นิยามของความสุขในชีวิตคืออะไร??? เงินตรา อำนาจ คู่รัก หรือสุขภาพ แต่สำหรับตัวผม ความสุขในตอนนี้คือการได้กลับบ้าน กลับดาวเคราะห์สีฟ้าที่ผมจากมา??? ผมคิดถึงมัน... คิดถึงท้องนาที่เหลืองอร่าม ข้าวก้นบาตรที่เคยกินในสมัยเด็ก กลิ่นยาสูบที่ออกมาจากปากของหลวงตา ผมคิดถึงมัน!!!....คิดถึงเสียงของป้าเ้าของบ้านตอนเก็บค่าเช่า ผมอยากจะได้ยินมันอีกครั้ง ความวุ่นวายในเมืองใหญ่ ผมอยากััมันอีกหน.....
....แต่น่าเศร้าที่มันเป็เพียงความคิดเท่านั้น..
สวัสดี....ผมชื่อ โรซ่า (โรซ่าที่มาจากปลากระป๋อง) มันอาจจะดูตลกแต่นั้นคือชื่อของผมจริงๆ ผมเป็เด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยหลวงตา ครั้งแรกที่พบกับท่าน ผมเป็เพียงทารกที่ถูกทิ้งไว้ในโบสถ์ พร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง และปลากระป๋อง1แพ็ค...ซึ่งมันดูแปลกมาก ที่เป็ปลากระป๋องแทนที่จะเป็นม และด้วยเหตุนี้ ชื่อของผมเลยถูกคณะพระเณรลงมติเป็เอกฉันท์ ให้ชื่อว่า โรซ่า....
.......วันนี้มันเป็เช้าที่น่าเบื่ออีกวันของผม ถึงจะผ่านมาได้ครึ่งปีแล้ว ที่ผมหลงเข้ามาอยู่ในโลกบ้าๆ ใบนี้ โลกที่ผู้คนเหาะเหินเดินอากาศ สัตว์ประหลาดมีให้เห็นอยู่ทุกที่.... ในวันแรก ผมใและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ที่ตัวผมได้ค้นพบดินแดนพิศวงแห่งนี้ ถ้าว่ากันตามสูตรแล้ว ตัวผมต้องมีสกิลหรือระบบอะไรทำนองนั้นติดตัวมาบ้าง....แต่มันไม่ใช่!!! มันไม่ใช่สำหรับผม
ผมรอแล้วรอเล่า หนึ่งอาทิตย์ก็แล้ว 2อาทิตย์ก็แล้ว จนบัดนี้ผมยังเป็เพียงคนธรรมดาอยู่เลย...เมื่อทำอะไรไม่ได้ เงินก็ไม่มี แหล่งอาศัยยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขนาดการกินอยู่ผมยังต้องคุ้ยหาเศษอาหารประทังชีวิต....
่แรกๆ มันเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่ผมก็เก็บเงินจากอาชีพเสริมที่ได้จากการเป็ขอทาน จนสามารถซื้อของต่างๆ มาได้
ผ่านไปหนึ่งเดือน ผมจึงตัดสินใจเดินทางเข้าป่า.... ชีวิตสันโดษของผมได้เริ่มขึ้นแล้ว!!!
บ้านที่ผมสร้างอย่างลวกๆ อยู่ลึกเข้าไปในชายป่า เม็ดผักที่ผมซื้อมา ถูกปลูกเอาไว้หลายแปลง ป่ารกชัฏได้ถูกผมถากถางจนตอนนี้อาณาเขตมันมีมากกว่า10ไร่
เมื่อสองวันที่แล้วผักของผมก็พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว หลังจากเก็บเกี่ยวได้เป็คันรถใหญ่ (รถเข็นสี่ล้อ) ผมจึงออกจากป่านำมันไปขายที่ตลาด ซึ่งมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่ผมจะขนมันออกมา...
ป่าที่ผมอยู่มันลึกเข้าไปหลายสิบกิโลเมตร เส้นทางก็ไม่เรียบมันมีแต่ต้นไม้ใบหญ้า ในบางครั้งยังมีสัตว์ออกมาให้เห็นอยู่บ่อยๆ ...บางตัวมันมีขนาดที่ใหญ่โตมากกว่า3เมตร ่แรกๆ ผมก็หวาดกลัวเป็อย่างมาก แต่น่าแปลก!!!!... ที่สัตว์เหล่านี้มันอ่อนแอ มันอ่อนแอมาก เพียงแค่ผมส่งเสียงคำราม (กรีดร้อง) พวกมันก็ยืนแข็งทื่อจนหมดสติ...
