ตอนที่ 18
“นี่มัน…าาโกเลมนี่ครับ” สีหน้าของลูเซียสที่กำลังแสดงความประหลาดใจออกมาทั้งๆที่ปกติเขามักจะเก็บสีหน้าเอาไว้ตลอดเวลาช่างเป็ภาพที่น่าประหลาดใจจริงๆสำหรับจูนที่เพิ่งจะนำร่างของโกเลมรูปปั้นหรือที่ลูเซียสเรียกว่า าาโกเลม ออกมาให้ลูเซียสดูหลังจากการมาถึงของเกทที่เชื่อมต่อกับสมาคมการค้าที่เคยนัดหมายกันเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว
“ค่ะ พวกเราไม่มีวิทยาการพอจะจัดการกับร่างของเขาก็เลยอยากจะขอคำแนะนำจากคุณลูเซียสน่ะค่ะ” จูนมองร่างของาาโกเลมที่ถูกจัดเรียงเหมือนเป็โบราณวัตถุในกล่องอย่างดีด้วยท่าทีลำบากใจ เหล่าซอมบี้ภายใต้การปกครองของจูนไม่มีใครเลยที่จะหาทางจัดการกับวัตถุดิบชิ้นนี้ได้ สุดท้ายก็เลยต้องหวังพึ่งพาตัวแทนสมาคมการค้าอย่างลูเซียสจนได้
“คุณจูนเป็คนจัดการเขาได้เหรอครับ บอกตามตรงว่ามันน่าประทับใจมากเลยนะครับ” ลูเซียสยังไม่สามารถเก็บท่าทีประหลาดใจของตัวเองได้เพราะ าาโกเลม เป็สิ่งมีชีวิตที่พิเศษมากในระดับโลกเริ่มต้น โลกของเผ่าโกเลมมีลักษณะที่พิเศษมากเพราะพวกเขาไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้ด้วยการฆ่าศัตรูเหมือนกับโลกใบอื่น เหล่าโกเลมจะส่งค่าประสบการณ์ที่ตัวเองได้ทั้งหมดไปยังแกนกลางของโลกและเปลี่ยนค่าประสบการณ์เ่าั้ให้กลายเป็แร่ธาตุที่ถูกเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆบนโลกของพวกเขา ส่วนเหล่าโกเลมจะทำการดูดซับแร่ธาตุเ่าั้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายและเลเวลอีกที ทำให้เลเวลของพวกเขาขึ้นช้ามากๆตรงกันข้ามกับความแข็งแกร่งของชั้นหินที่พวกเขาสะสมทีละน้อย แม้โลกของพวกเขาจะเป็เพียงโลกระดับ 2 แต่ว่ากันว่าภายในโลกระดับเริ่มต้นอย่างโลกระดับ 1 - 3 นั้นไม่มีใครสามารถสร้างรอยขีดข่วนให้าาแห่งเหล่าโกเลมที่สะสมแร่ธาตุที่แข็งแกร่งมาเนิ่นนานั้แ่การก่อกำเนิดดวงดาวได้อย่างแน่นอน ทว่า… ตอนนี้ลูเซียสได้รู้แล้วว่าคำเล่าลือนั้นไม่เป็จริงเสียแล้ว เพราะร่างของาาโกเลมที่ร่ำลือนั่นก็นอนอยู่ตรงหน้าเข้าแล้วนั่นเอง
“ค่ะ… ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ ถ้าไม่ทุ่มสุดแรงคงโจมตีไม่เข้าเลยค่ะ” จูนที่ไม่รู้เื่เลยว่าตัวเองทำอะไรลงไปยิ้มเจื่อนๆออกมาอย่างหน้าตาเฉย ทั้งๆที่ค่าสติปัญญาของจูนมีเกินหมื่นไปแล้วแต่ก็ยังโจมตีาาโกเลมที่เป็ผู้นำของโลกระดับ 2 เหมือนกันแทบไม่เข้า การต่อสู้ในระดับโลกที่สูงขึ้นสำหรับจูนแล้วเป็เื่ที่ยังต้องระมัดระวังให้ดีเช่นเคย
