแก้วจ้องกล้องวงจรปิดนิ่ง ๆ


            วิศวกรคนหนึ่ง๼ั๬๶ั๼ตุ๊กตาตัวหนึ่งโดยไม่ใส่ถุงมือ


            คืนนั้นเอง อพาร์ตเมนต์วิศวกรคนนั้น


            เขานอนหลับอยู่บนโซฟา


            ตื่นขึ้นมาตอนตีสองเพราะได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ


            เขาลืมตา


            เห็นเด็กตัวเล็ก ๆ สามคนยืนล้อมเตียงเขา


            หน้าตาคล้ายตุ๊กตาที่เขาแตะต้อง


            พวกเขายิ้มกว้าง แต่ไม่พูด


            แล้วกลิ่นสารเคมีรุนแรงลอยคลุ้งในห้อง


            เช้าวันรุ่งขึ้น วิศวกรคนนั้นถูกพบในสภาพตัวหดเล็กลงราวเด็ก 6 ขวบ


            นอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟา ๶ิ๥๮๲ั๹แข็งและซีดเหมือนพลาสติก


            แต่ยังหายใจรวยริน


            นิชารีบไปชันสูตรที่โรงพยาบาล


            “เขายังไม่ตายสนิท… แต่เซลล์ทั้งตัวกำลังหดตัวและแข็งตัวอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่หยุดกระบวนการภายใน 24 ชั่วโมง เขาจะกลายเป็๲ตุ๊กตาเต็มตัว”


            ริต้าถาม “เราหยุดได้ไหม?”


            นิชาตอบ “ต้องหาสารแก้พิษ แต่สูตรดั้งเดิมถูกทำลายไปหมดแล้ว เราต้องหาตัวอย่างสารต้นแบบจากห้องใต้ดิน”


            เมฆาพูดขึ้น “แต่ห้องใต้ดินว่างเปล่าแล้ว”


            นิชาเปิดข้อมูลเก่าเพิ่ม “มีบันทึกว่าป้าสมศรีเคยเก็บลูกชายที่ตายแล้วไว้ในห้องใต้ดิน… และใช้สาร K-17 กับศพลูกตัวเองเป็๲คนแรก”


            เมฆาพยักหน้า “งั้นตุ๊กตาตัวแรก… คือลูกของเธอจริง ๆ”


            คืนนั้น ทีมบุกห้องใต้ดินอีกครั้ง พร้อมหน้ากากกันแก๊สและทีมแพทย์


            ประตูเหล็กเปิดออก


            ห้องไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป


            ตุ๊กตาเด็กนับร้อยกลับมาเรียงกันเต็มห้อง


            และตรงกลาง มีแท่นสูงที่วางตุ๊กตาเด็กตัวเล็กที่สุดตัวหนึ่ง


            หน้าตาคล้ายเด็กชายวัย 6 ขวบ ชุดนักเรียนเก่า


            ป้าสมศรีนั่งกอดตุ๊กตาตัวนั้นแน่น


            ร้องไห้เบา ๆ


            “ลูกแม่… กลับมาแล้ว”


            แต่ที่แตกต่างคือ ตุ๊กตาเด็กทุกตัวในห้อง


            กำลังหัวเราะเบา ๆ พร้อมกัน


            เสียงหัวเราะเด็กใส ๆ แต่ดังก้องไปทั้งห้อง


            ไม่มีปากขยับ


            แต่เสียงชัดเจน


            ริต้า๻ะโ๠๲ “ป้าสมศรี! หยุดเดี๋ยวนี้!”


            ป้าสมศรีเงยหน้าขึ้น ตาแดงก่ำ


            “หยุดไม่ได้หรอกค่ะ… ลูก ๆ อยากมีเพื่อนเพิ่ม”


            ระบบแอร์ดังครืดคราดอีกครั้ง


            สารเคมีพุ่งออกจากช่องระบายหนักกว่าเดิม


            ทีมแพทย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ใส่หน้ากากแน่นพอ เริ่มไอและทรุดลง


            เมฆารีบดึงริต้าและนิชาถอย


            “เราต้องปิดระบบแอร์ทั้งอาคาร!”


            แต่ก่อนออกจากห้อง


            เมฆาหันไปมองตุ๊กตาตัวเล็กที่สุดบนแท่น — ลูกชายป้าสมศรี


            ตาแก้วของมัน… กะพริบครั้งหนึ่ง


            และยิ้มกว้าง


            กล้องตัดไปที่ชั้นบนสุดของคอนโด


            เด็กตัวเล็ก ๆ หลายสิบคนกำลังเดินเรียงกันออกจากลิฟต์


            มุ่งหน้าไปยังห้องที่ยังมีเด็กหลงเหลืออยู่บ้าง


            และในระบบแอร์


            กลิ่นสารเคมียังลอยคลุ้ง


            หนักขึ้นเรื่อย ๆ...!


            *โปรดติดตามตอนต่อไป*