บางวันถ้ามีสัตว์ตัวไหนมาบุกรุกสวนผักของผม ในวันนั้นผมจะได้กินเนื้อมื้อใหญ่ ส่วนเนื้อที่เหลือผมจะตากแห้งเก็บเอาไว้ เพื่อนำมาขายในทีเดียว.....เหมือนอย่างวันนี้
หลังจัดเตรียมของที่จะนำมาขายลงในตะกร้าใบใหญ่ ผมก็ได้ปิดประตูบ้านเช็คความเรียบร้อยก่อนจะออกเดินทาง
นี่เป็ครั้งที่สิบ14แล้วนับแต่ผมลงจากเขามา ผมจึงพอจะคุ้นเส้นทางอยู่บ้าง
ผมออกเดินทางั้แ่เช้าตรู่จนตอนนี้แสงของพระอาทิตย์ก็ใกล้จะอยู่ตรงหัวแล้ว หลังพ้นเขตป่าก็คงเป็เวลาเที่ยงพอดี เมื่อเดินไปได้สักพักผมก็เห็นหมู่บ้านปรากฏขึ้นมา
พอเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ผมก็มาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมของชายร่างอ้วนวัยกลางคนผู้หนึ่ง
"สวัสดีลุงฟาง ผมมีผักกับเนื้อมาขาย ลุงจะรับไว้บ้างไหม"
"ท่านโรซ่าเองรึขอรับ!!! ท่านมีอะไรมาบ้างล่ะ ข้าเอาหมดเลยขอรับ"
ท่าทางของลุงฟางตื่นเต้นเป็อย่างมากเมื่อเขาเห็นผมนำของมามากมาย
"ขอโทษด้วยนะครับลุงฟาง ผมต้องแบ่งบางส่วนไปให้แม่เฒ่าหลิน ครั้งก่อนแกได้สั่งเอาไว้ "
"งั้นเหลือเท่าไหร่ ข้าขอซื้อหมดเลยนะขอรับ เนื้อคราวก่อนอร่อยมาก ลูกค้าติดใจกันหลายคนเลยขอรับ ท่านยังพอมีเหลือบ้างไหมขอรัย???" ชายอ้วนพูดพลางเอามือลูบท้อง
"ลุงไม่ต้องพูดสุภาพกับผมขนาดนั้นก็ได้...ไอ้เ้าตัวนั้นนานๆ ทีถึงจะมีเข้ามา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือตัวอะไรกันแน่......"
เนื้อคราวก่อนที่ผมนำมันมาขาย มันมีลักษณะเหมือนกิ้งก่าั์แต่มันมีปีกที่ใหญ่โต เอาจริงๆ แว็บแรกผมยังคิดว่ามันคือัที่เหมือนในภาพยนตร์ แต่แล้วผมต้องตัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะว่ามัน...กระจอก!!! กระจอกเกินคำนิยามของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าั???
....…………………………………
หลังรับเงินที่ได้เพียงน้อยนิด กับเศษขยะ ที่ลุงฟางมอบให้ ผมก็ตรงไปบ้านของแม่เฒ่าหลินในทันที...แม่เฒ่าคนนี้ดูเหมือนฐานะไม่ค่อยจะดี ทุกครั้งที่ผมเอาของมาขาย ผมจะได้เพียงแค่เศษหินที่เอาไว้ส่องสว่างในยามค่ำคืนเท่านั้น
"แม่เฒ่า!!! ผมเอาของมาส่ง ท่านอยู่ไหม? ..."
ผมยืนรออยู่หน้าร้านของแม่เฒ่าสักพัก ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเหมือนกับว่าที่แห่งนี้ไม่มีใครอยู่ และในขณะที่ผมกำลังหันหลังกลับ หญิงชราร่างผอมแห้งก็ปรากฏตัวพร้อมกับเอ่ยทักทายขึ้นมา
"ท่านโรซ่า!! ขออภัยที่ข้ามาช้า" หญิงชราก้มศีรษะเล็กน้อยขออภัย
"สวัสดีแม่เฒ่าหลิน??..... แม่เฒ่าไม่ต้องสุภาพกับผมขนาดนี้ก็ได้ อีกอย่างเรียกผมว่าโรซ่าก็พอ.... "
"....ระระโร ท่านโรซ่า วันนี้ท่านเอาเนื้ออะไรมารึ " ท่าทางของหญิงชราทำให้ผมนึกหัวเราะอยู่ในใจ ความคิดแรกของผมคือยายคนนี้น่าจะป่วย เพราะผมะโเรียกเสียงดังแม่เฒ่ายังไม่ได้ยินเลย จนเมื่อผมเดินออกไปแล้วแกถึงจะโผล่ออกมา ขนาดเมื่อกี้แกยังทำเป็หูทวนลม ไม่ได้ยินคำทักทายของผมอีก....