“ยอดเยี่ยมมากครับ แต่โลกระดับเริ่มต้นคงไม่มีใครจัดการร่างของเขาได้หรอกนะครับ นอกจาก…” ลูเซียสเองก็ไม่ทราบจะหัวเราะหรือใต่อดี องค์ราชินีตรงหน้าเพิ่งจะจัดการหนึ่งในตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับโลกเริ่มต้นไปแท้ๆ แต่เธอยังทำท่าเหมือนเพิ่งทำงานบ้านเสร็จเสียอย่างนั้น
“นอกจาก…” ดวงตาของจูนดูตื่นเต้นมากเมื่อได้ยินคำว่า นอกจาก ออกมาจากปากของลูเซียส คำพูดนั่นจะไม่มีทางออกมาแน่ๆถ้าเขาไม่มีทางจัดการกับร่างของาาโกเลมเลยแม้แต่น้อย
“ถ้าพวกคุณขายร่างของเขาให้กับช่างตีเหล็กในโลกระดับกลาง พวกเขาน่าจะมีวิธีจัดได้ แต่การขายเขาเป็เงินมันค่อนข้างน่าเสียดาย แถมพวกคุณก็ทำการแลกเปลี่ยนกับโลกระดับกลางหรือสูงไม่ได้เพราะการแลกเปลี่ยนไอเทมของพวกเขามายังโลกระดับเริ่มต้นมันขัดต่อกฎการรักษาสมดุล” ลูเซียสส่ายหน้าอย่างเสียดายเพราะร่างของาาโกเลมเป็วัตถุดิบที่มีค่ามากแม้แต่ในโลกระดับกลางหรือสูง ถ้าใช้ร่างของเขาแลกเปลี่ยนกับไอเทมของโลกระดับกลางรับรองว่าไอเทมที่ได้จะเป็ไอเทมที่ช่วยเหลือโลกของจูนได้อย่างมากแน่นอน
“ถ้าพวกเราไม่แลกเปลี่ยน แต่เป็การจ้างวานแทนล่ะ” พี่หยกที่นั่งฟังอยู่ข้างๆเสนอความคิดออกมาหลังจากนั่งครุ่นคิดอยู่นาน ั้แ่การสั่งซื้อสินค้าครั้งก่อนพี่หยกก็ทราบถึงข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างโลกระดับเริ่มต้นกับโลกระดับกลางและสูงแล้ว เพื่อไม่ให้โลกระดับเริ่มต้นเสียสมดุล การนำสินค้าของโลกระดับกลางมาขายจึงเป็เื่ที่สมาคมการค้าทำไม่ได้ แต่ถ้าสิ่งที่พวกจูน้าไม่ใช่การนำสินค้าจากโลกระดับกลางมาเป็ของตัวเอง แต่เป็การจ้างงานโลกระดับกลางเสียเองล่ะ…
“คุณหยกหมายความว่าจะให้ดวงดาวของพวกคุณว่าจ้างดวงดาวที่อยู่สูงกว่าสินะครับ แบบนั้นมัน…ก็ไม่มีในข้อห้ามด้วยสิ” ลูเซียสนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มทบทวนกฎสำหรับสมาคมการค้าที่ถูกสั่งให้ท่องจำจนขึ้นใจมาั้แ่เด็ก กฎส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลของกลุ่มโลกระดับเริ่มต้นล้วนตราเอาไว้เพื่อห้ามไม่ให้โลกระดับกลางและสูงยื่นมือเข้าไปยุ่งกับโลกที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา และท่ามกลางกฎยิบย่อยมากมายก็ไม่มีข้อไหนสั่งห้ามไม่ให้โลกระดับต่ำเป็ผู้ว่าจ้างโลกระดับที่สูงกว่าเสียด้วย เพราะแต่เดิมโลกระดับต่ำก็ไม่มีอะไรที่จะใช้ว่าจ้างโลกระดับสูงกว่าอยู่แล้ว
