บทที่ 30 : เหตุใดข้าไม่รู้?
หลังจากมองดูสิ่งของที่เขาได้รับในวันนี้ กู้เฉินก็พอใจมาก หินลมปราณที่เพิ่มมาอีกหนึ่งพันก้อน แน่นอนว่าเป็นทรัพยากรการฝึกตนของศิษย์หลักที่จะได้รับทุกเดือน
เขาที่เข้าเป็นศิษย์หลักย่อมได้รับอยู่แล้ว การให้ทรัพยากรการฝึกตนของสำนักกระบี่ดารานั้น ไม่พูดไม่ได้ว่ามันดีมาก
ศิษย์นอกได้รับหนึ่งร้อยหินลมปราณ ศิษย์ในได้รับห้าร้อยหินลมปราณ ส่วนศิษย์หลักนั้นได้รับหนึ่งพันหินลมปราณ
นอกจากนี้ ยังสามารถทำภารกิจเพื่อรับหินลมปราณได้ สมกับเป็นหนึ่งในหกขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรมังกรซ่อนอย่างแท้จริง
เกรงว่าทอดสายตามองไปทั่วทั้งอาณาจักรมังกรซ่อน จะมีเพียงแค่หกขุมอำนาจอันยิ่งใหญ่เท่านั้นที่สามารถมอบให้ได้
กู้เฉินพลันหยิบกระบี่ระดับสามขึ้นมาดู จากนั้นก็ลองดึงออกจากฝัก ประกายของกระบี่สะท้อนกับผลึกแสงที่ติดอยู่ภายในถ้ำฝึกตนเล็กน้อย
เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า คล้ายพอใจยิ่ง ส่วนกระบี่ระดับสองเล่มเดิมที่เขาเคยใช้ เขาย่อมคืนสำนักกระบี่ดาราไปตามกฎของสำนัก
เมื่อได้รับกระบี่ที่มีระดับสูงกว่า กระบี่เล่มเดิมก็ไม่มีความจำเป็น โลกอมตะเป็นเช่นนี้ หากว่าได้ครอบครองอาวุธที่เหนือกว่าอาวุธเดิม ยังจะใช้อาวุธเดิมที่อยู่ระดับต่ำกว่าไปทำไม
การเลือกใช้อาวุธเดิม มีแต่จะถ่วงความแข็งแกร่งของตัวเองลงเท่านั้น อาวุธแม้มีความผูกพันธ์ แต่ถ้าหากไม่อาจใช้มันเพื่อต่อสู้กับศัตรู และใช้มันเพื่อปกป้องคนสำคัญและชีวิตของตัวเองได้ นับมีความหมายอะไร
กู้เฉินเก็บกระบี่เข้าฝัก พร้อมกับวางมันลงที่เตียงหิน กวาดสายตามองไปที่คัมภีร์วิชากายาเหล็กดำกับทักษะเงาร่ายรำเล็กน้อย
ความคิดของเขาในตอนนี้ ไม่มีอะไรมาก นอกจากเมื่อมีเวลาว่าง เขาค่อยจะเริ่มฝึกพวกมัน จากนั้นเขาก็พูดกับระบบ
“ระบบออกมารับหินลมปราณที่ฉันติดค้างไว้ พร้อมกับขอใช้บริการห้องน้ำด้วย”
[โอ้ว ในที่สุดโฮสต์ก็นึกถึงเจ้าหนี้ผู้นี้ได้ นึกว่าโฮสต์จะลืมไปแล้วเสียอีก แต่อะไรนะ? ใช้บริการห้องน้ำ โฮสต์ปวดอึรึเปล่า?]
เสียงของระบบดังขึ้น ฟังดูยียวนกวนประสาทอย่างไรไม่รู้
ใบหน้าของกู้เฉินจมลง แทบจะเป็นสีดำ แต่เขาระงับอารมณ์ของเขาไว้ “เถอะน่า เอาห้องน้ำออกมา แล้วเก็บค่าบริการไป”
[รับทราบๆ] ระบบตอบอย่างส่งๆ แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นที่ถุงผ้าใส่หินลมปราณถุงหนึ่ง ก่อนที่พริบตาต่อมา ห้องน้ำห้องหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของกู้เฉิน
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเวลาอาบน้ำหรือปลดทุกข์ กู้เฉินมักจะใช้บริการห้องน้ำกับระบบ เพราะเขาไม่ชินกับการปลดทุกข์กับถังไม้ แล้วนำไปทิ้ง รวมไปถึงการไปนำน้ำใส่ถัง มาเพื่อใช้ผ้าเช็ดตัวด้วย ที่สำคัญค่าบริการยังถูกมาก เพียงสิบหินลมปราณเท่านั้น
“อย่าแอบดูล่ะ” กู้เฉินนำสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการอาบน้ำออกมา ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดตัว โฟมล้างหน้า ครีมอาบน้ำ ยาสระผม แปลงสีฟัน ยาสีฟัน และกางเกงในตัวใหม่ออกจากแหวนช่องว่างมิติ
สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันพวกนี้ ขาดไม่ได้อยู่แล้ว เขาย่อมแลกเปลี่ยนกับระบบไว้นานแล้ว
ส่วนเรื่องซักเสื้อผ้า เขาก็ใช้บริการซักแห้งในทันทีกับระบบ
เชื่อเถอะว่ากวาดสายตามองไปทั่วทั้งโลกอมตะ คงไม่มีใครสบายเหมือนกับเขาแบบนี้อย่างแน่นอน
กู้เฉินเข้าไปในห้องน้ำ แน่นอน เขาไม่ลืมหยิบชุดศิษย์หลักเข้าไปด้วย เพราะต่อไปเขาต้องใส่ชุดนี้
[ชิ! ใครอยากแอบดูหนอนหนอนน้อยของโฮสต์กัน!]
