หลายวันผ่านไปกับการเดินทางอย่างไร้จุดหมาย ในที่สุดหมีขาวและสหายร่วมทางทั้งสามก็มาถึง "เมืองชายแดนจินหลง" ดินแดนใหม่ที่อยู่นอกเขตอิทธิพลของแคว้นหลินโดยสิ้นเชิง ที่นี่เป็เมืองการค้าที่คึกคักและวุ่นวาย เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและนักผจญภัย แต่สำหรับกลุ่มผู้มาใหม่ที่แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว ความคึกคักนี้กลับขับเน้นความหิวโหยในท้องและความว่างเปล่าในถุงเงินให้ชัดเจนยิ่งขึ้น าแจากการถูกโบยของหมีขาวยังคงระบมเตือนความทรงจำอันขมขื่น
"โอ๊ย! ข้าหิวจนตาลายไปหมดแล้ว" เิเฉียง รองแม่ทัพร่างั์แต่มีนิสัยทึ่มๆ บ่นอุบอิบพลางลูบท้องตัวเอง "ท่านแม่ทัพ เราจะหาอะไรกินกันได้ที่ไหนบ้างขอรับ"
หลิวเฟิง รองแม่ทัพอีกคนที่ปกติจะดูสุขุมแต่พอถึงคราวคับขันก็มักจะเฉิ่มจนน่าขัน เอ่ยเสริมขึ้นอย่างประหม่า "เอ่อ...ข้าเห็นร้านขายหมั่นโถวตรงนั้น แต่...แต่เราไม่มีเงินเลยนะขอรับ" เขาชี้ไปยังร้านข้างทางที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย
หมีขาวมองสหายทั้งสองด้วยแววตาห้าวและใจร้อนตามนิสัย "โธ่เว้ย! เื่มากจริง! ถ้ามันยากนักก็ปล้นมันเสียเลยสิ!" นางทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆ ทำเอาเ้าหนูเฉิน ที่ปรึกษาตัวน้อยผู้ดูเหมือนจะ "ปกติ" ที่สุดในกลุ่ม ต้องรีบดึงแขนเสื้อนางไว้
"ท่านแม่ทัพใจเย็นก่อนขอรับ!" เ้าหนูเฉินถอนหายใจ "การปล้นสะดมในเมืองที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้มีแต่จะสร้างปัญหาให้เราเปล่าๆ อีกอย่าง เรายัง้าเงินซื้ออาวุธและเสบียงสำหรับการเดินทางต่อนะขอรับ"
"แล้วเ้ามีแผนที่ดีกว่านี้รึ เ้าหนู" หมีขาวหันมาถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ดวงตาของเ้าหนูเฉินเป็ประกายขึ้นมาทันที "ข้าพอจะมีแผนอยู่ขอรับ สังเกตจากผู้คนในเมืองนี้แล้ว พวกเขาดูจะชื่นชอบการแสดงแปลกๆ และการประลองฝีมือไม่น้อย"
จากนั้น เ้าหนูเฉินก็อธิบายแผนการของเขาให้ทั้งสามฟัง แผนการที่ฟังดู...พิลึกพิลั่น แต่ก็น่าสนใจ
ณ ลานกว้างกลางตลาด เ้าหนูเฉินในบทบาทผู้จัดการแสดงตัวน้อย กำลังป่าวประกาศเรียกผู้คนให้เข้ามาชม "การแสดงสุดอัศจรรย์จากแดนไกล! คณะ 'พยัคฆ์คำรามสยบัซ่อน'" (ชื่อคณะที่เขาเพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ)
การแสดงชุดแรกคือ "บุรุษเหล็กไหลปะทะก้อนศิลา" โดยเิเฉียงถูกสั่งให้ยืนนิ่งๆ แล้วให้หมีขาว (ที่ยังคงมีเค้าความดุดันน่าเกรงขาม) ใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ (ที่นางยกมาได้อย่างสบายๆ) ทุบลงบนแผ่นไม้ที่วางบนอกของเิเฉียง แต่ด้วยความทึ่ม เิเฉียงดันสูดลมหายใจเข้าผิดจังหวะตอนหินทุบลงมาพอดี ทำให้เขาไอโขลกๆ หน้าดำหน้าแดง แต่กลับเรียกเสียงฮาจากผู้ชมที่คิดว่าเป็ส่วนหนึ่งของการแสดงได้เสียอย่างนั้น
