“ขอให้ผู้ชมทุกท่านช่วยกันตบมือเป็เกียรติให้กับนักสู้ของเราทั้ง 2คนที่เพิ่งแข่งขันกันจบไปเมื่อสักครู่นี้ด้วยครับเราได้เห็นการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมและสุดยอดของนักต่อ....” เสียงผู้บรรยายดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงตบมือดังลั่นของผู้ชมจากทุกทิศทางทั่วสนาม
“สุดยอดดดด...เหลือเชื่อมาก!!! เหลือเชื่อสุดๆๆๆ”
“ไม่คาดคิดเลยว่าผลจะออกมาแบบนี้....”
ผู้ชมในสนามบางคนลืมตัวตบมือไม่หยุดด้วยความสะใจ“มันมากมันจริงๆ...ไม่เคยคิดว่าจะมีการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้”
ในห้องพักนักกีฬาทีม New Hope “บัว”ผู้ช่วยนักกายภาพกำลังประคอง “มะปราง”เดินมาที่เตียงปฐมพยาบาลนักกีฬาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก
“พี่หมอ! ชนะรอบนี้มาก็จริงแต่แขนข้างขวาช้ำจนยกไม่ขึ้นแล้ว...โดนเตะเจาะยางจนขาบวมทั้ง 2 ข้างเลยค่ะพี่”เสียงสะอื้นของบัวทำให้ทุกคนรับรู้อาการของมะปรางได้เป็อย่างดีว่าเธอมีอาการาเ็ค่อนข้างมาก “เหลือแขนข้างซ้ายข้างเดียวค่ะพี่หมอ!!แต่ก็มีอาการบวมช้ำแล้วค่ะ...ส่วนต้นแขนขวาซ้ำจนปรางยกแทบไม่ขึ้นแล้วค่ะ”
“ปรางเจ็บตรงไหนต้องบอกพี่บัวนะอย่าปิดบังพี่รู้ไหม?” บัวย้ำคำพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามประคองมะปรางค่อยๆ เดินมาที่เตียงพักของนักกีฬาที่ว่างอยู่ “ช้าๆนะ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเร่ง...ยังมีเวลาพักอีกนิดหน่อยเดี๋ยวพี่จะเอาน้ำแข็งมาประคบก่อน”
“วิทย์”หัวหน้าทีมเป็นักกายภาพบำบัดในอีกบทบาทหนึ่ง รีบเดินเข้ามาประคองช่วยอีกแรง “น้องปรางหายใจแรงขนาดนี้พี่เห็นด้วยกับบัว...พี่คิดว่าปรางแข่งรอบต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ”
วิทย์รีบตรวจดูอาการที่ต้นแขนขวามีอาการบวมและรอยช้ำขึ้นเป็วงกว้างเห็นได้อย่างชัดเจน “รอยช้ำมากขนาดนี้พี่ไม่อนุญาตให้ปรางลงแข่งในรอบถัดไปแล้วนะ...แค่นี้พอละ!”
“ถ้าพี่บีบแบบนี้เจ็บไหม?”วิทย์เพียงแค่จับแขนมะปรางเบาๆ แทบจะไม่ได้ออกแรงบีบเลยแม้แต่น้อยแต่สีหน้าของมะปรางแสดงถึงความเ็ปได้อย่างชัดเจน แต่กลับไม่มีเสียงร้องใดๆออกมาจากปากของเธอแม้แต่น้อย
“ทำไมเราถึงดื้อขนาดนี้นะ!”วิทย์ได้แต่ส่ายหัวไป-มา “ดื้อจริงๆ เลยนะเราเนีย!!!”
“โอ๋”นักกีฬาร่วมทีม New Hopeอีกคนหนึ่งและเป็รุ่นพี่ของมะปราง กำลังนอนพักฟื้นอยู่เตียงข้างๆรีบลุกขึ้นดูมาอาการด้วยความเป็ห่วงและพยายามอ้อนวอนเต็มที่ “ปรางหยุดเหอะ!!!ตอนนี้ทุกคนเห็นผลงาน พอได้แล้วล่ะ…ถือว่าโอ๋ขอร้อง!”
“ไม่ได้!!! ห้ามโยนผ้ายอมแพ้เด็ดขาดนะ ใครโยนผ้ายอมแพ้ตอนนี้ปรางตัดเพื่อนแน่ๆ ไม่ต้องมาคุยกับปรางอีกเลย หนูไม่ยอม หนู้าสู้ต่อ!!!” มะปรางพูดยืนกรานด้วยน้ำเสียงดังลั่นด้วยท่าทีโกรธมาก
“ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเราต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนรู้ล่วงหน้ากันอยู่แล้ว..พอเจอจริงๆทำไมทุกคนถอดใจกันแบบนี้!!!...อีกนิดเดียวเอง หนูยังไหวหนูยังสู้ได้...หนูไม่ยอมตอนนี้เด็ดขาด!!! ยังงัยก็ไม่ยอม!”
