แพรวาเดินออกมายังลานจอดรถจึงพบว่ารถของธีรพัฒน์ยังจอดอยู่ที่เดิม
นั่นแสดงว่าเมื่อกี้เขายังไม่ได้ไปไหนสินะแล้วทำไมเขาไม่บอกเธอว่าจะมารอที่รถล่ะเธอเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วจะได้รีบตามเขาออกมา นี่จู่ๆ ก็เดินหายไปเสียดื้อๆ แถมยังบอกกับคุณเจสันก่อนจะออกมาอีกว่ามีธุระต้องไปทำแล้วทำไมเขายังอยู่ที่นี่หญิงสาวคิดในใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถด้วยอาการไม่พอใจ
“เอาโทรศัพท์ของเธอมานี่” ธีรพัฒน์พูดเสียงดังจนเกือบเป็ตะคอกใส่หญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามานั่งในรถ
“ทำไมคะ” แพรวาหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างมึนงงปนบึ้งตึง
“บอกให้เอามา ก็เอามาเถอะน่า... อย่าเื่มาก” คนเอาแต่ใจทำเสียงหงุดหงิดฮึดฮัดเมื่อถูกคนตัวเล็กทำท่าจะขัดใจ
“บ้าอำนาจ เผด็จการ เอาแต่ใจ ไร้เหตุผล...”
แพรวาด่าทอชายหนุ่มเสียงเบาขณะก้มหน้าค้นหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองในกระเป๋าสะพายก่อนจะหยิบขึ้นมาแล้วส่งให้กับคนเอาแต่ใจ
“ที่เธอด่าเนี่ย ฉันได้ยินนะ” คนถูกด่าส่งสายตาคาดโทษมาให้หญิงสาว
มือหนาคว้าโทรศัพท์เครื่องเล็กจากมือเธอมากดตัวเลขด้วยความรวดเร็วแล้วกดโทรออกรอสักครู่จึงได้ยินเสียงโทรศัพท์ของเขาดัง จากนั้นเขาก็กดตัดสายแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้หญิงสาวข้างกายจนแทบจะเป็การโยนซะมากกว่า
“อะ เอาไป! และอย่าให้ฉันรู้นะ ว่าเธอลบเบอร์ฉันทิ้ง... ฉันฆ่าเธอแน่แพรวา”ธีรพัฒน์หันมาชี้นิ้วขู่หญิงสาวด้วยน้ำเสียงเข้มจัด
“แพรไม่จำเป็ต้องโทรหาคุณนี่คะ” แพรวาตอบกลับอย่างไม่พอใจเธอเริ่มรู้สึกว่าคนเป็เ้านายก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเธอมากเกินไปแล้ว
“ยังจะปากดีอีกหรือว่าที่เธอไม่ตามฉันออกมาเนี่ย เพราะนัดกับไอ้ตี๋แว่นนั่นเอาไว้แล้วใช่ไหม”
ชายหนุ่มประชดประชันต่อว่าคนตัวเล็กด้วยความโกรธเคือง
“แพรไม่ได้นัดใครทั้งนั้นแหละค่ะ พอเดินออกมาจากร้านกาแฟก็ไม่เจอคุณแล้วแพรก็เลยจะหารถกลับเองแล้วบังเอิญเจอกับพี่วิทเขาก็เลยอาสาจะไปส่งก็แค่นั้น”
แพรวากลั้นใจอธิบายยืดยาวตามความเป็จริงให้คนเป็เ้านายได้รับรู้อย่างน้อยเขาจะได้ไม่เข้าใจเธอผิดว่านัดผู้ชายให้มารับ
“ไม่เจอแล้วทำไมไม่เดินมาที่รถล่ะแม่คุณ จะต้องให้ไปอุ้มมาหรือไงห๊ะ!”
