บทที่ 8
คนวิปลาสออกนอกวังครั้งแรก
"คุณสน คุณแก้ว พร้อมอยากออกไปเดินเล่นนอกตำหนักอะ อยากออกไปดูว่ารอบๆมีอะไรบ้าง" พร้อมที่ไม่รู้จะทำอะไรแล้ววันนี้เอ่ยถามเด็กทั้งสองที่มานั่งเล่นกับตนขึ้น หลังจากวันนี้ตนว่างงานเพราะองค์ชายไม่อยู่
"ออกไปจะดีหรือคะ"
"ดีสิ จะได้ดูด้วยคนอื่นทำอะไรกันบ้าง แค่ไปส่องดูไม่ได้จะเข้าไปหาใกล้ๆ นะ"
"หมายความว่าเช่นไรคะ"
"ก็หมายถึงไปดูไง นะ ไปกันสามคนเรา"
"ไปขอคุณปิ่นก่อนไหมคะ เดี๋ยวถูกลงโทษอีกนะคะ"
"ไม่ต้องๆ เราไปแปบเดียว" พร้อมบอกกลับ ถ้าไปขอมีหวังโดนห้ามแน่ พอตกลงกันได้ทั้งสามก็พากันออกไปทันที ซึ่งก็ไปที่ตำหนักใกล้ริมน้ำ พร้อมดูแล้วไม่ค่อยมีคน สวนดอกไม้ก็หลากหลายกว่าตำหนักองค์ชายด้วย
"ถ้าที่โลกนั้นนะ ต้องมีคนแห่มาเซลฟี่เต็มแน่ๆ"
"เซฟฟี่ คือสิ่งใดคะ"
"คือการบันทึกภาพ ด้วยอุปกรณ์บันทึกภาพ เสียดายไม่มี ไม่งั้นคงบันทึกภาพสวยๆแบบนี้เอาไว้ได้แล้ว"
"คุณสนไม่เคยได้ยินว่ามีของแบบนั้นเลยค่ะ"
"คุณแก้วก็มิรู้เช่นกันค่ะ"
"ไม่รู้ก็ไม่แปลก อย่าสนใจเลย เราไปดูทางนั้นดีกว่า มีต้นลิ้นจี่ด้วย ขอชิมหน่อยจะได้ไหมนะ" พร้อมว่าจบก็ออกตัวไปก่อนเด็กทั้งสองทันที
"มิได้นะคะ เดี๋ยวจักถูกลงโทษค่ะ จักเอาของตำหนักอื่นมากินมิได้ค่ะ" เด็กทั้งสองรีบห้ามในทันที พร้อมก็ได้แต่ต้องยอม เพราะตนก็ไม่พร้อมจะรับโทษจากใครในตอนนี้
"ข้าหลวงตำหนักไหนฤา คุณดวงมิเคยเห็นหน้ามาก่อน" เสียงของคนมาใหม่เอ่ยทักขึ้น
"นั่นสิคะ เด็กสองคนนี้ก็มิคุ้นหน้านัก" หญิงสาวอีกคนที่มาด้วยกันเอ่ยขึ้น
"ตำหนักองค์ชายเก้าค่ะ ตัวข้าชื่อแก้ว ส่วนนี้คุณสน แลคุณพร้อมค่ะ"
"มีเด็กอยู่ตำหนักนั้นด้วยรึ เหตุใดโชคร้ายถึงเพียงนี้กัน" พร้อมได้ยินก็เริ่มคิ้วกระตุกแล้ว
"คุณดวงแลคุณจันทร์อยู่ตำหนักองค์ชายห้า หากทั้งสามคนทนอยู่มิได้ก็บอกหนา คุณดวงจักขอองค์ชายให้รับพวกเ้าเอาไว้"
"ทำไมต้องอยู่ไม่ได้ด้วยล่ะ" พร้อมถามกลับ
"จะกระไรอีกเล่า องค์ชายเก้าเป็เช่นไรมีผู้ใดมิรู้บ้าง คุณพร้อมงามออกป่านนี้ ก็ระวังเอาไว้เถิดค่ะ จักถูกนำไปเป็คนอุ่นเตียงได้ คนโหดร้ายเช่นนั้นแค่พูดถึงก็น่ากลัวนัก"