"เนื้อกระทิงน่ะแม่เฒ่าหลิน!!! นี่!! ยายได้ยินที่ผมพูดรึเปล่า"
"เนื้อกระทิง??? " หญิงชราดวงตาเบิกกว้าง
"ใช่ครับ กระทิงตัวสีแดง"
ท่าทางที่นิ่งเงียบไปเช่นนี้ ทำให้ผมแน่ใจแล้วว่าแม่เฒ่าหลินต้องเป็โรคหูหนวกแน่ๆ ผมใช้เวลากับแม่เฒ่าหลินสักพักก่อนจะได้เศษหินกลับมาเช่นเดิม แต่ครั้งนี้แม่เฒ่ายังได้ให้ต้นไม้ประหลาดเพิ่มมาอีกหนึ่งต้น.... มันมีรูปร่างเหมือนเด็กผู้หญิงขนาดเท่าฝ่ามือ รากของมันยาวกว่า2เมตร มันมีใบอยู่สามใบ แต่ละใบมีสีไม่เหมือนกัน มันมีใบสีแดง สีม่วง สีขาว
"มันคือต้นอะไรครับแม่เฒ่า??? ....ได้ยินที่ผมพูดมั้ยครับ" ผมต้องพูดเสียงดังๆ เพื่อให้แกได้ยิน
"?? มันคือสมุนไพรชำระกาย ถึงมันจะไม่มีประโยชน์ต่อท่านโรซ่า แต่ท่านโปรดนำเ้าหนูนี่ไปเลี้ยงเถอะ"
"เ้าหนู?? "
เ้าหนูหมายถึงต้นไม้นี่เหรอ พอแม่เฒ่าพูดว่าเ้าหนูมันเลยทำให้ผมงุนงงไปสักพัก หรือว่ามันคือคำศัพท์ของคนบนโลกนี้กัน??
"เดี๋ยวผมจะดูแลอย่างดีเลย ผมขอให้แม่เฒ่าหายป่วยไวๆนะครับ ผมไปละ" ในขณะที่ผมจะเดินทางกลับ ผมก็ยังไม่ลืมที่จะอวยพรแม่เฒ่าหลินก่อนจากกัน
วู้ว~ วิ้ววว
จู่ๆ สายลมหอบหนึ่งก็ได้พัดผ่านเข้ามา มันทำให้ผมรู้สึกเย็นแปลกๆ พอผมหันกลับมา สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจไม่ใช่สายลมหอบนั้น กลับเป็แม่เฒ่าหลิน ที่ตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าน้ำตาอาบนองใบหน้า?? สิ่งที่แม่เฒ่าทำ ผมใเป็อย่างมาก ก่อนที่ผมจะรีบเข้าไปประคองให้แม่เฒ่าลุกขึ้น
"แม่เฒ่าเป็อะไรรึเปล่า??? ท่านปวดขาใช่ไหม มาๆ เดี๋ยวผมนวดให้เองครับ" ผมพยุงแม่เฒ่ามานั่งที่เก้าอี้ แต่ดูเหมือนแกจะเหม่อลอยคล้ายคนไม่มีสติ
"มะไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าไม่เป็อะไร ขอบคุณท่านโรซ่ามากที่ช่วยชีวิตข้าไว้" ทันทีที่มือของชายหนุ่มัับริเวณฝ่าเท้า หญิงชราก็สะดุ้งใ
"ผมช่วยอะไร??? ฮ่าๆ แม่เฒ่าท่านตลกดีนะ ท่านไม่เป็อะไรแน่นะครับ ให้ผมไปตามลุงจางมาให้ไหมครับ "
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้าสบายดี ขอบคุณท่านโรซ่าที่เป็ห่วง" หญิงชรารีบลุกขึ้นยืน นางทำท่ายืดเส้นยืดสายบิดเอวไปมา
"ถ้าไม่เป็อะไร งั้นผมไปก่อนนะครับ ดูแลตัวเองด้วยนะแม่เฒ่าหลิน"
แม่เฒ่าหลินยืนยันอย่างหนักแน่ ว่าตัวเองไม่เป็อะไร ผมจึงกล่าวบอกลาแล้วเดินทางกลับบ้านในป่าลึก แต่ก่อนที่ผมจะออกจากหมู่บ้าน ผมก็ได้แวะซื้อของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็เมล็ดผัก เมล็ดดอกไม้ ต้นกล้าผลไม้ชนิดต่างๆ เครื่องปรุงเครื่องเทศ รวมถึงของใช้ในชีวิต ผมหอบทุกอย่างใส่ในตะกร้าจนเต็ม แล้วถึงเดินทางกลับ
่ที่ผมออกมาจากหมู่บ้านก็เป็เวลาบ่ายแก่ๆ (จากการคาดเดา) พอผมเดินมาได้ครึ่งทางพระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว....แต่ความมืดไม่เป็ปัญหาสำหรับผม เพราะป่าพิศวงแห่งนี้ ในยามค่ำคืนมันกลับสว่างเสมือนตอนกลางวันไม่มีผิด ต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอก ล้วนเปล่งแสงสว่างออกมา แม้แต่เห็ดหรือกอหญ้า มันก็มีแสงสว่างอยู่ในตัว มันจึงเป็เหตุผล ที่ผมเลือกเดินทางกลับบ้านในเวลานี้...ภาพที่ชวนฝันเสมือนเหมือนผมหลุดเข้ามาในโลกของภาพยนตร์เื่หนึ่ง ที่ชนเผ่าพื้นเมืองมีร่างกายเป็สีฟ้า???
