คำพูดของรองจักรวิ่งวนอยู่ในหัวเธอตลอดทั้งวัน จนแทบไม่มีสมาธิทำงาน เธอควรจะทำยังไงกับน้องไน้ท์ดี หรือจะให้แม่พาลูกไปอยู่ที่อื่นสักพัก?
แล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?
กรีนถอนหายใจออกมานับครั้งไม่ถ้วน จมอยู่กับความคิดจนไม่ทันสังเกตว่ามีคนรำคาญเธออยู่ใกล้ๆ เช่นกัน
"ถ้าเธอจะทำงานโดยการนั่งถอนหายใจรบกวนคนอื่นทั้งวันแบบนี้ ก็ลากลับบ้านไปเถอะ" พรรณีเอ่ยขึ้นด้วยความรำคาญใจ
"กรีนลาได้เหรอคะ?" กรีนหันไปถามด้วยความสนใจไม่ได้คิดว่านั่นคือคำประชดสักนิด
"ได้สิ ถ้ารองจักรอนุญาต"
น้ำเสียงตอบแบบกระแทกกระทั้นทำให้กรีนรู้ว่ามันคงไม่เหมาะ แต่เธอก็คงไม่มีทางเลือกมากนัก เธอไม่ได้คาดหวังจะอยู่ที่นี่ไปตลอดสักหน่อย
เธอกับเขามีความเห็นตรงกันเื่ให้เธอไปจากที่นี่ แม้จะมาจากเหตุผลต่างกันก็ตาม
รองจักรอาจจะเป็คนที่มีอำนาจต่อรองกับเต้ได้ ทำไมเธอลืมคิดถึงข้อนี้ไป
ร่างสวยลุกขึ้นตรงไปที่ห้องรองจักรทันที เมื่อตัดสินใจได้ โดยมีสายตาของพรรณีมองตามไปด้วยความริษยากับอภิสิทธิ์ที่ดูจะมากมายเกินคนอื่นๆ ทั้งๆ ที่พึ่งเข้ามาไม่นาน
....
"กรีนรับข้อเสนอค่ะ"
จักรเทพเงยหน้ามองคนที่ตัดสินใจร่วมมืออย่างง่ายดายทั้งที่ยังไม่ทันข้ามวัน
แม้จะนึกสงสัย แต่ผลที่ได้ทำให้จักรเทพก็คงต้องปล่อยให้มันผ่านไปก่อน
"งั้นก็ไปเตรียมตัวออกไปข้างนอกกับฉัน" จักรเทพบอก
"ค่ะ"
....
"คุณกรีนออกไปกับรองจักรครับ" คนขับรถของเต้โทรแจ้งทันทีที่เห็นกรีนออกไปกับจักรเทพ
"ตามไปห่างๆ" เต้สั่งเสร็จก็กดวางสาย เพราะเขาติดคุยงานลูกค้าอยู่ แต่ในหัวของเขากลับเต็มไปด้วยคำถาม
ความรักของพี่จักรกับวรดา สิ้นสุดลงเพียงเพราะ้าบริษัทแค่นั้นจริงๆ นะเหรอ?