"เคยเจอ เคยพูดคุยด้วยแล้วเหรอครับถึงพูดแบบนั้นออกมา อีกอย่างพระองค์ก็เป็องค์ชายด้วย ถ้าถูกตัดหัวมาจะไม่แปลกใจเลย ปากไม่มีหูรูด พูดอะไรได้ก็พูดไม่รู้จักคิด" หญิงสาวทั้งสองที่ไม่เข้าใจนักว่าพร้อมกำลังด่า ได้แต่ทำหน้ามึนงง
"มันเป็ความจริงนี่คะ หรือคุณพร้อมมิเห็นด้วยหรือ ผู้ใดก็พูดกัน"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะที่หวังดี แต่ไม่ต้องค่ะ องค์ชายไม่ได้เลวร้ายอะไร มีเมตตากรุณามากกว่าพวกที่ชอบว่าร้ายคนอื่นเพราะแค่ฟังจากคนอื่นมาอีกทีเป็ไหนๆ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วคิดเองบ้างเถอะครับ คิด วิเคราะห์แยกแยะนะ ออกมาจากกะลาซะ คิดว่าใครกันที่ทำให้ตัวเองอยู่สุขสบายขนาดนี้ ถ้าไม่มีองค์ชายซักคน ป่านนี้ไปเป็เชลยให้เมืองอื่นเอาโซ่ห้อยคอเป็หมาน้อยแล้วมั้ง ดีไม่ดีอาจตามไปแล้วสามครั้งก็ได้ ไปกันคุณปิ่นคุณสน อย่าไปสนใจพวกไม่รู้จักบุญคุณคน แล้วฟังแต่ความคนอื่นเลย" พร้อมกัดฟันพูดบอก ไม่ชอบคนประเภทนี้ที่สุด เพราะตอนที่ตนอยู่มหาลัยและตามจีบนโมนั้น มีหลายคนพูดถึงตนในทางไม่ดี ทำให้คนที่ไม่รู้จักพร้อม แม้แต่เห็นหน้าก็ยังไม่เคยยังมาตามด่า มาตามจงเกลียดจงชัง ว่าร้ายเสียๆหายๆ แต่ด้วยความที่ลุคพร้อมดูหยิ่งๆ ร้ายๆ เลยมีน้อยนักที่จะเข้ามาด่าแบบตรงๆต่อหน้า แต่มันก็จริงนั่นแหละ เพราะทุกคนที่มาด่าต่อหน้าพร้อมก็ตอกหน้ากลับหมด ไม่สนอายุ และไม่สนว่าจะเป็ใครด้วย
"คุณพร้อมทำดีมากค่ะ แม้คุณแก้วจักมิเข้าใจ แต่ก็รู้สึกได้ว่าสองคนนั้นหน้าเสีย เพราะถูกด่า"
"อย่าเอาเป็เยี่ยงอย่างนะเด็กๆ การด่าคนมันไม่ดี แต่ว่าการยอมคนไม่ดีมากกว่า เพราะฉะนั้นแล้ว ใครมาว่าเรา เราก็อย่าไปยอม ตอนนี้เค้ามาว่าเ้านายของเราในเื่ที่ไม่จริง เราก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน"
"ใช่ค่ะ องค์ชายทำความดีมากมาย แต่ยังมีคนคิดเช่นนั้นอีกมากมาย องค์ชายต้องทุกข์ใจมากแน่ๆเลยค่ะ"
"เราจะปกป้ององค์ชายเอง!"
"คุณแก้วกับคุณสนก็จะช่วยด้วยค่ะ!"
.
.
