พอทานข้าวเสร็จก็เตรียมตัวกลับบ้านกัน พอเดินไปถึงรถโทรศัพท์ของวราภรณ์ก็มีสายเข้า
“ว่าไงเอิงเอย อ้าวเหรอ ได้ๆ เดี๋ยวไป รอแปUบนึงนะเดี๋ยวเราขอบอกพี่ชายก่อน” หลังจากที่วางสายจากเพื่อนในคณะวราภรณ์ก็หันมาหาพี่ชายคนหล่อทันที
“เฮียเนม เนยมีธุระจะไปหาเพื่อนงานกลุ่มมีปัญหา ฝากเฮียขับรถของเนยไปส่งพู่กันที่บ้านหน่อยนะ เดี๋ยวเนยนั่งแท็กซี่ไปเอว ไปล่ะ ไปนะพู่กันขอโทษทีที่ไม่ได้ไปส่งที่บ้าน แล้วเจอกันนะเพื่อนรัก”
“แล้วจะกลับเนยยังไง” พี่ชายถามด้วยความเป็ห่วง
“เดี๋ยวโทรให้ที่บ้านมารับก็ได้ค่ะ ไปล่ะบ๊ายบาย”
พูดเสร็จวราภรณ์รีบวิ่งไปเรียกแท็กซี่ที่มาพอดีและหนีขึ้นรถไปทิ้งให้คนสองคนยืนอยู่ด้วยกันหันมามองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“ป่ะจะยืนอยู่อีกนานไหมขึ้นรถพี่จะได้ไปส่ง” วรานนท์บอกร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ยอมขยับไปไหน
“พี่เนม ถ้าพี่เนมลำบากใจที่จะไปส่งเดี๋ยวพู่กันกลับเองก็ได้นะครับ” พนัชกรเริ่มเสียงแข็งบ้าง ถ้าไม่อยากไปส่งนักหาทางกลับเองก็ได้
“อย่าพูดเยอะบอกว่าจะไปส่งก็คือไปส่งมาเร็วอย่าเสียเวลา”
คนตัวสูงส่งเสียงเข้มกลับมาให้ พนัชกรเลยต้องก้าวขึ้นไปนั่งตำแหน่งข้างคนขับ ที่มีคนขับขึ้นไปนั่งหน้าตึงอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นร่างบางเข้ามานั่งและปิดประตูรถเรียบร้อยคนขับก็กระชากรถออกไปทันที ทำเอาคนที่ยังไม่ทันตั้งหลักยังไม่ทันได้คาดเข็มขัดนิรภัยเสียหลักถลาไปด้านหน้าตามแรงกระชาก จนหน้าผากมนโขกกับคอนโซลหน้ารถเสียงดัง
“โอ๊ย เจ็บ” ก่อนที่จะตามมาด้วยคำบ่นของคนขับ
“นั่งรถทำไมไม่รู้จักคาดเบลล์ หาแต่เื่ให้หงุดหงิด”
คนเจ็บได้แต่นั่งสะกดความเจ็บและน้ำตาที่กำลังจะคลอออกมาที่ั์ตาสวยทั้งสองข้างไม่ให้มันไหลออกมา นอกจากจะเจ็บกายแล้วยังต้องมาเสียใจเพราะโดนคนที่ตัวเองรักว่าทั้งที่คนผิดน่าจะเป็วรานนท์หรือเปล่าที่รีบกระชากออกรถ คำขอโทษสักคำยังไม่มี อย่างว่าคนตัวสูงคงไม่ผิดคนที่ผิดคือเขาเองที่ไม่รู้สึกคาดเบลล์ให้เร็วกว่านี้
บรรยากาศในรถมีแต่ความเงียบจนน่าอึดอัด ไหนจะอึดอัดความอึดอัดในใจของพนัชกรตอนนี้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ
“พี่เนมครับ พู่กันขอถามได้ไหมครับ” ในที่สุดก็ทนต่อสู้กับความอึดอัดไม่ไหวจึงต้องถามร่างสูงออกไป