“พี่หมอเข้าใจความรู้สึกของปรางดีแต่พี่หมอคิดว่า ตอนนี้สภาพร่างกายน้องปรางแทบไม่ไหวแล้วขนาดแค่เดินเข้ามายังต้องประคองกัน 2 คน”วิทย์ชี้ไปที่แขนข้างขวาของมะปรางมีแต่รอยฟกซ้ำเต็มไปหมด
“บวมชัดเจนมากพี่ว่าหยุดแค่นี้เถอะ นัดต่อไปปรางลงแข่งไม่ไหวแล้วล่ะ…เหลือแค่แขนข้างซ้ายข้างเดียวเองจะไปสู้ยังงัยไหว เหลือข้างเดียวแล้วนะ”
“ไม่เป็ไรค่ะพี่หมอถึงตอนนั้นให้หนูโดนเตะจนเดินไม่ได้หรือสลบไปเลยก็ได้ค่ะ แล้วค่อยหามหนูลงมา!!!” มะปรางยังคงยืนยันความ้าของตัวเองอย่างหนักแน่น “หนูยังไหวค่ะพี่หมอพี่บัวบอกว่า แขนขวาหนูเจ็บแต่หนูยังเหลือแขนซ้ายอีกข้าง เห็นไหมพี่หมอ!!!”
มะปรางทำท่าทางยกแขนซ้ายที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียวขึ้นมากำหมัดแน่น “หนูบอกเลยนะว่า ใครโยนผ้าตอนนี้หนูโกรธจริงๆ ด้วย ไม่ต้องมาคุยกับปรางอีก!!!!!!”
มะปรางรับรู้ความรู้สึกได้เป็อย่างดีว่าท่าทีของทุกคนนี้ในทีม New Hopeไม่มีใครเห็นด้วยแม้แต่คนเดียว แต่มะปรางยังคงยืนยันว่า้าลงแข่งขันต่อ
“วันนี้โอ๋รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงไม่เอาไหนขนาดนี้ เกิดเป็ผู้ชายแท้ๆ กลับช่วยปรางไม่ได้”โอ๋พูดตัดพ้อตัวเองเมื่อเห็นอาการาเ็ของมะปรางที่เต็มไปด้วยรอยฟกซ้ำทั้งใบหน้า,แขนและขาเต็มไปหมด
น้ำตาลูกผู้ชายของโอ๋ไหลออกมาแบบไม่อายใคร“โอ๋มันไม่เอาไหนจริงๆ...ไม่เอาไหนเลยจริงๆ” โอ๋เริ่มเก็บอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนบัวต้องโน้มตัวเข้ามากอดด้วยความห่วงใย
“โอ๋จะร้องไห้ไปทำไม?...ปรางยังไม่ตาย ปรางยังอยู่ตรงนี้ ปรางไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย เห็นไหม?”มะปรางหันไปยิ้มปลอบใจโอ๋“ไม่เป็ไร ปรางยังอยู่ตรงนี้...”
“ทุกคนไม่มีใครโทษโอ๋หรอกโอ๋ก็โดนหามลงเปลมาเหมือนกันนี่ โอ๋ทำเต็มที่แล้ว ทีมเราทุกคนเห็นกันหมด”บัวรีบพูดปลอบใจโอ๋ที่กำลังเสียใจอย่างหนักไม่แพ้กัน
“พี่หมอเคยถามหนูใช่ไหมว่าหนูเรียนมวยหย่งชุนไปทำไม?...ตอนนั้นหนูหาคำตอบให้พี่หมอไม่ได้แต่วันนี้หนูมีคำตอบให้พี่หมอแล้วนะคะ” คำพูดนี้ของมะปรางสะกิดความรู้สึกของทุกคนจนทำให้ต้องหันมาฟัง
“เพื่อวันนี้ไงพี่หมอ...10ปีที่ผ่านมา เพื่อวันนี้วันเดียวเท่านั้นหนูรู้แล้วว่าหนูไม่ได้เรียนเพื่อปกป้องตัวเองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้วแต่หนูเรียนเพื่อปกป้องสิ่งที่หนูรักด้วย...”