“ใช่ค่ะ พวกเรา้าให้พวกคุณเป็ตัวแทนเพื่อนำวัตถุดิบของพวกเราไปให้ช่างฝีมือแปรรูปให้ ในเมื่อวัตถุดิบที่นำไปแปรรูปเป็ของพวกเรา เช่นนั้นไอเทมที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ยังเป็ของพวกเรา มันจึงไม่นับเป็การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างโลกที่สูงกว่ากับโลกที่ต่ำกว่าจริงไหมคะ” พี่หยกเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมาอย่างไม่ปิดบัง หากมีชุดเกราะที่สร้างจากร่างของาาโกเลมรับรองเลยว่าผู้ที่ได้สวมมันจะสามารถท่องเที่ยวไปบนโลกระดับเริ่มต้นได้อย่างไม่ต้องหวาดกลัวสิ่งใดเลย
“ตกลงครับ ผมจะรับหน้าที่เป็คนกลางเพื่อนำวัตถุดิบของพวกคุณไปทำการแปรรูปให้เองครับ หากใช้ชิ้นส่วนของาาโกเลมเป็ค่าจ้างจะต้องมีช่างฝีมือหลายคนสนใจแน่ๆ” ลูเซียสเองก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หยกเสนอมาเช่นกัน แถมความรู้สึกยินดีของลูเซียสยังเพิ่มขึ้นพร้อมๆกับความตื่นเต้นอีกต่างหาก เพราะร่างของาาโกเลมเป็หนึ่งในสินค้าที่มีผู้เรียกร้องมามากเป็พิเศษแต่สมาคมการค้ากลับไม่สามารถตอบรับความ้าของลูกค้าได้ เพราะโลกของโกเลมได้รับการคุ้มครองในฐานะโลกระดับเริ่มต้นและในโลกระดับเริ่มต้นก็ไม่มีใครล้มาาโกเลมได้ ทำให้สินค้าที่น่าสนใจนี้เป็เหมือนวัตถุดิบมายาที่ไม่มีทางแตะต้องได้มานานมากแล้ว การที่สมาคมการค้าของเขาสามารถนำสินค้าชิ้นนี้ออกมาวางขายได้มันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันมากกว่าจำนวนเงินค่านายหน้าที่จะได้เสียอีก
“จริงสิ คุณจูน้าจะค้นหาดาวบ้านเกิดต่อไปเรื่อยๆ คุณก็เลยจะเลื่อนระดับโลกไปมากกว่าระดับสามสินะครับ ถ้าเป็แบบนั้นคุณสนใจจะมาเป็ผู้จัดหาสินค้าให้กับสมาคมของเราไหมครับ” ลูเซียสที่เริ่มแสดงท่าทีตื่นเต้นออกมาอย่างไม่ปิดบังหันไปยื่นข้อเสนอให้กับจูนเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่แต่เดิมแผนการที่เขาวางเอาไว้สำหรับโลกของจูนนั้นต่างออกไปแท้ๆ แต่นั่นก็เป็เพราะเขาประเมินความสามารถของจูนต่ำไป ดาวดวงนี้ไม่ใช่แค่ดาบที่จะเลื่อนระดับไปเป็ดาวระดับกลางหรือสูงได้เท่านั้น แต่องค์ราชินีเบื้องหน้าของเขาตอนนี้เป็หนึ่งในผู้แข็งแกร่งของหมู่ดวงดาวระดับเริ่มต้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
“จัดหาสินค้าเหรอคะ” จูนกะพริบตาถี่ๆด้วยความสงสัย ภายในคลังสินค้าของสมาคมการค้าเอมเมอร์รันมีสินค้ามากมายนับไม่ถ้วน พวกเขาจะสนใจสินค้าที่อยู่ภายในขอบเขตโลกระดับเริ่มต้นจริงๆเหรอ
