ที่หน้าบ้านของโม่ฟานยังคงมีหญิงสาวผู้หนึ่งยืนกอดอกรอเขาด้วยความหงุดหงิดอยู่
ใช่เเล้วเธอผู้นี้ก็คือ ลิซ่านั้นเอง
มันก็ไม่ใช่เื่เเปลกอันใดเพราะเขาปล่อยให้เธอต้องยืนรอเขากว่าครึ่งชั่วโมงเเล้วนี่นา
"ช้ามาก เอเลนเหตุใดเ้าจึงปล่อยให้ข้าต้องมายืนรอเ้านานเช่นนี้"
"นี่เ้าไม่สงสารข้าบ้างเลยหรือไงที่ปล่อยให้หญิงสาวตัวเล็กๆเช่นข้าต้องมายืนหนาวอยู่จ้างนอกเช่นนี้" ลิซ่าบ่นออกมาด้วยความขุ่นเคือง เธอยังไม่คงไม่ลืมเื่เมื่อตอนบ่ายที่เกิดขึ้นอีกด้วย จึงทำให้เธอหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
"ฮ่าๆๆ พอดีข้าหลงทางน่ะ กว่าข้าจะหาทางเดินกลับมาได้นี่ลำบากเเทบเเย่เลยนะ" โม่ฟานโกหกอย่างหน้าตาย เขาไม่มีวันยอมบอกหรอกว่าเขาพึ่งจะลงมือฆ่าคนมาถึงต่อให้บอกไปก็ไม่มีทางที่ลิซ่าจะยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูดอย่างเเน่นอน
"นี่เ้าคิดว่าข้าโง่หรือไง ต่อให้เ้าสติปัญญาต่ำตมเท่าใดก็ไม่มีทางหาทางกลับบ้านตัวเองไม่เจอหรอก"
"นี่ข้าพูดจริงนะ เเล้วนี่ก็เป็ความผิดเ้าด้วยหากเ้าไม่ทิ้งข้าไปกลางทางละก็ข้าก็คงมาถึงพร้อมเ้าเเล้ว"
"หึ ข้าไปทิ้งเ้าไว้ตอนไหน หากเ้าไม่มัวเเต่ชักช้าข้าคงได้กลับบ้านไปเเล้ว" ลิซ่ากล่าวขึ้นอย่างเเง่งอนพร้อมเชิ้ดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"ฮือ ฮือ เ้ามันผู้หญิงใจร้ายกล้าทิ้งสามีของเ้าได้ลงคอ" โม่ฟานเเกล้งทำทีร้องไห้เพื่อเเก้เผ็ดลิซ่าทัน
"เ้าว่าใครเป็ภรรยาของเ้ากัน" ใบหน้าของลิซ่ากลายเป็สีเเดงเหมือนลูกตำลึงด้วยความโกรธพร้อมวิ่งไล่ทุบโม่ฟานทันที
"โอ้ อย่าทำข้าเลยที่รักข้ายอมเเล้ว" โม่ฟานทำท่าทางน่าสงสารพร้อมร้องขอความช่วยเหลือทันที
สิ่งนี้ทำให้ลิซ่าอับอายยิ่งกว่าเดิม ตลอดชีวิตของลิซ่าเธอไม่เคยถูกหยอกล้อเช่นนี้มาก่อน เธอจึงไม่มีภูมิคุ้มกันในเรื่งนี้เลยเเม้เเต่น้อย ไม่นานเธอก็ยอมเเพ้เเล้วรีบวิ่งหนีกลับบ้านทันที
เมื่อเห็นท่าทางอันขบขันของลิซ่า โม่ฟานก็ได้เเต่หัวเราะคิกคักอย่างสุขใจพร้อมเดินเข้าไปที่บ้านของตนทันที
สภาพบ้านของตนก็ไม่ได้ต่างจากบ้านหลังอื่นสักเท่าใดนักอาจจะเรียกได้ว่าเล็กกว่าหลังอื่นๆด้วยซ้ำ
เมื่อเขาเปิดประตูบ้านเข้าไป ภาพที่เขาเห็นคือภาพของชายหญิงวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนโต็ะกินข้าวเพื่อรอลูกของตัวเองกลับมาอยู่
"ท่านพ่อ ท่านเเม่ ข้ากลับมาเเล้ว" นี่เป็คำพูดเเรกสุดที่ออกมาจากปากของโม่ฟานเมื่อเขามายังบ้านเเห่งนี้
"เอเลน!!" ทันทีที่หญิงสาววัยกลางคนเห็นหน้าของเอเลนเธอก็รีบพุ่งเข้ามากอดเอเลนไว้ในอ้อมเเขนทันที