“องค์ชายไม่อยากออกไปข้างนอกบ้างเหรอครับ” พร้อมถามขึ้น ขณะนั่งเฝ้าคนตัวใหญ่ ที่นั่งอ่านหนังสือบนแท่นพระที่นั่งในสวน ซึ่งมีเพียงตนและองค์ชายสองคน องครักษ์ หรือคนอื่นๆ ไม่รู้หายไปไหนหมด ซึ่งพร้อมก็อยู่แต่ในบริเวณตำหนักขององค์ชายมาสามวันแล้ว ถูกห้ามให้ปีบต้นไม้ั้แ่วันที่ตกลงมา จนถึงวันนี้ก็เงียบเหงาไม่มีอะไรทำ
“เบื่อรึ” พร้อมได้ยินอีกคนถามอย่างรู้ใจแบบนั้น ก็ยิ้มออกมา มีความหวังว่าจะได้ออกไปเที่ยวเล่นบ้าง
“หึ ข้ามิเห็นเบื่อ”
“เฮ้อออ” พร้อมได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก มองคนที่นั่งอ่านอะไรไม่รู้อยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก จะออกไปเล่น หาดูนั่นนี่ที่ไม่มีในห้าง ไม่มีในโลกของตนก็ออกไปไม่ได้
"เบื่อนัก มิแอบออกไปนอกเขตตำหนักอีกเล่า" พร้อมได้ยินก็ตาโต เอามือปิดปาก ตนคิดว่าจะไม่มีใครรู้แล้วเสียอีก ขนาดยายของตนยังไม่รู้เลย
"ระ รู้ได้ไงครับ"
"เหตุใดจักมิรู้เล่า ที่เ้าโต้เถียงกับข้าหลวงตำหนักอื่นข้าก็รู้"
"งะ พร้อมไม่ผิดนะ ก็เค้ามาว่าองค์ชาย มันไม่ใช่เื่จริงซักหน่อย ฟังความข้างเดียวแล้วตัดสินยังไม่พอ ยังเอามาเล่าต่อให้คนอื่นเสียหายแบบไม่พิสูจน์ก่อนว่าใครถูกใครผิด พร้อมปล่อยไว้ได้ที่ไหนกัน มันคันปากอยากจะสอนให้มากกว่านั้นอีก พวกไม่มีหัวคิด" ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ คิดว่าจะมีตัวเองคนเดียวแล้วเสียอีกที่โดนบูลลี่เพราะข่าวลือ
"เมื่อก่อนพร้อมก็เคยโดนแบบนี้ พร้อมทนฟังเฉยๆไม่ได้เหรอครับ"
"แต่มันมิดีต่อเ้า ผู้อื่นจักมองว่าเ้าก้าวร้าว มิมีมารยาท"
"พร้อมไม่สนหรอก พูดมาแล้วก็ดี พร้อมปกป้ององค์ชาย ทำความดีแล้ว องค์ชายพาพร้อมทำอย่างอื่นนอกจากการนั่งอยู่กับที่ได้แล้ว ไม่งั้นพร้อมจะฟ้องกรมแรงงาน คนทำงานดีแต่ไม่ได้รางวัล มีที่ไหนกัน" คนตัวขาวแกล้งโวย ไม่ให้อีกคนกล่าวโทษจากการกระทำของตนไปมากกว่านี้แล้ว
"ครั้งหน้าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก ผู้ใดจักว่าเช่นไรข้ามิสนใจ และเ้าก็มิต้องสนใจเช่นกัน" พร้อมฟังแล้วก็ได้แต่พึมพำล้อเรียนอีกคน จนองค์ชายได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าไปมา
“อะ องค์ชายจะไปไหนครับ” พร้อมเอ่ย พลางลุกขึ้นตามอีกคน ที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นยืนอย่างกะทันหัน