ต่อมาคือการแสดง "ระบำดาบสุดเฉิ่ม...เอ๊ย! สุดเฉียบ!" โดยหลิวเฟิงที่พยายามจะร่ายรำเพลงดาบให้ดูสง่างาม แต่ด้วยความเฉิ่มและตื่นคน เขากลับสะดุดขาตัวเองจนดาบเกือบหลุดมือหลายครั้ง แถมยังทำหน้าเหรอหราจนคนดูขำกลิ้ง นึกว่าเป็ตลกหลวงมาเอง
ปิดท้ายด้วยการแสดงพลังของหมีขาว นางยกถังน้ำขนาดใหญ่สองใบที่เต็มเปี่ยมด้วยมือข้างเดียว เดินวนรอบลานแสดง ก่อนจะทุ่มถังน้ำลงพื้นจนแตกกระจาย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมอย่างมาก ระหว่างนั้น เ้าหนูเฉินก็เดินเรี่ยไรเงินจากผู้ชมที่พออกพอใจกับการแสดงสุดป่วนนี้
ไม่น่าเชื่อว่าเพียงครึ่งวัน พวกเขาก็หาเงินมาได้ก้อนใหญ่พอที่จะซื้ออาหารดีๆ กินได้หลายมื้อ และยังมีเหลือพอสำหรับซื้ออาวุธพื้นฐานและเสบียงเดินทางอีกด้วย
"ฮ่าๆๆ ไม่นึกเลยว่าความทึ่มของเ้าเิเฉียงกับความเฉิ่มของเ้าหลิวเฟิง จะทำเงินให้เราได้ขนาดนี้!" หมีขาวหัวเราะอย่างอารมณ์ดีขณะแทะขาไก่ย่างอย่างเอร็ดอร่อยในโรงเตี๊ยมเล็กๆ
เิเฉียงเกาหัวแกรกๆ "ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงหัวเราะข้าขอรับ"
หลิวเฟิงหน้าแดง "ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็แบบนั้นเลยนะขอรับ"
เ้าหนูเฉินยิ้มบางๆ "บางครั้งสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็อาจจะกลายเป็สิ่งที่ดีที่สุดก็ได้ขอรับ อย่างน้อยตอนนี้เราก็มีเงินแล้ว"
หลังจากอิ่มหนำสำราญ หมีขาวมองออกไปนอกหน้าต่างโรงเตี๊ยม ความมุ่งมั่นบางอย่างฉายชัดขึ้นมาในดวงตาของนางอีกครั้ง รอยแผลจากการโบยยังคงทิ้งความเ็ปไว้ แต่จิตใจของนางกลับแข็งแกร่งกว่าเดิม
"ข้าอยากจะเก่งกว่านี้อีก" นางเปรยขึ้นลอยๆ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตั้งใจ "อยากจะเรียนรู้วรยุทธ์ทุกแขนงบนโลกนี้ให้หมดสิ้น ที่ผ่านมาข้าพึ่งพาแต่พละกำลังมากเกินไป หากข้ามีวิชาที่ลึกล้ำกว่านี้ ข้าคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้" นางหมายถึงการถูกลงโทษและเนรเทศ "ถ้าข้าแข็งแกร่งพอ...แข็งแกร่งกว่าใครทั้งหมด...ก็ไม่มีใครหน้าไหนจะมาพรากสิ่งสำคัญไปจากข้าได้อีก หรือมาบังคับให้ข้าต้องพรากจากคนที่ข้ารักได้อีกต่อไป"
เิเฉียง หลิวเฟิง และเ้าหนูเฉิน มองหน้าผู้เป็นาย ดวงตาของพวกเขาสะท้อนความภักดีและพร้อมจะสนับสนุนทุกการตัดสินใจ
"ไม่ว่าท่านแม่ทัพจะตัดสินใจอย่างไร พวกเราพร้อมจะติดตามท่านไปทุกหนทุกแห่งขอรับ!" เิเฉียงกล่าวอย่างหนักแน่น
ดินแดนใหม่แห่งนี้อาจจะเป็จุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ และเป็ที่ที่หมีขาวจะได้ฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรอวันที่จะกลับไปทวงคืนทุกสิ่ง และปกป้องหัวใจของนาง...องค์หญิงจือหลิง