“แพรคิดว่าคุณกลับไปแล้วก็คุณเป็คนบอกกับคุณเจสันเองว่ามีธุระต้องไปทำไม่ใช่หรือคะ”
“ฉันไม่มีธุระที่ไหนทั้งนั้นแหละ”
คำพูดของธีรพัฒน์ทำให้แพรวาหันขวับมามองหน้าเขาทันทีอย่างไม่สบอารมณ์
“มองหน้าฉันทำไม” ชายหนุ่มหันมาแหวใส่คนตัวเล็กที่จ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ
“แพรไม่คิดว่าคุณจะโกหก”
“นั่นมันเื่ของฉัน” คนเอาแต่ใจบอกเสียงเข้ม
และนั่นก็เป็การพูดคุยครั้งสุดท้ายก่อนที่ภายในรถจะมีแต่ความเงียบจนน่าอึดอัดหญิงสาวที่เอาแต่จ้องมองวิวทิวทัศน์ข้างนอกรถเหมือนกับว่าเป็สิ่งที่เธอไม่เคยพบเจอส่วนชายหนุ่มก็เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถด้วยความบึ้งตึง
“คุณจะไปไหนคะ” แพรวาหันมาแหวใส่ชายหนุ่มทันทีที่เห็นว่าเขาขับรถเลยบริษัทมา
“จะเลิกงานแล้ว ไม่ต้องเข้าบริษัทหรอก ฉันจะไปส่งเธอที่คอนโด”
ธีรพัฒน์ตอบเสียงเรียบแม้จะได้ยินเสียงจิ๊จ๊ะเบาๆ จากปากของหญิงสาวแต่เขาก็ทำเป็ไม่สนใจ
ธีรพัฒน์พารถเข้ามาจอดยังประตูทางเข้าล็อบบี้ที่เขาเคยมาส่งหญิงสาวตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกปวดหัวตุ๊บขึ้นมาอย่างประหลาดธีรพัฒน์พยายามสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความปวดที่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ถึงมีอาการแบบนี้ขึ้นมาได้
เมื่อรถจอดสนิทแพรวากล่าวขอบคุณเสียงเบาแล้วหันไปเปิดประตูรถอย่างรวดเร็วแต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะก้าวเท้าลงไปมือหนาของธีรพัฒน์ก็คว้าหมับเข้าที่แขนของเธออย่างแรงแพรวาหันมามองชายหนุ่มด้วยความโมโหคิดว่าเขาจะกลั่นแกล้งอะไรเธออีกแต่ก็ต้องใสุดขีดเมื่อพบว่ามีเืสีแดงสดไหลออกมาจากจมูกของเขา
“คุณธีร์! คุณเป็อะไรคะ”
แพรวาหันมาเรียกชายหนุ่มด้วยความใจนมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูกหัวใจดวงน้อยชาหนึบขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นคนที่ตัวเองรักเ็ป
เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าของเธอออกมาแล้วส่งให้ชายหนุ่มซับเืทันที
“ฉันไม่รู้ จู่ๆ ก็ปวดหัวคงเป็เพราะอากาศร้อนน่ะ”
ธีรพัฒน์เงยหน้าขึ้นมารับผ้าผืนน้อยจากมือหญิงสาวมาปิดไว้ที่จมูกเพื่อป้องกันไม่ให้เืไหลออกมามากเกินไป
“ไปโรงพยาบาลไหมคะคุณธีร์” แพรวาละล่ำละลักบอกอย่างเป็ห่วง
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันขอขึ้นไปล้างหน้าที่ห้องเธอหน่อยก็แล้วกันสักพักคงดีขึ้น” คนป่วยบอกเสียงเรียบเหมือนเป็เื่ปกติ
“เอ่อ... คือ...” แพรวาเกิดความลังเลเพราะไม่แน่ใจว่าจะให้ชายหนุ่มขึ้นไปบนห้องดีหรือเปล่า
“แค่ล้างหน้าจริงๆ ห้องเธอร้อนขนาดนั้นฉันอยู่นานไม่ได้หรอก”
ธีรพัฒน์ย้ำเพื่อให้หญิงสาวแน่ใจเมื่อเห็นเธออ้ำอึ้งเหมือนไม่อยากให้เขาขึ้นไปบนห้องของเธอ
“ค่ะๆ งั้นคุณธีร์ขับรถไปจอดตรงนั้นก่อนดีกว่านะคะ” หญิงสาวชี้มือไปยังช่องว่างของลานจอดรถฝั่งตรงข้าม
เมื่อธีรพัฒน์จอดรถเรียบร้อยแล้วแพรวาจึงรีบลงจากรถแล้วอ้อมไปเปิดประตูฝั่งที่ชายหนุ่มนั่ง
“คุณธีร์เดินไหวไหมคะ”คนตัวเล็กขยับทำท่าจะเข้าไปประคอง
“ไหว ฉันเดินเองได้ ตัวเธอเล็กกว่าขาฉันซะอีก ยังจะมาอวดเก่ง”
คนป่วยยังคงพ่นวาจาเหน็บแนมคนตัวเล็กที่ทำเหมือนจะเข้ามาประคองเพื่อไม่ให้เขาล้ม