“อืม ว่าไง” คนที่กำลังใช้สมาธิในการขับรถขานรับ
“พี่เนมกับพี่มะนาวเป็แฟนกันหรือเปล่าครับ” ร่างบางถามออกไปแล้วก็กลั้นหายใจรอลุ้นกับคำตอบที่จะได้
“เปล่า เป็เพื่อนที่เรียนด้วยกัน” คำตอบที่ได้รับจากร่างสูงพอให้โล่งอกได้บ้างแต่ก็ยังไม่เคลียร์
“แล้วทำไมเพื่อนพี่มะนาวถึงบอกว่าพี่เนมเป็ เอ่อสามีของพี่มะนาวล่ะครับ”
“พี่ไม่รู้หรอกนะว่ายังไง เอาตรงๆ เลยก็เคยมีอะไรกันแบบ วันไนท์สแตนด์ จบคือจบ”
“แล้วมีอีกหลายคนไหมที่พี่เนมทำแบบนี้”
“ถามทำไม พี่ไม่เคยนับคนพวกนั้นหรอกนะ เขาเข้ามาเองทุกคนที่เข้ามาต้องยอมรับข้อตกลงได้ก็จบ”
“ข้อตกลงของพี่เนมคือหรืออะไรครับ บอกพู่กันหน่อยได้ไหม”
“จะถามทำไม ก็แค่ถูกใจกัน ครั้งเดียวจบ ไม่ผูกมัด ไม่ปากมาก” วรานนท์พูดอย่างไม่แยแสคนฟังและคนที่เคยร่วมหลับนอนกันมา
“เอ่อ พี่เนมถ้าพู่กันอยากทำตามข้อตกลงนั้นบ้างพี่เนมทำกับพู่กันได้ไหม”
คนขับรถมีสีหน้าใระคนโกรธ ที่คนที่ตัวเองรักเหมือนน้องจะทำตัวแบบนี้
“นี่พู่กันพูดอะไรออกมา ยังมีสติดีอยู่ใช่ไหม ทำไมถึงไม่ให้เกียรติตัวเองไม่ให้เกียรติพ่อแม่ไม่ให้เกียรติครอบครัวตัวเองขนาดนี้ พี่ไม่นึกเลยน้องที่พี่รู้จักจะพูดแบบนี้ ถือว่าพี่ไม่ได้ยินแล้วกันนะ”
“ฮึก ฮึก ทำไม ทำไมล่ะ ทีคนอื่นไม่เห็นพี่เนมจะบอกเค้ายังนี้เลย ทำไมทีพู่กันพี่เนมถึงปฏิเสธล่ะ ทำไม”
ร่างบางพูดไปร้องไห้ไปเพราะความไม่เข้าใจ อีกคนได้แต่ถอนหายใจกับคนที่พูดไม่รู้เื่
“พู่กันฟังพี่นะ พี่ทำกับพู่กันอย่างนั้นไม่ได้ มันไม่เหมือนกับคนอื่น พี่เห็นพู่กันเป็น้องเป็นุ่งเป็ลูกลุงหมอกับอาพรีนพี่นับถือ อย่าให้พี่ถึงขั้นต้องเลิกคุยกับพู่กันเลย”
“ถ้าพี่เนมทำกับพู่กันแบบคนอื่นไม่ได้ แล้วพี่เนมทำไมไม่รับรักพู่กันบ้างล่ะ ในเมื่อคนอื่นที่พี่เนมนอนด้วยพี่เนมก็ไม่ได้รัก แต่พี่เนมไม่ยอมนอนกับพู่กันแสดงว่าพี่เนมจะรับรักพู่กันใช่ไหม”
“พี่ไม่อะไรกับพู่กันทั้งนั้น บอกแล้วไงว่าพี่รักและเอ็นดูพู่กันแบบน้องเหมือนน้องโน้ตเหมือนน้องเนย ไม่มีทางที่จะเป็อย่างอื่น ถ้าพู่กันอยากจะเป็มากกว่านั้นพู่กันก็เลิกหวังได้เลย มันไม่มีทางเป็ไปได้ เอาจริงนะ พี่จะบอกจากความรู้สึกพี่จริงๆ พี่ไม่ชอบที่พู่กันมาคิดแบบนี้กับพี่ มันทำให้พี่วางตัวลำบาก จะพูดจะคุยกับพู่กันเหมือนเดิมก็กลัวว่าจะทำให้พู่กันคิดไปไกลว่าพี่มีใจให้ พอพี่ปลีกตัวออกห่างพู่กันก็มาตื๊อพี่ พี่บอกจริงๆ พี่รำคาญมาก แต่พู่กันดื้อไม่ยอมฟังปฏิเสธของพี่ มันทำให้พี่หงุดหงิดมากรู้ไหม วันนี้ก็เหมือนกันจู่ๆ ก็จะมาหามาให้พามากินข้าวบางทีพี่ก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง ที่โทรมาไลน์มาน่าจะรู้แล้วนะว่าพี่ไม่อยากติดต่อ ถ้าพี่รับพี่คงจะเผลอพูดไม่ดีกับพู่กันซึ่งพี่รับปากกับแด็ดดี้กับมามี้พี่แล้วว่าจะค่อยๆ บอก จะค่อยๆ พูดปฏิเสธไม่ให้พู่กันเสียใจ แต่ไหนๆ พู่กันก็อยากจะดื้อไม่ยอมฟังเลย พี่ก็ขอระบายให้ฟังเลยแล้วกัน ถ้าพู่กันยังไม่เลิกคิดกับพี่เกินพี่น้อง ก็ยังไม่ต้องติดต่อพี่ ถ้าเลิกคิดได้เมื่อไหร่ค่อยมาพูดกับพี่ เอาล่ะถึงบ้านแล้ว ที่พี่พูดไปพี่หวังว่าเด็กฉลาดอย่างพู่กันคงเข้าใจนะ พี่ขอโทษที่รักเกินพี่น้องไม่ได้ หยุดร้องไห้แล้วลงจากรถพี่ได้แล้วพี่จะได้กลับไปพักผ่อน เสียเวลามาชั่วโมงแล้ว”
วรานนท์พูดยาวๆ ตัดเยื่อใยออกไปเพื่อให้ร่างบางที่คิดไม่ซื่อกับตัวเองได้คิดและตัดใจ อาจจะดูโหดร้ายหน่อยแต่มันก็เป็ผลดีต่อน้องน้อยของเขา ถึงแม้จะเห็นน้องเสียใจจนร้องไห้ก็เถอะเกือบจะอดไม่ได้ที่จะเข้าไปปลอบโยนเหมือนเมื่อก่อน จึงได้แต่ข่มใจเพราะเดียวร่างบางจะตัดใจไม่ขาด
“ขอบคุณพี่เนมที่มาส่งนะครับ ขอบคุณที่บอกกับพู่กันตรงๆ ต่อไปพู่กันจะไม่โทรไปกวนให้พี่เนมรำคาญแล้วครับ จะไม่ไปเสนอหน้าให้พี่เนมหงุดหงิด ขอโทษนะครับที่ทำให้รำคาญและลำบากใจ”
พนัชกรบอกคนตัวสูงทั้งน้ำตาที่ไหลบ่ามาเต็มหน้าพอพูดจบก็ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาออกจากแก้มนิ่ม ก่อนที่จะเปิดประตูก้าวลงจากรถหรูของร่างสูงแล้วเดินเข้าบ้านไป โดยไม่หันมามองคนมาส่งแม้แต่น้อยด้วยความเสียใจน้อยใจที่ความรักความเอาแต่ใจของตัวเอง ทำให้คนพี่ที่เคยใจดีเอาใจเก่งตอนนี้ทั้งหงุดหงิดทั้งรำคาญและลำบากใจกับตัวเอง คงถึงเวลาแล้วที่เราจะรักตัวเองอย่างที่ปะป๊ากับมาม๊าหรือแม้กระทั่งคนที่มาส่งเมื่อสักครู่บอก
พอเข้ามาถึงตัวบ้านไม่มีใครอยู่ที่ห้องรับแขกเลยเพราะตัวเองได้โทรมาบอกที่บ้านไว้แล้วว่าจะกลับค่ำ เลยเป็การดีที่จะไม่มีใครเห็นว่าตัวเองร้องไห้เพราะโดนปฏิเสธรักมา พนัชกรเลยก้าวเท้าตรงไปที่ห้องนอนของตัวเองเลยแล้วก็ตรงเข้าไปอาบน้ำร้องไห้ให้พอและปล่อยน้ำตากับความเสียใจไปกับสายน้ำ พรุ่งนี้พนัชกรตั้งใจที่จะเป็คนใหม่ให้ได้จะหักดิบไม่โทรไม่ติดต่อกับคนใจร้าย จะปิดช่องทางการรับรู้ข่าวสารทั้งหมดและจะตั้งใจเรียนแล้ว แต่ตอนนี้ขอร้องไห้ให้พอก่อน