“ข้าจะไปนั่งเรือชมเมือง” คนตัวใหญ่เอ่ยบอกเสียงนิ่ง พลางปรายตามองพร้อมอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินออกไป
“ชมเมือง” พร้อมเอ่ยกับตัวเองด้วยรอยยิ้มดีใจ
“รอด้วยครับองค์ชายเก้า รอพร้อมด้วยยยยย” พร้อมวิ่งตามอีกคนไปอย่างรวดเร็ว
ปึก
“โอ๊ะ เจ็บ” คนตัวขาวว่าพลางลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ ว่าจะเงยหน้าขึ้นว่าคนที่หยุดแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง แต่เห็นว่ามีคนอื่นยืนอยู่ด้วย ตนจึงสงบปากสงบคำเอาไว้ก่อน
“น้องเก้า จะไปที่ใดหรือ” ชายผิวขาว ท่าทางดูดีเอ่ยถามขึ้น ซึ่งพร้อมคิดว่าน่าจะเป็องค์ชายซักพระองค์ เพราะทั้งคำพูด และการมีคนเดินตามเป็ขบวนขนาดนี้ คงเป็ใครไปไม่ได้
“ท่านพี่มีกระไรก็รีบเอ่ยมาเถิด” องค์ชายของพร้อมไม่ตอบ แต่กลับถามออกไปเสียงนิ่งเรียบแทน
“ก็มิมีสิ่งใด เพียงมาเยี่ยมเยือนเท่านั้น เห็นว่าชนะศึกครั้งนี้ ได้ลาพัก แลยังมีเชลยศึกผู้งดงามไปไว้ที่ตำหนักด้วย มิใช่หรือ” อีกคนบอกกลับด้วยรอยยิ้ม ขนาดพร้อมก้มหน้าฟัง ยังรู้สึกได้ถึงความไม่จริงใจจากคนพูดเลย
“หึ แล้วอย่างไร”
“พี่เพียงอยากจะมาดูเท่านั้น เ้ามิค่อยรับคนเข้าตำหนัก เหตุใดครานี้ถึงยินดีรับเชลยศึกเล่า แลเหมือนได้ข่าวจะให้ดูแลใกล้ชิดด้วยมิใช่หรือ” อีกคนเอ่ยต่อ ซึ่งเื่นี้ก็ดังไปทั่ววัง จนมีหลายคนอยากมาสืบและหาความจริงเอง
“ข่าวเสด็จพี่ห้าช่างเร็วนัก แต่ข้ามิมีอันใดจะสนทนากับท่านแล้ว หากมิมีเื่สำคัญอันใด ข้าขอตัว” องค์ชายเก้าเอ่ยบอกเสียงนิ่ง ไม่คิดจะไว้หน้าใครทั้งนั้น
“ทำตัวหยิ่งยโสมิเห็นหัวผู้ใดต่อไปเถิด ข้าจะรอดูวันที่เ้าตกต่ำ มิมีสิ่งใดให้ผู้ใดเชิดชู”
“ท่านอยากทำสิ่งใดก็จงทำ คราวหน้าอย่าได้เข้ามาในพื้นที่ของข้าโดยมิได้รับอนุญาตอีก เพราะหากท่าน หรือคนของท่านาเ็ขึ้นมา ข้ามิรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น” คนตัวใหญ่กล่าวเสียงนิ่งเย็น ว่าจบก็เดินออกไปท่านทีอย่างไม่ใส่ใจ ปล่อยให้พี่ของตนมองตามอย่างไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ คนที่ติดตามมากับองค์ชายห้า ต่างพากันมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว พร้อมที่เห็นองค์ชายของตนเดินริ้วๆ ไปแล้ว จึงออกตัววิ่งตามไปทันที
“มิมีมารยาททั้งนายทั้งบ่าว!!”
.
.