“ถูกต้องครับ เหมือนกับร่างของาาโกเลมที่อยู่ตรงนั้น ภายในโลกระดับเริ่มต้นมีโลกมากมายที่มีเงื่อนไขพิเศษจนไม่สามารถเลื่อนระดับโลกขึ้นมามากกว่าระดับสามได้ ทำให้ภายในทะเลดวงดาวเกิดใหม่อันแสนกว้างใหญ่แห่งนี้มีวัตถุดิบมากมายที่ตลาดเบื้องบน้าแต่กลับหามาขายได้ยากเย็นเหลือเกิน แต่พวกคุณที่ยังเป็โลกระดับเริ่มต้นเหมือนกันไม่ได้โดนจำกัดสิทธิ์ในการขุดค้นสมบัติล้ำค่าเ่าั้ไปด้วย หากพวกคุณตกลงร่วมมือสมาคมการค้าเอมเมอร์รันของพวกเราจะร่วมสนับสนุนการค้นหาดวงดาวบ้านเกิดของคุณจูนด้วยอีกแรง” ข้อเสนอของลูเซียสสร้างความสนใจให้กับจูนไม่ได้น้อย สมาคมการค้ามีเครื่องนำทางและเครื่องมือเชื่อมต่อกับดวงดาวต่างๆให้ซื้อหาได้ แม้ราคาจะมหาโหดแต่มันก็เป็สิ่งยืนยันว่าพวกเขามีกำลังจะช่วยตามหาดวงดาวบ้านเกิดของจูนจริงๆ…
“พวกคุณก็สามารถเชื่อมต่อกับโลกของพวกเขาได้นี่คะ พวกคุณก็แค่ขอซื้อจากพวกเขาก็พอแล้ว…” พี่หยกพูดครึ่งหนึ่งก็ชะงักไปเล็กน้อยเหมือนนึกคำตอบที่ตัวเองกำลังจะถามออกกลางทางเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าสมาคมการค้าเอมเมอร์รันทำการเชื่อมต่อกับโลกมากมายนับไม่ถ้วนอยู่ตลอดเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำไม่ได้แม้จะเชื่อมต่อกับโลกเ่าั้แล้วก็ตาม
“เพราะวัตถุดิบเ่าั้ซื้อมาไม่ได้นี่ครับ” ลูเซียสกลับไปใช้รอยยิ้มของพ่อค้าอีกครั้งเหมือนพยายามปกปิดอะไรบางอย่างเอาไว้ แต่พี่หยกก็เหมือนจะได้รับคำตอบเป็ที่เรียบร้อยแล้ว สมาคมการค้าเป็ดวงดาวที่ได้รับสิทธิพิเศษในการเชื่อมต่อกับโลกระดับสูงลงไปจนถึงโลกระดับ 2 แต่สิทธิพิเศษนั่นก็แลกมากับการที่พวกเขาห้ามทำการโจมตีดวงดาวใดๆเด็ดขาด และมันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถหาสินค้าอย่างหนึ่งมาได้ด้วยการเจรจาซื้อขายเพียงอย่างเดียว เพราะโลกส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครขายวัตถุดิบที่มาจากร่างกายของพวกพ้องตนเองกระมัง
“เื่นี้… คงต้องคุยรายละเอียดกันให้ชัดเจนก่อนค่ะ” จูนก็พอเข้าใจว่าสิ่งที่ลูเซียสพูดถึงนั้นคืออะไร เพียงแต่เงื่อนไขในโลกของจูนนั้นเปลี่ยนไปแล้ว ในตอนนี้จูนไม่ใช่เพียงคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจอีกต่อไปแล้ว แม้เหล่าซอมบี้ทุกคนจะต้องทำตามสกิลบัญชาการซอมบี้ของจูนอยู่เหมือนเดิมหากจูนใช้งานสกิลออกมา แต่จูนที่มอบจิตสำนึกให้กับทุกคนแล้วก็อยากจะให้พวกเขาได้ร่วมตัดสินใจด้วยเช่นกัน แถมจูนก็อยากจะให้ลูเซียสอธิบายให้ชัดเจนก่อนว่าเงื่อนไขการร่วมมือคืออะไร เธอเองก็ไม่อยากทำสัญญาที่เสียเปรียบหรอก
.
.
.