เธอยังคงร่ำไห้ด้วยความดีใจเเละความโล่งอกเมื่อได้ได้เห็นว่าบุตรของเธอกลับบ้านมาอย่างปลอดภัย
หญิงวัยกลางคนผู้นี้มีชื่อว่า เอ็มม่า เธอเป็เเม่ของเอเลนนั้นเอง ถึงเเม้จะพูดว่าเป็หญิงสาววัยกลางคนก็ตาม เเต่เธอก็ยังคงมีใบหน้าที่สะสวย เหมือนหญิงสาววัย 20ปีเท่านั้น เเละเธอยังมีผิวพันธุ์อันอ่อนเยาว์เเละเต่งตึง จนไม่น่าเชื่อว่าเธอมีลูกที่โตจนอายุ 12 ปีเเล้ว
"เ้าตัวเเสบ นี่ลูกไปทำอะไรมาทำไมถึงได้กลับบ้านมืดค่ำเช่นนี้ รู้ไหมว่าเป็ห่วงลูกเเค่ไหน" เธอกล่าวขึ้นอย่างขุ่นเคืองเเต่ในน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อลูก
ตัวตนในชาติที่เเล้วของโม่ฟาน ได้สูญเสียเเม่ของตนไปก่อนที่เขาจะจำความได้ เขาจึงไม่เคยได้ััถึงความรักของเเม่ นี่จริงเป็ครั้งเเรกที่เขาได้รับรู้ถึงสิ่งนั้น
"ต้องขอโทษด้วยจริงๆท่านเเม่ พอดีว่าวันนี้ข้ากับลิซ่าไปเล่นด้วยกันที่ท้ายหมู่บ้านเลยทำให้กลับบ้านมาล่าช้าเช่นนี้" โม่ฟานยังคงโกหกเป็ตุเป็ตะเช่นเคยเพื่อไม่ให้เเม่ของเขาต้องกังวล
ตัวของเอ็มม่าที่เป็เเม่ของเขาเองนั้นก็ไม่ได้สงสัยในคำพูดของเขาเลยเเม้เเต่น่อย จึงไม่ได้ซักไซอะไรต่อ
"เอเลน คราวหน้าหากเ้ากลับบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดินจนทำให้เเม่ต้องเป็ห่วงอีก ข้าจะลงโทษเ้าอย่างเน่นอน" ด้านหลังของมารดาของเขาปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งพร้อมจ้องไปที่โม่ฟานอย่างดุร้าย
ชายผู้ที่มีหน้าตาอันดุดันผู้นี้มีชื่อว่า ริชาร์ด ผู้เป็พ่อของเอเลนนั้นเอง
ในความทรงจำของเอเลน พ่อของเขานั้นค่อนข้างที่จะมีนิสัยที่เข้มงวดเเละเ็ากับเขาอยู่เสมอ ทำให้เอเลนรู้สึกหวาดกลัวพ่อของตัวเองอย่างมาก จนถึงขนาดไม่กล้าที่จะคุยด้วย
เเต่สำหรับตัวโม่ฟานเขาย่อมรู้ว่าเนื้อเเท้ของชายผู้นี้เป็คนเช่นไร
"หืม วันนี้เ้าดูเเปลกไปนะ" ริชาร์ดรู้สึกสงสัยในท่าทางของโม่ฟาน ในยามปกติเมื่อเอเลนยืนอยู่ต่อหน้าพ่อของเขาเอเลนมักจะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวจนต้องไปหลบอยู่ด้านหลังเเม่ของเขาเป็ประจำ
"ตัวข้าก็ยังคงเป็ เอเลน ลูกของท่านคนเดิมนั้นเเหละท่านพ่อ"
"ท่านอาจจะเหนื่อยมาจนคิดไปเองก็ได้"
โม่ฟานรีบเบี่ยงเบนประเด็นโดยทันที
"เอาละ พวกเ้าทั้งสองรีบๆไปกินอาหารที่ข้าเตรียมไว้เร็วเดี๋ยวมันจะเย็นชืดเสียก่อน" เอ็มม่าเรียกสองพ่อลูกให้มาที่โต๊ะอาหารทันที
บนโต๊ะอาหารของพวกเขามีเพียงเเค่ซุปผักหนึ่งหม้อ เเละขนมปังสีดำคนละก้อนเพียงเท่านั้น
เนื่องจากว่าพ่อของเอเลนนั้นเป็นายพราน ส่วน เเม่ของเขานั้นก็มีหน้าที่ดูเเลบ้านทำให้พวกเขาทั้งสองไม่ได้มีเงินมากมายนัก ทำให้มื้ออาหารของพวกเขามักจะมีเเค่อาหารง่ายๆเท่านั้น