แพรวาเหลือบมองชายหนุ่มทีหนึ่งก่อนจะสะบัดตัวออกห่างแล้วเดินจ้ำไปที่ลิฟต์ทันทีโดยไม่สนใจคนปากร้ายที่เดินตามมาอีก ‘ชิ เืไหลขนาดนี้ยังจะปากดีอีกทำไมเืไม่ไหลที่ปากนะจะได้ไม่ต้องพูดมาก’ แพรวาบ่นในใจอย่างนึกโมโหที่คนตัวใหญ่เหน็บเธอว่าตัวเล็กกว่าขาของเขา
เมื่อมาถึงห้องพักของหญิงสาวธีรพัฒน์รีบตรงดิ่งเข้ามาในห้องแล้วเอ่ยถาม
“ห้องน้ำเธออยู่ไหน ขอผ้าเช็ดหน้าด้วย” ชายหนุ่มออกคำสั่งเหมือนกับว่าแพรวาเป็คนรับใช้เสียอย่างนั้น
“เชิญทางนี้ค่ะคุณธีร์”
แพรวาจำเป็ต้องให้ชายหนุ่มใช้ห้องน้ำในห้องนอนของเธอเพราะห้องน้ำข้างนอกเธอไม่ได้ใช้นานแล้วจึงทำให้ก๊อกน้ำเสีย
ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูห้องนอนให้ชายหนุ่มเข้ามาธีรพัฒน์รู้สึกได้ถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างข้างนอกกับห้องนอนของเธอแต่เขาไม่มีเวลาจะมาสังเกตอะไรมากนักสองเท้าแกร่งต้องรีบก้าวเข้าไปในห้องน้ำที่หญิงสาวเปิดประตูรอไว้อย่างรวดเร็ว
ระหว่างที่ชายหนุ่มล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำแพรวาเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนใหม่ขนาดพอเหมาะที่เธอยังไม่ได้ใช้นำมาให้ชายหนุ่ม พร้อมกับคว้ารีโมทมากดเปิดแอร์เพื่อให้อากาศภายในห้องเย็นขึ้นเผื่อว่าจะช่วยบรรเทาอาการป่วยของเขาได้บ้าง
“ผ้าเช็ดหน้าค่ะ” แพรวายื่นผ้าให้กับชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ
“อือ ขอบใจ” ธีรพัฒน์รับผ้ามาเช็ดหน้า พลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆห้องอย่างนึกชื่นชมที่เธอจัดห้องได้เป็ระเบียบน่าอยู่มาก
มีโต๊ะเล็กๆตรงมุมติดกับชั้นวางหนังสือที่มีหนังสือมากมายอัดแน่นอยู่เต็มทุกชั้นบ่งบอกได้ว่าเธอเป็คนรักการอ่านและชอบหาความรู้ใส่ตัวอยู่ไม่น้อยถัดไปเป็ชุดทีวีเครื่องเสียงขนาดปานกลางเหมาะกับห้องของเธออีกอย่างที่ทำให้เขาแปลกใจคือโต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆซึ่งน่าจะมีเครื่องสำอางของประทินผิวต่างๆ มากมายที่ผู้หญิงหากินกับเงินของผู้ชายอย่างเธอน่าจะต้องมีแต่กลับไม่มีห้องเธอไม่มีของราคาแพงพวกนั้น มีเพียงแป้งเด็ก แป้งตลับ ครีมทาผิว และของเล็กๆอีกสองสามชิ้นแค่นั้น ชายหนุ่มยืนมองด้วยความแปลกใจ
“คุณหาอะไรคะ” เ้าของห้องถามอย่างนึกสงสัย
“เปล่า แค่แปลกใจทำไมห้องนี้ถึงแตกต่างจากห้องข้างนอกนัก”
เขาทำเป็ไม่สนใจแต่สายตาจับจ้องไปที่เตียงนอนสีหวานไม่วางตา
“นั่นคุณจะทำอะไร” แพรวาหันมาแหวใส่ที่เห็นร่างสูงเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียงของเธอ
“...นอน” เขาตอบเพียงสั้นๆแล้วทำท่าหลับตาเหมือนกับว่ากำลังง่วงงุนซะเต็มประดา
“ไหนว่าแค่ล้างหน้าไงคะคุณธีร์” คนตัวเล็กทำเสียงฮึดฮัดเมื่อชายหนุ่มยังทำเป็นอนนิ่งเหมือนเป็ห้องของตัวเอง
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ห้องเธอก็น่าอยู่ดีแถมเย็นสบายอีกด้วยขอฉันนอนสักงีบละกัน”
คนเอาแต่ใจยังคงหลับตานิ่งสูดเอาความหอมกรุ่นที่เขาจำได้ดีว่าเป็กลิ่นหอมจากตัวของหญิงสาวที่ติดอยู่บนที่นอนเข้าไปเต็มปอดอย่างมีความสุข
“ไม่ได้นะคะคุณธีร์ คุณจะนอนที่นี่ได้ยังไง นี่มันห้องของแพรนะคะ”
“อย่าเื่มากได้ไหม ฉันเป็เ้านายเธอนะ”
“แต่อยู่ที่นี่แพรไม่ใช่ลูกน้องของคุณ”
คำพูดของหญิงสาวทำให้คนอยากแกล้งดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองเธอด้วยแววตาเป็ประกายวาววับ