กว่าจะร้องไห้และอาบน้ำเสร็จก็กินเวลาเกือบชั่วโมง ร่างบางเดินก้าวออกจากห้องน้ำมา รู้เลยที่เค้าพูดกันว่าร้องไห้จนตาบวมเป็ยังไง ตอนนี้ไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพเลยตาบวมตุ่ยมาก สงสัยต้องหาอะไรเย็นๆ มาประคบก่อนมีหวังพรุ่งนี้ไปเรียนถ้าไม่หายเพื่อนๆ ถามเเน่เลย
ขณะที่กำลังจะนอนเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากสาวสวยอย่างวราภรณ์เพื่อนรักนั่นเอง
“อือ ว่า”
“ทำอะไรอยู่กว่าจะรับได้ เป็ไงมั่งเ้าชายน้ำแข็งตอบรับรักไหม”
“โดนเละเลยล่ะ สำนึกรักตัวเองแทบไม่ทัน เพิ่งรู้ว่าที่ทำมาทั้งหมดทำให้พี่เนมทั้งรำคาญทั้งหงุดหงิดทั้งลำบากใจ พู่กันจะพอแล้ว จะไม่กวนเค้าอีกแล้ว”
“เอ๋า บทจะยอมก็ยอมง่ายๆ อย่างงี้เลยเหรอ ทำใจได้เร็วเกินไปไหมเพื่อนรัก เล่นเอาน้องเนยคนสวยตามไม่ทันเลย”
“ก็พี่เนมพี่ชายคนหล่อของน้องเนยคนสวยน่ะ สวดพู่กันคนน่ารักมายับซะขนาดนี้ จะไม่ยอมได้ยังไง”
“เฮียเนมว่าไงบ้าง พอเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม”
“ได้ เราไม่มีอะไรปิดบังเนยอยู่แล้ว ก็พี่เนมให้เราเลิกคิดกับเค้าเกินพี่น้อง ที่พู่กันทำมาทั้งหมดที่ผ่านมามันทำให้เค้าลำบากใจ ที่เราไปตื๊อเค้าบ่อยๆ มันทำให้เค้ารำคาญและหงุดหงิด ที่ยังพูดดีๆ กับพู่กันอยู่เพราะแด็ดดี้เวย์กับมามี้นิวขอร้อง ไม่งั้นเราคงโดนเละกว่านี้”
“เฮียเนมล้อเล่นป่ะ พู่กันเพื่อนรักจะถอดใจจริงๆ เหรอ”
“ล้อเล่นบ้าอะไร เนยดูซิพู่กันร้องไห้จนตาปูดแล้วเนี่ย คงต้องยกธงขาวแล้ว ก็เค้าห้ามเจอห้ามโทรห้ามติดต่อขนาดนั้น ต่อไปนี้เนยไม่ต้องส่งข่าวอะไรของพี่เนมให้เราฟังนะ พู่กันจะหักดิบตัวเอง ถ้าพู่กันเผลอถามเนยช่วยเตือนด้วยนะ”
“โอเคได้ๆ เนยขอโทษแทนเฮียเนมด้วยนะพู่กัน ยังไงพู่กันห้ามเลิกคบเนยไปด้วยนะไม่งั้นเนยร้องไห้แน่เลย”
“เวอร์ พู่กันจะเลิกคบเนยทำไม รู้หรอกคนละคนกัน นอนกันเถอะพู่กันจะประคบตา ตามันบวมปูดเลย ฝันดีนะจ๊ะคนสวย”
“จ้าฝันดีคนน่ารัก”
พอวางสายจากพนัชกรเพื่อนรักแล้ว สาวสวยอย่างวราภรณ์ก็ยังคงนอนวางแผนช่วยเหลือเพื่อนรักให้สมหวังกับพี่ชายต่อยังไงเธอก็เชื่อว่าวรานนท์พี่ชายสุดหล่อรักพู่กันเพื่อนรักของเธอแค่ยังไม่รู้ใจตัวเองเท่านั้น