“อืม… การล่าวัตถุดิบนี่ถือเป็เื่ใหม่อยู่นะ เพราะก่อนหน้านี้พวกเราเป็ผู้ถูกบุกรุก เวลาฆ่ามอนสเตอร์ได้พวกมันก็จะกลายเป็เศษผงแล้วเหลือทิ้งเอาไว้แค่คริสตัลมานานี่นา” คำพูดภายในห้องประชุมของวิสต้านั้นเป็คำพูดที่ไม่ระวังไปเสียหน่อย แต่มันก็เป็ความจริงจนเถียงไม่ออก โลกของผู้แพ้ที่ล่มสลายั้แ่การโจมตีครั้งแรกนั้นจะกลายเป็โลกที่ต้องเปิดประตูมิติเพื่อเชื่อมต่อไปยังโลกใบอื่นๆเพื่อชิงสิทธิ์ในการเอาชีวิตรอด แต่เพราะพวกเขาเป็โลกที่พ่ายแพ้ให้กับการบุกครั้งแรกทำให้การหลอมรวมกับมานาของพวกเขาต่างออกไปจากโลกของผู้ชนะ เพื่อจะสร้างกองกำลังเพื่อแย่งชิงโลกใบอื่น เทพผู้ปกครองดวงดาวจะต้องหลอมรวมมานาจนกลายเป็คริสตัลมานาเพื่อใช้มันเป็แกนกลางสำหรับสร้างสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า มอนสเตอร์ ขึ้นมาจากประชากรที่เหลืออยู่ของตัวเอง แต่กระบวนการนั้นจะทำให้ร่างของประชากรบนดวงดาวเปลี่ยนแปลงไปและกลายเป็สิ่งมีชีวิตที่ไม่เสถียร เมื่อถูกฆ่าเหล่าสิ่งมีชีวิตที่กลายเป็มอนสเตอร์ไปแล้วก็จะสลายหายไปและเหลือแค่คริสตัลมานาเอาไว้ ซึ่งมันต่างจากสิ่งมีชีวิตที่สามารถปกครองดวงดาวของตัวเองได้และทำการดูดซับมานาด้วยตัวเอง เหล่าประชากรบนดวงดาวที่ใช้ขั้นตอน ปลุกพลัง ในการผสานตนเองกับมานาจะไม่สลายหายไปเหมือนกับเหล่ามอนสเตอร์และทำให้การล่าทรัพยากรของฝั่งผู้แพ้เป็การรวบรวมวัตถุดิบเสียมากกว่า เพราะร่างของประชาชนบนดาวผู้ชนะจะไม่มีคริสตัลมานาอยู่แล้ว
“มันก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ พวกเราเคยฆ่าเพื่อรวบรวมคริสตัลมานามาใช้งาน แต่ตอนนี้พวกเราฆ่าเพื่อนำเอาร่างกายของอีกฝ่ายมาใช้งาน ข้าไม่เห็นว่ามันจะต่างกันยังไง” ลุงฮิฟที่นั่งอยู่ในกลุ่มของตัวแทนสายผลิตส่ายหน้าช้าๆก่อนจะแสดงสีหน้าออกมาเหมือนมันเป็เพียงเื่เล็กน้อย ก็จริง การล่าวัตถุดิบจากศัตรูที่อยู่อีกฝั่งของเกทมันก็เหมือนการล่าคริสตัลมานานั่นแหล่ะ เพราะอย่างไรพวกจูนก็ต้องต่อสู้กับอีกฝ่ายหากจำเป็อยู่ดี
“พี่เห็นด้วยนะ งานของพวกเราไม่ต่างจากตอนเป็ฮันเตอร์เท่าไหร่ แต่ที่พี่สงสัยก็คือทางสมาคมมีสิทธิ์บังคับให้พวกเราฆ่าคนของอีกฝั่งโดยที่เราไม่้าหรือเปล่า” พี่ฝนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆจูนคิดเื่นี้มาั้แ่ก่อนจะเรียกประชุมเสียอีก ใน่ที่เกทเปิดออกก่อนจะถึงวันที่ลูเซียสเข้ามาก็มีบางเกทที่สามารถพูดคุยกันได้ด้วยสันติเหมือนกัน แม้จะมีเพียงเกทเดียวแต่นั่นก็เป็ความทรงจำที่ไม่เลว พวกเธอแค่พูดคุยตกลงกันและปล่อยใหพวกเขาพักผ่อนจนหมดเวลาเท่านั้น แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าแขกที่ตกลงกันได้ด้วยสันติกลายเป็ผู้วัตถุดิบที่สมาคมการค้า้า