“หรือเธอจะให้ฉันเป็อย่างอื่นล่ะ ฉันก็ยินดีนะ ขอแค่อย่าผูกมัดก็พอ”ธีรพัฒน์ยียวน ใช้สายตาโลมเลียหญิงสาวตรงหน้าอย่างเปิดเผย
“หยาบคาย! คุณออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”
แพรวากำมือแน่นด้วยความโมโหสองเท้าน้อยๆ เดินเข้าไปหมายจะกระชากชายหนุ่มให้ลงจากเตียงของเธอ
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ เธอสู้แรงฉันไม่ได้หรอก ทางที่ดีเธอไปเอาน้ำเย็นๆมาให้ฉันกินสักแก้วดีกว่านะ เผื่อฉันจะใจดีรีบกลับออกไปเร็วๆ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาแพรวาก็รีบสาวเท้าออกไปจากห้องทันที เพื่อรินน้ำใส่แก้วมาให้คนเอาแต่ใจหวังว่าเขาคงจะรีบกลับไปอย่างที่บอกไว้ แต่เธอคิดผิดถนัด
“ดื่มน้ำแล้วก็เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ” แพรวาทวงคำของชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขาดื่มน้ำที่เธอนำมาให้เรียบร้อยแล้ว
“ฉันปวดหัวขับรถตอนนี้ไม่ไหวหรอก” คนตัวใหญ่บนเตียงทำท่าอิดออด
“งั้นแพรจะโทรให้คุณกรมารับดีไหมคะ” หญิงสาวขู่เสียงเขียว
“ถ้าเธอโทร ฉันจะปล้ำเธอเดี๋ยวนี้แหละให้นายกรมันรู้ไปเลยว่าคนอย่างเธอมันหลอกลวงเ้ามารยาขนาดไหน”
ธีรพัฒน์ยิ้มมุมปากก้าวเท้าลงจากเตียงแล้วแกล้งดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด
“ปล่อยฉันนะคุณธีร์” แพรวาพยายามดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแข็งแกร่งของเขา
“แทนตัวเองกับฉันดีๆ แพรวา ฉันไม่ชอบ” ชายหนุ่มกระแทกเสียงฮึดฮัดไม่พอใจกับสรรพนามที่หญิงสาวใช้แทนตัวเองกับเขา
“ไม่!”
ธีรพัฒน์ไม่ปล่อยแต่กลับลากตัวหญิงสาวมานั่งลงบนเตียงทำให้คนตัวเล็กต้องมาอยู่บนตักของเขาพร้อมถูกวงแขนแข็งแรงโอบรัดรอบเอวเล็กๆของเธอไว้อย่างแ่าแพรวาพยายามดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดของเขาท่ามกลางเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความชอบใจของชายหนุ่ม
“เธอกำลังทำให้ฉันเกิดอารมณ์นะแพรวา”
ธีรพัฒน์ก้มลงกระซิบที่ข้างหูเล็กๆของหญิงสาวส่งผลให้คนที่กำลังดิ้นขลุกขลักอยู่บนตักแกร่งหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อนทันทีมือหนาข้างหนึ่งของชายหนุ่มโอบรอบเอวของเธอไว้ส่วนอีกมือยกขึ้นมาลูบไล้แก้มเนียนใสที่ตอนนี้แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างน่าหลงใหล
“คุณธีร์หยุดแกล้งแพรแบบนี้สักทีเถอะค่ะเราไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นที่คุณจะมาทำอะไรตามใจชอบแบบนี้ได้นะคะ”
คนตัวเล็กพูดออกไปน้ำเสียงติดจะสั่นนิดๆรู้สึกขนลุกกับััของชายหนุ่มใบหน้าสวยหวานพยายามหลบหลีกมือหนาที่กำลังลูบไล้แก้มนุ่มนิ่มของเธออยู่
“ทำไมล่ะ... ไม่ชอบเหรอ จริงๆ แล้วฉันก็เป็เหยื่อคนหนึ่งที่เธอหมายตาไม่ใช่หรือไง”
“เหยื่ออะไรของคุณ แพรไม่เข้าใจ” แพรวาแหงนหน้ามองชายหนุ่มด้วยความงุนงง
“ก็ผู้ชายที่สมบูรณ์เพอร์เฟกต์ไง เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอจ้องจะจับแต่ผู้ชายรวยๆ เพื่อไว้มาปรนเปรอให้เธอสุขสบายอย่างนี้ไงล่ะ”
คนเอาแต่ใจกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกว่าคนตัวเล็กเริ่มดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเขา
“คุณจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะคะคุณธีร์ ฉันไม่เคยคิดจะจับใครทั้งนั้นโดยเฉพาะกับคุณ ฉันไม่เคยคิด!”