ทันทีที่พ่อพูดออกมาชัดเจนว่าหากใครแต่งกับวรดา ต้องไปนั่งแท่นผู้บริหารช่วยวรดาบริหารธุรกิจโรงแรมเนื่องจากวรดาเป็ลูกสาวคนเดียว แถมยังไม่มีหัวทางด้านธุรกิจ และบริษัทนี้ก็ให้อีกคนดูแล
พี่จักรก็ปฏิเสธการหมั้นกับเธออย่างไร้เยื่อใย ด้วยเหตุผลว่า้าบริหารบริษัทของพ่อตัวเอง และประกาศยกวรดาให้เขา และวรดาก็ประชดด้วยการตกลง
เขาอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ไม่ว่ายังไงต้องมีใครสักคนแต่งงานกับวรดาเพื่อรักษาสายสัมพันธ์ทั้งสองครอบครัว ในตอนนั้นเขายังไม่มีใคร การหมั้นกับวรดาไม่ใช่เื่ที่เขาลำบากใจสักนิด เพื่อรักษาหน้าให้น้อง และประชดพี่ชายเขาก็ตอบตกลงเช่นกัน
ความเหินห่างของพวกเขาสามคนเกิดขึ้นนับั้แ่วันนั้น และมันก็ห่างไปเรื่อยๆ เมื่อพ่ออยากให้เขามานั่งเป็ผู้บริหารแข่งกับพี่ ทั้งๆ ที่เคยบอกว่าต้องไปช่วยวรดาดูแลกิจการต่างหาก นั่นยิ่งทำให้พี่จักรเข้าใจว่าเขาอยากได้ทุกอย่าง
เต้เอนตัวพิงเบาะรถไปด้วยความหนักใจ แผนล้มเลิกงานหมั้นมีมาตลอด เพียงแต่พี่จักรก็ยังนิ่งเฉยและรู้ทัรวรดาทุกรอบ จนกำหนดใกล้เข้ามาทุกที
เขาก็เคยคิดว่า ถ้าจำเป็ต้องแต่ง เขาก็จะแต่งเพื่อรักษาหน้าให้วรดา หากพี่จักรจะทอดทิ้งเธอจริงๆ
แต่ไม่ใช่หลังจากที่กรีน ปรากฏตัวต่อหน้าเขา
มีเหตุผลอะไรที่ทำให้กรีนร่วมมือกับพี่จักร ในเมื่อเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงิน
หรือพี่จักรจะรู้เื่อะไรบางอย่างที่กรีนกำลังปกปิดไว้?
มันคืออะไรกันนะ?
ถ้าเป็แบบนั้นจริงๆ ความลับที่เขาจะได้รู้จากพี่จักร เขาก็คงไม่มีทางได้รู้แน่ๆ เขาคงต้องหามันด้วยตัวเอง
ที่เขาห่วงก็คือวรดา เธอจะอดทนพี่จักรได้แค่ไหน ยังเป็เด็กไม่รู้จักโตแบบนั้น
แต่ในใจลึกๆ เขาก็คาดหวังกับความเป็เด็กของวรดา อาจจะชนะใจคนที่จริงจังกับความคิดไปซะทุกเื่อย่างพี่จักรได้ พี่จักรคงมีความสุขมากกว่านี้ ถ้ามีวรดาในชีวิต
วรดาเหมาะกับพี่จักรที่สุดแล้ว แล้วเขาล่ะ? เหมาะกับใคร
...
"ช่วยจอดรถให้กรีนตรงเซเว่นให้ได้มั้ยคะ กรีนอยากได้ของใช้ส่วนตัวค่ะ" กรีนเอ่ยปากขออนุญาต ด้วยความเกรงใจและมีความหวัง
"ได้สิ จอดเซเว่นข้างหน้าให้ด้วย" จักรสั่งคนรถ และก็กลับมาสนใจข้อมูลในไอแพด
ทันทีที่รถจอด กรีนรีบลงไปซื้อของ และจัดการซื้อซิมใหม่และมือถือเครื่องเล็กในร้าน รวมถึงผ้าอนามัยและขนมปังกับนมเพื่อให้แเี
ความใจดีที่มากเกินไปของเขา ทำให้กรีนเลือกที่จะเก็บมือถือและซิมเอาไว้ก่อน แม้ใจจะอยากโทรหาลูกทันทีที่ได้มันมาด้วยความไม่ไว้ใจ
ใบหน้าครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาของรองจักร ทำให้กรีนรู้สึกว่าเขาจริงจังกับเื่นี้มาก
ความสัมพันธ์ครอบครัวของเขามันดูน่าปวดหัวมากกว่าน่าสนใจซะอีก กรีนจึงเลิกคิด เพราะแค่ชีวิตเธอเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเลยถึงได้ตกอยู่ในสภาพนี้
....