“ทำแบบนี้จะดีเหรอครับองค์ชาย” พร้อมถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะดูแล้วองค์ชายห้าคนนั้นจะไม่พอใจไม่น้อยเลย
“มิต้องสนใจ อยู่ที่วังแห่งนี้ มิมีผู้ใดกล้าทำสิ่งใดข้าได้อยู่แล้ว” คนเป็นายเอ่ยบอกเสียงเรียบ
“ผู้มีอิทธิพลในวังสินะ” พร้อมบ่นพึมพำกับตัวเอง อีกคนได้ยิน แต่ก็ไม่คิดจะใส่ใจ เดินนำอย่างเงียบๆ
“ไปเตรียมเรือ” คนตัวสูงที่เกินมาถึงจุดที่องครักษ์สองคนของตนยืนอยู่เอ่ยบอกเสียงนิ่ง พร้อมได้แต่มององค์ชายที่ตัวสูงใหญ่อย่างพิจารณา จะมีคนกลัว มีคนเกรงใจก็ไม่แปลก ดูยังไงก็เหมือนนักฆ่าในหนังมากกว่าองค์ชาย ยิ่งมาใส่หน้ากากแบบนี้ ยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปอีก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่าดูดีมาก หากเป็ในโลกของพร้อมคงเป็คนดังได้ไม่ยากเลย ปากกระจับ ตาก็คม เอาที่ไหนมาไม่หล่อ อยากจะเห็นหน้าเต็มๆ สักครั้ง แต่คนตัวขาวก็ต้องเก็บความอยากไว้ก่อน เพราะยังไม่สนิทมากถึงขนาดนั้น
“องค์ชายเก้าจะไปที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ตลาดวัดสุตาล” คนเป็นายเอ่ยบอกกลับ พอได้รับคำสั่งองครักษ์คนดังกล่าวก็รีบไปเตรียมเรือทันที
“จ้องข้าด้วยเหตุใด” คนถูกถามสะดุ้งนิดๆ ด้วยความไม่ทันตั้งตัว
“เอ่ออ แค่คิดว่าองค์ชายดูดีจัง”
“หึ ข้ามิใช่คนดีอย่างที่เ้าคิดหรอก” อีกคนที่เข้าใจไปอีกอย่างเอ่ยบอก
“ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เอ่ออ เขาเรียกว่าอะไรล่ะเนี่ย เอ่อ อ่อ แบบว่าองค์ชายดูงดงาม น่าเกรงขาม ดูมีราศี อะไรประมาณนี้น่ะครับ” พร้อมบอกกลับ พลางมองอีกคนด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“วิปลาสเสียจริง” องค์ชายตัวสูงใหญ่เอ่ยเสียงนิ่ง ก่อนจะเดินนำพร้อมออกไป อย่างไม่คิดจะสนใจ
“คนอุตส่าห์ชม มาว่าเราบ้าเฉยเลย องค์ชายขี้เก๊กเอ๊ย ถ้าอยู่โลกก่อนนะ จะแอ๊วมาคบเล่นๆ ให้เข็ด หึ!!” พร้อมบ่นกับตัวเอง ก่อนจะมองชายมองขวาเพราะลืมตัว และรีบวิ่งตามองค์ชายไป ทั้งที่อีกคนก็ไม่ได้เดินเร็วอะไร แต่ก็ยังเร็วกว่าพร้อมที่เดินตาม จนต้องวิ่งตามทุกทีไป
“รอด้วยยย องค์ชาย โอ๊ยย เดินเร็วไปไหนพ่อคุณ” พร้อมได้แต่หอบหายใจวิ่งตามอีกคนไปจนถึงท่าเรือ ซึ่งก็เป็ครั้งแรกที่พร้อมมาท่าเรือนี่ พอมาเห็นแบบนี้ พร้อมได้แต่คิดว่าจะรอให้องค์ชายตายใจ ค่อยหาเวลาว่าง แอบออกไปเล่นบ่อยๆ ก็คงจะดี เพราะท่าเรือนนี่มองออกไปข้างนอก เห็นหมูบ้าน เห็นชาวบ้าน และเรือหลายลำแล่นไปมา แตกต่างจากการพายเรือในตลาดน้ำที่ตนเคยเห็นมาก เป็วิถีชีวิตที่พร้อมไม่เคยัั แต่ก็แอบคิดอยากจะัับรรยากาศของที่แห่งนี้ทุกครั้งที่ฝันถึงคุณพร้อม เสียแค่น้องของตนไม่ออกไปข้างนอกเลยเท่านั้นเอง เลยเห็นแค่ในวัง