แพรวากระแทกเสียงใส่คนใจร้ายที่ย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม
“ทำไมล่ะ หรือว่าฉันมันไม่เร้าใจพอ”
ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะโต้ตอบอะไรออกมาก็ต้องใเมื่อคนที่เธอนั่งอยู่บนตักขยับตัวโดยอุ้มเธอมาวางบนเตียงแล้วร่างหนาของเขาก็พลิกขึ้นมาทาบทับอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรวบมือบางเอาไว้เหนือศีรษะโดยที่หญิงสาวใต้ร่างยังไม่ทันตั้งตัวร่างเล็กบอบบางหลับตาแน่นนอนตัวแข็งออกอาการสั่นน้อยๆ ด้วยความกลัวจนทำให้คนตัวใหญ่หัวเราะเยาะออกมาอย่างพอใจ
“บรรยากาศเย็นๆ แบบนี้ ฉันว่าเราน่าจะหาอะไรทำที่มันสนุกๆ กันดีกว่านะ...ว่าไหม”
ธีรพัฒน์ก้มลงกระซิบเบาๆที่หูของหญิงสาว พร้อมกับพ่นลมหายใจร้อนๆ ใส่ลงไปให้คนตัวเล็กได้วาบหวามเล่นคนเสียเปรียบเม้มปากแน่นพยายามสะบัดหน้าหนีหลบเลี่ยงััที่ชวนขนลุกของเขาอย่างนึกกลัวหัวใจดวงน้อยสั่นไหวเต้นเร็วไม่เป็จังหวะ
“อย่านะคะคุณธีร์ ปล่อยแพรเดี๋ยวนี้นะคะ” คนตัวเล็กบอกเสียงสั่นนึกหวาดกลัวชายหนุ่มตรงหน้าขึ้นมาจับใจ
คนตัวใหญ่ไม่ฟังเสียงคัดค้านใดๆอีก ใบหน้าคมหล่อเหลาก้มลงหอมแก้มนวลนุ่มนิ่มของหญิงสาวอย่างมันเขี้ยวเขาคิดถึงความหอมกรุ่นของคนใต้ร่างใจจะขาดตลอดเวลาที่เธอทำเป็ไม่สนใจเขาแต่เขากลับยิ่ง้าเธอเธอจะรู้บ้างไหมว่าทำให้เขาแทบคลั่งทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดเธอ
“คุณธีร์!” แพรวาใกับััลมหายใจของชายหนุ่มที่แก้มนวล
“ฉันอยากจะรู้ว่าเธอมีอะไรดี ทำไมผู้ชายถึงได้ติดใจกันนักนายกรก็เทียวไปเทียวมาไม่ห่าง ส่วนไอ้ตี๋แว่นนั่นก็ยังดอมดมฉุดรั้งไม่ยอมไปไหนฉันชักอยากพิสูจน์แล้วสิ” ว่าจบก็ก้มลงส่งริมฝีปากหนาเข้ามาชิดลำคอขาวเนียนของคนใต้ร่างทันที
แพรวาหลับตาแน่นตัวเกร็งเมื่อััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ซอกคอจมูกโด่งได้รูปของชายหนุ่มเลื่อนไปตามแก้มนวลเนียน ใบหูเล็กและซอกคอหอมกรุ่นที่เขาเฝ้าคิดถึงโหยหามาตลอดแล้วซุกไซ้เรื่อยมาจนถึงเนินอกอวบอิ่มที่เขารู้สึกว่ามันเบ่งบานคับแน่นอยู่ในเสื้อของเธอก่อนจะเลื่อนขึ้นมาหาเรียวปากบางอวบอิ่มเพื่อลิ้มรสความหอมหวานที่เขาเคยหลงใหลหญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีทันควันเพื่อหลบััของเขาเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของคนใจร้ายที่ตอกย้ำความอับอายให้หญิงสาวเป็ที่สุดร่างหนาลุกขึ้นแล้วลงไปยืนมองคนตัวเล็กที่ยังสับสนหวาดกลัวจนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกอยู่บนเตียง
เมื่อตั้งสติได้คนตัวเล็กรีบดีดตัวลงจากเตียงแล้วไปยืนฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มสองมือน้อยสั่นเทารวบกำสาบเสื้อแนบอกไว้แน่นจ้องหน้าชายหนุ่มที่ย่ำยีเธออย่างแค้นเคืองน้ำตาเอ่อล้นคลอเต็มหน่วงอย่างยากจะสกัดกั้น
“จากการประเมินความเ้ามารยาของเธอ ฉันให้เต็มร้อยเลยแพรวาเธอทำตัวไร้เดียงสากับเื่บนเตียงได้แเีมาก”
ธีรพัฒน์เอ่ยเสียงเย้ยหยันดวงตาคมหรี่มองหญิงสาวอย่างประเมินค่า
แพรวาเงยหน้ามองคนใจร้ายปล่อยให้หยดน้ำใสๆที่กลั้นไว้ไม่อยู่ไหลลงอาบสองแก้มนวลหัวใจเ็ปรวดร้าวเจียนจะขาดไม่เคยมีใครทำร้ายจิตใจเธอได้มากมายขนาดนี้
คนใจร้ายยังคงเงียบและไม่ได้หันมาสบตาเธอเขาจึงไม่รู้ว่าในแววตาที่แสนเ็ปคู่นั้นแฝงไปด้วยความน้อยใจอย่างล้นเหลือก่อนที่สองเท้าแกร่งจะก้าวไปที่ประตูแล้วเปิดออกไปอย่างไม่สะทกสะท้าน
คนตัวเล็กแข้งขาอ่อนแรงทรุดตัวลงกับพื้นทันทีที่คนใจร้ายก้าวพ้นจากห้องของเธอไปหญิงสาวปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาอย่างเ็ปแสนสาหัสทำไมเขาถึงใจร้ายกับเธอได้ถึงเพียงนี้เธอไปทำอะไรให้เขาโกรธเคืองนักหนาแล้วแบบนี้เธอจะทนทำงานกับเขาต่อไปได้อย่างไรกัน
ธีรพัฒน์มาทำงานแต่เช้าเหมือนเช่นทุกวันมือหนาผลักประตูเข้ามาในห้องทำงานใหญ่เหมือนเป็เื่ปกติที่เขาทำอยู่ทุกวัน แต่วันนี้เขากลับรู้สึกว่าหัวใจดวงแกร่งกำลังหนักอึ้งร่างกายอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงไม่เหมือนเคย