จักรเทพควงกรีนไปคุยกับลูกค้าจนค่ำ และส่งเธอลงที่บริษัท ตามคำยืนยันของเธอ
ทันทีที่ลงจากรถได้ เสียงเล็กๆ ก็ดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"คืนนี้พี่จักรสัญญาจะไปส่งน้องดาที่คอนโด ลืมแล้วเหรอคะ
" พูดอะไรหัดคิดซะบ้างคนอื่นมาได้ยินจะทำยังไง" จักรเทพว่าให้วรดาเสียงเข้ม มองไปรอบๆ ด้วยความเป็ห่วงเธอ
"น้องดาไม่เคยแคร์คนอื่น นอกจากพี่"
คำพูดโต้งๆ ของวรดา ทำให้จักรเทพชะงัก และกรีนก็เริ่มจะรู้ความแปลกประหลาดของความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนอีกเื่
"รู้ตัวมั้ยว่าพูดอะไรออกมา"
"รู้สิคะ" วรดายิ้มกว้าง เดินไปเบียดแทรกกลาง และคล้องแขนจักรเทพอย่างถือวิสาสะ
"แล้วพี่จักรก็รู้จักน้องดาดี ว่าน้องดาไม่ยอมให้ใครผิดคำพูดกับน้องดา" วรดาดันเขากลับขึ้นไปบนรถและตามขึ้นไปทันที
จักรเทพสูดหายใจเข้าลึกๆ มีคนเดียวที่ไม่เคยคิดจะกลัวเขา ก็วรดานี่แหละ!
.....
ซิมและมือถือถูกแกะออกอย่างรีบร้อน และทำทุกอย่างให้พร้อมใช้งานและกดเบอร์โทรที่จำได้ขึ้นใจ ทันทีที่ได้ยินเสียงเล็กๆ รับสาย กรีนก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
"สวัสดีคะ ใครโทรมาคะ?"
"แม่กรีนเองค่ะ เบบี๋" กรีนตอบเสียงใสแจ๋วนั่นด้วยรอยยิ้ม
"คุณแม่! คุณแม่โทรมา... คุณยายขา แม่กรีนโทรมาค่ะ" น้องไน้ท์ร้องเรียกคุณยายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นจนกรีนสะท้อนในอก
"น้องไน้ท์คิดถึงคุณแม่ ไนท์อยากเห็นคุณแม่ คุณแม่เปิดกล้องได้มั้ยคะ" เด็กหญิงตัวน้อยออดอ้อน อยากเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดคนเป็แม่ และอยากเห็นใบหน้าที่คิดถึง
เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้ง 2 ปี และทานนมแม่จนถึงขวบครึ่ง ความผูกพันรักใคร่มันมากมายจนล้นหัวใจเด็กตัวน้อยๆ ยิ่งไม่ได้คุยกันหลายวัน ก็ยิ่งคิดถึง
"แม่ก็คิดถึงหนูมากที่สุดเลยค่ะ แต่มือถือคุณแม่พัง ไว้คุณแม่ซ่อมเสร็จจะโทรหาใหม่นะคะ" เพราะคิดแค่ว่าแค่ไว้โทร และอยากได้เครื่องเล็กๆ เพื่อง่ายต่อการซ่อน ทำให้กรีนลืมคิดไปว่ามันก็ทำให้เธอไม่ได้เห็นหน้าลูกด้วยเช่นกัน
แต่มันอาจจะดีกว่า เพราะเธอกลัวจะเผลอร้องไห้ต่อหน้าลูก หากได้เห็นแววตาเศร้าๆ ของลูก