เเต่โม่ฟานก็สามารถกินมันลงได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ เเม้ว่าขนมปังสีดำจะทั้งเเข็งทั้งร่วนเเละซุปผักยังมีรสชาติเหมือนน้ำเปล่าเเต่เขาก็สามารถกินได้อย่างสบายๆ
ตลอดเวลาที่อยู่บนโต๊ะอาหารเเม่ของเขาจะคะยั้นคะยอถามเื่ราวประจำวันของโม่ฟานอยู่เสมอ ทำให้เขาจำเป็ต้องเเต่งนิยายมาหลอกเเม่เขาอย่างยากลำบากเพื่อไม่ให้มีพิรุธ ส่วนพ่อของเขาก็ยังคงนั่งกินอย่างเงียบเชียบ
ถึงเเม้นี่จะดูอึดอัดไปบ้างสำหรับตัวโม่ฟาน เเต่นี่กลับเป็หนึ่งในความฝันที่เขาโหยหามาตลอดตั้งเเต่ยังเด็ก
่เวลาที่ได้นั่งทานข้าวไปพร้อมๆกับครอบครัวนั้นเป็ภาพที่เขาได้เเต่เฝ้าฝันถึงในวัยเด็ก เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าตนเองจะได้ััความรู้สึกเช่นนี้ การเกิดใหม่ในร่างของเอเลนนี่อาจจะนับได้ว่าเป็ความโชคดีที่สุดในชีวิตของเขาก็เป็ได้
ในหมู่บ้านคอนรอนนั้นไร้ซึ่งสถานบันเทิงต่างๆ ทำให้ผู้คนในหมู่บ้านนี้หลังจากกินข้าวเย็นเเละทำธุระส่วนตัวเสร็จก็จะเริ่มเตรียมตัวเข้านอนกันเเล้ว อีกทั้งหมู่บ้านเเห่งนี้ตั้งอยู่บนที่สูงทำให้่เวลากลางคืนมีสภาพอากาศที่หนาวเหน็บทำให้คนในหมู่บ้านจะรีบเอาตัวซุกใต้ผ้าห่มทันที
บ้านของโม่ฟานก็ไม่ต่างกัน หลังจากที่เขากินข้าวเย็นเสร็จเเล้วเขาก็ได้เเยกตัวไปอาบน้ำพร้อมเข้านอนทันที
บ้านของโม่ฟาน เป็บ้านขนาดเล็กชั้นเดียวจึงมีเพียงเเค่หนึ่งห้องนอนเท่านั้น นั้นหมายความว่าทั้งพ่อเเละเเม่ของเขารวมถึงตัวโม่ฟานด้วยจำเป็ที่จะต้องนอนรสชวมในห้องเดียวกัน
สภาพห้องนอนของเขาก็ไม่ได้ดูดีอะไรมากเป็เเค่ห้องขนาด 3*3 เมตร นอกจากฟูกเก่าๆ 2 อันเเล้วก็ไม่มีเครื่องเรือนอย่างอื่นอยู่เลย
เเม่ของเขาได้จูงเขาไปเข้านอนที่ฟูกขนาดเล็กของตนพร้อมห่มผ้าห่มเรียบร้อยเเล้ว เเม่ก็ได้ดับเปลวเทียนที่หัวเตียงพร้อมเข้านอนทันที
่เวลาตอนกลางคืนภายในหมู่บ้านคอรอนนั้นช่างเวียบสงบอย่างจนสามารถได้ยินเสียงของกิ่งไม้ที่สีกันจากเเรงลมได้เลยทีเดียว
ขณะที่ผู้คนกำลังเริ่มหลับไหลลงสู่ห้วงนิทราเเต่สำหรับเฉินเฟิงเเล้วมันกับไม่ต่างจากการเริ่มวันใหม่สำหรับตัวเขา
่เวลาตอนกลางดึกที่ไร้ผู้คนนี่เหละคือ่เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกลับของเขา
ในเวลานี้โม่ฟาน้าที่จะเริ่มฝึกฝนทักษะ'เทพบัญชาวิถี์' ซึ่งเป็ทักษะที่เเข็งเเกร่งที่สุดในชีวิตที่เเล้วของเขา