เมื่อคืนเขานอนไม่หลับทั้งคืนเพราะมัวแต่คิดถึงเื่ของหญิงสาวที่เขาดูถูกว่าร้ายเธอต่างๆนาๆ ไปเมื่อวาน ‘เธอไร้เดียงสาจริงหรือว่าหลอกลวงใช้มารยาให้เขาหลงเชื่อว่าเธอไม่เคยกับเื่แบบนี้จริงๆ กันแน่ยัยแม่มด’ ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ดวงตาคมปิดสนิทคิดด้วยความเหนื่อยล้าแล้วผล็อยหลับไปบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ที่แสนนุ่มสบายในห้องทำงานของเขา
แพรวามาทำงานด้วยเวลาปกติของเธอแต่เธอเลือกที่จะนั่งคุยและดื่มกาแฟอยู่กับเพื่อนสาวหน้าห้องทำงานของเ้านายก่อนเมื่อถึงเวลางานเธอถึงจะเข้าไปเหตุผลก็เพราะเธอไม่อยากจะพบเจอคนปากจัดจิตใจโหดร้ายให้นานไปกว่าเวลาทำงานของเธอ
“คุยอะไรกันอยู่ครับสาวๆ” ทินกรทักทายเมื่อเห็นแพรวากับริสานั่งคุยกันเสียงเจื้อยแจ้วอยู่หน้าห้องท่านประธาน
“อ้าวคุณกร สวัสดีค่ะ” แพรวาส่งยิ้มให้ชายหนุ่มเหมือนเคย
“กำลังนินทาผู้ชายแถวนี้อยู่เลยค่ะ”ริสาหันมาพูดหยอกล้อกับทินกรผู้ที่เป็เหมือนเ้านายของเธออีกคน
“หวังว่าผมคงไม่ใช่คนนั้นนะครับ” ทินกรหัวเราะใส่ทำให้ทุกคนพากันหัวเราะไปด้วย
“ไม่ใช่หรอกค่ะ เราคุยกันเื่ทั่วๆ ไปน่ะค่ะว่าแต่คุณกรมีอะไรหรือเปล่าคะทำไมถึงมาที่นี่แต่เช้าเชียว”
“อ่อ นี่นายธีร์มาหรือยังครับคุณแพร”
“น่าจะมาแล้วนะคะ ปกติเขามาแต่เช้าทุกวัน แต่วันนี้แพรยังไม่ได้เข้าไป...คุณกรมีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมมีเอกสารจะให้นายธีร์เซ็นอนุมัติน่ะ เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกยังไงฝากคุณแพรด้วยนะครับ” ทินกรบอกพร้อมกับยื่นเอกสารในมือให้กับหญิงสาว
“ค่ะ ได้ค่ะ แล้วคุณกรจะมารับเมื่อไรคะ แพรจะได้จัดให้คุณธีร์เขาเซ็นก่อน”
“ก่อนเที่ยงครับคุณแพร เดี๋ยวผมเข้ามารับ เพราะเอกสารจะต้องใช้ตอนบ่ายวันนี้”
“ค่ะ เดี๋ยวแพรจัดการให้” แพรวารับปากพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนชายคนสนิท
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ต้องออกไปข้างนอกด้วย แล้วเจอกันนะครับสาวๆ”
คนอารมณ์ดีโบกมือให้แล้วก้าวเท้าออกไปด้วยความรวดเร็ว เพราะยังมีงานที่คั่งค้างอีกมากมายที่ต้องสะสาง
แพรวาเคาะประตูห้องสองสามทีก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องทำงานใหญ่
ซึ่งเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าเ้านายปากจัดของเธอต้องนั่งอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอนเพราะเขามาทำงานแต่เช้าทุกวันและก็ไม่ผิดหวังเมื่อเธอก้าวพ้นบานประตูเข้ามาเพียงนิดเดียวหางตาก็เหลือบไปเห็นว่าเขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวใหญ่แล้ว
อาการไม่ไหวติงหรือส่งเสียงกระแทกกระทั้นประชดประชันเหมือนอย่างเคยหายเงียบไปทำให้คนเป็เลขาสงสัยจึงต้องหันไปมอง ก็พบว่าเ้านายของเธอกำลังหลับอยู่
แพรวาเลือกที่จะหลบเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือมองเขาตรงๆเนื่องจากยังโกรธเคืองกับเื่เมื่อวานที่เขาทำตัวก้าวร้าวร้ายกาจกับเธอแต่เพราะมีเอกสารด่วนของทินกรที่เขาต้องเซ็น ทำให้เธอเลือกไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยง
สองเท้าน้อยๆก้าวไปหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของเ้านายอย่างเงียบๆยืนอยู่เป็นานก็ไม่มีทีท่าว่าชายหนุ่มจะลืมตาขึ้นมาสักทีหญิงสาวจึงตัดสินใจส่งเสียงเรียก
“คุณธีร์คะ... คุณธีร์” คนแกล้งหลับยังคงนิ่งไม่ไหวติงจริงๆ เขารู้สึกตัวั้แ่หญิงสาวเคาะประตูแล้วแต่ยังอยากจะแกล้งคนตัวเล็กอีกสักหน่อย เลยทำเป็เหมือนหลับอยู่
เมื่อเสียงเรียกของเธอทำให้ชายหนุ่มไม่รู้สึกตัวคนตัวเล็กจึงต้องเข้าไปใกล้และเอื้อมมือหมายจะััที่ลำแขนแกร่งเพื่อปลุกให้เขารู้สึกตัวแต่ทันใดนั้นมือหนาก็คว้าหมับที่ข้อมือบางของเธอแล้วกระตุกเพียงเบาๆร่างแน่งน้อยก็ลอยหวือมาอยู่บนตักของเขาอย่างรวดเร็ว
“คุณธีร์แกล้งหลับอีกแล้วนะคะ... ปล่อยค่ะ!”