“ลงได้หรือไม่” องค์ชายเก้าเอ่ยถาม
“ได้สิครับ เดี๋ยวพร้อมลงให้ดูพ่ะย่ะค่ะ” คนตัวเล็กเห็นว่ามีคนอยู่ด้วยเลยตอบแบบนั้นไป ก่อนจะเดินลงเรือไป ซึ่งเป็เรือที่มีหลังคาปิดธรรมดา ไม่ได้เหมือนในทีวีที่พร้อมเคยเห็น และคนที่พายเรือให้ก็เป็องครักษ์ขององค์ชายเอง
“องค์ชายรีบลงมาเร็วเข้า” คนถูกเรียกก็เดินลงไปตามก่อนจะไปนั่งประจำที่ของตน คนตัวเล็กที่นั่งต่ำกว่าอีกคน ซึ่งนั่งข้างหน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกดูภายนอกไม่พอ ยังยื่นหน้าออกไปส่องดูข้างนอกด้วย ดูทั้งคนที่กำลังพายเรือกันอยู่ และชาวบ้านที่ทำกิจวัตรประจำวันริมแม่น้ำอย่างตื่นตาตื่นใจ
“อยู่นิ่งๆ ประเดี๋ยวก็เรือคว่ำกันพอดี” คนตัวใหญ่เอ่ยดุ พร้อมถึงยอมกลับมานั่งนิ่งๆ แง้มหน้าต่างดูภายนอกเท่านั้น
“องค์ชายครับ ทำไมเรือลำอื่นไม่เห็นจะมีหลังคาบังฝน บังแดดเหมือนเรือเราเลยล่ะครับ” คนตัวขาวเอ่ยถามอย่างสงสัย
“มิได้ดอก เรือเช่นนี้มีเพียงเ้าขุนมูลนายเท่านั้นที่ใช้กัน ชาวบ้านมิสามารถใช้ได้”
“แบ่งแยกซะ ยุคไหนสมัยไหนก็แบ่งแยกแบบนี้สินะ” คนตัวขาวบ่นกับตัวเองเบาๆ
“เ้าหมายความว่าเช่นไร ไยกล่าวเหมือนกับมิได้อยู่ในสมัยนี้กัน” คนช่างสงสัยเอ่ยถาม พลางมองคนตัวเล็กอย่างจับผิด
“อืม พร้อมก็พูดไปตามประสาคนบ้านั่นแหละ องค์ชายอย่าสนใจเลยครับ หู้ยย นั่นเรืออะไรเหรอครับ ใหญ่จัง” คนตัวเล็กเฉไฉไปทางอื่น ชี้ไปที่เรือลำใหญ่ที่อยู่ไกลๆ อีกคนไม่ถามต่อ ก้มลงดูที่หน้าต่างนิดๆ ก่อนจะเอ่ยบอก
“เรือขนสินค้าจากพวกฝาหรั่ง ทำอย่างกับมิเคยเห็น บ้านเมืองเ้ามิมีหรอกหรือ”
“เอ่อ ไม่รู้สิครับ เอ่อ พร้อมไม่ค่อยสบาย ลืมหมดแล้ว แหะๆ” คนตัวขาวว่ากลับ ทำท่านึกเล็กน้อยพอเป็พิธี ก่อนจะเอาอาการของตนมาอ้าง
“จริงหรือที่เ้าวิปลาสด้วยเหตุที่เกิดา” องค์ชายเอ่ยถาม ได้ยินหลายคนในตำหนักของตนพูดกัน แต่ก็ไม่อยากเชื่อนัก เพราะพร้อมเหมือนจะไม่รู้อะไรในบางเื่ แต่ก็รู้ในหลายๆ เื่ ไม่เหมือนคนบ้ามากนัก
“เอ่อ จะ จริงสิครับ ไม่งั้นจะเป็แบบนี้ได้ไงกัน ใครๆ ก็รู้ ข้าหลวงเมืองกระหม่อมกิริยาดีจะตาย ถ้าไม่บ้าองค์ชายไม่ได้เห็นพร้อมเวอร์ชันนี้หรอกนะครับ” คนตัวเล็กเอ่ย พลางขำแห้งให้ไป แอบเอามือปาดเหงื่อไปด้วยอย่างเนียนๆ