“หนูอยากถามทุกคนอีกครั้งว่าเราตัดสินใจมาแข่งที่นี่เพื่ออะไร??!!!...ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าเรามาที่นี่ต้องเป็แบบนี้ แต่เราก็ตัดสินใจมากัน...เพื่ออะไรคะ?”
คำตอบของมะปรางไม่มีใครกล้าโต้แย้งแม้แต่คนเดียวแต่ละคนต่างไม่มีใครกล้าสู้หน้ามะปรางทำให้บรรยากาศภายในห้องพักเงียบสงัดราวกับป่าช้า“หนูขอยืนยันค่ะว่าเหลือแขนข้างเดียวก็ไหวค่ะ หนูขอสู้ต่อค่ะ!!!”
“ขณะนี้เหลือเวลาอีก30 นาทีก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขันคู่ถัดไป ขอให้นักกีฬาทั้ง 2คนเตรียมตัวให้พร้อมที่สนามหลัก ขอบคุณค่ะ”เสียงโฆษกสนามประกาศตามสายภายในฮอลล์จัดการแข่งขันแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบในห้องพักของทีมNew Hope
“บัวหยุดร้องไห้ได้ละ!!!แล้วไปหยิบกระเป๋าพี่มา ส่วนโอ๋ไปขอน้ำแข็งเพิ่มจากฝ่ายจัดการแข่งขันพี่จะนวดที่ขา ส่วนบัวไปนวดที่แขน”
“พี่หมอ!!!พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ พี่ต้องห้าม ไอ้ปรางมันบ้าไปแล้ว พี่หมอทำแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!!” โอ๋ไม่เห็นด้วยกับพี่หมอ “พอได้แล้ว! หยุดเถอะพี่ผมขอร้อง”
“ไม่ได้ยินกันเหรอ!!!เราเหลือเวลาอีกแค่ 30 นาที เราต้องเตรียมความพร้อมให้น้องปรางแข่งในรอบถัดไป เข้าใจไหม?” คำพูดยืนยันหนักแน่นของวิทย์ทำให้ทุกคนต้องรีบไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที
“ไปทำหน้าที่ของตัวเองได้แล้ว...เราทุกคนมีหน้าที่ต้องช่วยปรางให้พร้อมแข่งในคู่ถัดไป!!”
“ความจริงแล้วผมไม่ใช่หมอหรอกครับผมเป็เพียงนักกายภาพบำบัดคนหนึ่ง ผมทำงานมาเกือบ 30 ปีแล้ว เด็กๆมักจะเรียกติดปากว่าพี่หมอ ส่วนบัวเป็รุ่นน้องเรียนจบพยาบาล...ไม่สิต้องบอกว่าเป็รุ่นลูกด้วยซ้ำผมไม่รู้หรอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าในวันนี้มันคืออะไรนึกแล้วก็ตลกดีเหมือนกัน น้องแว่นเด็กเรียนเชยๆ หลายคนเรียกว่าเด็กเนิร์ดแต่งตัวเฉิ่มๆ เดินตกบ่อปลาด้วยความซุ่มซ่ามเมื่อปีที่แล้วกลายเป็น้องมะปรางสายบู๊ขาโหดไปแล้ว!!!…เล่าให้ใครฟังจะมีคนเชื่อผมไหมเนียยย”
7เดือนที่แล้ว...วันนี้เป็วันเปิดเทอมวันแรกของภาคการศึกษาใหม่บัวกำลังทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ อยู่ภายในห้องปฐมพยาบาลเล็กๆในโรงเรียนมัธยมปลายแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นภายในอาคารครึ่งไม้ครึ่งปูนแห่งนี้ยังมีห้องของครูฝ่ายปกครอง “ครูเพ็ญศรี” อยู่ติดกันอีกด้วย
เ้าหน้าที่และคณะครูแต่ละคนต่างช่วยกันทำความสะอาดห้องพักครูส่วนเด็กนักเรียนแต่ละชั้นปี ต่างก็ช่วยกันจัดห้องเรียน ทำความสะอาดกันเต็มไปหมดมีเด็กนักเรียนหลายคนกำลังแย่งที่นั่งเรียนใหม่กันด้วย