ระบบจิ๊ปากบ่น แต่ไม่วายแอบดูกู้เฉิน เพราะถึงต่อให้แอบดู เขาไหนเลยรู้ได้
ระบบแอบดูอย่างเพลิดเพลินถึงขนาดหนอนน้อยที่โตวันโตคืนของกู้เฉิน คาดว่าเวลาผงาดขึ้นมาคงใหญ่กว่าเดิม
ต่อให้เฟิ่งเสวี่ยอี๋มาอย่างเร่าร้อนเหมือนในคืนนั้นอีกครั้ง คงไม่อาจรับได้ไหว ไม่แน่อาจจะได้ร้องขอความเมตตาออกมา!
..........................................................
อีกด้านหนึ่ง อู๋กังไห่หลังจากแยกกับกู้เฉิน ไม่ได้กลับไปที่เรือนพำนักของตนแต่อย่างใด แตกต่างจากศิษย์นอก ศิษย์ในและศิษย์หลัก
ผู้อาวุโสของเขตศิษย์นอก ศิษย์ใน และผู้อาวุโสเขตศิษย์หลัก ตลอดไปจนถึงรองเจ้าสำนักและเจ้าสำนัก ล้วนแล้วแต่มีเรือนพำนักเป็นของตัวเองทั้งสิ้น
อู๋กังไห่มายังเรือนพำนักแห่งหนึ่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่โตไม่แพ้ของเขา
เรือนพำนักแห่งนี้เป็นของรองเจ้าสำนักกระบี่ดาราอีกคนหนึ่ง ชัดเจนว่ารองเจ้าสำนักกระบี่ดารานั้นมีสองคน อู๋กังไห่คือรองเจ้าสำนักซ้าย
ส่วนเจ้าของเรือนตรงหน้าคือรองเจ้าสำนักขวา มีแซ่ว่าซู มีชื่อสองตัวว่าหรันหยู เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับอู๋กังไห่ ระดับพื้นฐานฝึกตนแน่นอนว่าทัดเทียมกัน หาด้อยกว่าแม้เพียงครึ่งก้าวไม่
“นางเฒ่าซู ออกมาหาข้า!”
ทันทีที่มาถึงเรือนพำนักของซูหรันหยู อู๋กังไห่ก็ตะโกนออกมา เสียงดังราวกับฟ้าร้องก้องอยู่ในหู ดีที่เรือนพำนักแห่งนี้ มีซูหรันหยูอาศัยอยู่คนเดียว ไม่อย่างนั้น เกรงว่าคงสร้างความแตกตื่นให้กับผู้คนแล้ว
“ตาเฒ่าอู๋ เจ้าไม่มีอันใดทำหรือไร ถึงได้วิ่งแจ้นมาสร้างความวุ่นวายให้ข้า?” เสียงที่สงบดังมาแต่ไกล คล้ายกับเสียงของหญิงอันสูงศักดิ์ ก่อนที่ร่างหนึ่งจะก้าวเดินออกมา
เจ้าของร่างเป็นหญิงวัยกลางคนที่สวยงาม สวมใส่ชุดคลุมสีฟ้าที่มีตราขนาดใหญ่ของสำนักกระบี่ดาราติดอยู่ เช่นเดียวกันกับอู๋กังไห่
เธอย่อมเป็นซูหรันหยู รองเจ้าสำนักขวาของสำนักกระบี่ดารา
อู๋กังไห่หัวเราะออกมาก่อนเผยรอยยิ้มกว้าง “วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะมาบอกข่าวแก่เจ้าสักหน่อย”
“ข่าวอันใด?” ซูหรันหยูอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับสงสัย ไม่ทราบเป็นข่าวอันใด ถึงทำให้อู๋กังไห่ที่ไม่ถูกกับเธอราวน้ำกับไฟ รุดหน้ามาที่นี่ด้วยตัวเอง
“ไม่มีใดมาก ข้าเพียงเพิ่งจะรับศิษย์อัจฉริยะผู้หนึ่ง ปีนี้อายุสิบเก้าปี แต่กลับมาถึงระดับปราณปฐพีแล้ว เทียบกับศิษย์ของเจ้าเวลานั้น หาได้ด้อยกว่าไม่!” อู๋กังไห่ตอบในขณะที่ยังคงยิ้มอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจมากที่ได้บอกข่าวนี้ต่อซูหรันหยู
“อันใด?!” ซูหรันหยูตกใจเล็กน้อยกับเรื่องนี้ เพราะมันอยู่เหนือการคาดเดาของเธอ เธอคิดไม่ถึงว่าอู๋กังไห่จะรับศิษย์อัจฉริยะเช่นนี้
แต่ศิษย์อัจฉริยะเช่นนี้ ซึ่งเทียบได้กับศิษย์ที่เธอรับเมื่อสองปีก่อน ปรากฏต่อขึ้นมาเมื่อใด เหตุใดเธอถึงไม่รู้
เธอพลันมองอู๋กังไห่อย่างเคลือบแคลงสงสัย “มีเรื่องเช่นนี้จริงหรือ เหตุใดข้าไม่รู้?”
จบบทที่ 30