เทพบัญชาวิถี์ จะช่วยปลุกศักยภาพในร่างกายของตนเองออกมา โดยการกระตุ้นพลังงานที่อยู่ในร่างของตนเองออกมาราวกับูเาไฟที่ปะทุจากความร้อนในร่างกาย พลังกำลังทั้งหมดในร่างกายจะถูกยกระดับให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมอัตราการเติบโตอันน่ากลัว จนสามารถเเยกูเาได้เป็สองเสี่ยง เเละก็เพราะทักษะอันเเข็งนี้เองโม่ฟานจึงได้รับฉายาว่าเป็ เทพาเเห่งยุค
เเต่ตัวโม่ฟานยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะเทพบัญชาวิถี์ตอนนี้ได้ เพราะร่างกายจำเป็จะต้องเเบกรับภาระจากการปลุกพลังอย่างหนัก หากผิดพลาดเเต่เพียงนิดเดียวนั้นอาจจะอันตรายถึงชีวิต ด้วยร่างกายอันอ่อนเเอของโม่ฟานย่อมไม่อาจทนรับไหวอย่างเเน่นอนดังนั้นเขาจึงต้องรีบเร่งเพิ่มความเเข็งเเกร่งให้กับตนเอง
อีกทั้งยังมีเื่ของ แรนด์ อีก เมื่อโม่ฟานตัดสินใจลงมือสังหารไบรอันไปเเล้ว อีกไม่นานมันจะต้องเริ่มเกิดความสงสัยขึ้นอย่างเเน่นอนว่าเกิดอะไรขึ้นกับหนึ่งในลูกน้องของมัน เเละความสงสัยจะตกไปอยู่กับใครได้นอกจาก โม่ฟาน เพราะโม่ฟานเป็เป้าหมายที่ไบรอันได้จับตามองอยู่
การรับมืออันตพานเเค่คนสองคนนั้นไม่ใช้เื่ยาก เเต่การต้องต่อสู้กับพวกมันเป็กลุ่มนั้นมันต่อให้เป็โม่ฟานก็ตามก็คงมีเเต่ตายกับตาย
สำหรับโม่ฟานเเล้วเวลาทุกวินาทีของเขามีค่าดั่งทอง เขาไม่มีวันสูญเสียมันไปอย่างสูญเปล่าอย่างเเน่นอน
ทันทีที่เขาเเน่ใจได้เเล้วว่าพ่อกับเเม่ของเขาได้เข้าสู่ห้วงนินทราเเล้วเขาก็รีบเเอบย่องออกจากบ้านทันที
โดยรอบๆบ้านของโม่ฟานเป็ที่โล่งเเจ้งทำให้เขาสามารถใช้มันเป็ที่ฝึกฝนร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
สิ่งเเรกที่โม่ฟานเลือกที่จะทำคือการวิ่ง
การวิ่งนับว่าเป็การรีดเร้นพละกำลังภายในร่างออกมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม มันสามารถกระตุ้นเอาศักยภาพในร่างกายออกมาได้ถึงขีดสุด
ในชีวิตก่อนของโม่ฟานเขาจะต้องวิ่งอย่างน้อยวันละ 30 กิโลเมตรในทุกๆวัน ดังนั้นการวิ่งจ็อกกิ้งสำหรับเขาจึงไม่ต่างอะไรไปกับการเดินเล่นเลยเเม้เเต่น้อย
เเต่ในร่างใหม่นี้มันช่างเเตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเพียงเเค่เขาเริ่มออกเเรงวิ่งร่างกายของเขาก็เริ่มไร้เรี่ยวเเรงเเล้ว เเต่มันก็ไม่มีทางหยุดยั้งความตั้งใจของโม่ฟานได้
ท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเเสงดาวอันสวยงามเหมาะเเก่การนั่งชมบรรยากาศในยามค่ำคืนอย่างมาก เเต่โม่ฟานกลับเลือกที่จะใช้เวลาไปกับการฝึกคฤโหดเเทนที่จะปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเสียเปล่า
เเม้ว่าอากาศอันหนาวเย็นจะเสียดเเทงผ่านเสื้อผ้าของโม่ฟานมาได้เเต่ร่างกายของเขานั้นกลับร้อนรุ่มเหมือนโดนเปลวเพลิงเเผดเผา