แพรวาต่อว่าชายหนุ่มเสียงแข็งอย่างนึกโมโหกี่ครั้งแล้วที่เขาแกล้งหลับใส่เธอร่างเล็กพยายามดีดดิ้นเพื่อให้หลุดจากวงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวเล็กๆ ของเธอไว้แน่น
“...ไม่ปล่อย” คนตัวใหญ่กลับกอดรัดร่างบางของหญิงสาวให้แน่นขึ้นอีก
“คุณ้าอะไรกันแน่ คุณทำแบบนี้ทำไมคะคุณธีร์หรือคุณ้าจะบีบให้แพรลาออก”
แพรวาพูดออกมาอย่างเหลืออดเธอรู้สึกไม่พอใจในพฤติกรรมของคนเป็เ้านายอย่างมากจนบังเกิดเป็ความน้อยเนื้อต่ำใจที่ผุดขึ้นมาจุกอกจนแน่นไปหมดในเมื่อเขาเกลียดชังเธอขนาดนี้และคิดจะให้เธอออกไปจากชีวิตของเขาก็น่าจะไล่เธอออกไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไป เขาจะมากลั่นแกล้งกดดันเธอเพื่ออะไร
“ทำไม! ไอ้ผู้ชายคนไหนมันรับเลี้ยงเธอแล้วล่ะ เธอถึงคิดจะลาออกไปน่ะ”
คนขี้โมโหกลับตีความหมายของหญิงสาวไปอีกทางคำว่าลาออกจากปากของเธอทำให้หัวใจดวงแกร่งของเขากระตุกวูบปวดหนึบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
น้ำใสๆจากดวงตาสวยไหลอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง แล้วหยดลงที่ลำแขนแกร่งของชายหนุ่มทันทีที่เขากล่าวประโยคเชือดเฉือนน้ำใจของเธอจบ
ธีรพัฒน์คลายอ้อมแขนออกจากคนตัวเล็กทันทีที่ััได้ถึงน้ำตาที่หยดลงบนแขนเสื้อของเขาเมื่อถูกปล่อยให้เป็อิสระคนตัวเล็กก็ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันทีด้วยความเสียใจที่ถูกเขากลั่นแกล้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงทำไมเขาต้องรู้สึกผิดทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของเธอกี่ครั้งแล้วที่เขาทำให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งต้องร้องไห้ต่อหน้าเขาสรุปแล้วเขาเป็ผู้ชายที่เลวหรือเพราะหญิงสาวไม่ยอมรับความจริงที่เขารู้ทันเธอกันแน่ธีรพัฒน์คิดด้วยความสับสนว้าวุ่นใจ
เมื่อร้องไห้จนพอใจแล้วแพรวาจึงออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินกลับมาที่ห้องทำงานใหญ่เพื่อรับผิดชอบงานของตัวเองอีกครั้งด้วยภายในใจคิดถึงแต่ผู้มีพระคุณของเธอ
แพรวาไม่อาจทำตามใจอย่างปากว่าได้เธอจะลาออกไปได้ยังไงในเมื่อเธอทั้งรักและเคารพคุณหญิงเพ็ญพักตร์ปานดวงใจและเธอก็ไม่อาจจะนำเื่ราวความบาดหมางระหว่างเธอกับธีรพัฒน์ไปทำให้ท่านต้องไม่สบายใจไปด้วยดังนั้นเธอจึงต้องเข้มแข็งและอดทนกับความร้ายกาจของเขาให้ได้
“แพร เป็อะไรหรือเปล่า บอกริสาได้นะ” คนหน้าห้องเอ่ยถามด้วยความเห็นใจ
่หลังมานี้เธอเห็นแพรวาร้องไห้บ่อยๆคงเพราะทะเลาะกับคนในห้อง ‘เฮ้อแล้วต้องทนต่อไปหรือนี่ ยัยแพรเอ้ย... ฉันก็ไม่รู้จะช่วยเธอยังไงดี’ ริสาบ่นในใจอย่างนึกสงสารคนตรงหน้า
“ไม่เป็ไรหรอกริสา เดี๋ยวแพรขอตัวเข้าไปทำงานก่อนนะ”
แพรวาบอกหญิงสาวหน้าห้องเสียงเบาเธอรู้ดีว่าริสาเป็ห่วงเธอมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่อยากให้ใครต้องมาคิดมากเพราะเื่ของเธอ ดังนั้นเธอจะต้องเข้มแข็งและไม่อ่อนแอให้ใครเห็นอีก
“ไม่เป็ไรแน่นะ” ริสายังคงกังวล
“จ้ะ ไม่เป็ไร”
แพรวาฝืนยิ้มให้เพื่อนสาวก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานใหญ่เบาๆแล้วผลักเข้าไปอย่างเงียบๆ