“เมื่อก่อนผมทำงานอยู่ในโรงเรียนที่กรุงเทพแต่ผมเลือกที่จะย้ายมาอยู่ที่นี่เอง หลายคนคงแปลกใจสิว่าผมย้ายมาโรงเรียนต่างจังหวัดห่างไกลแบบนี้ไปทำไม งบประมาณก็ไม่ค่อยจะมีการเดินทางก็ลำบาก...ทุกวันนี้ผมก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองอยู่ว่าผมตัดสินใจแบบนี้ถูกหรือผิด?ดีหรือไม่ดี? เผลอไปแป๊บเดียวผมคิดนานไปหน่อยก็แค่เกือบ 20 ปีเอง”
“ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี นักเรียนแต่ละรุ่น ไม่เหมือนกันสักปีบางปีเราได้เด็กเก่งด้านวิชาการมา ครูใหญ่ท่านก็สนับสนุนส่งเสริมเด็กมาโดยตลอด บางปีมีแต่เด็กกิจกรรม สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาก็เยอะบางปีก็เงียบจริงๆ”
“แต่ปีนี้มีความพิเศษสักหน่อยตอนนี้ผมคิดว่า... ผมกำลังจะได้คำตอบที่ผมตามหามากว่า 20 ปีแล้วว่าผมย้ายมาที่นี่ทำไม…”
ใน่เวลาเดียวกันห่างจากโรงเรียนไม่มากนักมะปรางสาวน้อยวัย 17 ปี นักเรียนแผนกวิทย์-คณิตกำลังเห่อชุดนักเรียนชุดใหม่ที่คุณแม่เพิ่งซื้อให้ “แม่ปรางสวยไหม วันนี้ปรางจะใส่ชุดใหม่ไปเรียนห้องใหม่ แต่ยังใช้โบว์อันเดิมแว่นอันเดิมอยู่นะคะ” พร้อมๆ กับชู 2 นิ้วขึ้นมา
“พร้อมแล้วค่ะ…”
“เพิ่งรู้เหมือนกันว่าลูกสาวคนนี้ของแม่ก็มีอาการเห่อชุดใหม่เหมือนกัน”พ่อกับแม่ของมะปรางต่างเดินมาต้อนรับมะปรางกำลังเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองพร้อมกับแต่งชุดนักเรียนใหม่เอี่ยม
“หนูขึ้นม.5 แล้วนะแม่ ต่อไปหนูจะตั้งใจเรียน สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้พ่อกับแม่จะได้ไม่ลำบาก หนูอยากให้พ่อกับแม่หยุดขายขนม แล้วหนูจะดูแลพ่อกับแม่เอง”
“นี่ได้เวลาต้องไปโรงเรียนแล้วนะสาวน้อยของแม่”
“มะปรางเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัวเล็กๆพ่อกับแม่มีอาชีพขายขนมในตลาด ครอบครัวนี้อยู่ที่ประเทศจีนั้แ่มะปรางอายุได้8-9 ขวบ เพิ่งมาเรียนต่อ ม.4 ที่นี่ มะปรางเคยบอกไว้กับครูในวันปฐมนิเทศว่าอยากเป็ครูสอนวิชาเลข ผมเคยคุยกับคุณพ่อของมะปรางครั้งหนึ่งคุณพ่อก็อยากให้มะปรางเป็ครูสอนเลขที่นี่ ก็ดีเหมือนกัน จะได้มีครูสอนเลขเก่งๆเพิ่มขึ้นอีกคน”
“บัวเดี๋ยวพี่ไปกับครูเพ็ญศรี ครูใหญ่เรียกประชุมที่อาคาร 1 ก่อน สงสัยคงประชุมยาว่บ่ายโมงไปเจอพี่ที่ยิม มีอะไรเร่งด่วน เรียกพี่ได้ตลอดเวลา”
“ได้ค่ะพี่วิทย์”บัวยังคงก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดห้องต่อไปในขณะที่วิทย์เดินออกจากห้องไปตามทางอาคาร 1 เป็อาคารของนักเรียนระดับมัธยมต้น
“พี่หมอ!!!เด็กชมรมดนตรีทะเลาะกับเด็กชมรมมวยอีกแล้ว หลังตึกครับพี่”เด็กนักเรียนคนหนึ่งะโบอกดังลั่นมาแต่ไกล
“เอาอีกแล้วเด็ก 2 กลุ่มนี้มีปัญหากันได้ทุกวัน ทุกเวลาจริงๆ นี่จัดกันั้แ่วันเปิดเทอมวันแรกเหรอเนีย!”
วิทย์รีบวิ่งไปที่หลังตึก 1ด้วยความร้อนใจ ไม่นานนักก็เห็นเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ทั้งมัธยมต้นกับมัธยมปลายยืนปะปนกันทั้งชาย-หญิง ยืนล้อมวงมีเสียงเฮลั่นเป็ระยะๆ
“หยุดๆๆมีอะไรกันอีกแล้ว 2 กลุ่มนี้ แยกๆๆ...นี่จะสร้างปัญหากันั้แ่เปิดเทอมกันเหรอเนีย!!!”