เขายังคงฝืนวิ่งต่อไปเรื่อยอย่างไม่หยุดหย่อน เเม้ว่าเขาจะทำเพียงเเค่วิ่งรอบบ้านของตนเท่านั้น เเต่ว่านี่ก็ปาไปรอบที่ 20 เเล้วซึ่งมันเป็ระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตรเลยทีเดียว
ต่อให้เป็เด็กที่เเข็งเเรงเเค่ไหนก็ไม่มีทางทนไหวอย่างเเน่นอน ทุกครั้งที่เขาก้าวออกไปมันช่างเ็ปราวกับว่าขาจะหลุดเป็ชิ้นๆ ใบหน้าของเขากลายเป็สีเเดงเนื่องจากหัวใจได้สูบฉีดเืมากเกินกว่าปกติ ลมหายใจของเขาเริ่มรวยรินคลายจะขาดอากาศ
เเต่โม่ฟานก็ยังคงฝืนร่างกายของตนเองอย่างต่อเนื่องจนเขาวิ่งครบ 30 รอบในที่สุด
ทันทีที่เขาหยุดวิ่ง ร่างกายของเขาเเทบลงไปกองกับพื้นจากความเหน็ดเหนื่อย
เเต่โม่ฟานก็ยังคงกัดฟันสู้อย่างไม่ย่อท้อ เขาไม่เเม้เเต่เสียเวลานั่งพักหรือดื่มน้ำเเม้เเต่น้อย ทันทีที่เขาเริ่มหายใจเป็ปกติอีกครั้งเขาก็เริ่มที่จะฝึกฝนท่าพื้นฐานใหม่อีกครั้ง
โม่ฟานเริ่มทำการซิดอัพ เเบ็คอัพ เเละวิดพื้นซึ่งเป็การออกกำลังพื้นฐานในโลกเก่าของเขาทันที
ทุกครั้งๆที่เขาดันตัวขึ้นจากพื้นเเขนทั้งสองของเขานั้นเเทบจะไม่ขยับเลยเเม้เเต่น้อยทำให้เขาต้องฝืนร่างกายของตัวเองอย่างมาก
เหงื่อที่หลั่งไหลออกมาจากหน้าผากของโม่ฟานที่หยดลงเเต่ละหยดๆที่พื้นเบื้องล่างมันมีปริมาณมากเสียจนไม่ต่างไปจากเเอ่งน้ำขนาดย่อมเลยทีเดียว
ผ่านไป 1 ชั่วยามในที่สุดการฝึกพื้นฐานอันหนักหน่วงนี่สำเร็จ เเต่ทันทีที่เขาฝึกฝนเสร็จร่างกายของโม่ฟานก็เเสดงปฏิกิริยาต่อต้านโดยการอาเจียนออกมาทันที เนื่องจากร่างกายของเขาไม่อาจทนรับการฝึกฝนอันบ้าคลั่งนี่ได้ เเต่นั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งโม่ฟานได้ เขาได้พยุงร่างกายเดินโซซัดโซเซไปยังตนไม้ขนาดใหญ่ใกล้พร้อมเริ่มฝึกฝนการต่อสู้ต่อสักที
เมื่อโม่ฟานเริ่มออกหมัดชกไปที่ต้นไม้ใหญ่ ทันทีที่หมัดของเขาปะทะเข้ากับเปลือกไม้อันเเข็งเเกร่วของมันเขาก็ได้ยินเสียงเเตกร้าวจากกระดูกข้อมือของตนทันที
เเต่โม่ฟานก็ไม่ได้สนใจมันเเม้เเต่น้อยเขาเริ่มออกเเรงชกจากหมัดทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่องพร้อมเตะไปยังต้นไม้สลับกัน
ทุกครั้งที่เขาชกไปยังต้นไม้ ิัที่กำปั้นของเขาจะเปิดออกจนเห็นเนื้อที่อยู่ภายใน จนในที่สุดมันก็กลายเป็เเผลเหวอะหวะที่ดูหน้าสยดสยองยิ่งนัก ส่วนขาของตัวเขาเองก็ไม่ได้ต่างกัน กางเกงที่ทำมาจากผ้าฝ้ายของเขาฉีกขาดจากการปะทะกับเปลือกไม้ ส่วนเนื้อผ้าของมันก็ถูกย้อมเป็สีเเดงจากเืที่ไหลออกมาจากบาดเเผล