“ข้ามิเคยเห็น คนบ้าที่บอกว่าตนบ้า” คนตัวใหญ่เอ่ยต่อ พร้อมยิ่งเหงื่อไหลมากกว่าเดิมเสียเอง เพราะตนก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน
“แหะๆ เอ่ออ พร้อมยอมรับความจริงได้ครับ”
“แลข้าก็มิเคยเห็นคนบ้าพูดจาด้วยภาษาพิกลพิการแบบนี้เช่นกัน พูดตัดคำสั้นไปมา จะเข้าใจก็เหมือนมิเข้าใจ ไยเ้าถึงได้เอาภาษาอันดีไปตัดเป็คำสั้นๆ เช่นนี้กัน” อีกคนถามอีก ใช้สายตาเรียวคมมองคนตัวขาวนิ่ง
“มะ ไม่รู้ครับ พร้อมเป็แบบนี้เอง องค์ชายอย่าถามมากสิ พร้อมคิกคำตอบไม่ทันแล้วนะ” คนตัวขาวบอกกลับ ขนาดคำที่ใช้ปกติยังบอกว่าเป็ภาษาพิการ ถ้าหากไปเจอภาษาวัยรุ่นที่ใช้พิมพ์หากันจะไม่โคตรของโคตรพิการเลยหรืออย่างไรกัน
“ตอบตามความจริง เหตุใดต้องคิดหาคำตอบด้วยเล่า”
“พร้อมไม่คุยกับองค์ชายแล้ว พร้อมจะดูข้างนอก เขาทำอะไรกัน” ว่าจบก็เอาหัวออกไปนอกหน้าต่าง ไม่สนใจจะตอบอีกคนอีก องค์ชายก็ไม่ซักไซ้ต่อให้มากความ ปล่อยอีกคนไปก่อน แต่คงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดเสียแล้ว
“เรือจอดแล้วองค์ชาย” คนตัวขาวเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ถึงแล้วอย่างใด มีสิ่งใดให้เ้าตื่นเต้นกัน” อีกคนเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง
“แล้วแต่องค์ชายเถอะ พร้อมออกไปก่อนแล้ว” คนตัวขาวบอกกลับ ก่อนจะออกจากเรือไปขึ้นท่า ตามมาด้วยองค์ชายเก้าที่ขึ้นท่าตามมา พอมีคนเห็นว่าเป็ใคร หลายคนก็นั่งคุกเข่าลงและถวายบังคม เคารพทันที
“เออ ลืมเลย ทำไมองค์ชายไม่ปลอมตัวมาล่ะครับเนี่ย แล้วเราจะเดินแบบมีความสุขได้กันไหมล่ะครับ” คนตัวขาวกระซิบถามเสียงเบา เดินไปก็หลบคนที่ทำความเคารพอีกคนไปด้วย
“เหตุใดข้าต้องทำให้ตนลำบากเช่นนั้นด้วย” คนตัวใหญ่ตอบกลับหน้าตาย ขนาดมีหน้ากากบดบัง พร้อมยังรู้เลยว่าทำหน้าไม่สนโลกอยู่
“งั้นก็ต้องมีคนมาทำความเคารพตลอดทางเลยสิครับ”
“ใครจะทำสิ่งใดก็ให้ทำไป ข้ามิสนใจอยู่แล้ว เ้าก็มิต้องไปสนใจ รีบเดินเสีย ข้ามิได้มีเวลามาเดินเตร็ดเตร่ที่ตลาดกับเ้าทั้งวัน” ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ก็ยังมาเดินเอื่อยเฉื่อยนำคนตัวขาวไปอยู่ดี
“ขนมอะไรอ่ะ เหมือนโรตีสายไหมเลย” พร้อมเอ่ยด้วยความสนอกสนใจ ก่อนจะวิ่งไปที่ร้านขนมที่ตนเห็นแต่ไกล ปล่อยให้องค์ชายเดินตาม จนไม่รู้แล้วใครเป็ข้ารับใช้ใครกันแน่
“ขนมอะไรจ๊ะแม่ค้า” อีกคนทำหน้างงกับคำเรียก แต่ก็ยิ้มตอบ