.....ผมรู้สึกหลงรักในบรรยากาศแบบนี้ พืชพันธุ์ต่างๆ ที่เรืองแสงได้ แม้แต่ฝูงแมลงยังเปล่งแสงบินวนเวียนอยู่รอบๆ พวกมันช่วยปลอบประโลมจิตใจของผมได้เป็อย่างดี ยามที่ผมนึกถึงบ้าน ยามที่ผมรู้สึกเหงา ป่าแห่งนี้คือของขวัญที่ดีสุดที่โลกแห่งนี้มอบให้กับผม
"สวัสดีเ้าผีเสื้อน้อย วันนี้ข้าขอรบกวนพวกเ้าเช่นเดิมนะ"
ฝูงผีเสื้อหลากสีสัน มันเป็ผู้นำทางที่ดีให้กลับผมเสมอมา ในครั้งแรกที่ผมเดินหลงป่า ผมก็ได้ฝูงผีเสื้อบินนำทางมาส่งถึงที่บ้าน และในทุกครั้งที่เจอกัน พวกมันจะพากันบินอย่างมีความสุขรอบๆตัวของผม....หรือว่าบางทีสัตว์ในป่าแห่งนี้ อาจจะเป็มิตรกับมนุษย์ก็เป็ได้??? นั้นคือสิ่งที่ผมคิดเสมอมา
"ถ้าข้ายังอยู่ที่นี่ข้าจะดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้ดีที่สุด " คำพูดลอยๆ ของผมเหมือนกับสถานที่แห่งนี้มันรับรู้ได้ ต้นไม้ใบหญ้ามันสั่นไหวเหมือนถูกลมแรงพัดเข้ามา ฝูงผีเสื้อนับร้อยเปล่งประกายมากกว่าเดิม ซึ่งมันช่วยขับเน้นความงดงามของพงไพรในยามค่ำคืนได้เป็อย่างดี
"เกิดอะไรขึ้น!!! หรือว่าจะมีลมพายุ??? เห็นทีข้าต้องรีบกลับบ้านแล้ว.....หือ!!อะไรน่ะ??? นั้นมันตัวอะไร"
เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ผมเห็นอะไรบางอย่างนอนขวางทางเดินของผมอยู่.... มันคือสิ่งมีชีวิต!!! สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงเบื้องหน้าของผม มันถูกฝูงผีเสื้อรายล้อม ผมจึงมองเห็นมันไม่ถนัด แต่เมื่อผมเดินไปใกล้ ฝูงผีเสื้อก็กระจายตัวออกมา ผมเลยเห็นรูปร่างของมันอย่างชัดเจน....
"แมวน้อย??? แต่ทำไมสีถึงได้แปลกแบบนี้นะ...มันาเ็อยู่!! มันตายรึยัง???"
แมวตัวน้อยตรงหน้า มันมีขนสีฟ้าที่ดูแปลกตาสำหรับผม.... และดูเหมือนว่ามันกำลังาเ็หนัก ขนสีฟ้ามีรอยไหม้อยู่ทั่วร่าง มันนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบ พอพลิกตัวของมันดู ผมก็รู้สึกประหลาดใจ เพราะมันไม่มีเพศ แม้แต่ทวารขับถ่ายก็ไม่มี แต่ยังดีที่ตัวของมันยังอุ่นอยู่ ซึ่งเป็สัญลักษณ์ที่สิ่งมีชีวิตเือุ่นควรมี
ผมอุ้มมันขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไรมาก ผมเพียงแค่อยากจะพามันกลับไปรักษาที่บ้านให้หายดีก็เท่านั้น.........
:มือใครกัน ทำไมถึงอบอุ่นเช่นนี้....:
.
.
.
.
.
.
.
.