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามจู่ร่างกายของโม่ฟานก็ล้มลงไปอย่างดื้อๆ เเม้ว่าเขาจะพยายามฝืนร่างกายของเขาเเค่ไหนมัมก็ไม่กระดิกเลยเเม้เเต่น้อย
นี่คือผลจากการใช้ร่างกายเกินขีดจำกัดของโม่ฟานทำให้ร่างกายของเขาไม่อาจทนรับไหวจนทำให้สติของเขาขาด่ไป
"ไม่ๆๆ ตัวข้ายังหลับไม่ได้"
"หากหลับไปตอนนี้ละก็ข้าจะต้องสูญเสียเวลาอันมีค่าไปอีกน่ะสิ"
"ข้าไม่มีวันยอมหรอก"
"โธ่เว้ย ทำไมร่างกายของข้าถึงอ่อนเเอเช่นนี้"
"หรือว่าการที่ข้ามาเกิดใหม่ในร่างนี้จะเป็สิ่งที่ผิดพลาดกันเเน่" คำถามของโม่ฟานค่อยๆจางหายไปพร้อมกับสติของเขาที่ค่อยๆดำดิ่งไปยังห้วงนิทรา
ณ ตอนนั้นเอง
จิติญญาของโม่ฟานล่องลอยไปในสถานที่อันเเปลกหลาด ภาพโดยรอบของเขาถูกเปลี่ยนเป็ภาพของเเค้มรกร้างที่หนึ่ง
เมื่อเขามองไปรอบๆก็เห็นเพียงเเต่ความมืดเเละซากปรักหักพังต่างๆ นอกจากกองไฟ เเละกระโจมที่อยู่ด้านหลังเเล้วรอบๆตัวเขานั้นก็ไม่พบอะไรอีกเลย
ท่ามการความมืดมิดในหัวของโม่ฟานจู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้นมา
"ประกาศจากระบบ:ผู้เล่นได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อจำกัดของทางระบบสำเร็จเป็ที่เรียบร้อย ดังนั้นทางระบบจะขอทำการปลดล็อกระบบ Gamer ณ บัดนี้
"หะ ระบบ Gamer มันคืออะไร ผีเข้าหรือไงเนี่ย"
ทำการรวบรวมข้อมูลของผู้เล่น.....5%..........30%.........69%..........83%........100% ทำการตรวจสอบข้อมูลผู้เล่นเสร็จสิ้นจะขอทำการลงโปรเเกรม Gamer โดยทันที
เสียงเเปลกประหลาดยังคงดำเนินต่อไป
มันยังคงสร้างความสับสนให้เเก่โม่ฟานอย่างต่อเนื่อง
การลงโปรเเกรมเสร็จสิ้น
เนื่องจากเผู้เล่นสามารถปลดล็อกเงื่อนไข Gamer ได้สำเร็จทางระบบจึงได้มอบของรางวัลให้เเก่ผู้เล่น3ชิ้น
*ตริ๊ง*
ประกาศจากทางระบบ:ผู้เล่นได้รับรางวัลสกิล"วิเคาระห์" จากทางระบบ
*ตริ๊ง*
ประกาศจากทางระบบ:ผู้เล่นได้รับของรางวัล "ดาบเหล็ก" ระดับทั่วไป จากทางระบบ
*ตริ้ง*
ประกาศจากทางระบบ:ผู้เล่นได้รับของรางวัล "เสื้อเกราะหนัง" ระดับทั้วไปจากทางระบบ
สิ่งของทั้งสองชิ้นจะถูกเก็บไว้ภายในคลังเก็บของ สิ่งของทั้งสองชิ้นจะถูกเรียกใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นนำมันออกมาจากคลังเก็บของเท่านั้น
เมื่อกลับไปยังโลกปัจจุบันเเล้วผู้เว่นสามารถเปิดออบชั่น [Menu]เพื่อตรวจสอบค่าสถานะตนเองได้ เเละอ๊อบชั่น [LINK START] หาก้ากลับมายังมิติเเห่งนี้อีกครั้ง
ทางระบบได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเเล้วจึงขอทำการส่งเ้าของร่างกลับโลกปัจจุบันโดยทันที
3...2...1...ฟุบ
ทันทีที่เสียงปริศนาหายไปร่างของโม่ฟานก็ถูกส่งกลับไปที่เดิมในทันที