“ขนมเกสรดอกลำเจียกจ้ะ คุณข้าหลวงจะรับสักกระทงหรือไม่จ้ะ” แม่ค้าตอบกลับ มองจากการแต่งกายก็รู้แล้วว่าเป็ข้าหลวงในวัง พอเห็นคนที่เดินตามมา แม่ค้าที่ยิ้มให้พร้อมอยู่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่า ทำความเคารพคนมาใหม่ทันทีอย่างนึกกลัว
“ถะ ถวายบังคมเพคะองค์ชาย”
“ตามสบายเถิด” คนตัวสูงบอกกลับ อีกคนถึงค่อยๆ ลุกขึ้น แต่ก็มีท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่มองหน้าองค์ชายตามธรรมเนียม
“เอามาสองกระทงเลยจ้ะ” พร้อมเอ่ยบอก ก่อนจะคิดขึ้นมาได้ว่าตนไม่มีเงินเลยสักบาท จึงหันไปยิ้มแห้งให้คนข้างๆ องค์ชายถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย แต่ก็หันไปหาองครักษ์ที่เดินตามมา เพราะตนก็ไม่ได้พกเงินติดตัวไม่ต่างกัน
“ราคาเท่าใด”
“เอ่อ มิเป็ไรเพคะองค์ชาย กระหม่อมมิอาจเก็บอัดจากองค์ชายได้”
“ราคาเท่าใดก็รีบแจ้งมา อย่าให้ข้าต้องเสียเวลากับเ้า” คนตัวสูงเอ่ยเสียงนิ่ง
“สะ สองเฟื้องเพคะ” องค์ชายรีบเอาเงินวางไว้ให้ ก่อนจะเดินออกมา เพราะรำคาญตากับท่าทางหวาดกลัวของหญิงคนนี้ พร้อมรับขนมมาแล้ว ก็รีบวิ่งตามอีกคนในทันที
“องค์ชาย รับประทานไหมครับ” คนตัวเล็กเอ่ยถาม พลางยื่นไปตรงหน้าอีกคนหนึ่งกระทง
“ข้ามิชอบกิน”
“ว่าแล้วเชียว งั้นท่านองครักษ์เอาไปทานนะครับ” ว่าจบก็จับยัดใส่มือองครักษ์ที่เดินตามมาห่างๆ ทันที แบบไม่ต้องถาม ซึ่งอีกคนก็รับมาอย่างงงๆ พร้อมก็ไม่ได้จะซื้อเผื่ออยู่แล้ว เพราะเดาจากนิสัยแล้ว ไม่น่าจะชอบอะไรแบบนี้ เห็นกินข้าวทีไร ของหวานเหลือเท่าเดิมตลอด หรือเรียกได้ว่าสภาพเดิมตลอดเลย ไม่ซื้อให้เปลืองจะดีที่สุด
“เอ่อ คุณพร้อม เวลาราชการเช่นนี้ ข้ามิสามารถทานได้ดอกขอรับ” คนตัวโตเอ่ยบอกกลับ จะส่งคืนแต่พร้อมเบี่ยงตัวหลบ
“เวลาราชการอะไรกันล่ะครับ ก็เดินกันเฉยๆ เนี่ย องค์ชายไม่ว่าอะไร ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ” คนตัวขาวเอ่ยถามคนที่ยืนมองนิ่งๆ อยู่
“เวลางานของเขา เ้าจะวุ่นวายไปไย อย่างไรคุณพร้อมก็ให้แล้ว เ้าเก็บไว้กินเวลาว่างเถิด” องค์ชายเอ่ยบอกเสียงนิ่งเช่นเดิม
“ไปดูของทางนั้นกันต่อเถอะพ่ะย่ะค่ะ” พร้อมว่าจบก็เดินนำไปทันที มือก็จับขนมกินไปด้วย ไม่สนใจกิริยาว่าด้วยห้ามเดินกินอะไรทั้งนั้น
***********************************************************************
#มาแว้วววว เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าาาาทุกคน ไรท์สู้ชีวิตอยู่ ภวนาอย่าให้ชีวิตสู้กลับเลย 5555555
คุณพร้อมจะมาสร้างเื่อะไรที่ตลาดหลังวัดไหม มาลุ้นกันตอนต่อไปนะคะ