“พวกเรามีสิทธิ์ที่จะบอกพวกคุณได้ว่าพวกเรา้าวัตถุดิบจากเผ่าพันธุ์นั้นแค่ไหน รวมไปถึงพวกเราสามารถบอกกับพวกคุณได้ด้วยว่าเผ่าพันธุ์ที่พวกคุณกำลังเผชิญมี ราคา สูงขนาดไหน แต่พวกเราไม่มีสิทธิ์บังคับให้พวกคุณตัดสินใจว่าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าพวกเราจะโน้มน้าวพวกคุณได้แค่ไหนในกรณีที่คุณไม่อยากฆ่าคนของโลกที่อยู่อีกฝั่ง” ลูเซียสเหมือนจะเตรียมคำตอบเอาไว้แล้วก็เลยตอบคำถามของพี่ฝนด้วยท่าทีจริงใจไม่น้อย เขาบอกออกมาตามตรงว่าพวกจูนสามารถปฏิเสธได้ แต่เขาก็บอกเช่นกันว่าหากพวกเขา้าพวกเขาก็จะพยายามต่อรองให้พวกจูนทำการเก็บเกี่ยววัตถุดิบอย่างเต็มที่ แม้การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะอยู่ที่พวกจูนก็ตาม
“เื่ความเห็นอกเห็นใจก็เป็เื่หนึ่งที่เรากังวล แต่เื่การแบ่งผลประโยชน์เองก็เป็เื่ที่พวกเราอยากจะรู้เช่นกัน ไหนจะเื่ความร่วมมือในการหาดวงดาวขององค์ราชินีอีก ท่านลูเซียสท่านพอจะแจกแจงรายละเอียดให้พวกเราที่อยู่ที่นี่ได้หรือไม่” พี่หยกพยักหน้ากับคำตอบของลูเซียสก่อนจะเริ่มถามเกี่ยวกับข้อตกลงที่ลูเซียสจะทำ ซึ่งฝ่ายลูเซียสก็ไม่ได้มีท่าทีลนลานแต่อย่างไร เขาเพียงยิ้มก่อนจะผายมือออกมาพร้อมกับฉายหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นกลางโต๊ะราวกับกำลังจะนำเสนองานไม่มีผิด
“ก่อนจะคุยกันเื่ส่วนแบ่ง ผมจะขอพูดเื่การลงทุนของสมาคมเราเสียก่อน เพื่อทำให้แผนการล่าสมบัติภายในโลกระดับแรกเริ่มนี้สำเร็จ พวกเราจำเป็ต้องให้พวกคุณรักษาระดับโลกให้อยู่ในระดับสองต่อไปเรื่อยๆให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเราเลยจะลงทุนทำการติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมระดับโลกเอาไว้บนดาวของพวกคุณ รวมไปถึงอุปกรณ์สำหรับรับส่งข้อความข้ามมิติและอุปกรณ์ช่วยกำหนดขอบเขตการเชื่องต่อเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการล่าสมบัติของพวกคุณ แน่นอนว่าสำหรับโลกใบอื่นเงื่อนไขพวกนี้เป็ข้อเสียของดวงดาวที่้าจะเพิ่มระดับและก้าวเข้าสู่การต่อสู้ที่สูงชันขึ้น แต่สำหรับพวกคุณที่้าตามหาดวงดาวขององค์ราชินี ผมมองว่ามันเป็ข้อดีเสียด้วยซ้ำ” ลูเซียสเปิดเอกสารเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งให้กับเหล่าซอมบี้ได้ดู แน่นอนว่าอุปกรณ์เ่าั้สร้างความแตกตื่นใจให้กับเหล่าซอมบี้เป็อย่างมากเพราะพวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีอุปกรณ์แบบนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็เครื่องควบคุมระดับโลกโดยการสร้างร่างจุลภาคขึ้นมาจากชิ้นส่วนร่างกายของผู้อยู่อาศัยบนโลก