"ถ้าคุณแม่ยังไม่มีตังก็ไม่เป็ไรค่ะ คุณยายบอกว่าเราต้องประหยัด คุณแม่จะได้มีเงินค่ารถกลับมาหาน้องไนท์บ่อยๆ"
คำตอบที่ทำให้กรีนต้องแอบปาดน้ำตา เธออยู่สุขสบายในขณะที่ลูกและแม่ห่วงเธอทุกลมหายใจเข้าออก ยิ่งคิดถึงสิ่งที่เธอทำลงไป ก็ยิ่งละอายใจตัวเอง
"แม่รักหนูที่สุดเลย คนสวยของแม่ ไปโรงเรียนสนุกมั้ยคะ"
"สนุกค่ะ คุณครูชมว่าไน้ท์เก่งมาก คุณครูอยากให้ไน้ท์ไปเรียนกับพี่ๆ ในโรงเรียนที่สวยมากๆ แล้วก็เพื่อนเยอะๆ ด้วยค่ะ " คนตัวเล็กอวดอย่างภาคภูมิใจ และเล่าเื่ที่โรงเรียนเจื้อยแจ้วจนคุณยายสะกิดขอคุยกับคนเป็แม่
" คุณยายอยากคุยด้วยค่ะ คุณแม่" เด็กน้อยพูดเสร็จก็ยื่นมือถือให้ยายด้วยความเสียดาย
" จ้ะ"
" สวัสดีค่ะแม่"
" หายไปหลายวันเลยลูก มีเงินใช้รึเปล่า" น้ำเสียงห่วงหาอาทรทำให้กรีนน้ำตาคลอ
เธอจะตอบแม่ว่าไงดีนะ เธอไม่อยากโกหกแม่เลย
"มีค่ะแม่ กรีนพึ่งเปลี่ยนงาน สวัสดิการที่นี่ดีมากค่ะ กรีนไม่ต้องจ่ายค่าเช่าคงมีเงินเหลือเก็บเพิ่มอีก สิ้นเดือนกรีนจะส่งให้นะคะ"
" แม่ยังพอเหลือ แต่ครูแววที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กเขาอยากให้พาเ้าไน้ท์ไปสอบโรงเรียนประจำอำเภอนะลูก ครูบอกว่าน้องไน้ท์เรียนรู้ได้ไวกว่าเด็กปกติ อยากให้ไปเรียนที่นู่น ค่าเรียนก็ถูก ติดแต่ว่าไกลหน่อย ถ้าหนูไม่พร้อมจะรับเ้าไน้ท์ไปเรียนด้วย ก็ให้เรียนกับแม่ที่บ้านเรานี่แหละ"
"มีรถรับส่งมั้ยคะ"
"มี แต่หนูต้องมาเซ็นให้เ้าไน้ท์มันนะ เขาให้พ่อหรือแม่เซ็นมอบตัวเข้าเรียนภายในอาทิตย์หน้า เพราะครูแววเขาพาเ้าไน้ท์ไปฝากมาแล้ว"
" คุณแม่ขาน้องไน้ท์อยากไปโรงเรียนค่ะ" เสียงเล็กๆ ะโแทรกมา ทำให้กรีนกังวล
ความตั้งใจที่จะพาน้องไน้ท์มาเรียนด้วยที่กรุงเทพในเดือนนี้ถูกพับเก็บไปเพราะความง่ายของเธอเอง แล้วเธอจะหาทางกลับไปหาลูกได้ยังไงกันเพื่อไม่ให้ใครรู้
ความลับข้อนี้ทำให้เธอคิดหาทางไม่ออก อีกตั้งสามเดือนเขาถึงจะแต่งงาน เธอควรจะทำยังไงให้เขาปล่อยเธอไปได้ไวกว่านี้
" กรีน"
" ค่ะแม่"
"จะมาวันไหนละลูก"
"กรีนขอลางานก่อนนะแม่ ไม่รู้จะลาได้วันไหน" กรีนตอบไปในขณะที่ยังคิดหาทางออกไม่เจอ
"คุณแม่รีบมาหาไน้ท์นะคะไน้ท์คิดถึงคุณแม่มากๆค่ะ"
"แม่จะรีบหาทางไปหาหนูนะจ๊ะ เป็เด็กดีนะจ๊ะคนเก่ง"