บรรยากาศในกรุงลอนดอนช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนั้นคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน แสงแดดจ้าสะท้อนผ่านกระจกอาคารสูงในย่านธุรกิจ อเล็กซ์ แซนเดอร์ นั่งอยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง มือถือหนังสือพิมพ์รายวันที่พาดหัวข่าวการย้ายทีมสะท้านโลกของ ซีเนดีน ซีดาน และข่าวการย้ายข้ามฟากสุดอื้อฉาวของ โซล แคมป์เบลล์ จากสเปอร์สไปอาร์เซนอลแบบไม่มีค่าตัว
อเล็กซ์พับหนังสือพิมพ์เก็บพลางทอดถอนใจ 'รากฐานของเราตอนนี้ยังไม่กว้างพอจะเข้าไปแทรกแซงดีลระดับประวัติศาสตร์พวกนี้ได้ แต่อีกไม่นานหรอก' เขาคิดในใจ ท่ามกลางเสียงผู้คนรอบข้างที่ไม่ได้คุยกันเรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียว แต่กำลังตื่นเต้นกับผลการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดันที่เพิ่งจบไป
เมื่อไม่กี่วันก่อน อเล็กซ์เพิ่งเข้าไปนั่งดูในเซ็นเตอร์คอร์ต และเห็นกับตาว่า โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ หนุ่มน้อยจากสวิตเซอร์แลนด์ พลิกล็อกเอาชนะเจ้าพ่อคอร์ตหญ้าอย่าง พีท แซมพราส ไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันคือการผลัดใบของยุคสมัยอย่างแท้จริง และเขาก็ตั้งใจจะเป็นคนทำแบบนั้นในวงการเอเย่นต์เช่นกัน เขากัดฮอตดอกคำสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืนโบกเรียกแท็กซี่มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง
เป้าหมายของเขาคือร้านอาหารหรูหราสไตล์ผู้ดีอังกฤษที่ย่านเมย์แฟร์ ตกแต่งด้วยไม้โอ๊คสีเข้มและโคมไฟระย้าที่ให้แสงนุ่มนวล อเล็กซ์ระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนที่เขาคุยกับ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน ที่นิวคาสเซิล
เซอร์บ็อบบี้บอกเขาว่านิวคาสเซิลต้องการตัว สตีเฟ่น คาร์ แบ็กขวาตัวเก่งของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ มาร่วมทีมใจจะขาด "อเล็กซ์ ฉันจะให้ค่าคอมมิชชั่นระดับที่นายต้องพอใจแน่ ไปช่วยเป็นเอเย่นต์เจรจาฝั่งนั้นให้ที ฉันไม่อยากเสียเวลาและป้องกันทีมอย่างแมนยูฯ ที่กำลังกระโดดเข้ามาร่วมวงดีลนี้"
อเล็กซ์ตอบรับทันที ไม่ใช่แค่เพราะเม็ดเงินมหาศาล แต่นี่คือภารกิจ "เปลี่ยนประวัติศาสตร์" ในความทรงจำของเขา สตีเฟ่น คาร์ ในช่วงเวลานี้คือแบ็กขวาที่ดีที่สุดคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก แต่เขาจะประสบอุบัติเหตุเจ็บหนักจนต้องพักยาวเกือบทั้งฤดูกาลทำให้ดีลย้ายทีมของเขาล่มไป และนั่นคือสาเหตุที่เขาต้องรีบมาดักรอพบนักเตะทันทีที่สเปอร์สกลับจากการเดินสายพรีซีซั่น
"ผมมีโต๊ะจองในชื่อ แซนเดอร์ ครับ" อเล็กซ์บอกพนักงานต้อนรับ
เมื่อเดินเข้าไปในโซนส่วนตัว เขาพบกับชายหนุ่มร่างหนามาดมั่นนั่งรออยู่ สตีเฟ่น คาร์ เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาระแวดระวัง
"สวัสดีครับสตีเฟ่น" อเล็กซ์ยื่นนามบัตรสีดำทองอันเป็นเอกลักษณ์ให้ "ผมมาในนามของตัวแทนจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และได้รับมอบหมายให้มาช่วยจัดการเรื่องการย้ายทีมของคุณแทนคนเก่า เพื่อให้แน่ใจว่าผลประโยชน์ของคุณจะสูงสุด"
สตีเฟ่น คาร์ รับนามบัตรมาอ่านพลางถอนหายใจ "มันติดที่สโมสรนั่นแหละอเล็กซ์ ผมอยู่ที่นี่มานาน แต่ทีมไม่มีแววจะทะเยอทะยานเลย ลุ้นแชมป์ก็ไม่ได้ แถมยังปล่อยโซล (แคมป์เบลล์) ไปให้อริอย่างอาร์เซนอลอีก ผมอยากย้ายไปทีมที่มีอนาคต"
อเล็กซ์จดรายละเอียดลงในสมุดโน้ตอย่างตั้งใจ "เข้าใจครับ แล้วคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมจากนิวคาสเซิลไหม? นอกเหนือจากค่าเหนื่อยที่สมน้ำสมเนื้อ"
ในหัวของอเล็กซ์ไม่ได้คิดแค่เรื่องสัญญา แต่เขากำลังวางแผนกั้นเงินก้อนนี้ไม่ให้สูญเปล่า 'ถ้าเราปิดดีลนี้ได้เร็วและป้องการบาดเจ็บนั้นไม่ให้เกิดขึ้นและพาเข้าไปนิวคาสเซิลก่อนแมนเชสเตอร์ เราต้องทำให้ดีที่สุด'
"ผมต้องการแค่ความมั่นใจว่าผมจะเป็นตัวหลักและมีโอกาสคว้าถ้วยรางวัล" สตีเฟ่นตอบเสียงหนักแน่น
"ผมจะรีบติดต่อบอร์ดบริหารของสเปอร์สทันทีเพื่อแสดงเจตจำนง และจะหาผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากฝั่งนิวคาสเซิ่ลมาให้คุณแน่นอนครับสตีเฟ่น ไว้ใจผมได้" อเล็กซ์ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เขาก้าวออกจากร้านอาหารด้วยความมุ่งมั่น นี่จะเป็นอีกหนึ่งดีลที่สร้างชื่อและเงินก้อนโตให้แก่บริษัท Vantage Management และที่สำคัญ เขาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าเอเย่นต์อย่างเขาสามารถ "พยากรณ์" และ "ป้องกัน" ฝันร้ายให้นักเตะได้
-----