เด็กนักเรียนที่กำลังชุลมุนกันหลายกลุ่มได้ยินเสียงวิทย์ะโห้ามดังลั่น ทำให้แต่ละคนเริ่มใจเย็นลง “โอ๋!!!บอกพี่มาเดี๋ยวนี้ว่า เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไรหรอกพี่เด็กชมรมมวยมันไปะโแซวเด็กดนตรี แล้วก็มั่วกันแบบนี้แหละพี่…เด็กดนตรีมันไม่ยอมก็เลยแซวกลับ แต่แซวแรงไปหน่อย เด็กชมรมก็เลยเรียกรุ่นพี่มาด่ากันอ่ะพี่ผมไม่รู้จะห้ามใครดี!!!!”
“ห้องชมรมก็อยู่ใกล้ๆกัน แทนที่จะรักกัน ดันมีปัญหากันได้ทุกวัน แล้วต่อไปจะอยู่กันยังไงเนีย เด็กมวยม.4 ปีนี้ท่าทางเอาเื่นะเนีย….แยกๆๆอยู่โรงเรียนเดียวกันแท้ๆ มาตีกันทำไม…ไปๆๆกลับไปเรียนกันได้แล้ว!!!”
หลังจากเื่คลี่คลายแล้ววิทย์ก็รีบเดินด้วยความเร่งรีบขึ้นอาคาร 1 เข้าประชุมกับครูใหญ่
ภาพที่ครูเวรหน้าป้อมยามเห็นเป็ประจำทุกเช้าจนชินตาเด็กนักเรียนสาวน้อยคนหนึ่งน้อยผูกโบว์สีน้ำเงิน สะพายกระเป๋านักเรียนแบบเป้ใบใหญ่ใส่แว่นกรอบสีดำหนาๆ เดินเข้ามาในโรงเรียนทุกเช้า “สวัสดีค่ะคุณครู”
“อยู่ม.5 แล้วนะมะปราง เอ๊ะ! วันนี้ครูแอบเห็นใส่ชุดใหม่มาด้วยนี่น่า”ครูฝ่ายปกครองทักชุดนักเรียนชุดใหม่เอี่ยมของมะปราง
“ถ้าจะพูดกันจริงๆตัวผมเองไม่ค่อยสนิทกับมะปรางเท่าไรน้องเขาสนิทกับบัวผู้ช่วยผมมากกว่าตามประสาผู้หญิงๆ ด้วยกันนั่นแหละ แต่ผมก็เห็นมาั้แ่อยู่ ม.4 แล้วล่ะ”
“โอ๋เป็รุ่นพี่มะปราง1 ปี ผมสนิทกับโอ๋มากกว่า เวลาที่ชมรมมวยต้องไปแข่งกับทีมต่างโรงเรียนบางทีผมต้องเดินทางไปด้วยหลายครั้ง ส่วนมะปรางเป็เด็กห้องครูเพ็ญศรี เด็กเรียนเนิร์ดสนิทเลยแหละใส่แว่นขอบหนาสีดำเชยๆ สะพายกระเป๋านักเรียนแบบเป้ใบใหญ่ข้างในคงมีแต่หนังสือเต็มไปหมด ถูกระเบียบเป๊ะั้แ่วันแรกที่มาเรียนผมไม่เคยเห็นน้องแต่งตัวผิดระเบียบเลยนะ อาจจะเป็เพราะว่าน้องเขาแต่งตัวเหมือนกันทุกวันก็เป็ไปได้ เป็เด็กที่เรียบร้อยสุดๆ… แต่ไม่ใช่วันนี้หรอกนะน้องเขาเพิ่งไปอัดนักกีฬาทีมตรงข้ามเมื่อกี้นี้เอง...”
“พี่หมอ เดี๋ยวปรางเข้าไปเตรียมตัวก่อนนะคะปรางต้องขึ้นเวทีแข่งแล้ว” มะปรางค่อยๆลุกขึ้นด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยถนัดเท่าใดนัก เดินหายเข้าไปในห้องพักนักกีฬาด้านใน
“ผมเห็นสีหน้ามะปรางดีขึ้นเล็กน้อยแต่ผมคงไม่ห้ามน้องปรางแล้วล่ะ…ริ้วรอยฟกช้ำที่ผมเห็นบนใบหน้าที่แขนก็มี ที่ขาก็มี มันเป็เส้นทางที่แท้จริงของน้องปรางผมและพวกเราทุกคนในโรงเรียนปิดกั้นพร์ของน้องมานานแล้วที่นี่คือโลกที่แท้จริงของน้องเขาต่างหาก...”