“เมื่อกี้เธอมาเรียกฉันทำไม” คนเป็เ้านายถามเลขาเสียงเข้มเมื่อเห็นเธอก้าวเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว
“มีเอกสารด่วนของคุณกรให้คุณธีร์เซ็นค่ะ” หญิงสาวตอบโดยพยายามไม่หันไปมองเขา
“เอามาสิ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของเ้านายหญิงสาวจึงหันหลังไปหยิบเอกสารบนโต๊ะของเธอแล้วกำลังจะเอาไปให้ชายหนุ่มที่โต๊ะแต่เดินได้เพียงสองก้าวเท่านั้นเท้าบอบบางต้องหยุดชะงักเมื่อคนเป็เ้านายเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธออย่างกระชั้นชิดโดยไม่ทันตั้งตัว
ดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องมองแววตาหวานซึ้งที่บวมช้ำเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักก่อนที่ใบหน้าหวานของหญิงสาวจะก้มลงเพื่อหลบสายตาของเขามือบางที่ถือเอกสารไว้มีอาการสั่นน้อยๆ ทำให้คนตัวใหญ่ยิ่งรู้สึกผิด ‘นี่เขาทำให้เธอกลัวขนาดนี้เลยหรือไงนะ’
ธีรพัฒน์ยกมือข้างหนึ่งจับที่ไหล่บอบบางของหญิงสาวไว้ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นจับปลายคางมนของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาแพรวาทำตามเขาอย่างว่าง่ายเหมือนต้องมนต์สะกดมือหนาละจากปลายคางแล้วลูบไล้ที่พวงแก้มนุ่มนิ่มของหญิงสาวอย่างเผลอไผลก่อนจะเลื่อนขึ้นไปััที่ขอบตาบวมช้ำของเธออย่างแ่เบาเหมือน้าจะบรรเทาความเ็ปให้เธอ
หญิงสาวหลับตานิ่งเพื่อรอรับััที่อ่อนโยนจากเขาที่เธอคิดว่าฝันไปก่อนจะต้องสะดุ้งใเมื่อรู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากจุมพิตที่กดลงบนหน้าผากเนียนของเธอ
ชายหนุ่มปล่อยมือจากหญิงสาวแล้วหยิบเอกสารในมือของเธอก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองตามเดิมทิ้งให้คนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ยืนเคว้งอยู่กลางห้องด้วยความรู้สึกสับสนมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เอกสารนี่เธอตรวจดูความเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยหมายตั้งใจจะปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นจากความฝัน
“คะ?... คุณธีร์ว่าอะไรนะคะ” คนเพิ่งได้สติหันมาถามด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่มั่นคงนัก
“ยืนเพ้ออะไรอยู่ห๊ะ!ฉันถามว่าเอกสารเนี่ยเธอตรวจดูความเรียบร้อยแล้วหรือยัง”
ธีรพัฒน์แกล้งดุเสียงเข้มแต่ภายในใจกำลังขบขันกับอาการมึนงงของหญิงสาวตรงหน้าอยู่
“เอ่อ... ค่ะๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ”
คนตัวเล็กละล่ำละลักบอกแล้วรีบเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองด้วยความเขินอาย ‘เมื่อสักครู่เธอฝันไปหรือว่าเ้านายใจร้ายของเธอเพี้ยนกันแน่นะ’แพรวาบ่นในใจอย่างสับสน
ไม่ว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นจะเป็เพียงแค่ความฝันหรือเพราะเ้านายของเธอ้าจะกลั่นแกล้งเล่นกันแน่แต่ััที่อ่อนโยนของเขากลับทำให้หัวใจดวงน้อยที่แห้งเหี่ยวไร้เรี่ยวแรงกลับชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาดแค่เขาทำดีด้วยหน่อยเดียวเธอก็ยอมให้อภัยเขาจนหมดสิ้นหรือไงนะแพรวา
..................................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)