และทำการสร้างสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเลเวล 1 ออกมาเป็จำนวนมากเพื่อใช้พวกมันในการลดค่าเฉลี่ยเลเวลของโลกทั้งใบลง โดยร่างจำลองเหล่านี้เป็ร่างจำลองที่ไม่สามารถรับค่าประสบการณ์ได้และไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้ ทั้งยังมีขนาดเล็กจนสามารถสร้างพวกมันได้หลายพันล้านตัวจากความจุเท่ากับถังแก๊สตามบ้านเท่านั้น ไหนจะอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถส่งข้อความจากดวงดาวของจูนไปยังสมาคมการค้าได้โดยตรงอีก การใช้งานเครื่องนี้ไม่ต่างจากความสามารถของบัตรสมาชิกระดับไดม่อนที่ต้องใช้แต้มสะสมในการติดต่อกับสมาคมการค้าเลย นั่นหมายความว่าพวกจูนสามารถติดต่อสมาคมการค้าได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องจ่ายเลยสักแต้มเดียว นับว่าเป็สิทธิ์พิเศษของคู่ค้าจริงๆ และสิ่งที่ทำให้จูนและพี่ฝนสนใจที่สุดก็คือ อุปกรณ์ช่วยกำหนดขอบเขตการเชื่อมต่อ ขอเพียงทราบว่าดวงดาวเป้าหมายอยู่ในพื้นที่ขอบเขตใดของมหาจักรวาลเครื่องนี้ก็จะช่วยกำหนดขอบเขตในการเชื่อมต่อประตูมิติของโลกใบนี้ได้ แม้จะบังคับเชื่อมต่อเหมือนเครื่องนำทางไม่ได้แต่ก็สามารถทำการสุ่มเชื่อมต่อกับดวงดาวภายในพื้นที่ที่กำหนดได้ แต่ถึงจะช่วยจำกัดขอบเขตแล้วก็คงมีดวงดาวอีกหลายพันหลายหมื่นดวงภายในขอบเขตเดียวกันอยู่ดี แต่มันก็ยังดีกว่าสุ่มเชื่อมต่อกับดวงดาวทั่วทั้งมหาจักรวาลไปล่ะนะ ขอแค่สมาคมสืบเื่ดวงดาวที่้ามาได้เครื่องนี้ก็จะสามารถช่วยทำให้โอกาสเชื่อมต่อไปเจอกับดาวดวงนั้นๆมีมากขึ้น แน่นอนว่ามันยังช่วยกำหนดขอบเขตไปยังโลกที่จูนเคยอยู่ได้ด้วย ขอเพียงจูนหาเจอว่าดาวบ้านเกิดของเธออยู่ในพื้นที่ส่วนไหนของมหาจักรวาลก็พอ
“...” ลำพังแค่อุปกรณ์ช่วยกำหนดขอบเขตก็ทำให้ใจของจูนเอนเอียงไปทางร่วมมือกับสมาคมการค้าแล้ว แต่ท่าทางเหล่าซอมบี้ที่เคยเป็ชนชั้นผู้นำมาก่อนและเขี้ยวลากดินยิ่งกว่าจูนหลายเท่าอย่างพี่หยก ลุงฮิฟ หรือแม้แต่พี่ฝนเองก็ยังคงเถียงกับลูเซียสเื่ส่วนแบ่งของสมาคมและโลกใบนี้กันอย่างดุเดือด แม้การเถียงว่าหุ้นที่สมาคมการค้าจะได้รับจะมากเกินไปหลังจากลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้จะทำเอาบรรยากาศมาคุสุดๆ แต่หัวใจของจูนตอนนี้ก็เหมือนกับกำลังเต้นอย่างมีความสุขเพราะบรรยากาศแบบนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าจูนยังเป็คนควบคุมพวกเขาอยู่ นี่สินะความรู้สึกของผู้คน ความคิดที่ไม่ลงรอยกัน ความ้าของแต่ละฝ่ายที่หาข้อตกลงได้ยากลำบาก รวมไปถึงความ้าภายในใจที่ต่างฝ่ายต่างเก็บซ่อนเอาไว้ไม่ยอมเผยออกมาง่ายๆ นี่มันวุ่นวายแต่ก็น่าคิดถึงจริงๆ